ตอนที่ 18 ตกปลากลางดึก
ขณะคุยกันอยู่นั้น ทั้งสองก็มาถึงแม่น้ำที่กัวเทียนพูดถึง
กัวเทียนเดินไปยังริมแม่น้ำ นำถั่วลิสงลงไปแกว่งในน้ำอยู่หลายรอบ ไม่นานก็ล้างดินที่ติดอยู่บนถั่วออกหมด
แม้จะมีเศษดินติดอยู่บ้าง แต่กัวเทียนก็ไม่ได้สนใจ
เขานั่งขัดสมาธิข้างแม่น้ำ เด็ดถั่วลิสงออกมาหนึ่งฝักแล้วบิมัน จากนั้นยื่นให้กับมู่เจ๋ออวี่ เอ่ยว่า “ลองชิมดูสิ”
มู่เจ๋ออวี่เองก็นั่งลง แม้จะแปลกใจ แต่ก็ยื่นมือไปรับถั่วมา จากนั้นแกะเมล็ดด้านในแล้วเอาเข้าปาก
พอได้กิน มู่เจ๋ออวี่ก็เลิกคิ้วน้อยๆ กล่าวว่า “ที่แท้รสชาติของถั่วลิสงที่เพิ่งถอนขึ้นมาเป็แบบนี้นี่เอง ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย นึกว่าถั่วลิสงมันแห้งมาั้แ่ทีแรกแล้วซะอีก”
กัวเทียนยิ้มบางพลางกล่าว “ก่อนกินผมก็คิดเหมือนกับคุณนั่นแหละ”
ว่าแล้วก็คว้าก้านของต้นถั่วลิสงรวมกัน จากนั้นก็ออกแรงดึง แล้วถั่วลิสงก็หลุดออกมา
“ชอบก็กินเยอะๆ”
กินเสร็จหนึ่งฝัก มู่เจ๋ออวี่ก็หยิบถั่วที่กัวเทียนวางตรงหน้าเขาขึ้นมาอีกหนึ่งฝัก ออกแรงบีบ แต่ก็บีบไม่แตก ผนวกกับมือที่มีตุ่มน้ำพอง เขาจึงไม่ได้ออกแรงสักเท่าไร
“แกะยากจังแฮะ”
มู่เจ๋ออวี่ซ่อนมือที่ได้รับาเ็ไว้ไม่ให้กัวเทียนเห็น
“อืม ถ้าบีบไม่ออกก็กัดเอา ยังไงก็ล้างมาแล้ว”
กัวเทียนเสนอ เพราะปัญหาเื่แสง เขาจึงไม่ทันสังเกตว่ามือของมู่เจ๋ออวี่ได้รับาเ็
มู่เจ๋ออวี่เองก็ทำตามที่กัวเทียนบอก ใช้ฟันแกะออก แล้วแกะเอาเมล็ดเข้าปาก
“อร่อยจริงๆ”
“ที่จริงมีของอีกหลายอย่างที่เพิ่งเด็ดหรือเพิ่งเอาขึ้นจากดินแล้วมีรสชาติที่สุดยอดมาก แต่หลายคนไม่มีโชคได้กินมัน คนที่ได้ลิ้มรสความอร่อยแบบนี้คงมีแค่เกษตรกรอย่างพวกเราเท่านั้นแหละ” กัวเทียนกินไปพลางพูดไปพลาง
“ได้ยินคุณพูดแบบนี้แล้ว เหมือนว่าการเป็เกษตรกรนี่ก็ดีเหมือนกันนะ” มู่เจ๋ออวี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
กัวเทียนเม้มปากแล้วกินต่อ
เขาไม่ได้เก็บมาเยอะ แค่สามนาทีทั้งสองก็กินถั่วลิสงหมดแล้ว
จากนั้นกัวเทียนก็ลุกขึ้นเอ่ยกับมู่เจ๋ออวี่ “สนใจตกปลาหน่อยไหม”
“เวลานี้น่ะเหรอ เดี๋ยวฟ้าก็มืดแล้ว จะตกยังไง” มู่เจ๋ออวี่อึ้ง
กัวเทียนหัวเราะก่อนตอบ “ตามผมมาสิ”
ดังนั้นทั้งสองจึงพากันเดินไปยังที่ที่หนึ่ง
คราวนี้เดินไปได้พักหนึ่งมู่เจ๋ออวี่ก็มองเห็นบ้านไม้
พอเดินมาถึงหน้าบ้านหลังนั้น กัวเทียนหยิบกุญแจออกมาเปิดประตู แล้วเดินเข้าไป กดลงไปบนผนังทีหนึ่ง บ้านไม้ก็ส่องสว่าง
มู่เจ๋ออวี่เดินเข้าไป แววตาฉายความทึ่ง “นี่ของคุณเหรอ”
กัวเทียนพยักหน้า เขาเปิดหน้าต่างออกแล้วเอ่ย
“ด้านหลังคือบ่อปลา เมื่อครึ่งปีก่อนปล่อยลูกปลาเอาไว้ ตอนนี้ปลาน่าจะโตกันแล้ว ตกได้พอดี”
“เข้าใจทำนี่” มู่เจ๋ออวี่กล่าวชม
ขณะนั้นเอง กัวเทียนยื่นเบ็ดตกปลาคันหนึ่งให้เขา ส่วนตัวเองก็หยิบมาอีกคัน
ทั้งสองเดินอ้อมไปด้านหลังบ้านไม้ ตรงนั้นมีทางเดินแคบๆ อยู่เส้นหนึ่งซึ่งนั่งตกปลาได้พอดี
“คุณคงมาที่นี่ทุกวันเพื่อผ่อนคลายจากการทำงานสินะ” มู่เจ๋ออวี่รับเหยื่อจากกัวเทียนพลางถาม
“อื้ม ผมเริ่มชอบตกปลาหลังมาที่นี่น่ะ”
กัวเทียนติดเหยื่อไว้ที่เบ็ด แล้วหย่อนเชือกลงไป
มู่เจ๋ออวี่เองก็หย่อนเชือกลงไปเช่นกัน เขาเอ่ย “บ้านคุณอยู่ที่ไหนเหรอ”
“เมือง A” กัวเทียนตอบตามตรง
“เมือง A เหรอ ผมก็ทำงานที่เมือง A เหมือนกันนะ งั้นคุณอยู่ในเมืองหรือตัวอำเภอล่ะ” มู่เจ๋ออวี่ตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นก็ถามต่อ
“ทำไม อยากไปนั่งบ้านผมเหรอ” กัวเทียนหันหน้ามาพูดกับเขา
“ก็แค่ถามดูน่ะ ไม่อยากบอกก็ไม่เป็ไรหรอก”
มู่เจ๋ออวี่ััได้ว่ากัวเทียนไม่อยากพูดเื่ในบ้านสักเท่าไร เขาจึงหยุดไว้แค่นี้ ไม่ได้ถามอะไรต่อ
ตกอยู่พักหนึ่ง ทั้งสองก็ได้สิ่งที่้า กัวเทียนได้ปลาใหญ่สองตัว ส่วนมู่เจ๋ออวี่ได้มากกว่าเขาหนึ่งตัว
กัวเทียนเอ่ย “คุณมาเลือกไปย่างสักตัวสิ ที่เหลือก็ปล่อยกลับไป”
“ย่างกินเหรอ ที่นี่น่ะนะ” มู่เจ๋ออวี่ถาม
กัวเทียนพยักหน้า มู่เจ๋ออวี่จึงหิ้วถังไม้ทั้งสองถังเข้ามาในบ้านไม้ ส่องไฟดู จากนั้นก็เลือกตัวที่ใหญ่ที่สุดมา กินกันสองคนต้องพอแน่นอน
กัวเทียนเห็นเขาเลือกเสร็จแล้ว จึงยกเอาอีกสี่ตัวไปปล่อยลงบ่อปลา
มู่เจ๋ออวี่สำรวจภายในบ้านไม้ครู่หนึ่ง ในบ้านไม้นอกจากเบ็ดตกปลาสองคัน ก็ยังมีชั้นวางเหล็กกับเตาอีกหนึ่งเตา เหมือนว่าจะเอาไว้ใช้ปิ้งย่าง
หมอนี่ช่างรู้จักผ่อนคลายเสียจริง
มู่เจ๋ออวี่ลากเตาออกมาแล้วเอาไปไว้นอกบ้าน เอาถ่านไม้ที่อยู่ในถังออกมาด้วย จากนั้นก็เอาถ่านไม้ในถังใส่ลงเตาปิ้งย่างทีละก้อน
ตอนที่กัวเทียนกลับมาก็ถือมีดมาด้วยหนึ่งเล่ม
เขานำปลาที่มู่เจ๋ออวี่เลือกไว้ออกไปทำความสะอาด เฉือนบนหลังปลาสองสามที จากนั้นเอาเข้าไปในบ้านไม้ หลังปรุงรสแล้วค่อยนำออกมา
มู่เจ๋ออวี่จุดถ่านด้านนอกไว้แล้ว ถ่านไม้ใต้ตะแกรงเหล็กค่อยๆ กลายเป็สีแดง
พอเห็นกัวเทียนออกมา เขาก็คว้าเหล็กเสียบปลาเอ่ยว่า “ผมย่างเอง”
เขาย่างเป็เพราะเมื่อก่อนมักถูกเชิญไปร่วมงานเลี้ยงกลางแจ้งอยู่บ่อยครั้ง
เพื่อหลบเลี่ยงการทำความรู้จักกับคนบางกลุ่ม เขามักหลบไปเฝ้าเตาปิ้งย่างอยู่ด้านข้าง คอยบริการย่างเนื้อให้คนอื่น
แม้จะร้อนมาก แต่ในเมื่อไม่ต้องเจอกับพวกหน้าเนื้อใจเสือ จึงคิดว่าไม่เลวเหมือนกัน