ไม่นานร่างของหญิงสาวก็ค่อยๆเหินลงมาอย่างช้าๆเมื่อพวกนางลงมาถึงพื้นพวกนางก็ต้องแปลกใจเพราะข้างล่างมีศิลาเวทย์อยู่ที่ผนังหินจำนวนมากและเหนือสิ่งอื่นใดความใหญ่โตของราชสีห์เกล็ดมังกรตรงหน้าทำให้พวกนางหวาดกลัวอย่างมาก
“ถ้าเจ้าสิ่งนี้หลุดไปได้ทวีปของพวกเราจะต้องถูกทำลายลงแน่” ราชินีเหมันต์กล่าวด้วยใบหน้าที่ซีดขาว
“เอ๊ะ!!!!!!” แต่ในตอนนั้นเองที่จักรพรรดิจิ้งจอกสังเกตเห็นต้าหมิงที่ยืนอยู่บนหัวของราชสีห์เกล็ดมังกรด้วยใบหน้าเย็นชา
“มนุษย์พวกเจ้ากล้ามากจริงๆที่ลงมาถึงที่นี่” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาแรงกดดันที่หนักหน่วงปะทุออกมา
“อึก!!! ใจเย็นๆก่อนที่พวกข้าลงมายังที่แห่งนี้เพราะได้รับคำสั่งของมหาปราชญ์” จักรพรรดิจิ้งจอกกลายเป็นหวาดกลัวพร้อมกับยื่นม้วนกระดาษให้ราชสีห์เกล็ดมังกรทันที
เมื่อได้ยินนามของมหาปราชญ์ราชสีห์เกล็ดมังกรก็หยุดปลดปล่อยแรงกดดันออกมาและจ้องมองไปยังม้วนกระดาษด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“อย่างงี้นี่เอง เจ้าคงเป็นหมากที่ตาแก่นั่นวางเอาไว้ให้คอยช่วยเหลือนายท่านสินะ” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หมาก???” หญิงสาวทั้งสองแสดงสีหน้างุนงง
“พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจ ในเมื่อตาแก่นั่นออกปากเองข้าก็ไม่ขัด ถึงแม้เมื่อหลายหมื่นปีก่อนคนที่ทำให้เผ่าเทพอสูรที่อาศัยอยู่ที่นี่ต้องพินาศก็ตามข้าก็หาได้ข้องใจเพราะพวกมันนั้นเป็นเพียงความผิดพลาดของตระกูลเทพอสูร” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
ความผิดพลาด คำกล่าวนี้แม้แต่ต้าหมิงก็ยังต้องตื่นตระหนก ความหมายของราชสีห์เกล็ดมังกรนั้นเห็นได้ชัดว่าหมายถึงเผ่าอสูรที่ปรากฎตัวเมื่อหลายหมื่นปีก่อนและปกครองทวีปแห่งนี้มาหลายพันปี
“พวกเจ้าไม่ต้องแสดงสีหน้าแบบนั้น ถ้าพวกเจ้าได้ออกไปเจอโลกกว้างด้านนอกพวกเจ้าจะรู้ทันทีว่าพวกอสูรที่พวกเจ้าเคยเจอนั้นเป็นเพียงพวกชั้นต่ำรวมถึงสายเลือดครึ่งอสูรที่พวกเจ้าได้สืบทอดมาเองก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย ยิ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าตระกูลเทพอสูรยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
“ถ้าอย่างงั้นต้าหมิงมาจากเผ่าอสูรจริงๆ” ราชินีเหมันต์กล่าวพร้อมกับมองไปยังต้าหมิง
“แน่นอน แต่นายท่านของข้าเองก็มีสายเลือดของมนุษย์เช่นกัน แต่ว่าสายเลือดของนายท่านนั้นพิเศษหน่อยเพราะตระกูลเทพอสูรนั้นมีร่างกายภายนอกไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยพลังไม่ต่างจากพวกอสูรเรียกได้ว่าสายเลือดของนายท่านนั้นเป็นสายเลือดที่ทรงพลังที่สุดในโลกก็ว่าได้” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิ
ต้าหมิงค่อนข้างงุนงงว่าอยู่ดีๆทำไมราชสีห์เกล็ดมังกรถึงบอกเล่าเรื่องของตัวเองให้กับพวกราชินีเหมันต์ฟัง
“นายท่าน ตอนนี้ตระกูลเทพอสูรนั้นไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้างและถ้าแย่ที่สุดก็อาจจะเหลือท่านเพียงคนเดียวเพราะงั้นท่านจะต้องสร้างเชื้อสายของท่านเอาไว้ที่ทวีปแห่งนี้ด้วยและหญิงสาวทั้งสองนางนี้เองก็มีพรสวรรค์ที่ไม่เลวเพราะแก่การอุ้มท้องสายโลหิตของเทพอสูร” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
“พรวด!!!!!!!!!!”
ต้าหมิงที่กำลังยืนด้วยสีหน้าเย็นชาและนิ่งสงบถึงกับสำลักออกมาเขาไม่คิดว่าราชสีห์เกล็ดมังกรจะพูดเรื่องนี้ออกมาในสถานการณ์แบบนี้
ใบหน้าของพวกราชินีเหมันต์แดงทันทีนางไม่คิดว่าเจ้าสิงโตนี่จะกล้ากล่าวเรื่องไร้ยางอายแบบนี้ออกมา แต่สำหรับจักรพรรดิจิ้งจอกซึ่งมีสายเลือดของเผ่าอสูรกลับคิดอย่างจริงจังเพราะสำหรับเผ่าอสูรนั้นให้ความสำคัญทางสายเลือดอย่างมากยิ่งสายเลือดบริสุทธิ์อนาคตก็ยิ่งไปได้ใกลขึ้น
“การที่พวกท่านลงมายังที่แห่งนี้แสดงว่าพวกท่านคงจะรู้ถึงที่มาของข้าในระดับหนึ่งแล้วใช่หรือไม่” ต้าหมิงกล่าวขึ้นมา
“แน่นอน” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“แล้วตอนนี้นาง...เป็นอย่างไรบ้าง” ต้าหมิงกล่าว
นางที่ต้าหมิงกล่าวถึงแน่นอนว่าหมายถึงจักรพรรดิหญิง ในตอนที่ต้าหมิงตกลงมาภาพสุดท้ายที่ต้าหมิงเห็นคือใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของจักรพรรดิหญิง
“ตอนนี้จักรพรรดิอัคคีกำลังไล่ล่าจักรพรรดิสนีอยู่ สงครามของสองอาณาจักรนั้นไม่มีทางหยุดได้แล้ว” ราชินีเหมันต์กล่าว
“แล้วพวกท่านไม่คิดจะสังหารข้างั้นเหรอ ตัวข้าที่มีสายเลือดของเผ่าอสูรจากนอกทวีปแห่งนี้” ต้าหมิงกล่าว
“ถ้าปกติแน่นอนว่าพวกข้าย่อมต้องสังหารเจ้า แต่ว่าเจ้าคือคนที่มหาปราชญ์เลือกพวกข้าจึงไม่คิดจะสังหารเจ้ากลับกันพวกข้ายังต้องพึ่งเจ้าในอนาคตอีกด้วย” ราชินีเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“มหาปราชญ์อีกแล้วงั้นเหรอ ตกลงแล้วมหาปราชญ์คนนี้เป็นใคร” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าสับสนเพราะนามนี้ต้าหมิงเคยได้ยินมาบ้างแต่มันก็เมื่อหมื่นปีมาแล้วมหาปราชญ์คนนั้นจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร
“มหาปราชญ์นั้นไม่ใช่นามของคนๆเดียวแต่มันเป็นนามที่สืบทอดมารุ่นสู้รุ่น ซึ่งหลายหมื่นปีก่อนมหาปราชญ์ได้รับการช่วยเหลือจากตระกูลเทพอสูรของนายท่านและเพื่อตอบแทนมหาปราชญ์สัญญาว่าเมื่อใดที่ตระกูลเทพอสูรถึงคราวล่มสลายพวกเขาจะเข้ามาช่วยเหลือและทำให้ตระกูลเทพอสูรสืบทอดต่อไป” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
“พวกนั้นเป็นขุมอำนาจที่แข็งแกร่งมากงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าว
“ไม่รู้พวกนั้นค่อนข้างทำตัวลึกลับแม้แต่ใบหน้าของอีกฝ่ายยังไม่เคยมีใครเห็นเลยขนาดอยู่เผ่าใหนก็ยังไม่มีใครรู้” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
“ชั่งลึกลับจริงๆแล้วการที่พวกนั้นให้ข้าแต่งงานกับน้องหญิงมันมีความหมายอะไร” ต้าหมิงกล่าว
“เอาละ ตอนนี้ในเมื่อมหาปราชญ์เข้ามาแทรกแซงแล้วข้าก็จะไม่ทำอะไรพวกเจ้า ในอนาคตทวีปแห่งนี้จะถูกทำลายหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวนายท่านของข้า ถ้าพวกเจ้าทำให้เขาผิดหวัง ในอีก 50 ปี ข้าจะทำลายผนึกและทำลายทวีปแห่งนี้ให้ราบเป็นหน้ากองทันที” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าวพร้อมกับกลิ่นอายที่ป่าเถื่อนปะทุออกมา
“จากนี้ข้าจะเป็นคนดูแลต้าหมิงเอง ซึ่งตอนนี้ผู้คนต่างก็คิดว่าเจ้าได้ตายไปแล้วซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่เจ้าจะต้องปลอมแปลงตัวตนและฝึกฝนอย่างเงียบๆ” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“เจ้าหมายความว่าจะให้ข้าทิ้งตัวตนของต้าหมิงไปงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าว
“มันก็แค่ชั่วคราวรอจนกว่าพลังของเจ้าจะแข็งแกร่งจนสามารถปกป้องตัวเองได้แล้วเจ้าก็สามารถเปิดเผยตัวตนออกมาได้ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นต่อให้พวกน่าโง่พวกนั้นจะรู้ความจริงเรื่องสายเลือดของเจ้าหรือไม่มันก็สายไปแล้ว” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะทำลายพวกเจ้าทีหลังงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับหรี่ตาลง
“ไม่หรอก ข้ารู้ว่าเจ้าเติบโตที่นี่และผูกพันธ์กับทวีปแห่งนี้มากและในอาณาจักรมนุษย์ก็ยังมีคนที่เจ้ารักและห่วงใยอยู่เจ้าไม่มีทางทำอะไรบ้าๆแบบนั้นแน่ แต่ข้าขออย่างหนึ่งถ้าเกิดวันที่เจ้าแข็งแกร่งและพร้อมจะล้างแค้นจักรพรรดิอสนีมาถึงข้าขอให้เจ้าละเว้นผู้คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องในอาณาจักรอสนีได้หรือไม่” ราชินีเหมันต์กล่าว
ใบหน้าของต้าหมิงกลายเป็นเย็นชา เขาจะละเว้นได้จริงๆงั้นเหรอกับอาณาจักรที่กล้าทำร้ายและสังหารคนในครอบครัวของตนเองแบบนี้เมื่อถึงเวลานั้นต้าหมิงยังไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะควบคุมอารมณ์ได้หรือไม่