เสียงใครคนหนึ่งถามหญิงทั้งสองที่กำลังจะเดินออกจวนของอ๋องหยาง
“นี่พวกท่านจะไปไหนกัน?” หยางลี่จูและลู่ซิ่วอิงหันไปมองตามเสียงของคนที่เรียกพวกนาง
“ท่านแม่ พวกท่านกำลังจะออกไปไหน?” หยางซูถามแม่ของเขา
“ข้าจะออกไปข้างนอกกับซิ่วอิง เ้ามีปัญหาหรือไง?”
“ป่าวครับท่านแม่ ข้าแค่ถามเพราะเป็ห่วง”
“ไม่เห็นมีอะไรน่าห่วง”
“พวกท่านออกไปข้างนอก แต่มีคนติดตามไม่กี่คนเอง”
“คนน้อยยิ่งดี จะได้ไม่สะดุดตาใคร อีกอย่างมีซิ่วอิงไปด้วยเ้าจะห่วงอะไร?”
“นั่นมันก็ใช่ ถึงแม้ซิ่วอิงจะไปด้วย แต่นางเพิ่งจะหายดีร่างกายของนางอาจจะทรุดอีกก็ได้”
“เ้าอย่าห่วงไปเลย เด็กคนนี้ข้าเลี้ยงมากับมือข้าย่อมรู้ดีว่าร่างกายของนางทนได้แค่ไหน”
“ถึงแม้ท่านแม่จะเลี้ยงนางมา แต่นางเป็ลูกสาวของเพื่อนรักของข้าข้าก็ต้องปกป้องนางในฐานะพ่อบุญธรรมเช่นกัน”
“หยางซู่! นี่เ้าจะขัดข้างั้นหรอ” หญิงชราถามด้วยความไม่พอใจซิ่วอิงเห็นว่าบรรยากาศไม่ค่อยจะดี เธอรีบพูดตัดบทก่อนที่หญิงชราจะโมโหมากไปกว่านี้
“ท่านอ๋อง ได้โปรดอย่ากังวลไปเลย ข้าน้อยจะดูแลท่านย่าเองค่ะ”
“เฮ้อ… ข้าไม่ได้ห่วงท่านแม่ของข้า แต่ข้าเป็ห่วงเ้า”
“ทำไมทันอ๋องถึง??”
“ท่านแม่ข้าน่ะ ถึงท่านจะอายุมากแล้วแต่คนอย่างท่านก็คงไม่ยอมให้ใครมากระตุกหนวดัได้หรอกแม้แต่เ้าเองก็ห้ามท่านแม่ของข้าไม่ได้” หยางซู่พูดพร้อมกับหัวเราะ
“เ้าก็รู้ยังจะห้ามข้าอีก เ้าลูกคนนี้”หญิงชราพูดพร้อมกับหลับตาชังใส่ลูกชายอย่างอ๋องหยางซู่
“ซิ่วอิง ข้าฝากเ้าดูแลท่านแม่ข้าด้วย”
“ได้เ้าค่ะท่านอ๋อง ข้าจะดูและท่านย่าอย่างปลอดภัยเลยเ้าค่ะ”
“ป่าว ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“ท่านอ๋องหมาความว่ายังไงเ้าคะ?”
“ข้าหมายถึงช่วยดูแลท่านแม่ของข้าอย่าให้ไปเผลอโมโหใครจนทำให้เขาาเ็ล่ะ”อ๋องหยางพูดจบก็รีบเดินหนีพร้อมกับหัวเราะไปตลอดทาง ซิ่วอิงรู้สึกเย็นสันหลังวาบเพราะรู้ว่าท่านย่าตอนนี้กำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะถูกลูชายอย่างอ๋องหยางซู่ดันรู้ทันนาง
“ไปเถอะ ซิ่วอิง" หญิงชราชวนหญิงสาวออกไปพร้อมด้วยบ่าวไพร่ฝีมือดี 4-5 คน ทั้งหมดมาถึงหน้าถ้ำถ้ำหนึ่ง ที่นี่มีประตูกลไกลที่ใช้สำหรับเปิดเข้าไปด้านในหญิงชรามองหน้าซิ่วอิงนางมอบป้ายหยกอันหนึ่งให้หญิงสาวและให้ซิ่วอิงเอาป้ายหยกนั้นไปวางที่ประตูถ้ำ หญิงสาวทำตามหญิงชรา สักพักประตูถ้ำก็เปิดออกภายในถ้ำมีทางเดินเข้าไปข้างใน ทุกคนเดินเข้าไปภายในถ้ำ ระหว่างทางซิ่วอิงเห็นมีชายหนุ่มหลายคน ท่าทางแข็งแกร่งยืนอยู่เมื่อพวกเธอเดินผ่านพวกชายหนุ่มเ่าั้ พวกเขาก็คาระวะเธอและหญิงชรา
“คำนับ นายหญิงใหญ่ คำนับคุณหนูสาม” เสียงอันดุดันทักทายพวกนาง
“นี่อะไรกันคะท่านย่า” ซิ่วอิงถามหยางลี่จูด้วยความสงสัยเธองงกับสถานการณ์ในตอนนี้
“เดินไปอีกหน่อย เดี๋ยวเ้าก็รู้เอง”หญิงชราตอบหญิงสาวที่กำลังทำหน้าตางวยงง ซิ่วอิงเดินเข้าไปเรื่อย ๆ จนมาถึงทางออกสุดทางของถ้ำนั้น เป็พื้นที่ทุ่งโล่งกว้าง หญิงชายหลายคนเดินผ่านไปมาโดยไม่สะทกสะท้านเลยสักนิดว่ามีคนแปลกหน้าเดินเข้ามาหญิงสาวยืนมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเธอ
“ซิ่วอิง” เสียงของใครคนหนึ่งเรียกหญิงสาวทำให้หญิงสาวหันหน้าไปมองตามเสียงเรียกเธอเห็นใครคนนั้นวิ่งเข้ามาหาเธอด้วยอาการดีใจ
“พี่จงเป่า” ซิ่วอิงขานชื่อของชายหนุ่มที่วิ่งเข้ามากอดเธอ
“นี่คือฟู่จงเป่าลูกพี่ลูกน้องของซิ่วอิงสินะแต่ทำไมถึงกอดฉันแน่นอย่างนี้ล่ะ” หญิงสาวคิดในใจแต่เสียงกระแอมของหยางลี่จูดังขึ้น ทำให้จงเป่าและซิ่วอิงถึงกับชะงัก
“ฟู่จงเป่าข้าก็มาด้วย ทำอะไรเกรงใจข้าหน่อยซิ่วอิงแต่งเข้าตระกูลข้าเป็ลูกสะใภ้ข้าแล้ว” หยางลี่จูพูดเตือนสติของชายหนุ่ม
"นายหญิงท่านมาด้วยหรอครับข้าน้อยขออภัยข้าไม่ทันได้สังเกตุว่าท่านมาที่นี่ด้วยจงเป่ารีบก้มลงคลุกเข่าให้กับหยางลี่จูเพื่อขอโทษที่ทำการล่วงเกิน
“ท่านย่า” ซิ่วอิงเรียกหญิงชราด้วยเสียงออดอ้อนทำให้หญิงชราใจอ่อน นางยกโทษให้กับจงเป่าที่บังอาจมาแตะต้องหลานสะใภ้คนสำคัญของนาง
“ไปสิ ไปทำในสิ่งที่เ้าอยากทำ อยู่ในจวนเ้าคงจะอึดอัดแย่”หยางลี่จูพูดอนุญาตให้ซิ่วอิงไปกับฟู่จงเป่า ชายหนุ่มดึงมือของหญิงสาวให้ตามเขาไปหญิงชรามองดูซิ่วอิงในตอนนี้ เหมือนกับครั้งก่อน ตอนที่หญิงสาวยังเด็ก ในตอนนั้นหยางลี่จูได้ออกมาข้างโดยลำพังในฐานะชาวบ้านคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นนางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเฟยหลงโดยคนร้ายลักพาตัว เมื่อตอนที่เขาออกมาเที่ยวตลาดในตอนนั้นบ่าวไพร่ออกค้นหาองค์ชายยกใหญ่แต่ไม่พบเพราะคนร้ายนั้นได้พาองค์ชายหนีเข้าไปในป่า ตอนนั้นองค์ชายเฟยหลงพยายามต่อสู้และดิ้นหนีคนร้ายทำให้ตัวเองพลัดตกลงไปในหน้าผาทำให้เขาหมดสติไป ลู่ซิ่วอิงที่ยังเด็ก เห็นเฟยหลงตกหน้าผา และมีอาการาเ็หญิงสาวพยายามพาเฟยหลงขึ้นมาจากหน้าผาโชดดีที่องค์ชายเฟยหลงนั้นได้ฝึกวิชาและลมปานั้แ่เด็กจึงไม่ได้าเ็อะไรมากนักเมื่อซิ่วอิงพาองค์ชายขึ้นมาจากหน้าผาได้ ซิ่วอิงหมดแรงจึงตกลงหน้าผาร่างกายที่บอบบาง และไม่มีพลังลมปานไหลเวียน ทำให้นางาเ็สาหัสแทบปางตายทุกคนที่ออกตามหาองค์ชายได้พบเห็นองค์ชายเฟยหลงนอนหมดสติอยู่ขอบหน้าผาในตอนนั้นหยางลี่จูที่เป็ห่วงหลานชายก็ได้ออกตามหาเขาเช่นกัน ในเวลานั้นทุกคนอุ้มร่างขององค์ชายขึ้นและกำลังจะพากลับหยางลี่จูได้ยินเสียงใครคนนึงร้องขอความช่วยเหลือเป็เสียงของเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังาเ็อยู่หยางลี่จูมองหาเสียงของเด็กคนนั้นโดยทั่วแต่ไม่พบใคร นางจึงคิดว่าตัวเองหูฝาดแต่องค์ชายเฟยหลงลืมตาขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่หน้าผา
“นาง…นาง…ช่วยข้าไว้..ช่วยนาง..”เด็กน้อยพูดจบเขาก็สลบไปหยางลี่จูเห็นหลานชายชี้ไปที่หน้าผา นางรีบไปดูทันที เมื่อนางมองลงไปข้างล่างนางก็ใกับสิ่งที่นางเห็น นางเห็นเด็กสาวคนหนึ่งนอนสลบอยู่ที่ขอบหน้าผาด้านล่างหยางลี่จูจึงรีบไปช่วยเด็กสาวขึ้นมาทันที สภาพของเด็กน้อยตอนนี้แทบจะไม่มีโอกาสรอดเสียด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อเด็กคนนี้เป็ผู้มีพระคุณขององค์ชายนางก็ต้องช่วยชีวิตของเด็กคนนี้ทุกวิธีจนสุดความสามารถจะรอดหรือไม่ก็แล้วแต่์จะทรงโปรดในที่สุด เด็กน้อยก็รอดชีวิต หลังจากนั้นนางก็ได้ถ่ายทอดลมปราณให้กับเด็กน้อยเมื่อเด็กน้อยได้สติเด็กน้อยจึงขอบคุณหยางลี่จู และขอตัวกลับบ้านเพราะกลัวพ่อและแม่เป็ห่วงเวลาผ่านไป 2 ปี หยางลี่จู และอ๋องหยางซู่ได้มาพบท่านแม่ทัพลู่ เพื่อคุยเื่งานในขณะที่กำลังเดินผ่านค่ายทหารที่กำลังฝึก หยางลี่จูได้เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังฝึกกับพวกทหารนางมองดูเด็กหญิงคนนั้น และรู้สึกคุ้นๆ สายตาของตนเอง เมื่อมองดูให้ชัด ๆนางเริ่มนึกได้ว่าเมื่อ 2 ปีก่อนมีเด็กสาวคนหนึ่งช่วยชีวิตขององค์ชายไว้ ตอนนั้นหยางลี่จูได้แค่ถามชื่อของเด็กน้อยนางไม่รู้จักแซ่ของเด็กน้อยด้วยซ้ำ