38 2-2
ตอนที่62 พิษในกายท่านแม่(2)
หลังดื่มน้ำแกงจนหมดชามฮูหยินหลี่ก็วางชามที่ยามนี้ว่างเปล่าไม่เหลือแม้นสักหยดลงบนโต๊ะข้างเตียงส่งยิ้มให้เซียถงพร้อมกล่าวว่า
“น้ำแกงเห็ดหลินจือมรกตรสชาติอร่อยจริงเชียว…”
แต่จู่ๆรอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็พลันอ่อนจางลงในทันใดยกมือข้างหนึ่งกุมหน้าท้องด้วยความเจ็บปวดร่างส่วนบนเอียงเอ็นแทบล้มคะมำลงจากเตียงสีหน้าทุกข์ทรมานสาหัสราวกับปวดท้องจนหายใจแทบไม่ออกแล้ว
“ท่านแม่!ท่านเป็นอะไรไป?”
เซียถงรีบตรงเข้าไปประคองร่างของนางขึ้นมา
“ข้า ปวดท้องปวดมากเลย!!”
ฮูหยินหลี่นอนขดตัวกลมอยู่ในอ้อมแขนของเซียถงกรีดร้องโอดครวญ สีหน้าซีดขาวราวกับกระดาษแผ่นบางริมฝีปากแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีม่วงอมดำคล้ำในพริบตา
นี่มันยาพิษ!ท่านแม่ถูกวางยาพิษ! เพราะทันทีที่เห็นริมฝีปากของฮูหยินหลี่ที่แปรสภาพเปลี่ยนด้วยความเร็วที่มองเห็นจากตาเปล่าเซียถงก็สามารถสรุปได้ทันที ท่านแม่ของนางถูกวางยาพิษและพิษที่ว่าก็น่าจะมาจากน้ำแกงเห็ดหลินจือมรกต...
เซียถงได้ยินเสียงคร่ำครวญร้องระงมของฮูหยินหลี่ไม่เสื่อมคลายหันขวับสายสายตาใส่อาจูที่ยืนอยู่เคียงข้าง แก้วตาเสมือนว่ามีสายธารโลหิตรินไหลออกมารัศมีจิตสังหารอันไร้ขอบเขตแผ่ซ่าน กระจายเข้าห่อหุ้มร่างของอีกฝ่ายไว้ในทันที
“คุณหนูใหญ่!บ่าวไม่รู้เรื่องจริงๆเจ้าค่ะ!บ่าวไม่รู้เรื่องจริงๆ!! บ่าวเพียงนำเห็ดหลินจือมรกตที่อยู่ในกล่องออกมาเคี่ยวเป็นน้ำแกงทำตามคำสั่งที่คุณหนูใหญ่ให้ไว้ทุกประการ!”
อาจูรู้สึกทันทีว่ายามนี้ตนโดนใส่ความเข้าอย่างจัง จึงรีบทิ้งตัวคุกเข่าลงโขกศีรษะขอขมาต่อหน้าแทบเท้าของเซียถง
เซียถงยกสันมือขวาขึ้นมาระดมลมปราณหอบหนึ่งคลุมเคลือบบนฝ่ามือ และสับเข้าต้นคอของอาจูอย่างแรงจนสติล้มตึงไปกับพื้น
“เสี่ยวฮั่วเห็ดหลินจือมรกตหาใช่ว่ามีสรรพคุณล้างพิษร้อยพันชนิดหรอกรึ? แล้วท่านแม่ของข้าจะถูกวางยาพิษได้อย่างไร?มีวิธีขับพิษออกหรือไม่?”
ผิวพรรณของท่านแม่ยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวเขียวและม่วงอมดำตามลำดับ เซียถงขมวดคิ้วแน่น ใจหนึ่งรู้สึกวิตกสุดขีด กลัวว่าท่านแม่จะต้องมีจุดจบอันทรมานเช่นนี้มือไม้สั่นเทาเล็กน้อย พยายามคิดหาวิธีแก้ไข่โดยไว
“เห็ดหลินจือมีสรรพคุณล้างพิษร้อยพันชนิดได้คำกล่าวนี้นับว่าไม่เกินจริง แต่สิ่งที่ท่านแม่ของท่านพบเจอกลับเป็น เชื้อราม่วงเป็นพิษร้ายแรงมาก นายท่านลองไปนำกล่องเก็บเห็ดหลินจือมรกตเมื่อครู่มาตรวจสอบโดยละเอียดว่ามีเชื้อราม่วงที่ว่าอยู่หรือไม่?”
ร่างวิญญาณของเสี่ยวฮั่วลอยออกมาจากใจกลางหว่างคิ้วของนางแปรสภาพกลายเป็นมณีสีม่วงพราวประกายสว่าง พุ่งเข้าไปในร่างของฮูหยินหลี่หายวับไป
ไม่นานหลังจากนั้นอาการระสับระส่ายของฮูหยินหลี่ในอ้อมแขนของเซียถงก็เหมือนจะคลายอ่อนลงหนึ่งส่วนอาการเจ็บปวดก่อนหน้าเหมือนจะได้รับการบรรเทาลงแล้วนางยังคงจับจ้องดวงตาที่ปิดสนิทคู่นั้นของท่านแม่เอาไว้หัวใจบีบแน่นด้วยความวิตกกังวล
“นายท่านข้าช่วยระงับพิษในกายนางไว้ให้แล้ว โปรดอย่างได้กังวล เราพอซื้อเวลาได้อีกสักระยะ”
ทันใดนั้น ก็มีสุ้มเสียงหนึ่งของฮั่วหยางดังขึ้นในห้วงความคิดของนาง
พอได้ฟังเช่นนั้นหัวใจเซียถงก็คลายอ่อน ลดความวิตกลงเล็กน้อยและจู่ๆนางก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความประหลาดใจว่า
“เจ้าสามารถสื่อสารกับข้าได้ด้วย ทั้งที่มิได้อยู่ในห้วงจิตสำนักของข้า?”
“เพราะท่านเป็นเจ้านายของข้าตราบเท่าที่ระหว่างข้ากับท่านไม่ได้อยู่ห่างไกลจนเกินไปข้าย่อมสามารถสื่อจิตถึงท่านได้ทุกเมื่อ”
เสี่ยวฮั่วกล่าว
“แล้วพิษในกายท่านแม่ข้าจะกำจัดทิ้งได้อย่างไร?”
เซียถงเอ่ยถามขึ้นสีหน้าเป็นกังวลยิ่งยวด
“พิษชนิดนี้เกรงว่าต้องใช้โอสถล้างพิษซึ่งเป็นโอสถปราณระดับสอง นายท่านต้องเร่งมือหน่อยเนื่องด้วยแม่ของท่านไม่มีลมปราณไหลเวียนข้าจึงระงับพิษมิให้ลุกลามได้เป็นเวลาหนึ่งชั่วยามเท่านั้นท่านต้องหาโอสถปราณระดับสองให้ได้ภายในหนึ่งชั่วยาม!”
เสี่ยวฮั่วกล่าว
เซียถงอุ้มร่างของท่านแม่นอนราบบนพื้นในทันใดหันกลับไปเปิดกล่องเก็บเห็ดหลินจือมรกตที่อยู่บนโต๊ะมาตรวจสอบดูโดยละเอียดหรี่สายตาเร่งมองอยู่สักครู่ใหญ่ รูม่านตาดำถึงกับตีบตันตะลึง ภายในตัวกล่องคล้ายว่าจะมีเศษของเหลวเหลียวหนืดขนาดเท่าเสี้ยวเล็บนิ้วก้อยติดอยู่ใต้มุมกล่องสีดำสนิทซึ่งเจ้าสิ่งนี้มีสีม่วงคล้ำ
ทั้งขนาดที่เล็กจิ๋วและสีที่ดูกลมกลืนกับตัวกล่องเป็นอย่างยิ่งจึงเป็นเรื่องยากหินที่จะสังเกตเห็น
ตั้งแต่รีบกล่องจากขันทีมาเซียถงเปิดออกมาตรวจสอบแค่เพียงครั้งเดียวซึ่งในครั้งนั้นก็ตรวจสอบแค่ตัวเห็ดหลินจือมรกตเท่านั้นก่อนจะส่งทั้งกล่องไปให้อาจูนำไปเคี่ยวต่อไป หากให้เซียถงสันนิษฐานเชื้อราม่วงดังกล่าวน่าจะถูกลอบใส่ไว้ในกล่องตั้งแต่ก่อนที่ขันทีจะเดินเข้าโถงพระคลังไปหยิบให้แล้ว
ทันใดนั้นเองใบหน้าของไป๋หลี่อวี๋อิงพลันโฉบแวบขึ้นมาในหัวของนางทันควันแต่ก่อนที่จะลงมือสอบสวนว่า ใครกันที่เป็นคนวางยาพิษ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการกำจัดพิษที่อยู่ในร่างกายของท่านแม่เสียก่อน
เซียถงเรียกอิ๋งเอ๋อร์ให้มาเฝ้าดูแลในเรือนฮูหยินหลี่แทนตนส่วนนางรีบหอบสินสอดทองหมั้นทั้งหมดในห้องเก็บของของท่านแม่ออกมารีบตรงไปที่ร้านขายโอสถเพียงแห่งเดียวของเมืองโดยไวกล่าวกันว่าที่มีเคยมีโอสถปราณระดับสองวางขายอยู่ แต่พอไปถามถึงเสมียนในร้านกลับสส่ายหัวซ้ำๆไปมา ตอบกลับมาแค่ว่า ร้านโอสถของพวกเขาไม่มีโอสถปราณระดับสองวางขายนานแล้ว
พอเห็นท่าทีกังวลใจของเซียถงเสมียนคนนั้นจึงอธิบายกับนางเพิ่มเติมว่า หากต้องการโอสถปราณระดับสองโดยด่วนแนะนำให้ไปขอจากองค์หญิงอวี๋อิงเป็นการส่วนตัวเพราะโอสถปราณระดับสองที่พวกเขาเคยนำมาวางขายโดยส่วนใหญ่ล้วนมาจากองค์หญิงอวี๋อิงทั้งสิ้น
ไป๋หลี่อวี๋อิง!
เซียถงคำรามเรียกชื่อนามนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าขบฟันกัดกรามดังกรอดอย่างลับๆภายในใจ เก้าในสิบส่วนนางมั่นใจแล้วว่าเป็นฝีมือของไป๋หลี่อวี๋อิงที่เป็นคนลอบใส่เชื้อราม่วงลงในกล่องบรรจุเห็ดหลินจือมรกต หลังจากถูกทำร้ายร่างกายวิ่งไปฟ้องต่อฝ่าบาทกลับไม่เป็นผล ด้วยความอาฆาตแค้นจัดก็เลยแอบใส่เชื้อราม่วงลงในกล่องบรรจุเห็ดหลินจือมรกตที่ถูกเก็บไว้ในโถงพระคลังก่อนที่ขันทีคนนั้นจะเข้าไปหยิบมาให้เซียถงอีกที
แผนการทั้งหมดมีจุดประสงค์ก็เพื่อจงใจวางยาพิษฆ่านาง!
เซียถงเก็บงำบัญชีแค้นนี้ทดไว้ในใจก่อนเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันคือ การเสาะหาโอสถปราณระดับสองอย่างไรก็ตาม...ภายใต้สถานการณ์เร่งด่วนปานนี้ มีเพียงไป๋หลี่อวี๋อิงเท่านั้นที่มีโอสถปราณระดับสองอยู่กับตัว และมั่นใจได้เลย หากเซียถงออกโรงไปขออีกฝ่ายมันไม่มีทางให้มาแน่นอน
ชั่วขณะต่อมาความคิดนับร้อยพันแผนการวิธีหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงความคิดของเซียถงนางยืนอยู่หน้าร้านขายโอสถ คระดมสมองครุ่นพินิจอย่างหนัก และในท้ายที่สุดนี้นางตัดสินใจที่จะเดินทางเข้าวังหลวงในตอนกลางดึกโดยลำพังเพื่อไปบีบบังคับให้ไป๋หลี่อวี๋อิงส่งมอบโอสถปราณระดับสองให้แต่โดยดีหลังวางแผนในหัวเสร็จสรรพ นางก็มุ่งหน้ากลับจวนเสนาบดี เปลี่ยนชุดเสื้อผ้า ย่างสามขุมตรงเข้าสู่วังหลวง