มิคาเอลนำงูบรรพกาลออกมาจากประตูพรสวรรค์ด้วย ตอนนี้ด้านในสามารถเข้าไปฝึกได้ตามปกติแล้วมิคาเอลจึงเรียกเด็กๆทั้ง100คนมารวมตัวกันเพื่อยืนยันความตั้งใจครั้งสุดท้าย
''ต่อจากนี้ข้าจะส่งพวกเจ้าทั้งหมดเจ้าไปฝึกด้านในประตูพรสวรรค์ของข้า ที่ด้านในนั้นเจ้าจะได้เจอกับอาจารย์ที่จะฝึกสอนพวกเจ้าแต่การสอนจะเต็มไปด้วยความรุนแรงและเจ็บปวด หากเจ้าคิดว่าทนไม่ไหวจงถอนตัวออกไปซะตอนนี้''เด็กทั้ง100คนที่ฟังอย่างตั้งใจไม่มีใครขยับตัวเลยซักคน
''พวกเราทนได้ มันคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการเป็นเด็กเร่ร่อนที่ไม่มีใครต้องการหรือโดนทุบตีไปวันๆหรอก''
''ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้วก็ดี แต่ข้าจะให้คำสัญญากับพวกเจ้าเอาไว้ก่อน ในอนาคตหลังจากนี้พวกเจ้าอาจจะต้องแยกออกจากกันไปกลุ่มๆ เพื่อกระจายตัวกันออกไปเพื่อทำสิ่งที่ข้ามอบหมายให้และเมื่อข้าบรรลุจุดเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้เมื่อไหร่ พวกเจ้าสามารถมีชีวิตเป็นของตัวเองได้''มิคาเอลไม่คิดจะให้คนเหล่านี้เป็นแค่คนรับใช้หรือลูกน้องที่เอาไว้ใช้งานไปตลอดชีวิตอยู่แล้วทุกเกิดมาย่อมต้องการอิสระที่จะทำตามใจตนเอง
''ขอบคุณครับ/ค่ะนายน้อย''เด็กๆทั้งหมดพากันคุกเข่าให้มิคาเอลด้วยความเคารพจากนั้นมิคาเอลจึงเปิดประตูพรสวรรค์เพื่อให้เด็กๆเข้าไปฝึกกับแฟนธ่อมเวลาผ่านไปอีก2วันโล้นน้อยเดินเข้ามาหามิคาเอลพร้อมกับแหวนมิติ ที่ด้านในนั้นมีป้ายเหล็กนับแสนอันมิคาเอลยิ้มขึ้นจากนั้นจึงลงอักขระที่ใช้ในการเปิดทางบาเรีย และนอกจากนี้ในนั้นยังมีสัญญาแบบบังคับหากหยดเลือดลงไปเมื่อไหร่ถึงจะได้เป็นเจ้าของของป้ายนี้และหลังจากนั้นจะไม่สามารถทรยศและถ่ายทอดวิชาที่ได้จากในค่ายให้คนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในค่ายอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะทรมานจนตายจากนั้นปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้นเมื่อมิคาเอลนึกขึ้นได้ว่ามีอาจารย์ที่จะใช้สอนไม่พอแต่มันก็หาทางออกได้ไม่ยาก มิคาเอลใช้ข้ามมิติกลับไปที่เมืองแห่งจุดเริ่มต้นทันทีโดยมันไปโผล่ใกล้ๆกับทางเข้าเมืองเมื่อมิคาเอลมาถึงหน้าทางเข้าเมืองกลับรู้สึกสับสนเล็กน้อย เพราะจากไปไม่นานที่นี่กลับพัฒนาขึ้นมากพูดได้ว่ามันมีความเจริญเทียบเท่ากับเมืองแห่งการค้าไปแล้ว
''หยุดก่อนเจ้ามาทำอะไรที่นี่ หากมาเที่ยวจ่าย2เหรียญทอง หากมาค้าขาย5เหรียญทอง''
''ถ้าข้ามาหาคนรู้จักล่ะต้องเสียเท่าไหร่''มิคาเอลเกิดสนุกขึ้นมาจึงคิดจะก่อกวนเล่นเล็กน้อย
''นี่ท่านมีคนรู้จักในเมืองนี้? พอจะบอกชื่อได้หรือไม่''คนที่เฝ้าอยู่เริ่มทำตัวนอบน้อมขึ้นเพราะถ้าอีกฝ่ายรู้จักคนในตระกูลใหญ่ๆภายในเมืองขึ้นมาพวกมันจะมีปัญหาเอาได้
''ก็รู้จักแค่2-3คนเท่านั้นแหละชื่อเหมยกับเฮนรี่ พอจะพาข้าไปหาหน่อยได้มั้ย''คนที่เฝ้าทางเข้าเริ่มลังเลเพราะชื่อทั้ง2เป็นตัวตนระดับสูงที่สุดของเมือง
''นี่...เชิญท่านเข้าไปหาเองเถอะ ข้าทิ้งหน้าที่ไปไม่ได้''พวกมันไม่อยากเสี่ยงจึงปล่อยมิคาเอลไปดีกว่ามิคาเอลก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะนำเงินออกมา50เหรียญทองให้คนเฝ้าทางเข้าเมืองไปจากนั้นจึงเดินเข้าไปในเมืองทิ้งให้คนเฝ้าทางเข้ายืนตกตะลึงอยู่กับที่มิคาเอลเดินทอดน่องดูสิ่งต่างๆขณะเดินทางไปที่ตระกูลชาวบ้าน สิ่งทีมิคาเอลเห็นคือชาวบ้านต่างยิ้มแย้มคนที่นี่อยู่ดีกินดีและไร้ซึ่งการข่มเหงกัน หลังดูมามากพอแล้วมิคาเอลจึงข้ามมิติไปหาเหมยเมื่อโผล่มามิคาเอลพบว่าเหมยกำลังพูดคุยกับเฮนรี่เกี่ยวกับตัวเองอยู่พอดี
''พวกเจ้าว่างมากนักรึไงถึงได้นินทาคนอื่นแบบนี้''มิคาเอลพูดขึ้นหลังจากเดินไปนั่งที่เก้าอี้โดยไม่มีใครรู้ตัวเมื่อเหมยและเฮนรี่ได้ยินเสียงมิคาเอลจึงได้หันมามองอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่นิ่งเงียบไปซักพักก่อนจะจำมิคาเอลได้ นี่เป็นเพราะการสลักวิญญาณทำให้ทั้งคู่เชื่อมต่อกับมิคาเอล
''นายท่าน ท่านเปลี่ยนไปเยอะมาก ระดับพลังของท่านเองข้าก็ไม่สามารถตรวจสอบได้''เฮนรี่พูดออกมาขณะทำสีหน้าไม่อยากเชื่อ
''ท่านปู่ท่านกลับมาแล้ว ฮิ ฮิ ข้าคิดถึงท่านจัง เหมยเดินเข้ามากอดมิคาเอลด้วยความคิดถึง''จนมิคาเอลเริ่มทนไม่ไหวต้องพยายามแกะตัวเหมยออกไป ก่อนจะเริ่มพูดเรื่องสำคัญ
''ที่ข้ามาเพราะต้องการคนไปเป็นอาจารย์ฝึกสอนในค่ายที่ข้าสร้างขึ้นมาและตอนนี้ที่เมืองแห่งการค้าได้อยู่ในการดูแลของข้าแล้ว ข้าอยากให้พวกเจ้าคัดคนที่มีความสามารถด้านต่างๆมากลุ่มละ10คนเอาทั้งหมด10กลุ่ม''เฮนรี่และเหมยหันไปมองหน้ากันไปมาก่อนที่เหมยจะพูดขึ้น
''ท่านปู่พวกข้าตัดสินใจจะไปกับท่านด้วย ส่วนเรื่องที่เมืองนี้ไม่ต้องห่วงท่านพ่อของข้าสามารถดูแลได้''มิคาเอลเองก็ไม่ได้ขัดเพราะคนยิ่งเยอะยิ่งดียิ่งทำอะไรได้มากและง่ายขึ้น
''งั้นก็...ไปรวบรวมคนที่จะไปกับข้าทั้งหมดมาเราจะไปกันเลย''มิคาเอลไม่อยากจะเสียเวลามากเพราะตัวมันเองก็ต้องการเพิ่มระดับพลังเหมือนกัน หลังจากทุกคนที่ต้องการไปด้วยมารวมตัวกันมิคาเอลได้ใช้สายตามองไปทั่วมันพบว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นอาวุโสในตระกูลของเฮนรี่จะมีส่วนน้อยที่เป็นคนของเหมย หลังจากสำรวจจนทั่วมิคาเอลจึงใช้ข้ามมิติพาทุกคนไปที่ค่ายก่อนจะบอกทุกอย่างเกี่ยวกับป้ายเหล็กแล้วแจกให้ทุกคนไป จากนั้นการแบ่งกลุ่มตามที่ถนัดเป็นไปอย่างรวดเร็วและก่อนที่มิคาเอลจะจากไปมันได้บอกให้ทุกคนสร้างที่อยู่กันตามสบายเพราะที่ที่เตรียมไว้ในปัจจุบันเริ่มที่จะไม่พออีก7วันผ่านไปมิคาเอลได้เรียกคนที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์มารวมตัวกันเบื่อแบ่งหน้าที่และบอกสิ่งที่ต้อทำในขณะที่มันไม่อยู่
''หลังจากค่ายการสอนนี้เปิดขึ้น อย่างที่รู้พวกเจ้าจะต้องสอนคนเหล่านั้นตามที่พวกเจ้าถนัดเวลาที่ข้าไม่อยู่ในค่ายข้าไม่อยากให้การกดขี่เกิดขึ้นถ้าหากข้ารู้ ข้าจะเป็นคนฆ่าพวกเจ้าเองนอกจากนี้โล้นน้อย เหมย เฟรมมิ่งเฮล เฮนรี่ ทั้ง4คนจะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดรองลงมาจากข้าขอให้พวกเจ้าทุกคนทำตามที่พวกมันสั่งในค่ายของข้านอกจากการฝึกแล้วพวกเจ้ายังต้องตั้งภารกิจในการกำจัดโจร รวบรวมสมุนไพรหรืออะไรก็ตามที่พวกเจ้าคิดว่าดี จากนั้นให้พวกมันนำของยืนยันภารกิจแล้วเอามาแลกทรัพยากรหรือไม่ก็เทคนิคที่มีความพิเศษ''มิคาเอลพูดจบก็ไล่ให้คนอื่นๆแยกกันไปโดยโล้นน้อย เหมย เฟรมมิ่งเฮลเฮนรี่ ถูกเรียกตัวให้อยู่ก่อน
''พวกเจ้าทั้ง4คนในตอนที่ข้าไม่อยู่ข้าอยากให้เจ้าสร้างชื่อเสียงของค่ายนี้โดยใช้ชื่อว่าค่ายฝึกมังกรทำยังไงก็ได้ให้คนที่ได้ยินไม่อยากตอแยกับพวกเรา พวกเจ้ามีอะไรจะถามมั้ย''
''...''ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คนเดียว
''ดี! อีก3วันค่ายจะเปิด หลังจากนั้นข้าจะเพิ่มพลังเป็นเวลา1ปี โดยหลังจากข้าเข้าไปฝึกครบครึ่งปีข้าจะออกมาดูด้านนอกแค่ครั้งเดียว เพราะฉะนั้นเมื่อมีอะไรเกิดขึ้นพวกเจ้าต้องตัดสินใจกันเอาเอง''ก่อนที่ทั้ง4จะแยกกันออกไปมิคาเอลได้ทิ้งเทคนิคต่างๆที่มีตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับสูงไว้ให้ทั้ง4โดยเทคนิคเหล่านี้ทั้ง4คนสามารถฝึกได้และนำไปเป็นของรางวัลภารกิจก็ได้แล้วแต่จะเห็นสมควร