บทที่ 6 รางวัลอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความชั่วร้ายอันใหญ่ยิ่ง
ด้านหน้าของร้านขายลอตเตอรี่อู๋ตี้หยิบหน้ากากขึ้นมาและสวมมันเข้าไปที่หน้า
นั่นก็เพราะว่าข่าวเื่คน 2 คนถูกลอตเตอรี่10 ล้านหยวนจากเขตนี้ มันทำให้คนละแวกนี้ตื่นตัวและวนเวียนอยู่แถวนี้มากขึ้น ดังนั้นแล้วเขาต้องระวังตัวไว้
เมื่อเข้าไปภายในร้านขายลอตเตอรี่แล้ว เขาก็ตรงไปยังสำนักงานขึ้นรางวัล และเข้าหาพนักงานต้อนรับทันที ดังนั้นแล้วใครก็ตามที่มาขึ้นเงินรางวัล ก็จะไม่สามารถถูกคนอื่นรับรู้ได้ว่า คนคนนี้ได้รางวัลที่ 1 หรือที่ 2 แต่อย่างใด ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยไม่ให้ผู้ได้รางวัลที่ 1 ต้องตกเป็เป้าสายตาของคนอื่นๆที่ซึ่งหมายปองรางวัลนี้อยู่เช่นกัน
กระบวนการขึ้นเงินนั้นลื่นไหลและง่ายกว่าที่อู๋ตี้คิดไว้ หลังจากที่ตรวจสอบแล้วว่าลอตเตอรี่ใบนั้นมันถูกต้องและไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เช็คก็ถูกตีพิมพ์ออกมา
นอกจากนั้น อู๋ตี้ยังยื่นโน๊ตที่ลงพนันเพิ่มกับลอตเตอรี่จัมโบ้ให้อีกด้วย ซึ่งแต่เดิมรางวัลที่ 1 นั้นก็มีมูลค่าถึง 10 ล้านหยวนแล้ว รวมเข้ากับเงินรางวัลจากการชนะพนันอีก 8 ล้านหยวน ทำให้ตอนนี้เขามีเงินรางวัลที่จะได้ในครั้งนี้สะสมถึง 18 ล้านหยวนแล้ว!
อย่างไรก็ตาม 18 ล้านหยวนนี่ไม่ใช่สิ่งที่อู๋ตี้จะได้ไปทั้งหมด เพราะ 20% จากเงินก้อนนี้จะถูกหักเป็ภาษีออกไป หรือถ้าพูดง่ายๆก็คือ ทางกองสลากนี้จะหักเงินเราไป 3.6 ล้านหยวนในทันที ทำให้เขาจะเหลือเพียง 14.4 ล้านหยวนเท่านั้น
เมื่อเขาได้ยินว่า เขาจำเป็ต้องหัก 3.6 ล้านหยวนให้แก่กองสลาก ในใจเขาก็รู้สึกได้ถึงความเ็ปในทันที
ปล่อย 3.6 ล้านนั่นไป แต่ถึงยังไงซะเขาก็ไม่ได้เห็นก้อนนั้นั้แ่แรกอยู่แล้ว แต่ยังไงซะต่อให้รู้อย่างนี้แล้วเขาก็ยังรู้สึกปวดหัวใจอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาได้เช็คมาแล้ว เขาก็มองไปยังตัวเลข 14.4 ล้านที่อยู่้าสุดของเช็คในทันที เลข 0 จำนวนมหาศาลเช่นนี้ทำเอาเขารู้สึกพอใจไม่น้อยเลย และนั่นมันก็ทำให้เขารู้สึกโล่งใจมากขึ้น
เงิน 10 ล้านหยวนนี้เขาได้มาเพราะโชคช่วย โชคที่เขาได้มา ดังนั้นแล้วเขาไม่รู้เลยว่าเขายังต้องจ่ายเงินอีกนับล้านให้แก่รางวัลในครั้งนี้อีก
ทางฝั่งของพนักงานนั้นแนะนำให้เขายอมรับการสัมภาษณ์ของนักข่าวและช่วยบริจาคเพื่อส่งเสริมสวัสดิการสาธารณะ เพราะจุดประสงค์ดั้งเดิมของลอตเตอรี่นี่ ก็คือการทำเพื่อการกุศลอยู่แล้ว
อู๋ตี้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจบริจาคไป 400,000 หยวน ซึ่งเขามองว่าเงินก้อนนี้ก็เพื่อการกุศล และเขาเองก็เลือกที่จะปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ในทันที ตอนนี้เขาแค่้าไปแลกเงินมาเพื่อที่จะส่งกลับไปให้ครอบครัวของเขาที่บ้านเกิดบ้างบางส่วน เพื่อพวกเขาจะได้ไม่ต้องทำงานหนักแบบนี้อีก
พนักงานกองสลากนั้นช่วยเขาไปยังธนาคารฝั่งตรงข้ามเพื่อตีเช็คเป็เงินและเก็บเงินก้อนใหญ่ไว้ในบัญชีของเขา พร้อมๆกับช่วยแนะนำเขาจนกระทั่งเขาบริจาคเสร็จ
อู๋ตี้ลูบบัตร ATM ของตนอย่างมีความสุข และหลังจากบริจาค 400,000 หยวนเรียบร้อยแล้ว เขาก็ออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
เมื่อออกมาจากกองสลาก เขาก็เดินไปอีก 1 ซอยจากนั้นก็หยุดและถอดหน้ากากออก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะเรียกรถออนไลน์ใหม่อีก 1 คัน
*ปิ๊นๆ!*
ในขณะนั้นเอง เสียงแตรรถก็ดังขึ้นมาจากรถคันหนึ่ง และเมื่อเขาหันไปมองก็พบว่ารถคันนั้นคือรถที่มาส่งเขาที่นี่ก่อนหน้านี้ ซึ่งตอนนี้เขากำลังจอดรถอยู่ข้างๆเขาแล้ว
หน้าต่างนั้นถูกลดลงเผยให้เห็นใบหน้าเป็มิตรของคนขับรถที่อยู่ด้านใน
“โอ้ พ่อหนุ่มจริงๆด้วย บังเอิญจังเลยนะ ฉันเจอนายอีกครั้งแล้ว นี่นาย มารอแท็กซี่เหรอ? ไม่ต้องเรียกรถออนไลน์ก็ได้ มาๆ เดี๋ยวคิดราคาถูกๆให้เลย หรือว่านายเองจะกดเรียกฉันจากแอพนั่นก็ได้ เพราะเดี๋ยวพอฉันลดให้ นายก็จะจ่ายน้อยลง ส่วนฉันก็จะได้เงินเพิ่มขึ้นจากแอพ”
อู๋ตี้ลังเลอยู่นิดหน่อยและเขาก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่แปลกไป
นั่นเพราะว่าตอนนี้เขามีเงินกว่า 10 ล้านอยู่กับตัว ดังนั้นแล้วเขาต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
“ไม่ละกันครับ ผมยังต้องไปทำธุระใกล้ๆแถวนี้ก่อน ถ้ายังไงลุงก็ไปรับคนอื่นได้เลย ไม่ต้องห่วงผม”
เขาตอบปฏิเสธไปพร้อมรอยยิ้ม และทันใดนั้น ชายร่างสูง 2 คนก็เดินเข้ามาจากด้านหลัง คนหนึ่งประกบหน้า และอีกคนหนึ่งประกบหลับจนเขาเหมือนเป็ไส้แซนด์วิชที่อยู่ตรงกลาง
อู๋ตี้รู้สึกได้ถึงอะไรเย็นๆที่หลัง และเขาค่อนข้างมั่นใจว่ามันคือ มีด!
เสียงที่ทุ้มต่ำนั้นข่มขู่เขาที่ข้างๆหู “เข้าไปในรถเร็วๆ แล้วก็อย่าเื่มาก ไม่งั้นฉันจะฆ่าแกซะ!”
อู๋ตี้ขนลุกไปทั้งตัวพร้อมๆกับหัวใจที่เต้นรัวเหมือนจะะเิ
เสร็จกัน! เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะโดนลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่เข้าจริงๆ!
เมื่อมองไปยังคนขับรถ ในครั้งนี้เขาไม่ได้มีรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าแล้ว แต่เป็รอยยิ้มที่กำลังเยาะเย้ยเขาแบบสุดๆ
ปลายมีดนั้นจ่ออยู่ที่เอวของเขาด้านหลัง และนั่นทำให้อู๋ตี้ไม่กล้าที่จะขัดขืน
คนหนึ่งเดินนำเข้าไปเพื่อเปิดประตูรถ จากนั้นชายอีกคนก็ดันตัวอู๋ตี้เข้าไปภายในรถด้วยมีด
เมื่อทั้ง 3 เข้ามาในรถหมดแล้ว คนขับก็บรรจงเหยียบคันเร่ง และทันใดนั้นรถทั้งคันก็วิ่งออกไปในทันที
ตลอดทาง อู๋ตี้นั้นโดนมัดมือมัดเท้าไว้ขณะที่อีก 3 คนที่เหลือไม่ได้พูดอะไรเลย
เห็นดังนั้นเขาเองก็ไม่กล้าที่จะพูด เขาทำได้เพียงมองออกไปนอกหน้าต่างที่ยังคงมองเห็นตึกสูงได้อยู่ทั้งสองฝั่งทางซึ่งกำลังถอยร่นไปด้านหลังเรื่อยๆด้วยความเร็วรถที่เพิ่มมากขึ้น เขาไม่รู้เลยว่ารถคันนี้จะพาเข้าไปที่ไหน
ในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ สมองของเขานั้นก็เริ่มคิดนู่นคิดนี่ขึ้นมาอย่างรวดเร็วในทันที ทั้งนี้ก็เพื่อหาโอกาสและทางหนีสำหรับสถานการณ์อย่างนี้ให้ได้
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ตึกสูงที่ตระหง่านที่สองฝั่งทางเริ่มที่จะหายไปเรื่อยๆ ดูเหมือนว่ารถคันนี้จะเข้าสู่ย่านชานเมืองแล้ว
อู่ตี้นั้นมั่นใจเลยว่าคนเหล่านี้รู้เื่ที่เขาถูกรางวัลแล้ว และพวกเขา้าที่ที่จะไม่มีใครรบกวนเพื่อที่จะตะครุบเอาเงินก้อนใหญ่ของเขาไปแน่ๆ
ความเร่าร้อนของเงิน 10 ล้านหยวนนั้น มีมากพอที่จะทำให้คนขาดสติและกล้าที่จะกระทำความผิดโดยไม่สนใจกฎหมายบ้านเมืองใดๆทั้งสิ้น
ไม่นานนัก รถที่เขานั่งมาก็จอดข้างๆป่าเล็กๆที่อยู่ในชานเมือง ที่นี่มันเงียบมากๆและไม่มีใครเดินผ่านมาเลย
อู๋ตี้ถูกพาตัวออกมาจากรถพร้อมทั้งโดนค้นทั้งกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์
“เห้ย ไอ้หนู ถ้าแกรู้ตัวว่ากำลังจะโดนอะไรล่ะก็ แกควรบอกรหัสของบัตร ATM มาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นล่ะก็ แกได้เจ็บตัวแน่!”
ในตอนนั้น คนขับก็ลงจากรถมาพร้อมกับเครื่องรูดบัตรเงินสดแล้วหลังจากที่เขานั่งมองอยู่เนิ่นนาน
ข่าวเื่ที่ว่ามีคนถูกรางวัลที่เขตนี้ติดต่อกันถึง 2 งวดนั้นดูจะเป็สิ่งที่กระตุ้นให้คนมารวมตัวกันที่กองสลากจริงๆ ซึ่งนอกจากมันจะนำพาความอิจฉามาแล้ว มันยังนำพาปีศาจในคราบมนุษย์มายังที่แห่งนี้ด้วย
ทั้ง 3 คนนี้เป็อันธพาลชื่อดังในเขตข้างเคียงของที่นี่ คนขับนั้น ด้วยหน้าตาที่เป็มิตรและท่าทีที่น่านับถือ เขาใช้มันเพื่อที่จะหลอกล่อลูกค้ารวยๆและร่วมมือกับทั้งสองคนนี้เพื่อปล้นและฆ่าคนเ่าั้ซะ
ดังนั้นคงจะบอกได้ว่า คนพวกนี้ทำเื่ผิดกฎหมายจนกลายเป็นิสัยไปแล้ว และทุกๆครั้งมันก็ทำให้เขาได้เงินไปกว่า 8000 หยวนเลยด้วย
อย่างไรก็ตาม ั้แ่ข่าวเื่คนที่ถูกลอตเตอรี่จากเขตนี้มีติดต่อกันถึง 2 งวดแพร่สะพัดออกไปยังเมืองข้างๆ พวกเขาก็อิจฉาตาร้อนขึ้นมาทันที
เื่นี้นับเป็เื่ใหญ่ นั่นเพราะว่าเงินขนาดนี้มันมากพอที่จะทำให้เขาไม่ต้องทำอะไรเลยไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่
เพราะอย่างงี้ เมื่อคืนพวกเขาจึงตัดสินใจจับ “แกะอ้วน” หรือก็คือผู้ที่ถูกรางวัลที่ 1 มาเพื่อฆ่าและชิงทรัพย์แบบในตอนนี้
พวกเขาแบ่งงานกันโดยให้ 2 คนคอยดูใครก็ตามที่เข้ามายังกองสลาก โดยมีจุดสังเกตคือ คนที่สวมหน้ากากหรือทำตัวน่าสงสัย ถ้าเจอคนแบบนี้ก็จะให้สังเกตการณ์ไว้ให้ดี
ส่วนผู้เป็คนขับก็จะคอยรับส่งคนที่ไปมาร์กจุดหมายเป็ใกล้ๆกับกองสลากด้วยเช่นกัน ถ้าหากเขาเจอใครน่าสงสัย เขาก็จะติดต่อให้ทั้ง 2 คนที่กองสลากคอยจับตาดูเพิ่ม
ั้แ่ที่อู๋ตี้ขึ้นรถเขาเพื่อไปขึ้นเงิน คนขับนั้นพยายามจะคุยเื่ผลลอตเตอรี่ล่าสุดกับเขา และเมื่อเห็นว่าเขานั้นเพียงแค่ยิ้มและไม่ได้ตอบอะไร เขาก็รู้สึกได้ถึงความประหลาด และได้จับตาดูอู๋ตี้เอาไว้
เขาเริ่มมั่นใจเมื่อเห็นว่่าอู่ตี้นั้นเดินเข้าไปในกองสลากผนวกกับเ้าหน้าที่ภายในนั้นพาเขาไปยังธนาคารที่อยู่ตรงข้าม
ตรงจุดนี้เขามั่นใจสุดๆเลยว่าอู๋ตี้และเ้าพนักงานนั้นเข้าไปในธนาคารเพื่อที่จะแลกเงินและโอนเงินเข้าไปในบัญชีของเขาแน่ๆ
เมื่อสรุปดังนั้นแล้ว พวกเขาก็รอเวลาและจังหวะที่จะได้เคลื่อนไหว ไม่มีการลังเลใดๆทั้งสิ้น เมื่อโอกาสมาพวกเขาก็เข้ามัดตัวอู๋ตี้และรีบพาตัวอู๋ตี้มายังที่รกร้างป่าดงพงไพรเช่นนี้อย่างรวดเร็ว
“บอส เครื่องรูดบัตรเงินสดพร้อมใช้งานแล้ว เราสามารถดูดเงินได้ทุกเมื่อเลย”
1 ในชายหัวล้านเดินมาด้านหน้าและคุยกับผู้เป็คนขับรถ
“ดีมาก นี่ไอ้หนู ฉันจะแนะนำอะไรแกอย่างนะ แกน่ะ ควรเชื่อฟังพวกฉัน ไม่งั้นแล้วล่ะก็ มีดสีขาวนี่อาจจะกลายเป็สีแดงหลังจากฉันจิ้มพุงแกไปก็ได้!”
ชายคนขับรถคือมีดไว้ในมือ แสงที่ตกกระทบบนคมมีดนั้นเคลื่อนไปตามแนวสันและเผยให้เห็นใบหน้าของอู๋ตี้สะท้อนอยู่บนนั้น
ในตอนนั้นมือของอู๋ตี้รวมถึงขาด้วยถูกมัดไว้แน่น ราวกับแกะที่พร้อมจะถูกเชือดแล้ว มันทำให้เขาไม่สามารถวิ่งหรือหนีได้เลย
ดูเหมือนว่ามันจะเหลืออยู่ทางเดียวเท่านั้นที่จะช่วยเขาได้ ความหวังทั้งหมดของเขา ขึ้นอยู่กับโอกาสสุดท้ายนี้แล้ว
เขากระซิบขึ้นในใจ : ยาอายุวัฒนะ!
และทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างไซส์เมล็ดถั่ว ปรากฏขึ้นมาในมือของเขา และเมื่อเขาแบมือออกมานิดๆ เขาก็เห็นสิ่งที่อยู่ในนั้น สิ่งเล็กๆเท่าเมล็ดถั่วที่มีสีแดงเหมือนเื ราวกับมันคือเือัดเม็ดอย่างงั้นแหละ
“บอส ดูเหมือนว่าไอ้เ้านี่จะไม่ยอมบอกเราง่ายๆนะครับ”
มองไปยังอู๋ตี้ที่ยังคงเงียบ ชายอีกคนก็เริ่มโกรธและเดินเข้าไปยังเขาก่อนจะง้างเท้าเตะไปที่พุงอ้วนๆของอู๋ตี้ทันที
“ไอ้โง่! ถ้าไม่สั่งสอนบทเรียนให้แกซะบ้าง ดูเหมือนว่าแกเองก็จะไม่กลัวลูกน้องของฉันเลยสินะ! บอกรหัสมา!”
อู๋ตี้นั้นโดนเตะเข้าไปจังๆที่ท้อง เขาล้มลงไปกับพื้นด้วยความเ็ป บนใบหน้าเขาในตอนนี้นั้นมีเหงื่อเต็มไปหมด
แต่ตัวเขาเองก็ใช้โอกาสนี้ให้เป็ประโยชน์ อู่ตี้ยกมือที่ถูกมัดไว้นี้ขึ้นมาที่ปาก และเขาก็ยัดยาเม็ดนั้นเข้าไปในปากทันที
คนขับนี่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของคนพวกนี้ เขามองอย่างเยือกเย็นลงมายังอู๋ตี้ผู้ที่เพิ่งจะถูกเตะจนล้มไปกับพื้น จากนั้นเขาก็ค่อยๆยิ้มออกมา
“พวกแก ดูไอ้อ้วนนี่สิ ในเมื่อยื่นข้อเสนอแบบไม่เจ็บตัวให้แล้วแต่แกไม่เลือก เพราะงั้นฉันคงจะต้องบีบบังคับใช้ข้อเสนอแบบเจ็บตัวให้แกซะแล้วสิ บางทีแกอาจจะได้เข้าใจสักทีว่าสังคมน่ะ มันไม่เหมือนกับเพื่อนทะเลาะกันในโรงเรียนหรอกนะ!”
“เดี๋ยวจัดให้เลย!”
ชายหัวล้านตื่นเต้นสุดๆ เขารับมีดมาและเดินเข้าไปยังอู๋ตี้ผู้ที่ซึ่งนอนอยู่กับพื้น
“ไอ้หนู อย่ามาโทษบอสของฉันว่าไม่ยอมให้โอกาสแกละกัน ถ้าแกไม่ยอมพูดรหัสมาใน 1 นาทีล่ะก็ ฉันจะจิ้มแกให้มีรูระบายเืเลย! เอาไง จะยอมพูดหรือจะคิดถึงพ่อแก้วแม่แก้วของแกขณะที่ฉันกำลังจ้วงแกให้ขึ้น์? ฮ่าๆๆๆ”
มีดนั้นถูกยกขึ้นก่อนที่ปลายมีดของมันจะชี้ลงมาพร้อมๆกับแทงเข้ามาอย่างรุนแรง