ดันเจี้ยนผีๆ ต้องเจอแม่หมอตัวร้าย

    024 เจ้ามองเห็น

    อีกด้านหนึ่งของสตรีมลู่เฉินหยวนนั่งมองหน้าจอตั้งแต่ประตูสีแดงปรากฏขึ้นจนบรรทัดแจ้งการตายของถังซินจางหาย

    เขาปิดช่องข้อความซึ่งกำลังทะเลาะกันจนเหลือเพียงภาพผู้เล่นเจ็ดคนในตรอกแคบ

    คำว่า “ออก”เหนือประตูใหญ่พอให้ทุกคนเห็นตั้งแต่แรก แต่เสิ่นโม่จิ่นแทบไม่มองมัน สายตาเธอกลับมองพื้นใต้ประตูไม้ดูพู่โคมซึ่งไม่ขยับ และเมื่อแน่ใจจึงเอ่ยเตือน

    ไม่เหมือนการเดาสุ่ม แล้วถูกหญิงสาวคนนั้นมองสิ่งผิดปกติตรงกรอบประตูมากกว่ามองคำตอบที่ดันเจี้ยนเขียนใส่ป้ายยื่นให้ตรงหน้า

    ลู่เฉินหยวนวางปลายนิ้วค้างอยู่เหนือภาพสตรีม ของหญิงสาว

    เสิ่นโม่จิ่นรู้จริงหรือแค่เดากันนะ

    *****

    ภายในตรอกหางเสียงฆ้องครั้งที่สองยังครางอยู่ใต้พื้น

    เสิ่นโม่จิ่นยืนกดส้นรองเท้าแตะไว้บนอิฐก้อนเดิมปลายดิ้วเหล็กสีแดงพาดอยู่บนท่อนแขน ขณะที่กำแพงสองข้างครูดเข้ามาอีกช่วงหนึ่งจนข้อศอกของเหอเจิ้งแทบชนผนัง

    ไม่มีใครกล้าขยับเท้าหลบ

    ป้าหรงช่วยรับน้ำหนักหลินเยว่จากอีกด้านใบหน้าของคนหมดสติทิ้งอยู่บนบ่าเหอเจิ้งปลายเท้าลากกับพื้นทุกครั้งที่ร่างถูกเบียด

    เสี่ยวอันซุกหน้าอยู่ตรงสีข้างอวี้หลานไหล่เล็กสั่นเป็นระยะ แต่เด็กชายกัดแขนเสื้อของตัวเองไว้จึงไม่มีเสียงร้องลอดออกมา

    อาเฉิงยืนติดกันอยู่ทางซ้ายเขาปล่อยมือจากลำคอแล้วล้วงโทรศัพท์ออกมา นิ้วโป้งสั่นจนแตะหน้าจอผิดหลายครั้งตัวอักษรในช่องบันทึกขึ้นเป็นคำขาด ๆ

    กำ...หลั...มี...

    เขาลบแล้วพิมพ์ใหม่คราวนี้เหลือเพียงเส้นมั่วเพราะปลายนิ้วลากค้างอาเฉิงยกหน้าจอให้เหอเจิ้งดูพร้อมชี้ไปทางผนังฝั่งซ้าย แต่คนถูกถามขมวดคิ้ว

    อ่านไม่ออกว่าเจ้าตัวกำลังเตือนเรื่องกำแพงประตู หรือเสียงซึ่งเพิ่งขโมยถังซินไป

    “รอฆ้องหยุดก่อน” เหอเจิ้งพูดโดยไม่ขยับปากมาก“ค่อยเขียนใหม่”

    อาเฉิงเม้มริมฝีปากแล้วลดโทรศัพท์ลงสองมือกำเครื่องไว้แน่นจนข้อนิ้วซีด

    เสียงเรียกจากผนังยังเปลี่ยนไปเรื่อย ๆบางครั้งเป็นถังซิน บางช่วงกลายเป็นโจวหมิง ประตูสีแดงตรงปลายตรอกจึงเคาะเองอีกสองครั้งก่อนเสียงทั้งหมดจะขาดหายไปพร้อมกัน

    เหลือเพียงแรงสั่นใต้ฝ่าเท้าซึ่งค่อย ๆ เบาลง

    เสิ่นโม่จิ่นไม่ได้รีบเดินแม้คนอื่นเริ่มคลายหัวไหล่เธอยังรอจนแรงสะเทือนระลอกสุดท้ายผ่านร่องอิฐไปแล้วไม่ย้อนกลับมาอีก

    ระหว่างนั้นผนังฝั่งซ้ายเลื่อนสวนกับก้อนด้านในเล็กน้อยรอยปูนซึ่งเคยปิดแสงด้านนอกจึงเปิดขึ้นใหม่คราวนี้ช่องแตกลากจากระดับเอวลงไปถึงเหนือร่องน้ำ

    ความสว่างเส้นแคบๆแทงผ่านฝุ่นสีเทาเข้ามาตกบนพื้นห่างจากปลายรองเท้าเสิ่นโม่จิ่นไม่ถึงสองก้าว

    มันอยู่ใกล้กว่าประตูแดงมาก

    ด้านหลังรอยแตกไม่ใช่ผิวอิฐชั้นเดียวเสิ่นโม่จิ่นมองเห็นโพรงแคบคั่นอยู่ แล้วจึงเป็นความสว่างจากอีกฟาก

    ทว่าตรงกลางโพรงมีอิฐก้อนหนึ่งยื่นพ้นแนวออกมาสีของมันดำกว่าก้อนรอบข้างเพียงเล็กน้อยหากไม่ตั้งใจมองคงคิดว่าเป็นคราบชื้นธรรมดา

    'ประตูโผล่มาล่ออยู่ข้างหน้าแต่รีบปิดรอยนี้ก่อน' ความคิดนั้นทำให้เธอเปลี่ยนตำแหน่งมือบนดิ้วเตรียมตรวจจุดเดิมทันทีที่ขยับได้

    หางเสียงฆ้องจางลงอีกนิด

    เหอเจิ้งลองยกปลายรองเท้าขึ้นเพียงเสี้ยวเดียวแล้วรีบวางกลับเมื่อพื้นยังสั่นป้าหรงสูดอากาศผ่านริมฝีปากเป็นจังหวะสั้น

    อวี้หลานก้มเช็ดน้ำตาให้เสี่ยวอันด้วยข้อมือโดยไม่ปล่อยแขนจากตัวเด็ก

    สายตาของคนที่เหลือหันมาทางเสิ่นโม่จิ่นทีละคน

    เสิ่นโม่จิ่นเห็นแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร

    หากเธอบอกว่ารอยแตกเป็นทางออกคนพวกนี้อาจแย่งกันพุ่งใส่ผนังทั้งที่ยังไม่มีใครรู้ว่าข้างหลังมีพื้นให้ยืนหรือมีปากอะไรอ้ารออยู่

    หากบอกว่าไม่แน่ใจ คำถามอีกสิบคำก็คงตามมา 'กลัวจนหัวจะหลุด ยังพร้อมแย่งรูเท่ากำปั้นกันได้ กูตรวจเองดีกว่า'

    เมื่อพื้นหยุดสั่นสนิทเสิ่นโม่จิ่นจึงก้าวออกจากตำแหน่งเดิม

    เธอเดินเข้าใกล้ผนังฝั่งซ้ายเพียงก้าวเดียวเว้นระยะให้ปลายดิ้วแตะถึงโดยที่หัวไหล่ไม่อยู่ตรงแนวอิฐอาเฉิงรีบยกโทรศัพท์ขึ้นชี้จุดเดียวกันเขาพยักหน้ารัวราวกับสิ่งที่พยายามเขียนเมื่อครู่เกี่ยวข้องกับตรงนี้

    “คุณเห็นอะไรหรือ” เหอเจิ้งถาม

    เสิ่นโม่จิ่นไม่ตอบดวงตาสีทองจับอยู่บนอิฐดำหลังช่องแตก

    ตอนมองผ่านๆ มันเป็นเพียงก้อนอิฐบิ่นมุมหนึ่งเนื้อหยาบ มีคราบดำจับตามร่องแต่เมื่อเธอนิ่งสายตาและปล่อยให้พลังบุญซึ่งติดอยู่ในดวงวิญญาณซึมขึ้นมาตรงม่านตาสีทองรอบรูม่านตาก็ค่อย ๆ เข้มขึ้น

    ภาพในโพรงเปลี่ยนไป

    ผนังอิฐชั้นหน้าเบาบางลงคล้ายหมอกสกปรกส่วนก้อนดำกลับชัดขึ้น บนเนื้ออิฐมีเส้นสีแดงเล็กเท่าเส้นผมวิ่งอยู่ข้างในมันแตกแขนงจากกึ่งกลางไปตามมุมทั้งสี่ และหดตัวช้า ๆ เป็นจังหวะ

    ตุบ

    ช่วงสีแดงพองขึ้น

    ตุบ

    มันยุบลงอีกครั้งแล้วส่งสีคล้ำไหลต่อเข้าไปในแนวกำแพง

    ไม่ใช่อิฐธรรมดาแต่เส้นซึ่งต่อจากก้อนนั้นแยกออกไปหลายทางแสดงว่าสิ่งตรงหน้าอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ต้นตอทั้งหมด

    เสิ่นโม่จิ่นกะพริบตาประกายสีทองจางกลับไปเล็กน้อย อาการตึงแล่นจากขมับลงมาถึงท้ายทอยทันทีร่างนี้ยังรับสิ่งที่ติดตามวิญญาณของเธอมาได้ไม่ดีนัก

    แค่มองทะลุกลผีช่วงสั้นๆหัวเข่าก็อ่อนลงจนต้องใช้ปลายดิ้วแตะพื้นช่วยพยุง

    เหอเจิ้งเห็นท่าทางนั้นจึงขยับเข้ามาครึ่งก้าว“คุณไหวไหม”

    “ยังไม่ตาย” คำตอบทำให้เขาหยุดอยู่ตรงนั้น

    เสิ่นโม่จิ่นสอดมือข้างหนึ่งเข้าไปในย่ามเธอดึงม้วนสายสิญจน์สีขาวส่วนที่ยังสะอาดออกมา คลายเพียงช่วงสั้นกว่าท่อนแขนแล้วใช้เล็บตัดเส้นหนึ่งออกจากม้วน

    ด้ายสีขาววางพาดฝ่ามือเบาจนแทบไม่มีน้ำหนักทว่าทันทีที่เธอกดพลังวิญญาณลงไปเพียงนิด ความเย็นก็กัดจากปลายนิ้วเข้ามาถึงข้อมือ

    ไอในอกซึ่งเหลืออยู่บางเบาลงอีกส่วน

    เธอหยุดส่งพลังทันทีไม่ฝืนให้สายทั้งเส้นตื่นฤทธิ์เต็มที่เพียงผูกปลายข้างหนึ่งเข้ากับข้อสุดท้ายของดิ้วแล้วพับอีกด้านเป็นห่วงเล็กซ้อนสองชั้น ขนาดพอคล้องมุมอิฐได้

    (คนดูผีมือใหม่): เธอเอาสายสีขาวออกมาอีกแล้ว

    (ร้านฝ่าชีเก่า): เส้นใหม่ไม่เปลี่ยนเป็นสีเทาแต่ยังดูไม่เหมือนฝ่าชีของจีน

    (คนเคยเรียนไทย): นั่นอาจเป็นสายสิญจน์ของไทยแต่ใครเขาเอามาทำตะขอวะ

    ข้อความไหลผ่านมุมสายตาเสิ่นโม่จิ่นอ่านคำสุดท้ายแล้วมองดิ้วในมือ

    'ของมีไว้ใช้ จะให้กูเอามากราบหรือไง'

    เธอหดดิ้วกลับจนเหลือความยาวประมาณหนึ่งศอกพันสายรอบปลายโลหะอีกครั้งเพื่อไม่ให้ห่วงแกว่ง จากนั้นยกขึ้นเล็งรอยแตก

    เหอเจิ้งมองตาม “คุณกำลังจะดึงอะไรออกมา”

    “อย่าวิ่ง แล้วก็อย่าพูดมากถ้าไม่อยากเป็นคนต่อไป”

    ป้าหรงรีบหุบปากเสี่ยวอันกอดเอวอวี้หลานแน่นขึ้น ส่วนอาเฉิงเก็บโทรศัพท์แล้วพยักหน้าทันที

    เหอเจิ้งยังไม่ยอมปล่อยคำถาม“อย่างน้อยคุณควรบอกพวกเราว่า...”

    เสิ่นโม่จิ่นเหวี่ยงดิ้วออกไปก่อนเขาพูดจบ

    ข้อโลหะยืดออกกลางทางพร้อมเสียงสั้น ๆปลายสีแดงพุ่งผ่านรอยแตก ห่วงสายสิญจน์ตามเข้าไปติดกัน

    แต่กลับไม่มีเสียงกระทบจากอีกด้านราวกับดิ้วทั้งท่อนถูกโยนเข้าไปในช่องซึ่งไม่มีพื้นหรือผนังรองรับ

    มือของเธอกำด้ามไว้ไม่ปล่อยอาวุธหลุดเข้าไปทั้งหมด

    เสิ่นโม่จิ่นหมุนข้อมือไปทางซ้ายช้า ๆสายสิญจน์เสียดกับขอบแตกโดยไม่ขาด ปลายดิ้วด้านในแกว่งผ่านความว่างเปล่าหนึ่งรอบจากนั้นแรงตึงก็กระตุกกลับมาถึงฝ่ามือ

    มีบางอย่างเกี่ยวห่วงไว้

    เธอดึงทดสอบเพียงครั้งเดียว

    กึก

    อิฐดำในโพรงขยับออกจากตำแหน่งครึ่งนิ้วเส้นสีแดงใต้เนื้อก้อนกระตุกแรงจนผนังรอบข้างนูนตาม

    “เกี่ยวอะไรได้” เหอเจิ้งพูดเบาลง

    เสิ่นโม่จิ่นไม่ตอบ เธอเปลี่ยนมือจับด้ามเอาปลายดิ้วพาดข้างลำตัวแล้วใช้ทั้งแขนดึงกลับโดยไม่เข้าใกล้กำแพง

    ตอนแรกก้อนอิฐไม่ยอมขยับสายสิญจน์ตึงจนเส้นใยฝังลงในรอยปูน แรงอีกด้านไม่ได้ดึงสวนตรง ๆแต่มันหนักขึ้นทุกครั้งที่คนรอบตัวมองเหมือนกำแพงกำลังเอาน้ำหนักทั้งตรอกกดทับปลายห่วงไว้

    ‘หวงจริงนะ’

    เสิ่นโม่จิ่นเหลือบเห็นเหอเจิ้งกับป้าหรงจ้องสายจนไม่กะพริบจึงพูดโดยยังออกแรงค้าง “มองเท้าตัวเอง”

    “อะไรนะ” ป้าหรงถาม

    “มันชอบแดกตอนพวกมึงกลัว อย่าจ้อง”

    เหอเจิ้งหันไปสั่งคนอื่นทันที “ก้มหน้าอย่ามองกำแพง!”

    อวี้หลานปิดตาเสี่ยวอันแล้วหลบสายตาลงป้าหรงก้มมองไหล่หลินเยว่ อาเฉิงลังเลเล็กน้อยก่อนหันหน้าหนีจากรอยแตก

    แรงซึ่งกดสายเบาลงในจังหวะเดียวกัน

    'ใช่จริงด้วย'

    เสิ่นโม่จิ่นถ่ายน้ำหนักไปที่ขาหลังแล้วกระชากดิ้วกลับสุดแรง

    กร๊อบ!

    อิฐดำหลุดจากแนวไปครึ่งก้อนกำแพงสองฝั่งสะเทือนพร้อมกันจนผงปูนร่วงใส่ไหล่ผู้เล่น

    หลินเยว่ซึ่งหมดสติอยู่กระตุกตามแรงโยกเหอเจิ้งรีบล็อกข้อศอกประคองตัวเธอส่วนป้าหรงเซไปทางผนังและหยุดได้ก่อนแขนเสื้อแตะอิฐเพียงนิดเดียว

    “อย่าล้ม!”อวี้หลานคว้าหลังเสื้อป้าหรงไว้โดยไม่ยื่นมือผ่านแนวกลาง

    เสียงครางต่ำดังขึ้นจากใต้ผนังมันไม่ได้ออกมาจากจุดเดียว แต่ไหลผ่านอิฐทุกก้อนตลอดตรอกคล้ายลำคอหลายร้อยลำคอกำลังสูดอากาศผ่านช่องแคบพร้อมกัน

    เสิ่นโม่จิ่นกัดฟันแล้วดึงซ้ำ

    มุมหนึ่งของอิฐดำแตกออกเศษขนาดครึ่งฝ่ามือกระเด็นผ่านรอยแยก ตกกระแทกพื้นตรงปลายรองเท้าเธอเส้นสีแดงซึ่งฝังอยู่ในเนื้อก้อนดิ้นสองครั้งก่อนหยุดลง แต่สีคล้ำยังไหลอยู่ข้างใน

    (คนกินแตงหน้าแถว): เดี๋ยวนะอิฐมันมีเส้นเลือดเหรอวะ

    (ผู้เล่นเก่าแรงค์ E): กำแพงสั่นทั้งตรอกก้อนนั้นต้องเกี่ยวกับกลไกแน่

    เสิ่นโม่จิ่นใช้ส้นรองเท้าเขี่ยเศษอิฐเข้ามาแล้วเหยียบขอบไว้ไม่ให้แรงสะเทือนกลิ้งมันกลับไปใกล้ผนัง

    ช่องซึ่งเสียมุมอิฐดำไปเปิดกว้างขึ้นความสว่างจากอีกด้านลอดเข้ามาตกบนข้อเท้าเธอ เหอเจิ้งเห็นเช่นกันเขาชะโงกเพียงศีรษะโดยไม่เข้าใกล้ผนัง “ด้านหลังมีแสงจริง ไม่ใช่ประตูแดง”

    “มันก็แค่อิฐ...” ป้าหรงเงยหน้ามองเพียงแวบเดียวคำพูดยังไม่ทันจบ อิฐทุกก้อนรอบรอยแตกก็ยุบเข้าไปด้านใน

    โครม!

    แรงกระแทกส่งผ่านพื้นจนผู้เล่นทั้งหมดเสียหลักเสิ่นโม่จิ่นกางขาเพิ่มเพื่อรับน้ำหนักแต่ปลายดิ้วถูกกระชากกลับเข้าหากำแพงอย่างรุนแรง ข้อโลหะลั่นจนเกือบพับกลับทับนิ้ว

    เธอบิดด้ามขวางกับข้อมือ ไม่ยอมปล่อยสายสิญจน์เส้นสั้นตึงเป็นเส้นตรงจากปลายดิ้วเข้าไปในช่องดำ

    สิ่งที่โผล่ตามอิฐออกมาไม่ใช่ก้อนถัดไป

    ปลายนิ้วสีเทาดำห้านิ้วดันพ้นรอยแตกทีละนิ้วเล็บยาวสีหม่นขูดร่องปูนจนเกิดเสียงแสบหูจากนั้นฝ่ามือทั้งข้างก็เบียดอิฐซึ่งยุบตัวออกมา

    ผิวหนังแตกระแหงตามข้อมีตุ่มพองใสเรียงตั้งแต่ข้อมือถึงปลายนิ้ว บางเม็ดแตกจนของเหลวสีดำไหลตามซอกเล็บ

    ใต้ผิวสีเทามีเส้นสีแดงปูดนูน มันเต้นตุบ ๆในจังหวะเดียวกับเศษอิฐใต้รองเท้าเธอ

    รอยพุพองไม่ได้กระจายทั่วแขนส่วนที่หนักที่สุดอยู่ตรงแนวซึ่งน้ำมนต์เคยทะลุเข้าไปพอดี

    'โดนน้ำมนต์แล้วเจ็บจริงแสดงว่ามึงมีเนื้อซ่อนอยู่หลังของปลอม'

    ข้อสรุปนั้นทำให้เสิ่นโม่จิ่นไม่ปล่อยดิ้วแม้ฝ่ามือจะเริ่มลื่นจากเหงื่อ เธอกดปลายรองเท้าทับเศษอิฐดำให้แน่นขึ้นแล้วดึงสายกลับมาอีกช่วงหนึ่งเพื่อบังคับให้มือเผยออกมามากกว่าเดิม

    มือสีเทาดำตะปบสายสิญจน์

    นิ้วทั้งห้ากำแน่นจนด้ายสีขาวฝังเข้าไปในแผลพุพองควันบางลอยขึ้นตรงจุดสัมผัส กลิ่นไหม้เหมือนเส้นผมถูกไฟแตะพุ่งเข้าจมูกขณะเดียวกันความเย็นก็ไหลย้อนตามสายเข้าปลายดิ้ว

    แขนขวาของเสิ่นโม่จิ่นชาจนเกือบหลุดจากข้อศอกแม้เธอหยุดส่งพลังไปแล้ว

    อาการวูบใต้ซี่โครงยังตามแรงกระตุกของสายทุกครั้งราวกับอีกฝ่ายกำลังสาวแรงวิญญาณออกจากตัวเธอผ่านเส้นด้ายทีละนิด

    เธอกระตุกดิ้วกลับ แต่ผีไม่ปล่อย

    “ตัดสายทิ้ง!” เหอเจิ้งตะโกน

    “รู้แล้ว”

    เสิ่นโม่จิ่นใช้หัวแม่มือดันกลไกหดข้อสุดท้ายตั้งใจหนีบสายให้ขาด ทว่ากำแพงสองฝั่งกลับพุ่งเข้าหากันเร็วกว่าเดิม

    ครืด!

    ช่องว่างซึ่งเคยเหลือข้างตัวผู้เล่นหายไปครึ่งหนึ่งอวี้หลานต้องหมุนเสี่ยวอันให้ยืนซ้อนด้านหน้าป้าหรงแนบหลังกับเหอเจิ้งโดยมีหลินเยว่คั่นอยู่ตรงกลางอาเฉิงยกแขนขึ้นเหนือหัวเพื่อไม่ให้ข้อศอกโดนผนัง

    ร่องทางเดินแคบจนหากบีบเข้ามาอีกครั้งพวกเขาจะไม่มีที่วางแม้แต่ปลายเท้า

    “มันกำลังปิดรอยแตก!” เหอเจิ้งพูด

    อิฐรอบแขนผีเคลื่อนเข้าหากันจริงขอบปูนบดผิวแตกจนของเหลวสีดำไหลมากขึ้น ทว่ามือข้างนั้นยังไม่ยอมถอยกลับมันกำสายสิญจน์ไว้และพยายามลากดิ้วกับเสิ่นโม่จิ่นเข้าไปหาผนัง

    ปลายรองเท้าแตะของเธอไถลไปข้างหน้าครึ่งคืบ

    เศษอิฐดำใต้ส้นขูดพื้นเป็นทางเส้นสีแดงข้างในเต้นเร็วขึ้นทุกครั้งที่เข้าใกล้มือ

    เสิ่นโม่จิ่นลดตัวลงใช้มือซ้ายกำด้ามซ้อนมือขวาแล้วถ่ายแรงลงสะโพก เธอไม่คิดแข่งกำลังกับกำแพงทั้งตรอกสิ่งที่ต้องการอยู่ใต้เท้าแล้ว ที่เหลือเพียงตัดความเชื่อมโยงก่อนถูกดึงไปติดกฎข้อสี่เอง

    'เจอไส้มึงแล้ว จะรีบอะไรนักหนา'

    เธอกำลังจะบิดดิ้วให้กลไกหนีบสายข้อนิ้วสีเทาดำกลับขยับก่อน

    นิ้วชี้ซึ่งเต็มไปด้วยตุ่มพองค่อย ๆคลายออกจากสายสิญจน์ ขณะที่อีกสี่นิ้วยังกำเส้นสีขาวแน่น เล็บยาวหมุนมาทางเธอช้า ๆ

    มันชี้ตรงมาที่ใบหน้าเสิ่นโม่จิ่น

    เสียงครางในผนังหยุดลงพร้อมกัน

    จากรอยแตกซึ่งเหลือเพียงช่องรอบข้อมือมีเสียงแหบต่ำดังออกมาเป็นครั้งแรก

    “เจ้ามองเห็น…”

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยนผีๆ ต้องเจอแม่หมอตัวร้าย ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462