สำนักเทพเปย์ศิษย์

    สำนักเทพเปย์ศิษย์_70_เจ้านิกายมหาเสน่ห์, กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ยั่วยวนใจ!

    บทที่ 70 : เจ้านิกายมหาเสน่ห์, กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ยั่วยวนใจ!


    ตัดภาพมาทางด้านยอดเขาเทียมสวรรค์


    “หมายความว่าอย่างไร?”


    “เจ้านิกายผู้นี้เป็นเสมือนตัวแทนของเทพบุตรผู้หล่อเหลาไร้เทียมทาน จะกลายเป็นเจ้านิกายนิสัยเสียได้อย่างไร?”


    หลินเฟิงกำลังเฝ้าดูซวนหยวนชิงเทียนผ่านแผนที่ แอบอึ้งตะลึงในสิ่งที่ดังกล่าว


    “การที่ซวนหยวนชิงเทียนสร้างความโกลาหลครั้งใหญ่ขนาดนี้เพียงเพราะต้องการสร้าง [หุ่นเชิดอาคม] ให้กับข้าเนี่ยนะ!?”


    “จะบอกว่าคนที่หายหัววัน ๆ ไม่เห็นหน้า เพราะกำลังซุ่มศึกษา [แก่นดาบเฉียนคุน] เพื่อสร้าง [หุ่นเชิดอาคม] "


    หลินเฟิงบ่นอุบ


    ทว่าไม่นานนักสีหน้าของเขาก็ดูเปลี่ยนไป เขามองไปที่ซวนหยวนชิงเทียนผ่านแผนที่ด้วยท่าทางเขินอาย การแสดงออกของเขาก็แปลกขึ้น ปากยกขึ้นเล็กน้อยก่อนกล่าวขึ้นว่า "หรือว่า... ซวนหยวนชิงเทียนหลงใหลข้าผู้นี้∼?"


    "อะไรกันนี่"


    "หรือว่าตอนที่ข้าช่วยเหลือซวนหยวนชิงเทียนจากทัณฑ์สวรรค์ เราเผลอกอดนางโดยไม่ตั้งใจ นางคงไม่สนใจฟังคำอธิบายของเราแน่ ๆ เพียงแต่นางเคยคิดถึงความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของข้าบ้างหรือไม่?"


    "ไร้เหตุผลสิ้นดี คงไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกมั้ง..."


    หลินเฟิงเคยอยู่ในดาวเคราะห์สีคราม เขาจึงเคยพบเห็นตัวละครในทีวีมามากมาย


    เห็นได้ชัดว่าซวนหยวนชิงเทียนเป็นคนประเภทไม่กล้ากล่าวอะไร


    “ม่ายยยยนะ∼ นี่จะบอกว่าเจ้านิกายอย่างเรามีเสน่ห์เหลือล้นเกินไป จนทำให้จิตใจของซวนหยวนชิงเทียนสะท้านหวั่นไหว”


    “ไม่เป็นไร ๆ เราต้องใจเย็น ๆ ปล่อยตามน้ำไปก่อน การปฏิเสธความรักจากสตรีเหมือนนำหายนะมาสู่ตนเองและผู้คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อาจได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า"


    "ถ้านางเกิดโมโหขึ้นมา ภัยพิบัติหายนะคงได้เกิดกับผู้คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เป็นแน่"


    หลินเฟิงส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ แต่มุมปากกับยกขึ้นยิ้มเล็กยิ้มน้อยแสนภาคภูมิใจสุดจะพรรณนา


    ขณะหลินเฟิงกำลังจะปิดแผนที่ยอดเขาซวนหยวน


    "ติ๊ง! ระบบรับรู้ว่า [เก้ารูปแบบหายนะ] กระบวนท่าที่สองของเทพธิดาแห่งโชคชะตาได้รับการปลดผนึกแล้ว ระบบรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากจึงต้องการเสนอแพ็กเกจเสริมให้”


    "ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านได้รับดอกบัวศักดิ์สิทธิ์เก้าหยินหยางรุ่นอัปเกรด [ดอกบัวหยินหยางหายนะพิฆาตรากฐาน] "


    "ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีท่านได้รับ [โอสถหงส์มังกร] หนึ่งเม็ด"


    "ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีท่านได้รับเจตจำนงแรงกล้า [เคล็ดต้นแบบอหังการซวนหยวน] "


    "ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับ [ดินแดนพยุหะทองคำ] "


    " ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับ [พลังเทพเฉียนคุนฉบับปลดผนึก] "


    หลังจากหลินเฟิงได้ยินเสียง ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ของระบบดังขึ้นเขาก็แสดงท่าทางพึงพอใจเป็นอย่างมาก


    “จิ๊ ๆ ๆ ระบบใจป้ำจริง ๆ”


    เขารำพึงกับตนเอง


    ซวนหยวนชิงเทียนเพิ่งแสดง [สรรพชีวิตคืนอรุณ] ระบบก็นำเสนอแพ็กเกจสุดคุ้มมาให้ ช่างเป็นระบบที่มือเติบใจป้ำเสียจริง


    หลังจากนั้นหลินเฟิงนั่งคุกเข่า เปิดหน้าต่างระบบเริ่มค้นหาดูข้อมูล


    " [ดอกบัวหยินหยางหายนะพิฆาตรากฐาน] เป็นดอกบัวศักดิ์สิทธิ์เก้าหยินหยางรุ่นอัปเกรด หลังจากเทพธิดาแห่งโชคชะตาซวนหยวนชิงเทียนได้รับมัน ไม่เพียงจะเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ทั้งยังช่วยปรับปรุงรูปร่างเนื้อหนัง พรสวรรค์ความเข้าใจ, ปราณโลหิต, ประสาทสัมผัส, กระดูก รากฐาน ฯลฯ ทั้งหมดล้วนถูกยกระดับขึ้นถึงขีดสุด บรรลุถึงระดับคงกระพันไม่ดับสูญ นอกจากนี้ยังช่วยปลุก [ร่างกระบี่สุดยอดหายนะ] ที่หลับใหลอยู่ภายในร่างกายซวนหยวนชิงเทียน หากฝึกฝนร่วมกับ [พลังเทพเฉียนคุน] เมื่อถึงเวลาวิกฤตคับขันสามารถทำให้คนที่ตายไปแล้วฟื้นคืนชีพได้ บรรลุจิตผสานใจ "


    " [โอสถหงส์มังกร] เป็นโอสถระดับจักรพรรดิที่ช่วยฟื้นฟูและเพิ่มพูนพลังวิญญาณ หลังจากที่กินมันจะช่วยทำให้พลังวิญญาณทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดทันที ด้วยพลังของมังกรเก้าตัวกับหงส์เก้าตัว แต่ผู้ใช้จะต้องมีพลังบ่มเพาะไม่ต่ำกว่าระดับจักรพรรดิไม่เช่นนั้นร่างกายจะระเบิดแหลกสลายเพราะไม่อาจรับพลังที่ท่วมท้นได้ "


    [เคล็ดต้นแบบอหังการซวนหยวน] ด้วยอำนาจพลังของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน อหังการ, เฉียบคม หลังจากหลอมรวมกับกายาทองคำอันแสนแข็งแกร่งอหังการที่สุด ด้วยเจตจำนงที่แรงกล้าช่วยให้ยืนหยัดท้าทายสวรรค์ปฐพีได้อย่างภาคภูมิ


    " [ดินแดนพยุหะทองคำ] เป็นพิภพที่ประกอบด้วยอนุภาคพยุหะทองคำ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณพยุหะทองคำ ที่แกร่งกล้าสุดท่ามกลางสวรรค์ปฐพี ตราบใดที่ฝึกฝนบำเพ็ญในพิภพนั้น จะสามารถรวบรวมพลังวิญญาณซึ่งจำเป็นต่อการควบแน่นหลอมรวมเก้ารูปแบบหายนะ ช่วยให้ระเบิดพลังของกระบวนท่าได้ถึงขีดสุด ทั้งยังสามารถเปิดใช้งาน พลังเทพเฉียนคุนฉบับปลดผนึก เพื่อใช้ในการฝึกฝนได้อีกด้วย"


    " [พลังเทพเฉียนคุนฉบับปลดผนึก] เป็นฉบับลึกล้ำของ [พลังเทพเฉียนคุน] เคล็ดฝึกตนที่แข็งแกร่งสุดท่ามกลางสวรรค์และปฐพีนี้ ตราบใดที่ผู้ถือครองผ่านการทดสอบใน ดินแดนพยุหะทองคำ เส้นทางการฝึกตนที่แท้จริงก็จะเริ่มต้นขึ้น"


    …


    หลังจากอ่านข้อมูลเพิ่มเติมของระบบ มุมปากขอหลินเฟิงก็ยกยิ้มขึ้นเต็มไปด้วยความสุข


    ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นสิ่งที่ดีสำหรับหลินเฟิง เฉกเช่นดังฤดูแล้งที่ยาวนานทว่าหยาดพิรุณก็พร่างพรมลงมาทันเวลา


    อย่างที่รู้กันว่าพลังวิญญาณในห้วงสมุทรปราณของเขาอยู่ในระดับสิบขั้นวิญญาณฟูมฟักแล้ว ส่วนพื้นฐานฝึกตนของเขายังคงอยู่ในระดับแปดผันแปร


    แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกเศร้าเสียใจในเวลาเดียวกัน


    นอกจากศิษย์ฝึกหัด ศิษย์ฝ่ายนอก ศิษย์ฝ่ายใน และศิษย์ชั้นยอดแล้วไหนจะผู้อาวุโสประจำนิกาย ทั้งหมดล้วนมีขอบเขตการฝึกตนสูงกว่าเขาแทบทั้งสิ้น เขาเป็นถึงเจ้านิกายควรมีขอบเขตการฝึกตนที่สูงกว่าศิษย์ไม่ใช่หรือ?


    ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น [พลังเทพเฉียนคุนฉบับปลดผนึก] ควบคู่ไปกับ [โอสถหงส์มังกร] ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ในการที่จะทะลวงระดับแปดผันแปรขึ้นไป


    ดีไม่ดีอาจจะทะลวงไปถึงขั้นวิญญาณฟูมฟักเลยด้วยซ้ำ


    ต้องรู้ด้วยว่านี่คือพลังของเก้าหงส์เก้ามังกร!


    ยอดเยี่ยมที่สุด!


    นี่มันลาภก้อนใหญ่ชัด ๆ!


    ขณะหลินเฟิงกำลังจะเปิด [พลังเทพเฉียนคุนฉบับปลดผนึก] ฉับพลันก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงกดลงไปที่ [เคล็ดซวนหยวนอหังการ] ในพื้นที่คลังระบบ


    จู่ ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นในหัว จากนั้นทิวทัศน์ก็พร่ามัวแล้วเขาก็สัมผัสได้ว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนยอดเขาเทียมสวรรค์


    ข้าง ๆ เขาคือซวนหยวนชิงเทียน, หยู่เหวินเซิ่งซิน, ตู๋กู่ชิงหมิง, เย่จิงอวิ๋น, เย่เสวียน, ลี่เซิ่งหนาน, ทั่วป๋าคุน, เมิ่งเสี่ยวซิงและคนที่ไม่รู้จักบางคน


    บริเวณจัตุรัสด้านอารามเสวียนหวง ส่วนด้านล่างมีศิษย์ฝึกหัดของนิกายเทพกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วน


    ทุกคนดูเคร่งขรึม ในมือถือจับศาสตราวิเศษ ราวกับว่ากำลังตั้งหน้าตั้งตารอความน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจะมาเยือนนิกายเทพกระบี่


    ทันใดนั้น


    เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ชวนขนหัวลุกก็ดังขึ้นมาจากความว่างเปล่า


    ทันใดนั้นร่างร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวทำเอาขนหัวลุก บุคคลปริศนาผู้นี้สวมใส่อาภรณ์สีแดงสด ในมือถือดาบยาวสีแดงโลหิต ลอยคว้างอยู่กลางอากาศตรงเบื้องหน้าของทุกคน


    มิติรอบตัวเขากินรัศมีกว่าหนึ่งร้อยจั้ง ถูกทำลายด้วยพลังแรงกดดันเขาที่ปลดปล่อยออก


    หลินเฟิงมั่นใจว่าคนปริศนาสวมใส่อาภรณ์สีแดงผู้นี้ เป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดที่เขาเคยพบพาน


    “หลินเฟิงน้อย วันนี้ข้าจะมอบทางเลือกให้แก่เจ้า จงมอบซวนหยวนชิงเทียน, หยู่เหวินเซิ่งซิน และ ตู๋กู่ชิงหมิงภรรยาทั้งสามของเจ้าให้แก่ข้าแล้วก็ปลิดชีพฆ่าตัวตายไปเสีย บางทีข้าอาจจะยอมปล่อยให้ศิษย์ขยะอยู่ในนิกายเทพกระบี่ต่อไป”


    ร่างปริศนาสวมใส่เสื้อคลุมสีแดงกล่าวเย้ยหยัน


    "เสียสติไปแล้วรึ?"


    "นี่มันเรื่องบ้าเรื่องบ้าบออะไรกัน?"


    "ไม่ใช่ว่าข้ากำลังเตรียมตัวหลอมรวม [เคล็ดซวนหยวนอหังการ] ที่ห้องฝึกลับ?"


    "แล้วไอ้โง่ท่าทางน่ากลัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโผล่มาจากไหน?ข้าเคยไปทำอะไรให้มันตั้งแต่เมื่อไหร่?"


    "ไร้เหตุผลสิ้นดี!"


    ผ่านไปแค่เพียงชั่วขณะ คำถามมากมายก็วนเวียนอยู่ในหัวของเขา ยิ่งมีคำถามก็ยิ่งโมโหมากขึ้นเรื่อย ๆ


    “บังอาจยิ่งนัก!”


    “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”


    “กล้ามาดูหมิ่นนิกาย มันต้องตายสถานเดียว!”


    ก่อนหลินเฟิงจะทันได้กล่าวอะไรออกมา ศิษย์นับไม่ถ้วนในจัตุรัสต่างโห่ร้องออกมาอย่างโกรธเคือง ศิษย์สาวกทั้งหลายระดมใช้เคล็ดวิชาโจมตีเข้าใส่ชายปริศนาสวมชุดแดง


    “พวกมดปลวก”


    ชายปริศนาสวมชุดแดงกล่าวเย้ยหยัน เพียงโบกสะบัดมือคมดาบก็เฉือนตัดแหวกฝ่าอากาศ


    ยามนี้ทั้งผืนพิภพกลายเป็นโลหิต ผู้คนต่างรู้สึกเหมือนตนเองอยู่ในทะเลโลหิตเต็มไปด้วยซากศพ ภูตผีวิญญาณร้ายระเบิดออกมาราวกับสายอัสนีฟาดผ่า


    ตามมาด้วยประกายดาบสีแดงฉานยาวหลายหมื่นจั้งพุ่งดิ่งลงมาจากฟากฟ้า กลืนกินการโจมตีของศิษย์ทั้งหมดโดยตรง ทั่วทั้งจัตุรัสราวถูกปกคลุมไปด้วยทะเลโลหิต


    ในเวลาต่อมา…