ในตอนค่ำเย่เฉินและเจ้าหมีสองก็มาถึงสวนสมุนไพรวิญญาณของสำนักเหิงเยว่
สวนสมุนไพรวิญญาณครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่มากเมื่อทอดสายตามองออกไป ทั่วทั้งสวนถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกเหล่าสมุนไพรวิญญาณเปล่งประกายแสงระยิบระยับด้วยสีสันต่างกันไป แม้ว่าพวกเขานั้นจะยังไม่ได้เข้าไปด้านในก็ได้กลิ่นหอมของสมุนไพรวิญญาณที่ลอยออกมาแล้ว
โดยปกติแล้วสวนสมุนไพรวิญญาณแห่งนี้ เต็มไปด้วยข้อระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆมากมายไม่ใช่ว่าใครจะเข้ามาตอนไหนก็ได้
“มันเข้าได้จริงหรือ!” เย่เฉินมองไปยังหมีสองตัวอ้วนที่อยู่ข้างกายเขายังคงรู้สึกว่าคนผู้นี้ดูไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย
“ได้สิ!” เจ้าหมีสองตบหน้าอกของตนเอง ก่อนจะเดินนำเข้าไปในสวนสมุนไพรวิญญาณ
เย่เฉินหันไปมองรอบๆจากนั้นจึงเดินตามเข้าไป
ในสวนสมุนไพรวิญญาณนี้มีศาลาพลับพลาอยู่แห่งหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของป่าต้นผลไม้วิญญาณ
แฮกๆฮู้...ฮู้...ฮู้...ฮู้...!
ก่อนที่เย่เฉินและเจ้าหมีสองจะเข้าไปใกล้ก็มีเสียงหอบของหญิงสาวผู้หนึ่งดังออกมาจากศาลาแห่งนั้นอีกทั้งยังเห็นการสั่นสะเทือนของศาลาได้ชัดเจน
เมื่อได้ยินเสียงเช่นนั้นเย่เฉินก็กระตุกมุมปาก เป็นเพราะเขามีความคุ้นเคยกับเสียงแบบนี้เป็นอย่างมากแต่สาวงามผู้ฝึกตนถึงระดับขั้นสมานญาณ ในค่ำคืนนั้นที่ถ้ำกลางภูเขายังดูหื่นลามกมากกว่าหญิงสาวที่ส่งเสียงอยู่ในศาลาตอนนี้เสียอีก
“ลุงของเจ้านี่ตั้งใจทำงานเหลือเกินนะ!” เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเจ้าหมีสอง
“แต่ข้าว่าเสียงนี่มัน...ไม่เหมือนกับเสียงลุงข้าเลยสักนิด!” เจ้าหมีสองเกาศีรษะของเขา
ทันใดนั้นเจ้าหมีสองก็บิดร่างอันอ้วนของตัวเองเดินตรงไปข้างหน้าจากนั้นจึงตะโกนถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ “นั่นท่านลุงหรือเปล่า?”
“เร็วเข้าๆรีบใส่เสื้อผ้า” ในไม่ช้า ก็มีเสียงการเร่งเร้าของชายผู้หนึ่งดังออกมาจากศาลา
ไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น จากนั้นศิษย์ชายที่ผมยุ่งเหยิงกับศิษย์หญิงที่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยก็ปรากฏตัวขึ้นตรงประตูศาลา
“เจ้าอ้วนหมีเจ้าเองหรือ!”เมื่อศิษย์ชายผู้ที่มีสีหน้าตื่นตระหนกได้พบกับเจ้าหมีสองเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และไม่ลืมที่จะโบกมือให้กับศิษย์หญิงข้างกาย “ที่รักเจ้ากลับไปก่อนนะ”
“แล้วพรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่” ศิษย์หญิงผู้นั้นหน้าแดงระเรื่อ
พูดจบศิษย์หญิงผู้นั้นก็เดินส่ายตัวไปมาออกมาด้านนอก และเมื่อเดินผ่านเย่เฉินนางก็ไม่ลืมที่จะขยิบตาให้เขา
แต่เย่เฉินไม่ได้ให้ความสนใจนางบางทีอาจจะตั้งแต่คืนนั้น ในใจของเขาก็ไม่ไว้ใจสตรีนางไหนอีกเลย
“หลี่ซานเอ๋อ! เจ้าช่างกล้าเกินไปแล้วนะ เจ้าไม่กลัวลุงข้าจะมาทุบตีเจ้าหรือ?” อีกด้านหนึ่ง เจ้าหมีสองก็เริ่มแสยะยิ้มและด่า“นี่เจ้าคิดว่าที่นี่เป็นหอนางโลมหรืออย่างไร?”
“ท่านอาจารย์ออกไปทัศนาจรแล้วและไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไร ข้าก็เลยเหงา จึงต้องหาคนมาอยู่เป็นเพื่อนนี่ไง”
“ลุงของข้าออกไปทัศนาจรแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ออกไปตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็เยี่ยมไปเลย”เจ้าหมีสองก้าวออกมา จากนั้นก็เอาแท่งเหล็กออกมาจากแขนเสื้อทุบลงไปยังศีรษะและใบหน้าของศิษย์คนนั้นจนล้มลงไปแผ่หลาอยู่บนพื้น
เอ่อ...!
เย่เฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างดูไปพลางกระตุกยิ้ม “นี่คือสิ่งที่เจ้าเรียกว่ามาเก็บสมุนไพรวิญญาณหรือ? นี่มันเรียกว่าปล้นชัดๆ!”
“ไม่ว่าจะเป็นการขโมยหรือการปล้นชิงก็ช่างมันเถอะขอแค่ได้สมุนไพรวิญญาณมาก็พอแล้ว” เจ้าหมีสองได้เริ่มต้นลงมือลากศิษย์ชายผู้นั้นโยนลงไปในพงหญ้า จากนั้นก็ปัดมือและพูดขึ้นมา“หากว่าลุงจะมาตัดพ้อต่อว่า ก็ยังมีข้าอยู่ทั้งคน! เอาล่ะมีสมุนไพรวิญญาณอยู่ตั้งมากมาย อีกอย่างพวกเราก็ไม่ได้จะเอาไปมากสักหน่อยดูไม่ออกหรอก”
“ทำไมข้ารู้สึกราวกับว่ากำลังขึ้นเรือโจร”
“อย่าให้สิ่งเหล่านี้มันสูญเปล่าไปกันเถอะ”
แม้ว่าเขาจะรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อยแต่เย่เฉินก็เดินตามไปในที่สุด
สวนสมุนไพรวิญญาณปลูกสมุนไพรวิญญาณไว้มากมายทำให้เย่เฉินรู้สึกตื่นตาตื่นใจ หลายอย่างไม่มีที่ภูเขาด้านหลังและหลายชนิดก็มีค่ามาก สมุนไพรวิญญาณที่มีค่ามากล้วนมีข้อจำกัดมากมาย ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าจะคิดเพ้อถึงพวกมัน
ในที่สุดพวกเขาก็เดินมาถึงพื้นที่ปลูกดอกอวี้หลันหิมะ
เป็นจริงตามที่เจ้าหมีสองบอกไว้ที่นี่มีดอกอวี้หลันหิมะจำนวนมาก แต่ละดอกต่างเปล่งประกายเจิดจรัสขโมยไปเพียงเล็กน้อย ไม่มีทางดูออกว่ามันหายไป
และสิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือ ดอกอวี้หลันหิมะไม่ใช่สมุนไพรวิญญาณที่มีค่า จึงไม่มีกฎต้องห้ามใดๆ
“ต่อให้พลิกหาทั่วทั้งภูเขาด้านหลังก็มีอยู่เพียงไม่กี่ดอกที่สามารถเก็บได้ แต่ที่นี่กลับมีมากมายยิ่งนัก”
เย่เฉินถอนหายใจเมื่อแอบนึกถึงรายได้หลักที่สำคัญของสำนักเหิงเยว่หากใช้ดอกอวี้หลันหิมะเหล่านี้กลั่นเป็นน้ำยาวิญญาณหยกเขาคงจะมีรายได้แต่ละครั้งมากจนมั่งคั่งน่าดูเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายที่สวนสมุนไพรวิญญาณแห่งนี้ไม่ใช่ของเขา
“อย่ามัวแต่อึ้งอยู่รีบเก็บเร็วเข้า!” เจ้าหมีสองพูดเร่งเร้า
เมื่อพูดจบเขาจึงเริ่มขยับตัว หยิบถุงเก็บของออกมาจากเป้ากางเกงจากนั้นก็ทำพฤติกรรมอย่างหัวขโมยทุกครั้งที่ลงมือก็จะมีดอกอวี้หลันหิมะถูกเด็ดไปด้วยทุกครั้ง
เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินก็ไม่รีรอ รีบหยิบถุงเก็บของออกมา แล้วมุ่งเข้าไป
“อย่าเก็บแค่จุดเดียวมันชัดเจนเกินไป”
“ไร้สาระข้ารู้แล้ว”
“เจ้ารู้แต่ก็ยังมุ่งเน้นไปแค่จุดเดียวตรงนั้นถูกเจ้าเด็ดไปจนเกือบหมดแล้ว”
ภายใต้แสงจันทร์ยามราตรีทั้งสองคนก็ยังคงเก็บต่อไปอย่างไร้ยางอาย เหมือนโจรขโมยของอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อถุงเก็บของทั้งสองใบเต็มแล้วเจ้าหมีสองจึงโบกมือน้อยๆ ของเขา “ถอนตัว”
เย่เฉินรู้ได้ทันทีจึงเก็บถุงเก็บของไว้ในอ้อมแขน และขณะกำลังจะออกไปอัคคีเที่ยงแท้ในร่างกายเขาก็สั่นสะท้าน
มีของวิเศษ!
นี่เป็นประโยคแรกที่ปรากฏขึ้นในใจของเย่เฉิน
ดวงตาของเขาหรี่ลงเย่เฉินกวาดสายตาไปโดยรอบ แต่การมองเห็นของเขามีจำกัดดังนั้นเขาจึงไม่พบอะไรที่ผิดสังเกต
“ไปเถอะๆ”เจ้าหมีสองคว้ามือข้างหนึ่งของเย่เฉินเอาไว้ และมุ่งหน้าออกไปด้านนอก
แม้ว่าจะต้องการเข้าไปให้ลึกกว่านี้แต่เย่เฉินก็ตัดใจตามหมีสองออกไปในที่สุดเพราะว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อขโมยสมุนไพรวิญญาณ หากมีคนอื่นอยู่ที่นี่ด้วยก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เพียงแต่ขณะที่พวกเขามาถึงด้านล่างของศาลา บนอากาศ ก็มีคนมาพร้อมกับสายรุ้งเทวะ
“ซวยแล้วลุงของข้ากลับมาแล้ว” เจ้าหมีสองพูดอย่างท่าไม่ค่อยดี
“ซวยไปแปดชั่วอายุคนเลยทีเดียว”เย่เฉินด่าอยู่ในใจ กลับมาตอนไหนก็ไม่กลับ ดันกลับมาตอนนี้เสียได้
ระหว่างที่พูดก็มีเงาร่างหนึ่งลอยลงมาจากฟ้า
จะว่าไปแล้วคนผู้นี้มีรูปร่างตรงได้สัดส่วนค่อนข้างจะผอมเพรียว มีท่าทางอย่างผู้อาวุโสที่สูงส่งก็ตรงที่มีปากใหญ่กว่าสักหน่อย
คนผู้นี้ก็คือหลินชิงซานผู้อาวุโสผู้ดูแลสวนสมุนไพรวิญญาณและเป็นลุงของเจ้าหมีสอง
“ท่านลุงท่านกลับมาแล้ว” เจ้าหมีสองลูบมือพลางยิ้มแฉ่งให้เขา
“เจ้าหมีสอง?” หลินชิงซานตกใจ “ดึกดื่นแบบนี้ เจ้ามาสวนสมุนไพรวิญญาณของข้าทำไมกัน”
“เอ่อ..ก็ไม่มีอะไรหรอกพ่อของข้ากำลังจะแต่งสะใภ้อีกคน ก็เลยให้ข้ามาส่งเทียบเชิญไปร่วมงานมงคล”
“อะไรนะ?” หลินชิงซานโกรธมากและมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันที
เย่เฉินที่อยู่ด้านข้างยังแทบจะคุกเข่าให้กับหมีสองฝีมือในการพูดเพ้อเจ้อเรื่อยเปื่อยของเขาไม่ได้แค่โอ้อวด หลอกก็หลอกเถอะ! แต่ต้องโกหกขนาดนี้เลยหรือ!
“สยงต้าไห่ข้าว่าเจ้านี่รนหาที่ตายจริงๆ” หลินชิงซานโกรธมาก หันหลังกลับไปทันทีเขาโกรธมากจนเหาะทะยานขึ้นไป และดูเหมือนว่าจะมุ่งหน้าไปคิดบัญชีกับบิดาของหมีสอง
เย่เฉินสามารถนึกภาพตามได้ทันทีว่าบิดาของหมีสอง จะต้องพบกับหายนะอย่างแน่นอน
“ยืนนิ่งอยู่ทำไมไปกันเถอะ” เมื่อเห็นว่าหลินชิงซานจากไปแล้วหมีสองก็รีบดึงตัวเย่เฉินออกจากสวนสมุนไพรวิญญาณในทันที
“เจ้าไม่กลัวว่าพ่อของเจ้าจะกลับมาตีเจ้าหรือไง?” เย่เฉินถอนหายใจและมองไปยังหมีสอง
“ไม่เป็นไรหรอกข้าถูกตีทุกวันอยู่แล้ว”
“...”