เหนือฐานทัพมีกลุ่มเมฆทมิฬลอยอยู่ มันมีขนาดใหญ่กว่าฐานทัพประมาณสามเท่า แต่สิ่งที่ทำให้สองสาวใคือสเปคออกมาจากกลุ่มเมฆ มีทั้งกลุ่มควันที่เคยปะทะด้วยและยังมีกลุ่มควันที่สามารถมองเห็นรูปร่างลางๆ
“กลุ่มควันที่พวกเธอเจอเป็แค่ระดับไพร่ซึ่งเป็ระดับต่ำสุด” ขณะที่วิ่งโจก็อธิบายให้พวกเธอฟัง
มายด์และมิ้นต์ใ ไม่น่าเชื่อว่ากลุ่มควันที่เป็แค่ระดับต่ำสุดพวกเธอยังไม่มีปัญญาเอาชนะได้แถมยังเกือบทิ้งชีวิตเอาไว้อีกด้วย
“แล้ว…แล้วพวกที่เหลือล่ะ” มิ้นต์ถามด้วยความกลัว ฐานทัพเต็มไปด้วยพวกมันไม่ใช่ว่าตอนนี้คนที่อยู่ด้านในตายกันหมดแล้วหรอกเหรอ?
“สเปคมีรูปร่างไม่แน่นอนเมื่อมันแข็งแกร่งขึ้นมันจะเปลี่ยนรูปร่างตามเหยื่อตัวสุดท้ายที่ดูดซับเข้าไปในร่าง หลังจากที่พัฒนาจะถูกเรียกว่าระดับทหาร จุดสังเกตุง่ายๆคือกลุ่มควันที่เป็รูปร่างของสิ่งมีชีวิต” โจอธิบาย
พวกเธอลองสังเกตุดูและเห็นควันจำนวนไม่น้อยที่เป็รูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิต แต่พวกเธอไม่รู้ว่าพวกมันคือสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงไหน
“นายรู้เื่นี้ได้ยังไง?” มายด์เอ่ยถามด้วยความอยากรู้
โจนิ่งเงียบเขาไม่พูดอะไรและวิ่งต่อไป เห็นว่าชายหนุ่มไม่ยอมตอบเธอก็ได้แต่เก็บงำความสงสัยไว้ในใจและวิ่งตามเขาต่อไป
ในที่สุดพวกเขาทั้งสามก็กลับมาถึงฐานทัพ ตอนนี้มันแทบจะกลายเป็เศษซากไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีศพทหารจำนวนไม่น้อยนอนตายเกลื่อน มายด์และมิ้นเต็มไปด้วยความกลัวและความเศร้า ที่นี่ไม่ใช่ดาวร้างอีกต่อไปแต่มันคือดาวนรก
โจรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ไม่สามารถช่วยอะไรพวกเขาได้ สิ่งที่ทำได้คงมีแค่ช่วยเหลือคนที่ยังมีชีวิตอยู่
“นะ…นายจะเข้าไปจริงๆเหรอ” มิ้นต์เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก เธอไม่คิดว่าเข้าไปแล้วจะรอดออกมาได้ ในความคิดของเธอแม้ว่าโจจะเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางสู้พวกมันทั้งหมดได้อย่างแน่นอน
“นั่นสิ ฉันว่าอย่าเข้าไปเลยดีกว่า” มายด์เองก็เห็นด้วยกับน้องสาวของเธอ
โจหันหน้ามองพวกเธอและยิ้ม “ไม่ต้องกังวล พวกมันทำอะไรผมไม่ได้หรอก” โจเงียบไปสักครู่ก็เอ่ยต่ออีกว่า “หากเราไม่เข้าไป พวกมันอาจได้ข้อมูลที่อยู่โลกและยกโขยงกันไปถล่มโลก พวกเธอคงไม่อยากเห็นเื่แบบนั้นใช่ไหม?”
“นี่มันเื่จริง?” พวกเธอตกตะลึงกับคำพูดของโจ
“ใช่…พวกมันไม่โง่ การที่พวกมันมากันเป็กองทัพแสดงว่าต้องมีหัวหน้าของพวกมันคอยคุมอยู่ พวกมันก็เหมือนกับเรานั่นแหละมีความคิดและความฉลาด” โจกล่าว
“นี่มัน…!” ทั้งสองคนพูดไม่ออก หากเป็อย่างที่โจพูดจริงๆคงมีเื่เลวร้ายเกิดขึ้นแน่ๆ ตอนนี้มนุษย์เพิ่งเรียนรู้เื่การใช้พลัง พวกเขายังคงอ่อนแออย่างมากและง่ายต่อการถูกทำลาย
‘ทำไมพวกมันถึงรู้ว่ามนุษย์จะมาที่ดาวดวงนี้?’ โจครุ่นคิด เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยราวกับรู้อะไรบางอย่าง ‘เื่นี้คงไม่ง่ายอย่างที่เห็นแล้ว’
จากนั้นโจก็วิ่งเข้าไปในฐานทัพ สองสาวก็วิ่งตามเข้าไปติดๆ
ทันทีที่ทั้งสามคนก้าวเท้าเข้ามาก็เป็จุดสนใจของพวกสเปคทันที เหนือฟ้าในเมฆแน่นอนว่าต้องมีบางสิ่งที่คอยจับตาดูรอบๆอยู่ เมื่อเห็นมนุษย์สามคนวิ่งเข้ามามันก็รายงานทันที
“หืม…มนุษย์ตัวจ้อยสามคนงั้นเหรอ” เสียงลึกลับดังมาจากเมฆ
“สั่งการลงไป จับมนุษย์สามคนนั้นมาให้ข้า” เสียงลึกลับออกคำสั่ง
โจที่วิ่งเข้ามาได้ไม่นานเขาก็หยุดลง
“มีอะไรรึเปล่า?” มายด์เอ่ยถามทันทีที่เห็นท่าทางของเขา
“พวกมันกำลังมา” โจกล่าว
“ใครกัน?” มิ้นต์เอ่ยถาม
ทันทีที่สิ้นเสียงของเธอ แขกที่ไม่ได้รับเชิญก็ปรากฏให้เห็นเป็สเปคระดับไพร่สองตัว ตัวหนึ่งยืนขวางหน้าอีกตัวยืนขวางด้านหลัง
โจไม่พูดอะไรฝ่ามือมีเปลวไฟลุกพรึบ ร่างเขาหายไปราวกับไม่เคยยืนอยู่ตรงนั้นและปรากฏอีกทีตอนที่ยืนอยู่ข้างหน้าสเปค เขาฟันมือออกไปอย่างเรียบง่ายจนเกิดเสียงชู่และควันทมิฬก็สลายหายไป
สเปคอีกตัวที่ยืนคุมด้านหลังเห็นเช่นนั้นมันรู้ทันทีว่าเจอของจริงเข้าให้แล้วมันรีบหนีโดยเร็ว
ทว่าด้วยพลังที่มันมี มันไม่ทันได้เคลื่อนไหวถึงหนึ่งเมตรชายหนุ่มก็ปรากฏตัวต่อหน้ามันและสิ่งสุดท้ายที่มันเห็นคือมือที่ลุกเป็ไฟ
“สุดยอด…เขาทำได้ยังไงกัน” มิ้นต์อุทานด้วยความตกตะลึง เธอได้ยินพี่สาวเล่าให้ฟังก็ใมากพออยู่แล้ว แต่พอมาเห็นของจริงทำให้เธอคิดว่าที่พี่สาวเล่ามายังน้อยไป
มายด์เองก็อดไม่ได้ที่จะใ แม้ว่าเธอจะได้เห็นฝีมือของโจผ่านวิดีโอ แต่นั่นมันก็แค่ในวิดีโอ เมื่อมาเห็นของจริงเธอก็คิดขึ้นได้ว่ามันสุดยอดแค่ไหน
“ไปกันเถอะ” โจกล่าวเรียกสติทั้งสองคนแล้ววิ่งนำไป
เหนือฐานทัพในเมฆทมิฬเสียงลึกลับก่อนหน้าได้รับรายงานว่าระดับไพร่สองตัวตายแล้วก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ “นี่คงเป็คนที่มีพร์สินะ”
“ส่งระดับทหารสามตัวไปฆ่าพวกมันซะ” ตอนแรกเสียงลึกลับ้าจับเป็เพื่อรีดข้อมูล แต่เมื่อเห็นว่ามนุษย์คนนี้มีพร์มากเกินไปจึงไม่เสี่ยงอะไรอีกและสั่งฆ่าเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอน
โจและสองสาวเกือบถึงอาคารบัญชาการแต่พวกเขาก็ต้องลดความเร็วลงเพราะยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไรก็ยิ่งมีพวกสเปคมากขึ้น
“พวกมันกำลังหาข้อมูลเื่โลกอยู่จริงๆด้วย” มิ้นต์อุทานออกมา พวกเธอเห็นสเปคเพ่นพ่านรอบๆอาคารบัญชาการ พวกมันมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบตัว ส่วนใหญ่เป็ระดับไพร่และที่เหลือเป็ระดับทหาร
มายด์รู้สึกกังวลมากว่าพวกมันจะได้ข้อมูลที่อยู่ของโลก และหากพวกมันยกทัพไปต้องเกิดโศกนาฏกรรมแน่ๆ
“โจ…” มายด์เรียกเขาด้วยความกังวล
“ใจเย็นๆ พวกมันต้องใช้เวลานานกว่าจะดึงข้อมูลออกมาได้ เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่พวกมันได้พบกับเทคโนโลยีของมนุษย์” โจกล่าวปลอบ
มันเป็ความจริงที่สเปคต้องใช้เวลานานในการดึงข้อมูลจากคลังเซิฟเวอร์ พวกมันต้องเรียนรู้เทคโนโลยีของมนุษย์และทำการสร้างโปรแกรมเพื่อดึงข้อมูลของมนุษย์
“พวกมันมาแล้ว หลบอยู่หลังผมไว้” โจกล่าวกับสองสาว พูดไม่ทันขาดคำสเปคสามตัวก็ล้อมพวกเขาไว้
พวกมันเป็สเปคระดับทหาร จากควันทมิฬกลายเป็สิ่งมีชีวิตประหลาด ถึงแม้มันจะมีรูปร่างเหมือนกับเหยื่อที่ดูดซับไปแต่ส่วนประกอบร่างกายของพวกมันยังคงเป็ควันทมิฬ ทำให้ภายนอกดูเป็สัตว์สีดำทมิฬและมีควันเล็กน้อยขยับไปมา