รายละเอียดภารกิจที่ 1
ชื่อภารกิจ: รวบรวมต่อมพิษของ อสรพิษเหินเวหา
ระดับความยาก: B
เป้าหมาย:
• เก็บรวบรวม ต่อมพิษของอสรพิษเหิรเวหา ระดับจอมพล จำนวน 50 ชิ้น
คำอธิบาย:
อสรพิษเหิรเวหาเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์อสรพิษที่มีปีกลำแสงบางเฉียบ มักอาศัยอยู่บนหน้าผาสูง และในหุบเขาหมอกพิษ พวกมันมีพิษรุนแรงที่สามารถทะลวงการป้องกันของสัตว์อสูรได้แม้จะอยู่ในระดับจอมพล ต่อมพิษของมันเป็นวัตถุดิบสำคัญในการหลอมโอสถสายพิษขั้นสูง
พื้นที่ปฏิบัติการ: เขตหุบเขา หานหลัว ทางตอนเหนือของเทือกเขาฉู่หนาน
คำเตือน: อสรพิษเหิรเวหามักไม่อยู่ตัวเดียว พวกมันออกล่าเป็นฝูง และสามารถบินโฉบโจมตีได้รวดเร็วเกินกว่าตาเปล่าจะจับทัน
รายละเอียดภารกิจที่ 2
ชื่อภารกิจ: กำจัด คางคกหิมะ จอมพลขั้น 5
ระดับความยาก: B
เป้าหมาย:
• สังหาร คางคกหิมะ ระดับจอมพลขั้น 5 จำนวน 1 ตัว
คำอธิบาย:
คางคกหิมะเป็นสัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งที่มีร่างกายใหญ่โต มักซ่อนตัวอยู่ตามถ้ำที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งในพื้นที่หุบเขาหิมะ พลังของมันไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพ แต่ยังควบคุมหมอกน้ำแข็งที่กัดกร่อนพลังจิตและทำให้การเคลื่อนไหวช้าลงอีกด้วย มันมักออกมาก่อกวน ผู้ฝึกตนที่เข้าฝึกฝนแถวนั้นทำให้มีน้อยคนที่จะฝึกฝนแถวนั้นได้
พื้นที่ปฏิบัติการ: บริเวณถ้ำเยือกแข็งใจกลาง หุบเขาหานหลัว
คำเตือน: คางคกหิมะมักซ่อนตัวใต้ชั้นน้ำแข็งหนา มีความสามารถลวงตาและทำให้รู้สึกหลงทางในหมอกหนาวจัด
ชายชรากล่าวอย่างเคร่งขรึม
“เจ้าจะต้องจัดการสองภารกิจนี้ภายในเวลาไม่เกิน 10 วัน เพราะหมอกในหุบเขาหานหลัวจะเข้มข้นขึ้นทุกๆ 10 วัน หากพลาดช่วงนี้ พื้นที่ทั้งหมดจะถูกปิดด้วยหมอกน้ำแข็ง เจ้าจะเข้าไปไม่ได้อีกพักใหญ่เลย”
ท่ามกลางเสียงก้าวเท้าของเหล่านักล่าที่เดินเข้าออกไม่ขาดสาย ร่างของหลี่หยางก้าวออกไปจากห้องทำภารกิจ ชุดคลุมสีเข้มพลิ้วไหว เขาดูสงบนิ่ง แต่แววตาคมกริบเต็มไปด้วยจุดมุ่งหมาย
ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นเฉียงผ่านดวงตาข้างหนึ่งก็เดินเข้ามาหาชายชรา พร้อมขมวดคิ้วถามด้วยน้ำเสียงติดตำหนิ
ชายวัยกลางคน:
“เด็กเมื่อครู่…เป็นใครหรือท่านอาวุโส? ข้าพอจะรู้ว่าเขาเพิ่งสมัครเข้าพันธมิตรไม่นานนี้ แต่เหตุใดถึงให้เขารับภารกิจระดับ B ถึงสองงาน? ไม่ใช่ว่าเราห้ามศิษย์ใหม่ทำแบบนี้หรือ?”
ชายชราผู้ดูแลเงยหน้าขึ้นช้าๆ พร้อมยิ้มบางอย่างมีนัย เขาวางถ้วยชาลงเบาๆ บนโต๊ะไม้ แล้วเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงความลึกซึ้ง
ชายชรา:
“เจ้าเห็นเด็กคนนั้นยังอ่อนประสบการณ์งั้นหรือ? เขาน่ะ…ชื่อว่า หลี่หยาง เพิ่งเข้าร่วมพันธมิตรได้ไม่ถึงเดือนก็จริง แต่เจ้าอยากรู้ไหม ว่าภารกิจแรกที่เขารับคืออะไร?”
ชายวัยกลางคนเลิกคิ้ว
ชายวัยกลางคน:
“ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าเด็กหนุ่มหน้าใหม่กล้าไปรับภารกิจแบบไหน”
ชายชรา (ยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย):
“รังหมาป่าเกล็ดดำ ที่เชิงเขาฉู่หนาน”
ชายวัยกลางคนชะงัก สีหน้าท่าทางเปลี่ยนไปทันที
ชายวัยกลางคน:
“ท่านล้อข้าหรือ!? รังนั่นไม่มีใครในระดับนั้นกล้าแตะมาเกือบครึ่งปีแล้ว! เดิมมันมีจ่าฝูงระดับจอมพลขั้นหนึ่ง แต่ข่าวล่าสุดบอกว่าฝูงนั้นแข็งแกร่งขึ้นมาก—!”
ชายชรา (หัวเราะเบาๆ):
“ไม่ผิดเลย…เจ้าหนูหลี่หยางนั่นแหละที่ไปรับภารกิจนั้น — และกลับมา…พร้อมกับเขี้ยวของจ่าฝูงระดับจอมพลขั้น 4 รวมทั้งอีก 4 ตัวระดับขั้นหนึ่ง”
ชายวัยกลางคนเงียบไปอึดใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ชายวัยกลางคน:
“หมายความว่า…เขาฆ่าพวกมันทั้งหมดคนเดียว?”
ชายชรา (ยิ้มพลางกระซิบเบาๆ):
“แน่นอนว่า…อาจจะคนเดียวหรือไม่เขาก็มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง— แต่ฝีมือของเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เจ้ารู้ไหม เขาอยู่ในขั้น หลอมจิตวิญญาณขั้นห้า ทั้งที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบ”
ชายวัยกลางคน:
“…ไม่น่าแปลกใจที่ท่านถึงยอมแหกกฎ”
ชายชรา (พยักหน้าช้าๆ):
“เด็กคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา ภารกิจที่สองที่เขารับก็คือ… รวบรวมต่อมพิษของอสรพิษเหินเวหา 50 ชิ้น และ… สังหารคางคกหิมะระดับจอมพลขั้น 5 ทั้งสองอยู่ในหุบเขาหานหลัว — ไม่มีใครแตะต้องภารกิจนี้มานานแล้ว เพราะฝูงอสรพิษเพิ่มจำนวนเรื่อยๆ ส่วนคางคกหิมะ…มีข่าวลือว่าเริ่มควบคุมหมอกน้ำแข็งระดับสูงได้แล้ว”
ชายวัยกลางคนครางเบาๆ
ชายวัยกลางคน:
“หึ เด็กคนนี้…ไม่ธรรมดาจริงๆ ดูเหมือนพันธมิตรของเราจะได้เพชรเม็ดใหม่มาแล้วล่ะ”
ชายชรา (จิบชาอีกคำ):
“หากเขาไม่ตายเสียก่อน”
ชายชรา:
“เจ้า…ยังว่างอยู่ใช่หรือไม่?”
ชายวัยกลางคน (ขมวดคิ้ว):
“มีอะไรรึ ท่านอาวุโส?”
ชายชรา:
“ข้าจะให้ภารกิจเจ้าหนึ่งอย่าง เจ้าสนใจหรือไม่?”
ชายวัยกลางคน:
“ภารกิจลับ? ให้ข้าไปสังหารใครหรือ?”
ชายชรา (ยิ้มมุมปากเล็กน้อย):
“เปล่า…ภารกิจของเจ้าคือ ติดตามเด็กคนนั้น – หลี่หยาง”
ชายวัยกลางคน (เบิกตากว้าง):
“หา? ให้ข้าระดับสื่อวิญญาณไปแอบติดตามเด็กหนุ่มหลอมจิตขั้นห้าเนี่ยนะ!? ท่าน…เอาจริง?”
ชายชรา:
“ใช่ ข้าจะให้เจ้าคอย ‘แอบคุ้มกัน’ เขา ไม่จำเป็นต้องเข้าไปช่วย เว้นเสียแต่ถึงขั้นที่ชีวิตเขากำลังจะสูญสิ้น”
ชายวัยกลางคนถอนหายใจ แล้วถามเสียงต่ำ
ชายวัยกลางคน:
“ดูเหมือนท่านจะให้ความสนใจเด็กคนนี้ไม่น้อยเลยนะท่านอาวุโส”
ชายชรา (มองออกไปนอกหน้าต่าง):
“เด็กคนนั้น…ไม่ใช่คนธรรมดา ข้ามีลางสังหรณ์ว่าเขาจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกยุทธภพใบนี้…ไม่ว่าเขาจะมีเป้าหมายใด ข้าไม่ต้องการให้ถูกสังหารก่อนเวลาอันควร”
ชายวัยกลางคน:
“แล้วท่านแน่ใจหรือว่าเด็กนั่นจะไม่รู้ตัว? ระดับหลอมจิตวิญญาณขั้นห้าใช่ว่าจะอ่อนหัดเรื่องสัมผัส”
ชายชรา (หัวเราะเบาๆ):
“หากเจ้าไม่สามารถซ่อนตัวจากเขาได้ เจ้าไม่เหมาะจะรับภารกิจนี้ตั้งแต่แรก ข้าคงไม่เลือกเจ้าหรอก”
ชายวัยกลางคน (ถอนหายใจยาว):
“เข้าใจแล้ว…นับจากนี้ข้าจะคอยตามดู หากเด็กนั่นถึงคราวคับขัน ข้าจะลงมือ…แค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
ชายชราพยักหน้าช้าๆ
ชายชรา:
“ขอบใจเจ้ามาก ซูเทียนหง”
ทั้งสองสบตากัน พลางเงียบงัน…ก่อนที่ฉากจะเปลี่ยนไปยังการเดินทางของหลี่หยางเข้าสู่ “หุบเขาหานหลัว” อันเยียบเย็นและเต็มไปด้วยอันตราย
ชายวัยกลางคนชื่อ ซูเทียนหง พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหายตัวไปในเงามืดเงียบๆ ราวกับไม่มีตัวตน
ยามค่ำคืนในโรงเตี๊ยมแถบชานเมืองชิงหยุน หลี่หยางนั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้หลังจากฟื้นฟูพลังด้วยเม็ดยาวิญญาณขั้นกลาง ในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของเขาและลมเย็นที่พัดลอดหน้าต่างเข้ามา
“ภารกิจต่อไป…หุบเขาหานหลัว เทือกเขาฉู่หนาน อสรพิษเหินเวหา?” เขาพึมพำเบา ๆ พลางเปิดแผนที่ดูเส้นทาง
รุ่งเช้า หลี่หยางออกเดินทางแต่เช้าตรู่ เขาสวมเสื้อคลุมสีดำปักลายอักขระป้องกันลมปราณ พร้อม สัตว์อสูรทั้งสามที่อยู่ในทะเลจิตวิญญาณ และผีเสื้อบุปผาหยกเฝ้าสวนสมุนไพรในทะเลแห่งจิต
เส้นทางสู่หุบเขาหานหลัวนั้นขรุขระ เต็มไปด้วยหญ้าแหลมและต้นไม้สูงใหญ่ ดินแดนนี้เป็นถิ่นของอสรพิษเหินเวหา—สัตว์อสูรธาตุลมที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว และมีพิษรุนแรงในต่อมใต้ลิ้น
เมื่อเขาเข้าสู่หุบเขาได้ราวหนึ่งชั่วยาม กลิ่นคาวเลือดและลมพิษบาง ๆ ก็ลอยมากระทบจมูก
หลี่หยางหยุดฝีเท้า นิ้วแตะดินเบา ๆ “เพิ่งผ่านมาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม…มีการต่อสู้หรือ?”
ดวงตาของเขาเปล่งแสงเล็กน้อย — เขารับรู้ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่างใต้เงาไม้ด้านหน้า
“หนึ่ง…สอง…ห้า…ไม่เลวเลย” เขากระซิบ
ฝูงอสรพิษเหินเวหาห้าตัวกำลังไต่ขึ้นจากหน้าผาเบื้องล่าง ลำตัวบางยาวเป็นเกล็ดสีฟ้าเขียว แวววาวเย็นเยียบ พวกมันลอยตัวเหนือพื้นอย่างเงียบงัน ขณะจ้องเขม็งมาทางเขาด้วยนัยน์ตาสีทองคู่แหลม ทั้งหมดอยู่ระดับจอมพลมีตั้งแต่ขั้นหนึ่งถึงขั้นที่สามเลยทีเดียว
“มาเร็วแบบนี้ก็ดี ข้าจะรวบรวมต่อมพิษของพวกเจ้าให้ครบภายในสามวัน”
เสียงฟ้าคำรามแว่วเบา ๆ เหนือหุบเขาหานหลัว แต่ภายในป่าทึบกลางหุบเขา เสียงคำรามนั้นถูกกลบด้วยเสียงต่อสู้อันรุนแรง
“พุ่งเข้าไป แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์!” หลี่หยางตะโกนออกคำสั่ง
แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์พุ่งทะยานกลางอากาศ สยายกลีบและเถาวัลย์ปล่อยฝุ่นพิษสีเขียวหม่นออกมาเป็นวงกว้าง ฝูงอสรพิษเหินเวหาสีฟ้าเงินทั้งเจ็ดตัวส่งเสียงแหลมกรีดแทงขณะที่พุ่งหลบควันพิษถึงแม้จะเป็นสัตว์อสูรธาตุพิษเหมือนกันแต่พิษของแม่ทัพบุปผานั้นเข้มข้นรุนแรงกว่า
หนึ่งในนั้นถูกตวัดด้วยเถาวัลย์พิษเข้าเต็มลำตัว เกล็ดแกร่งฉีกกระจาย ก่อนที่แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์จะพุ่งเข้าใส่ซ้ำด้วยหนามพิษสีม่วงทะลวงหัวใจโดยตรง
เสียงระเบิดของพลังวิญญาณปะทุขึ้นเป็นระยะ ๆ แรงปะทะของอสรพิษระดับจอมพลขั้นสองและสามนั้นมหาศาล แต่แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ที่เพิ่งเลื่อนสู่จอมพลขั้นสามกลับยิ่งต่อสู้ยิ่งดุดัน เถาวัลย์ของมันเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำ วนเวียนด้วยศาสตร์พิษล้ำลึก