ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 57 ต้องการฆ่า

    บทที่ 57 ต้องการฆ่า


       “นอกจากแกแล้วยังมีคนในกลุ่มโจรภูเขาเขียวออกมาตามล่าพวกฉันอีกมั้ย?” นิวลินเก็บดาบเข้าฝักขณะเดินเข้าใกล้ร่างเดรก มันถามคำถามออกมา หลายวินาทีถัดมายังไม่มีเสียงตอบรับจากเดรก นิวลินขมวดคิ้ว มันรู้สึกไม่พอใจและพูดขู่เดรกแม้จะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายคงไม่มีทางตอบคำถามตนแน่ เดรกก็ไม่ต่างจากนิวลิน เดรกจงรักภักดีต่อหัวหน้ากลุ่มโจรภูเขาเขียวเหมือนกับที่นิวลินจงรักภักดีต่ออาร์ครีเวอร์


       “ฮ่าาๆๆๆ แกคิดว่าฉันโง่รึไง? ต่อให้แกจะทรมานฉันยังไงฉันก็จะไม่มีทางบอกข้อมูลกับแก ไอ้เร่รอน! ซักวันหนึ่งหัวหน้าของแกจะต้องโดนหัวหน้าของฉันตัดหัวอย่างแน่นอน ฮ่าาๆๆ” เดรกหัวเราะราวกับคนบ้า ความเร็วการฟื้นฟูของเดรกถือว่าเร็วมากในหมู่จุดสูงสุดนักรบแห่งท้องทะเล หลังจากผ่านมาเกือบหนึ่งนาทีเรี่ยวแรงของมันก็ฟื้นขึ้นมาเล็กน้อย เดรกใช้จังหวะที่นิวลินไม่ได้ระมัดระวังตัวโจมตีใส่อีกฝ่าย หมัดถูกชกออกไปโดนหน้านิวลิน เนื่องจากอยู่ใกล้กันมากนิวลินจึงไม่สามารถหลบพ้นแม้จะรู้ตัวว่าเดรกโจมตีมาก็ตาม โชคดีมาก ความรุนแรงหมัดเดรกนั้นตํ่าสุดๆ เป็นเพราะเดรกยังฟื้นฟูเรี่ยวแรงไม่เต็มที่ หากเป็นตอนที่เดรกมีเรี่ยวแรงจำนวนมากมันต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างไม่ต้องสงสัย


       เสียงดัง ปึก! ใบหน้านิวลินปรากฏบาดแผลเล็กน้อย มันส่งสายตาดูถูกไปทางเดรก ฉับพลันมันเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว ดาบถูกดึงออกจากฝัก ใบดาบแหวกอากาศตัดศีรษะเดรกจนขาด ศีรษะเดรกลอยขึ้นไปบนอากาศ ในเวลาเดียวกันเลือดก็พุ่งกระฉูดออกจากร่างกายเดรกก่อนร่างนั้นจะล้มลงกับพื้น ขณะนั้นศีรษะเดรกก็ตกลงมาเช่นกัน


       “หึ! หัวหน้าของฉันต่างหากที่จะสังหารหัวหน้าของแก” นิวลินมองร่างไร้หัวของเดรก มันส่งเสียงเย็นชาออกมาก่อนหันไปกล่าวกับพวกลูกน้องของมันและสายฝนว่าเดรกถูกฆ่าตายเรียบร้อยแล้ว นิวลินสำรวจหาสิ่งของจากตัวเดรก มันพบสิ่งของดีๆหลายชิ้น เมื่อสำรวจเสร็จนิวลินก็นั่งพักฟื้นฟูเรี่ยวแรงกับพลังที่หายไป การต่อสู้เมื่อครู่แม้เรี่ยวแรงกับพลังของนิวลินจะยังคงหลงเหลืออยู่ทว่าก็หลงเหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น นิวลินไม่ต้องการเสี่ยง มันรีบเร่งฟื้นฟูตนเองให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะถ้านิวลินเจอเข้ากับจุดสูงสุดนักรบแห่งท้องทะเลเวลานี้มันคงไม่สามารถสู้กับอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน ช่วงที่นิวลินนั่งฟื้นฟู บาดแผลบนหน้ามันก็ค่อยๆหายไป


       “ท่านนิวลิน ตอนสุดท้ายของการต่อสู้ท่านใช้อะไรกันถึงสามารถชนะชายคนนั้นได้?” หนึ่งในลูกน้องนิวลินถาม หลังได้ยินสิ่งที่ลูกน้องคนหนึ่งของนิวลินถาม คนอื่นๆต่างก็มองไปยังนิวลินพร้อมกันกระทั่งสายฝนเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แววตาสายฝนฉายความสงสัยและความอิจฉาออกมาโดยไม่ปิดบัง แน่นอนว่านิวลินสังเกตเห็นแววตาของสายฝนทว่ามันก็ไม่ได้สนใจมากนัก การอิจฉามันเป็นเรื่องธรรมดา ขอแค่สายฝนไม่ได้โจมตีมันนิวลินก็ไม่คิดจะฆ่าสายฝน เพราะยังไงอีกฝ่ายก็เป็นคนของกลุ่มโจรภูเขาวายุศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกับมัน แล้วนิวลินก็มีอีกเหตุผลหนึ่ง


       “ฉันก็แค่ใช้หนึ่งในเทคนิคทั้งหมดที่มีอยู่ในวิชาดาบของฉันก็เท่านั้น เทคนิคนี้ไม่ได้เพิ่มความแข็งแกร่งของฉัน มันเป็นเพียงเทคนิดธรรมดาที่ทำให้ฉันป้องกันแบบฉับพลันได้เท่านั้น ในตอนที่ป้องกันฉันได้ใช้พลังทั้งหมดที่มี เป็นเพราะหอกทองคำของเจ้านั่นพลังลดลงมามากแล้วฉันจึงสามารถป้องกันมันได้” นิวลินกล่าวสบายๆ มีบางอย่างที่มันเก็บใว้ในใจคนเดียวไม่ได้บอกใคร แม้ภายนอกมันจะดูเหมือนสบายดีไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรทว่าจริงๆแล้วมันบาดเจ็บหนักมาก ไม่ได้บาดเจ็บภายนอกแต่บาดเจ็บภายใน ดังนั้นพวกลูกน้องนิวลินเลยไม่รู้ว่ามันบาดเจ็บหนัก คาดว่านอกจากจุดสูงสุดของนักรบแห่งท้องทะเลแล้วคงไม่มีใครสามารถมองอาการบาดเจ็บของนิวลินออก


       ในตอนป้องกันหอกทองคำนิวลินเองก็ไม่คิดว่าตัวมันจะรอดชีวิตมาได้ เวลานั้นมันมีโอกาสตายห้าส่วนสิบเลยทีเดียว แต่เพราะโชคช่วยหรืออะไรไม่รู้มันกลับรอดชีวิตมาได้หลังจากป้องกันหอกทองคำยักษ์ สาเหตุที่นิวลินไม่บอกลูกน้องมันก็เพราะมันกลัวว่าหากบอกไปแล้วอีกฝ่ายอาจฆ่ามันก็ได้ โจรก็ยังคงเป็นโจร ถ้ามันบอกลูกน้องทั้งสี่ของมันรับรองได้เลยว่าเพียงไม่นานตัวมันจะต้องถูกลูกน้องฆ่าตายและยึดสิ่งของทั้งหมดของมันไปอย่างแน่นอน นิวลินรู้ว่าฉีไม่มีทางทรยศมันแต่ก็แค่ฉีคนเดียว คนอื่นจะต้องทรยศมันแน่หลังรู้ว่ามันได้รับบาดเจ็บหนัก


       ‘เสแสร้ง’ สายฝนคิดในใจ มองไปยังนิวลินที่สภาพเหมือนเดิมทุกอย่าง ไร้บาดแผลใดๆ กระทั่งรอยขีดข่วนยังไม่มี ทว่าความรู้สึกสายฝนมันบอกว่าอีกฝ่ายกำลังเสแสร้งแกล้งทำ สายฝนเลือกเชื่อความรู้สึกตนเองร้อยเปอร์เซ็นต์ มีอยู่สองเหตุผลที่ว่าทำไมสายฝนถึงเลือกเชื่อความรู้สึกตนเองมากขนาดนั้น เหตุผลที่หนึ่งคือเขาเป็นหนึ่งในคนที่ชอบเสแสร้งเป็นประจำ เขามีพรสวรรค์ในเรื่องนี้ นิวลินถือว่าด้อยกว่าสายฝนมากในเรื่องการเสแสร้ง เขาเห็นจุดบกพร่องมากมายในการแสดงของนิวลิน จุดที่ทำให้สายฝนรู้ได้ทันทีเลยว่านิวลินกำลังเสแสร้งอยู่คือดวงตานิวลิน แม้จะเล็กน้อยแต่เขาก็สังเกตเห็นความกลัวอยู่ในแววตาอีกฝ่าย เหมือนกับอีกฝ่ายกำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น


       ด้วยพลังของจุดสูงสุดระดับหนึ่งนอกจากระดับสองหรือเหนือกว่านั้นยังมีสิ่งใดทำให้อีกฝ่ายกลัวได้อีก และถ้ามีระดับสองอยู่แถวนี้จริงนิวลินคงวิ่งหนีไปแล้ว มันคงไม่รอให้ถูกฆ่าหรอก หากจะกล่าวว่านิวลินไม่สามารถสัมผัสถึงระดับสองได้ก็น่าแปลก หลังตระหนักรู้ความสงบสายฝนก็ลองถามผู้ดูแล001ดู ผู้ดูแล001บอกกับสายฝนว่าถึงเขาจะยังไม่กลายเป็นระดับหนึ่งแต่สัมผัสของเขานั้นสามารถสัมผัสตัวตนระดับสองได้อย่างง่ายๆ สัมผัสนิวลินแข็งแกร่งกว่าสัมผัสสายฝนมาก มันมากพอที่จะรับรู้ถึงระดับสองได้แม้จะไม่สามารถรับรู้ถึงระดับสามได้ก็ตาม!


       สาเหตุที่สองคือสายฝนได้ใช้สัมผัสตรวจสอบนิวลินดูแล้ว เขาพบว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บหนัก เป็นอาการบาดเจ็บภายในซึ่งหากไม่เป็นจุดสูงสุดระดับหนึ่งหรือระดับสูงกว่านั้นคงไม่มีใครรู้ว่านิวลินได้รับบาดเจ็บภายใน ทำไมสายฝนจึงกล้าทำแบบนั้น? ถ้าเป็นยามปกติเขาจะไม่มีทางใช้สัมผัสตรวจสอบนิวลินแน่ สัมผัสนิวลินแข็งแกร่งกว่าสายฝน หากเขาใช้สัมผัสตรวจสอบนิวลินมันจะต้องรู้ตัวว่าเขากำลังตรวจสอบมันอยู่อย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เวลานี้สัมผัสนิวลินอ่อนแอมาก สายฝนจึงใช้โอกาสที่นิวลินสัมผัสอ่อนแอตรวจสอบตัวมัน นิวลินไม่รู้ตัวเลยว่ามันถูกสายฝนจับได้แล้ว


       ‘พลังของมันตอนนี้ยังสู้ระดับหนึ่งไม่ได้เลย ถ้าฉันลอบสังหารมันฉันอาจจะฆ่ามันสำเร็จก็ได้’ เขาคิดอย่างตื่นเต้น จิตสังหารของสายฝนปรากฏขึ้นชั่วขณะจากนั้นมันก็หายไปอย่างรวดเร็ว สายฝนเหงื่อตก เกือบซวยแล้วมั้ยล่ะ? โชคดีที่เขาเก็บจิตสังหารทันก่อนที่พวกนิวลินจะรู้สึกไม่งั้นตัวเขาอาจซวยได้ วินาทีนี้สายฝนไม่รู้เลยว่าสาเหตุที่พวกนิวลินไม่รู้สึกถึงจิตสังหารเป็นเพราะหน้ากากปลอมแปลงซึ่งเขาสวมใส่อยู่ หน้ากากปลอมแปลงนอกจากจะสามารถเปลี่ยนกลิ่นอายและรูปร่างหน้าตาแล้วมันยังสามารถปกปิดจิตสังหารได้อีกด้วย


    ---


    จบบทที่ 57 ต้องการฆ่า


    คล้ายกับเรื่องประตูเส้นทางโบราณ ที่คุณอ่าน