
เกล็น หนึ่งในขุนนางระดับสูงของอาณาจักร “ดรัม” ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "พ่อมดขาว" ด้วยอายุที่ล่วงเข้าสู่ปีที่ห้าสิบ เกล็นมีรูปร่างสูงโปร่ง แม้ร่างกายจะไม่ใหญ่โตนัก แต่ส่วนสูงและน้ำหนักของเขาทำให้เขาดูสง่างามและน่าเกรงขาม หุ่นของเขายังคงอยู่ในสภาพที่ดี เปรียบเสมือนกับนักรบที่ยังไม่สูญเสียความแข็งแรง
ใบหน้าของเกล็นเป็สไตล์คนฝรั่ง ขุนนางยุคเก่า ดูมีเสน่ห์และเปี่ยมไปด้วยความภูมิฐาน เคราสีขาวที่เขาไว้ยาวเพียงพอทำให้เขาดูคล้ายกับพ่อมดในตำนาน แต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นและเมตตาที่สะท้อนผ่านดวงตาและรอยยิ้มของเขา
เกล็นมักจะแต่งกายอย่างเรียบง่ายในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ซึ่งเป็เอกลักษณ์เฉพาะของเขา และหมวกนักเวทย์สีขาวที่เขาสวมอยู่เสมอ เขาไม่ได้เป็เพียงขุนนางที่มีอำนาจเท่านั้น แต่ยังเป็ที่รู้จักในฐานะพ่อมดที่ทรงพลังและใจดี ผู้ที่พร้อมจะช่วยเหลือทุกคนที่อยู่ในความดูแลของเขา ด้วยท่าทางที่อ่อนโยนและการแต่งกายที่สง่างาม เกล็นจึงเป็บุคคลที่ใครๆ ต่างเคารพนับถือและยกย่องเสมอมา
เกล็นเป็หนึ่งในผู้ที่มีสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งาาแห่งอาณาจักรดรัม ด้วยตำแหน่งขุนนางระดับสูงที่เขา อาณาจักรดรัมมีแนวทางในการเลือกสรราาที่แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ที่เคยมีมา กฎที่ดรัมยึดถือไม่ใช่เื่ของสายเืหรือตระกูลที่สืบทอดกันมา แต่เป็การทดสอบที่เต็มไปด้วยความท้าทายและ้าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น
การทดสอบเพื่อขึ้นเป็าาแห่ง ดรัม มีทั้งหมด 4 ข้อ ซึ่งเป็บททดสอบที่ยากและไม่มีที่ใดเหมือน:
การเลือกของประชาชน - ผู้ที่้าเป็าาต้องได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากประชาชนทั่วทั้งประเทศ ประชาชนจะต้องเลือกเขาเป็ตัวแทนที่พวกเขาเชื่อมั่นและศรัทธา
พลังเวทย์มหาศาล - ดรัมเป็ประเทศที่เต็มไปด้วยเวทย์มนตร์ ผู้ที่จะแข็งแกร่งพอที่จะเป็าาได้ต้องมีพลังเวทย์ที่มากมายมหาศาล จนสามารถต่อกรกับเผ่าปิศาจได้ ในเมืองหลวงมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สำหรับวัดพลังเวทย์ ซึ่งเป็สิ่งสำคัญในกระบวนการคัดเลือก
ผ่านการทดสอบนักช่วยเหลือระดับ S - ภารกิจที่ท้าทายที่สุดที่ใครก็ตามที่สามารถผ่านได้จะได้รับการยอมรับและมักจะได้รับตำแหน่งขุนนางโดยทันที ภารกิจนี้เป็สิ่งที่ยากที่สุด มีเพียงผู้กล้าไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยผ่านมันมาได้
สามารถอาวุธวิเศษ - อาวุธวิเศษที่มีอยู่เพียง 7 ชิ้นในโลก เป็สิ่งที่มีพลังมหาศาล ถ้าคนที่มีพลังเวทย์น้อยนิดอาจจะเสียชีวิตได้เพียงแค่ััอาวุธ
เกล็นผู้ซึ่งมีพลังเวทย์และความสามารถอันเหนือธรรมชาติ เป็ผู้ผ่านการทดสอบเหล่านี้และขึ้นเป็าาคนใหม่ของดรัม เขาไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎของประเทศ แต่ยังเป็ที่รักของประชาชน และถูกมองว่าเป็ผู้ที่จะนำพาดรัมสู่ยุคใหม่ที่รุ่งเรืองยิ่งขึ้น
ทว่า แม้เกล็นจะเป็ผู้ที่เหมาะสมที่สุด แต่การขึ้นครองบัลลังก์ของเขากลับไม่ใช่เื่ง่ายอย่างที่คิด ขุนนางระดับสูงหลายคนต่างไม่เห็นด้วยและพยายามขัดขวางเกล็นอย่างลับๆ พวกเขาเ่าั้ต่างแฝงตัวอยู่ในเงามืดของประเทศ ซึ่งภายนอกดูเหมือนจะสวยงามและรุ่งเรือง แต่ความจริงแล้วกลับเต็มไปด้วยการคอรัปชั่นที่แผ่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า ั้แ่ระดับนครรัฐไปจนถึงเมืองหลวง และแม้แต่ในระดับอาณาจักร
เกล็นรู้ดีว่าภารกิจที่แท้จริงของเขาไม่ได้จบลงเพียงแค่การผ่านการทดสอบเพื่อขึ้นเป็าา แต่คือการนำพาอาณาจักรดรัมให้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ของการคอรัปชั่นที่ยาวนาน เพื่อสร้างสังคมที่เป็ธรรมและยั่งยืนสำหรับทุกคน แต่การกระทำนี้ย่อมไม่เป็ที่ชอบใจของผู้ที่อยู่เื้ัการทุจริต ผู้ที่ใช้ตำแหน่งและอำนาจในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างไม่ชอบธรรม
ภาพเริ่มต้นด้วยทิวทัศน์อันงดงามของพระราชวังในเมืองหลวง “แองเจิ้ลไซส์” พระราชวังที่สง่างามและโอ่อ่า ตั้งตระหง่านด้วยสีขาวไข่มุกที่เปล่งประกาย กระดูกัที่มีค่ามากถูกใช้ในการประดับตกแต่ง รวมกับทองคำที่ส่องแสงระยิบระยับไปทั่วทั้งตัวอาคาร สะท้อนถึงความมั่งคั่งและอำนาจของราชวงศ์ ภายในพระราชวังนั้น ทางเดินถูกปูด้วยพรมสีแดงทองลวดลายวิจิตร ดูหรูหราและเต็มไปด้วยความประณีต ทหารที่ใส่ชุดเกราะหนักจำนวนมากยืนเรียงรายเป็แนวเฝ้ายาม แสดงถึงการป้องกันที่เข้มงวด
เมื่อเข้าสู่ห้องประชุมขนาดใหญ่ ใจกลางห้องนั้นมีโต๊ะประชุมสีน้ำตาลอ่อนที่ยาวหรูหรา บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารหลากหลายชนิดที่จัดเตรียมไว้อย่างครบครัน ขุนนางจำนวนมากนั่งเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างของโต๊ะด้วยท่าทีเคร่งขรึม ทุกสายตาจับจ้องไปยังาาผู้สูงวัยที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ าาผู้นี้มีอายุ 75 ปี ร่างกายผ่ายผอมด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ใบหน้าที่ดูชั่วร้ายและดวงตาตี่แหลมคมส่อถึงความไม่ปราณี ร่องรอยการต่อสู้เล็กน้อยบนใบหน้าของเขาบ่งบอกถึงอดีตที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย าาแต่งตัวในชุดาาที่อลังการ และสวมมงกุฎทองคำที่ใหญ่โต
ด้านข้างของาานั้น คนที่นั่งอยู่คือ “อเล็กซ์” เลขาธิการผู้ซื่อสัตย์ ชายผู้มีหนวดเล็กๆ ใส่ชุดขุนนางยุคโบราณ พร้อมกางเกงขายาวสีเข้ม ผมดำที่เรียบแปล้เป็ระเบียบ สะท้อนถึงบุคลิกของคนที่เคร่งครัดและมีระเบียบอย่างยิ่ง
อเล็กซ์ยืนขึ้น สูดหายใจลึกก่อนจะเริ่มกล่าวเปิดการประชุม เสียงของเขาดังกังวานทั่วทั้งห้องประชุมอันเงียบสงบ
“ขุนนางผู้ทรงเกียรติทุกท่าน การประชุมเื่มติาาองค์ใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว บัดนี้ ถึงเวลาที่เราจะต้องตัดสินใจอนาคตของอาณาจักรดรัม...”
บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มตึงเครียด สายตาของขุนนางหลายคนเริ่มแลกเปลี่ยนกันอย่างเงียบงัน ภายในใจของแต่ละคนต่างมีความคิดและเจตนาอันซ่อนเร้น ขณะที่อเล็กซ์กล่าวเปิดการประชุม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่นและเด็ดขาด ประกาศให้ทุกคนรู้ว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็การตัดสินอนาคตของดรัม และาาที่จะขึ้นครองบัลลังก์
อเล็กซ์พูดต่อ
“เกล็น พ่อมดขาวผ่านการทดสอบทั้ง 4 ข้อแล้ว และประชาชนส่วนใหญ่เลือกเขาเข้ามา”
ขุนนางรายหนึ่ง ที่ดูหนุ่มแน่น มีค ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ผมสีทองเงางามเปรียบเสมือนมงกุฎบนศีรษะ ใบหน้าหล่อเหลาไร้หนวดเคราบ่งบอกถึงความเยาว์วัยและความมั่นใจในตัวเอง ดวงตาสีฟ้าจ้องมองทุกคนราวกับกำลังประเมินค่า
มีคพูดขึ้นมาว่า “ข้าไม่เห็นด้วย!!”
อเล็กซ์ถามกลับ “ทำไมล่ะท่านมีค”
มีคให้เหตุผลว่า
“ข้าเกรงว่าประสบการณ์ในการปกครองบ้านเมืองในยามสงบสุข จะไม่เพียงพอต่อการรับมือกับสถานการณ์อันตรายที่กำลังคืบคลานมา ท่านเกล็นเป็คนขาดความเด็ดขาด ข้าได้ข่าวว่าอาณาจักรข้างเคียงเรามันรวบรวมอาวุธวิเศษได้ 1 ชิ้น และอาจจะเข้าทำการสู้รบกับอาณาจักของเราก็ได้ นโยบายทางการเมืองใหม่ของท่านเกล็นอาจทำให้บ้านเมืองเรามีปัญหาได้”
เกล็นแย้งขึ้นมาว่า
“มีค ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิด ท่านอาจจะเคยชินกับา แต่ข้าเชื่อว่าสันติภาพจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองมากกว่า การที่เราจะต้องสูญเสียเืเนื้อเพื่อปกป้องอาณาจักร…"
มีค: (เลิกคิ้ว) และกล่าวแทรกว่า "สันติภาพงั้นหรือ? ท่านเกล็นคงลืมไปแล้วว่าโลกนี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด อาณาจักรชินจิและฟอริโน่กำลังเฝ้าดูเราอยู่ และพวกมันก็พร้อมที่จะกระโจนเข้ามาทำลายทุกสิ่งที่เราสร้างมา"
าาไคสัน: (ทำหน้าเคร่งเครียด) "คำพูดของพวกท่านทั้งสองก็มีเหตุผล แต่สถานการณ์ของเรามีความซับซ้อนกว่าที่คิด การรักษาสมดุลระหว่างสันติภาพและความมั่นคงเป็สิ่งที่ยากลำบาก"
าาพูดด้วยสีหน้าขุ่นเคือง "โลกนี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่เ้าคิด เกล็น าเป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เสมอไป เ้าต้องเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน และอย่าลืมว่า บางครั้ง การเป็พ่อมดขาวก็อาจไม่เพียงพอ”
าาหันหน้าไปจ้องเกล็นตาเขม็ง “และหากถึงเวลาจริงๆ เ้าอาจจะต้องเป็ พ่อมดดำ เพื่อปกป้องอาณาจักรของพวกเรา!”
าาถอนหายใจ “เฮ้อ..แต่กฎย่อมเป็กฎ เกล็นมีคุณสมบัติครบถ้วน ถึงจะมีหลายท่านลำบากใจ แต่ข้าตัดสินใจให้เกล็นเป็ผู้สืบทอดบัลลังค์ที่แท้จริงของเรา”
เกล็นตอบ “ครับองค์าา”
ขุนนางอีกคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “ข้าเห็นด้วย เกล็น มีคุณสมบัติที่เพียงพอ ถ้าเพียงแต่เกิดเื่กับบ้านเมืองเราจริงๆ เกล็นก็พร้อมจะมีวิธีแก้ปัญหา เขามักหาทางออกได้เสมอ”
อเล็กซ์ถามมีคว่า “ท่านมีค ท่านยังมีข้อโต้แย้งอยู่อีกไหม”
มีคตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อืมม..ถ้าถึงเวลาบ้านเมืองมีปัญหาจริงๆ แล้วท่านสามารถกลายเป็อาวุธสังหารโหด ‘พ่อมดดำ’ ได้จริงๆข้าก็ไม่มีข้อโต้แย้ง”
*เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพ่อมดขาวและพ่อมดดำ
การจะกลายเป็พ่อมดขาว หรือ พ่อมดดำ จะมีเวทมนตร์แต่ละแบบ พ่อมดขาว คือ ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง พวกเขามีพลังในการรักษา บำรุง และปกป้องทุกชีวิต พวกเขาเชื่อมโยงกับธรรมชาติและใช้พลังของแสง ดิน น้ำ ลม ไฟ เพื่อสร้างสรรค์และปกป้อง
ส่วนพ่อมดดำ คือ ผู้ความมืด มีพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว สามารถควบคุมเงามืด สร้างภาพลวงตา และบิดเบือนความจริงได้ พลังนั้นเกิดมาจากความเกลียดชัง ความแค้น และความสิ้นหวัง โดยจะมีพลังในการทำลายล้างสูง หากนักเวทย์มีพลังมากพอ จะสามารถทำลายนครรัฐหนึ่งได้จากการร่ายเวทย์เพียงครั้งเดียว
หากแต่การจะเป็พ่อมดดำนั้น รากฐานเกิดมาจากพ่อมดขาวแต่พบเจอเหตุกาารณ์ที่ทำให้จิตใจที่แหลกสาย สิ้นหวัง คับแค้น และมีความรู้สึกที่อยากจะฆ่าใครซักคนอย่างแรงกล้า มีจิตใจที่วิปลาสจนถึงที่สุด ถึงจะครบเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงพลังเวทย์ทั้งหมดให้กลายเป็พ่อมดดำ
*ในปัจจุบันแทบไม่มีคนที่เป็พ่อมดดำหลงเหลืออยู่ หากอาณาจักรไหนมีพ่อมดดำ จะถือว่ามีกำลังและแสงยานุภาพทัดเทียมกับอาวุธนิวเคลีย
หลังจาก มีค พูดจบ ขุนนางทุกคนไม่ได้มีข้อโต้แย้งอันใดต่อ
อเล็กซ์จึงพูดปิดการประชุม
“งั้นเป็อันว่า เกล็น พ่อมดขาวแห่งอาณาจักรดรัม ได้สืบทอดการเป็าาองค์ที่ 101 มติเป็เอกฉันท์”
ทุกคนลุกออกจากโต๊ะ แยกย้ายเดินทางกลับไปที่พักของตนเอง
เกล็น ลุกมากับขุนนางอีกคนหนึ่ง มีนามว่า ไดคีน
ไดคีน ชายผู้มีหนวดบางและเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม รูปร่างสูงใหญ่และกำยำเต็มไปด้วยพลังของนักรบ วัยกลางคนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ หนึ่งในนั้นเป็แผลเป็ที่เด่นชัด เขาสะพายดาบใหญ่ที่แผ่นหลัง เสมือนเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย ด้วยบุคลิกที่ดุดันและสง่างาม ทำให้เขาเป็ที่เคารพและหวาดเกรงในอาณาจักรดรัม ไดคีนไม่ได้เป็เพียงนักรบที่ขึ้นชื่อ แต่ยังเป็ผู้ว่านครรัฐหนึ่งในอาณาจักรอีกด้วย
ถึงภายนอกของเขาจะดูแข็งกร้าวและน่ากลัว แต่ในใจลึก ๆ ไดคีนเป็คนจิตใจดี เขาชอบช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก ความเมตตานี้ทำให้เขาเป็ที่รักของผู้คนในรัฐที่เขาดูแล ไดคีนมีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับเกล็น เพื่อนสนิทที่เคยร่วมออกผจญภัยกันในฐานะ "นักแก้ปัญหา" ทั้งสองร่วมกันผ่านพ้นอันตรายและความท้าทายมานับไม่ถ้วน และแม้จะอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจ แต่ไดคีนก็ยังคงรักในการต่อสู้และค้นหาความท้าทายใหม่ ๆ อยู่เสมอ
ไดคีนถามเกล็น “ว่าไงไอเ้าหนุ่มมีคนั่นเล่นนายน่าดูนะ ฮ่าๆๆ “
เกล็น ตอบ “ฮ่าๆๆ เด็กหนุ่มไฟแรงก็แบบนี้แหละ ไอเ้านั่นเพิ่งได้ขึ้นมาตำแหน่งขุนนางเมื่อปีที่แล้วเองน่ะ”
ไดคีนพูดต่อ “เ้านั่นมีพลังเวทย์สูงน่าดู คงมีพลังระดับ 8-9 เลยทีเดียวนะ”
“พลังระดับนั้น ถือครองอาวุธวิเศษได้สบาย” เกล็นตอบกลับ
“อืมม ว่าแต่ตำนานจะเป็จริงที่เค้าว่ากันว่า หากใครถือครองอาวุธทั้ง 7 ได้ จะมีชีวิตนิรันดร์” ไดคีนถามอย่างสงสัย
“แล้ว..อีก 6 ชิ้นมันอยู่ที่ไหนล่ะนั่น”
เกล็นทำหน้ายิ้มกริ่ม
“ข้าก็ไม่อาจรู้ได้ แต่หากจะให้อาณาจักรเราเป็ผู้พิชิตโลกทั้งใบเราจำเป็ต้องมี อาวุธทั้ง 7 ชิ้นนี้ อยู่ใน ข้ามีเพียงแค่คฑาวุธวิเศษอันนี้ แค่ััมันก็ต้องใช้พลังเวทย์ระดับ 7 ขึ้นไป ในการถือมันแล้ว ถ้ายังต้องถืออีกซักชิ้น ร่างข้าจะไม่แหลกสลายไปเลยรึ” พร้อมกับหัวเราะเบาๆ
ไดคีนตอบ “อืมม งั้นคำว่ารวบรวมอาจจะหมายถึงนำคน 7 คน ที่ถือครองอาวุธชิ้นนี้แล้วมาอยู่ด้วยกันรึเปล่า? ฮ่าๆ ตำนานก็ยังเป็ตำนานข้าอาจจะไม่ได้มีวันเห็นมันก็เป็ได้”
เกล็นตอบด้วยสีหน้าเศร้า
“หึๆ ข้ามักจะอยากมีชีวิตอยู่นานๆเสมอ ปีนี้ข้าอายุก็ปาไปเกือบ 50 แล้ว ถ้ามีชีวิตอยู่ไปได้เรื่อยๆก็คงดี ”
ไดคีนพูดต่อ “แสดงว่าท่านก็อยากจะรวบรวมอาวุธทั้ง 7 ใช่ไหมล่ะ”
“ใช่แต่…แค่ได้ชิ้นเดียว ข้าก็ใช้เวลาไปเกือบทั้งชีวิตแล้วน่ะสิ! เว้นแต่…” เกล็นตอบด้วยสีหน้าเศร้าไดคีนถามต่อ “เว้นแต่…?”
“ข้าจะกลายเป็พ่อมดดำ” เกล็นตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด