เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร

    ตอนที่ 71 ซูเทียนหง

    รายละเอียดภารกิจที่ 1

    ชื่อภารกิจ: รวบรวมต่อมพิษของ อสรพิษเหินเวหา

    ระดับความยาก: B

    เป้าหมาย:

                •          เก็บรวบรวม ต่อมพิษของอสรพิษเหิรเวหา ระดับจอมพล จำนวน 50 ชิ้น

    คำอธิบาย:

    อสรพิษเหิรเวหาเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์อสรพิษที่มีปีกลำแสงบางเฉียบ มักอาศัยอยู่บนหน้าผาสูง และในหุบเขาหมอกพิษ พวกมันมีพิษรุนแรงที่สามารถทะลวงการป้องกันของสัตว์อสูรได้แม้จะอยู่ในระดับจอมพล ต่อมพิษของมันเป็นวัตถุดิบสำคัญในการหลอมโอสถสายพิษขั้นสูง

     

    พื้นที่ปฏิบัติการ: เขตหุบเขา หานหลัว ทางตอนเหนือของเทือกเขาฉู่หนาน

    คำเตือน: อสรพิษเหิรเวหามักไม่อยู่ตัวเดียว พวกมันออกล่าเป็นฝูง และสามารถบินโฉบโจมตีได้รวดเร็วเกินกว่าตาเปล่าจะจับทัน

     

    รายละเอียดภารกิจที่ 2

    ชื่อภารกิจ: กำจัด คางคกหิมะ จอมพลขั้น 5

    ระดับความยาก: B

    เป้าหมาย:

                •          สังหาร คางคกหิมะ ระดับจอมพลขั้น 5 จำนวน 1 ตัว

     

    คำอธิบาย:

    คางคกหิมะเป็นสัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งที่มีร่างกายใหญ่โต มักซ่อนตัวอยู่ตามถ้ำที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งในพื้นที่หุบเขาหิมะ พลังของมันไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพ แต่ยังควบคุมหมอกน้ำแข็งที่กัดกร่อนพลังจิตและทำให้การเคลื่อนไหวช้าลงอีกด้วย มันมักออกมาก่อกวน ผู้ฝึกตนที่เข้าฝึกฝนแถวนั้นทำให้มีน้อยคนที่จะฝึกฝนแถวนั้นได้

     

    พื้นที่ปฏิบัติการ: บริเวณถ้ำเยือกแข็งใจกลาง หุบเขาหานหลัว

    คำเตือน: คางคกหิมะมักซ่อนตัวใต้ชั้นน้ำแข็งหนา มีความสามารถลวงตาและทำให้รู้สึกหลงทางในหมอกหนาวจัด

     

    ชายชรากล่าวอย่างเคร่งขรึม

    “เจ้าจะต้องจัดการสองภารกิจนี้ภายในเวลาไม่เกิน 10 วัน เพราะหมอกในหุบเขาหานหลัวจะเข้มข้นขึ้นทุกๆ 10 วัน หากพลาดช่วงนี้ พื้นที่ทั้งหมดจะถูกปิดด้วยหมอกน้ำแข็ง เจ้าจะเข้าไปไม่ได้อีกพักใหญ่เลย”

     

    ท่ามกลางเสียงก้าวเท้าของเหล่านักล่าที่เดินเข้าออกไม่ขาดสาย ร่างของหลี่หยางก้าวออกไปจากห้องทำภารกิจ ชุดคลุมสีเข้มพลิ้วไหว เขาดูสงบนิ่ง แต่แววตาคมกริบเต็มไปด้วยจุดมุ่งหมาย

     

    ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นเฉียงผ่านดวงตาข้างหนึ่งก็เดินเข้ามาหาชายชรา พร้อมขมวดคิ้วถามด้วยน้ำเสียงติดตำหนิ

     

    ชายวัยกลางคน:

    “เด็กเมื่อครู่…เป็นใครหรือท่านอาวุโส? ข้าพอจะรู้ว่าเขาเพิ่งสมัครเข้าพันธมิตรไม่นานนี้ แต่เหตุใดถึงให้เขารับภารกิจระดับ B ถึงสองงาน? ไม่ใช่ว่าเราห้ามศิษย์ใหม่ทำแบบนี้หรือ?”

     

    ชายชราผู้ดูแลเงยหน้าขึ้นช้าๆ พร้อมยิ้มบางอย่างมีนัย เขาวางถ้วยชาลงเบาๆ บนโต๊ะไม้ แล้วเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงความลึกซึ้ง

     

    ชายชรา:

    “เจ้าเห็นเด็กคนนั้นยังอ่อนประสบการณ์งั้นหรือ? เขาน่ะ…ชื่อว่า หลี่หยาง เพิ่งเข้าร่วมพันธมิตรได้ไม่ถึงเดือนก็จริง แต่เจ้าอยากรู้ไหม ว่าภารกิจแรกที่เขารับคืออะไร?”

     

    ชายวัยกลางคนเลิกคิ้ว

     

    ชายวัยกลางคน:

    “ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าเด็กหนุ่มหน้าใหม่กล้าไปรับภารกิจแบบไหน”

     

    ชายชรา (ยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย):

    “รังหมาป่าเกล็ดดำ ที่เชิงเขาฉู่หนาน”

     

    ชายวัยกลางคนชะงัก สีหน้าท่าทางเปลี่ยนไปทันที

     

    ชายวัยกลางคน:

    “ท่านล้อข้าหรือ!? รังนั่นไม่มีใครในระดับนั้นกล้าแตะมาเกือบครึ่งปีแล้ว! เดิมมันมีจ่าฝูงระดับจอมพลขั้นหนึ่ง แต่ข่าวล่าสุดบอกว่าฝูงนั้นแข็งแกร่งขึ้นมาก—!”

     

    ชายชรา (หัวเราะเบาๆ):

    “ไม่ผิดเลย…เจ้าหนูหลี่หยางนั่นแหละที่ไปรับภารกิจนั้น — และกลับมา…พร้อมกับเขี้ยวของจ่าฝูงระดับจอมพลขั้น 4 รวมทั้งอีก 4 ตัวระดับขั้นหนึ่ง”

     

    ชายวัยกลางคนเงียบไปอึดใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง

     

    ชายวัยกลางคน:

    “หมายความว่า…เขาฆ่าพวกมันทั้งหมดคนเดียว?”

     

    ชายชรา (ยิ้มพลางกระซิบเบาๆ):

     

    “แน่นอนว่า…อาจจะคนเดียวหรือไม่เขาก็มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง— แต่ฝีมือของเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เจ้ารู้ไหม เขาอยู่ในขั้น หลอมจิตวิญญาณขั้นห้า ทั้งที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบ”

     

    ชายวัยกลางคน:

    “…ไม่น่าแปลกใจที่ท่านถึงยอมแหกกฎ”

     

    ชายชรา (พยักหน้าช้าๆ):

    “เด็กคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา ภารกิจที่สองที่เขารับก็คือ… รวบรวมต่อมพิษของอสรพิษเหินเวหา 50 ชิ้น และ… สังหารคางคกหิมะระดับจอมพลขั้น 5 ทั้งสองอยู่ในหุบเขาหานหลัว — ไม่มีใครแตะต้องภารกิจนี้มานานแล้ว เพราะฝูงอสรพิษเพิ่มจำนวนเรื่อยๆ ส่วนคางคกหิมะ…มีข่าวลือว่าเริ่มควบคุมหมอกน้ำแข็งระดับสูงได้แล้ว”

     

    ชายวัยกลางคนครางเบาๆ

     

    ชายวัยกลางคน:

    “หึ เด็กคนนี้…ไม่ธรรมดาจริงๆ ดูเหมือนพันธมิตรของเราจะได้เพชรเม็ดใหม่มาแล้วล่ะ”

     

    ชายชรา (จิบชาอีกคำ):

    “หากเขาไม่ตายเสียก่อน”

     

    ชายชรา:

    “เจ้า…ยังว่างอยู่ใช่หรือไม่?”

     

    ชายวัยกลางคน (ขมวดคิ้ว):

    “มีอะไรรึ ท่านอาวุโส?”

     

    ชายชรา:

    “ข้าจะให้ภารกิจเจ้าหนึ่งอย่าง เจ้าสนใจหรือไม่?”

     

    ชายวัยกลางคน:

    “ภารกิจลับ? ให้ข้าไปสังหารใครหรือ?”

     

    ชายชรา (ยิ้มมุมปากเล็กน้อย):

    “เปล่า…ภารกิจของเจ้าคือ ติดตามเด็กคนนั้น – หลี่หยาง”

     

    ชายวัยกลางคน (เบิกตากว้าง):

    “หา? ให้ข้าระดับสื่อวิญญาณไปแอบติดตามเด็กหนุ่มหลอมจิตขั้นห้าเนี่ยนะ!? ท่าน…เอาจริง?”

     

    ชายชรา:

    “ใช่ ข้าจะให้เจ้าคอย ‘แอบคุ้มกัน’ เขา ไม่จำเป็นต้องเข้าไปช่วย เว้นเสียแต่ถึงขั้นที่ชีวิตเขากำลังจะสูญสิ้น”

     

    ชายวัยกลางคนถอนหายใจ แล้วถามเสียงต่ำ

     

    ชายวัยกลางคน:

    “ดูเหมือนท่านจะให้ความสนใจเด็กคนนี้ไม่น้อยเลยนะท่านอาวุโส”

     

    ชายชรา (มองออกไปนอกหน้าต่าง):

    “เด็กคนนั้น…ไม่ใช่คนธรรมดา ข้ามีลางสังหรณ์ว่าเขาจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกยุทธภพใบนี้…ไม่ว่าเขาจะมีเป้าหมายใด ข้าไม่ต้องการให้ถูกสังหารก่อนเวลาอันควร”

     

    ชายวัยกลางคน:

    “แล้วท่านแน่ใจหรือว่าเด็กนั่นจะไม่รู้ตัว? ระดับหลอมจิตวิญญาณขั้นห้าใช่ว่าจะอ่อนหัดเรื่องสัมผัส”

     

    ชายชรา (หัวเราะเบาๆ):

    “หากเจ้าไม่สามารถซ่อนตัวจากเขาได้ เจ้าไม่เหมาะจะรับภารกิจนี้ตั้งแต่แรก ข้าคงไม่เลือกเจ้าหรอก”

     

    ชายวัยกลางคน (ถอนหายใจยาว):

    “เข้าใจแล้ว…นับจากนี้ข้าจะคอยตามดู หากเด็กนั่นถึงคราวคับขัน ข้าจะลงมือ…แค่ครั้งเดียวเท่านั้น”

     

    ชายชราพยักหน้าช้าๆ

     

    ชายชรา:

    “ขอบใจเจ้ามาก ซูเทียนหง”

    ทั้งสองสบตากัน พลางเงียบงัน…ก่อนที่ฉากจะเปลี่ยนไปยังการเดินทางของหลี่หยางเข้าสู่ “หุบเขาหานหลัว” อันเยียบเย็นและเต็มไปด้วยอันตราย

    ชายวัยกลางคนชื่อ ซูเทียนหง พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหายตัวไปในเงามืดเงียบๆ ราวกับไม่มีตัวตน

     

     

    ยามค่ำคืนในโรงเตี๊ยมแถบชานเมืองชิงหยุน หลี่หยางนั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้หลังจากฟื้นฟูพลังด้วยเม็ดยาวิญญาณขั้นกลาง ในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของเขาและลมเย็นที่พัดลอดหน้าต่างเข้ามา

     

    “ภารกิจต่อไป…หุบเขาหานหลัว เทือกเขาฉู่หนาน อสรพิษเหินเวหา?” เขาพึมพำเบา ๆ พลางเปิดแผนที่ดูเส้นทาง

     

    รุ่งเช้า หลี่หยางออกเดินทางแต่เช้าตรู่ เขาสวมเสื้อคลุมสีดำปักลายอักขระป้องกันลมปราณ พร้อม สัตว์อสูรทั้งสามที่อยู่ในทะเลจิตวิญญาณ และผีเสื้อบุปผาหยกเฝ้าสวนสมุนไพรในทะเลแห่งจิต

     

    เส้นทางสู่หุบเขาหานหลัวนั้นขรุขระ เต็มไปด้วยหญ้าแหลมและต้นไม้สูงใหญ่ ดินแดนนี้เป็นถิ่นของอสรพิษเหินเวหา—สัตว์อสูรธาตุลมที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว และมีพิษรุนแรงในต่อมใต้ลิ้น

     

    เมื่อเขาเข้าสู่หุบเขาได้ราวหนึ่งชั่วยาม กลิ่นคาวเลือดและลมพิษบาง ๆ ก็ลอยมากระทบจมูก

     

    หลี่หยางหยุดฝีเท้า นิ้วแตะดินเบา ๆ “เพิ่งผ่านมาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม…มีการต่อสู้หรือ?”

     

    ดวงตาของเขาเปล่งแสงเล็กน้อย — เขารับรู้ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่างใต้เงาไม้ด้านหน้า

     

    “หนึ่ง…สอง…ห้า…ไม่เลวเลย” เขากระซิบ

     

    ฝูงอสรพิษเหินเวหาห้าตัวกำลังไต่ขึ้นจากหน้าผาเบื้องล่าง ลำตัวบางยาวเป็นเกล็ดสีฟ้าเขียว แวววาวเย็นเยียบ พวกมันลอยตัวเหนือพื้นอย่างเงียบงัน ขณะจ้องเขม็งมาทางเขาด้วยนัยน์ตาสีทองคู่แหลม ทั้งหมดอยู่ระดับจอมพลมีตั้งแต่ขั้นหนึ่งถึงขั้นที่สามเลยทีเดียว

     

    “มาเร็วแบบนี้ก็ดี ข้าจะรวบรวมต่อมพิษของพวกเจ้าให้ครบภายในสามวัน”

     

    เสียงฟ้าคำรามแว่วเบา ๆ เหนือหุบเขาหานหลัว แต่ภายในป่าทึบกลางหุบเขา เสียงคำรามนั้นถูกกลบด้วยเสียงต่อสู้อันรุนแรง

     

    “พุ่งเข้าไป แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์!” หลี่หยางตะโกนออกคำสั่ง

     

    แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์พุ่งทะยานกลางอากาศ สยายกลีบและเถาวัลย์ปล่อยฝุ่นพิษสีเขียวหม่นออกมาเป็นวงกว้าง ฝูงอสรพิษเหินเวหาสีฟ้าเงินทั้งเจ็ดตัวส่งเสียงแหลมกรีดแทงขณะที่พุ่งหลบควันพิษถึงแม้จะเป็นสัตว์อสูรธาตุพิษเหมือนกันแต่พิษของแม่ทัพบุปผานั้นเข้มข้นรุนแรงกว่า

     

    หนึ่งในนั้นถูกตวัดด้วยเถาวัลย์พิษเข้าเต็มลำตัว เกล็ดแกร่งฉีกกระจาย ก่อนที่แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์จะพุ่งเข้าใส่ซ้ำด้วยหนามพิษสีม่วงทะลวงหัวใจโดยตรง

     

    เสียงระเบิดของพลังวิญญาณปะทุขึ้นเป็นระยะ ๆ แรงปะทะของอสรพิษระดับจอมพลขั้นสองและสามนั้นมหาศาล แต่แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ที่เพิ่งเลื่อนสู่จอมพลขั้นสามกลับยิ่งต่อสู้ยิ่งดุดัน เถาวัลย์ของมันเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำ วนเวียนด้วยศาสตร์พิษล้ำลึก

     


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน