ในวันต่อมา หลังเลิกงานฉันพกความมั่นใจในลูกตื้อมาเต็ม ครั้งนี้ซื้อกาแฟดำแบบที่เขาชอบมาให้ พร้อมกับเค้กหน้ามะพร้าวน้ำหอมอีก 2 ชิ้น
พลั้ก
“ว้ายยยยย…”
เพราะมัวแต่หันซ้ายหันขวาหาผู้ชาย ภาพตรงหน้าจู่ๆ ก็มีเด็กเล็กวิ่งปรี่เข้ามาหา ฉันเอี้ยวตัวหลบเพื่อไม่ให้ชนเด็ก ทำให้แกแฟร้อน ๆ หกใส่มือแขน และเสื้อเชิ๊ตสีขาว
ฟู่ววววว
“กรี้ดด ร้อนๆๆ …”
ฉันแหกปากลั่นทางเดิน ทิ้งแก้วกาแฟในมือ จับเสื้อที่เปียกแนบเนื้อกระพือไล่ความร้อน
“เดียร์น่า!!” เสียงดุๆ ของเขาเอ่ยตามหลัง พร้อมกับใบหน้าบึ้งตึงตรงดิ่งเข้ามาคว้าลูก
“ดะด๊า หนูไม่ได้ตั้งใจ… ฮึก” ทันทีที่เธอเห็นหน้าพ่อ เธอก็หยีปากจะร้องไห้ด้วยความกลัวผิดตามประสาเด็ก
“มะ ไม่เป็อะไรพี่ติณณ์ แค่เสื้อเปื้อนเอง เดียร์น่า กาแฟไม่ได้หกใส่หนูใช่ไหมลูก” เธอหันมาหาฉันแล้วส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะซุกตัวเข้าอ้อมแขนของผู้เป็พ่อ
“เฮ้อ มีแต่เื่ .. ตามมา จะพาไปเปลี่ยนเสื้อ”
เขาบอก ก่อนจะเดินนำหน้าไปทางตึกพักของแพทย์ ในห้องเล็กๆ ที่มีเพียงนอน 3 ฟุตตั้งอยู่ กับโต๊ะทำงานที่เอกสารจัดไว้อย่างเป็ระเบียบ ตู้เสื้อผ้าเล็กๆ ที่แขวนชุดของเขาไม่กี่ตัว และของเล่นเด็กที่เต็มสองตะกร้าใหญ่ๆ วางอยู่อีกมุมของห้อง
“หาเสื้อในตู้เปลี่ยนซะ ฉันมีเคสด่วน เธออยู่รอที่นี่ไปก่อน ฝากเดียร์น่าด้วย”
“อ่าาาา…” ฉันหันมองหน้าเด็ก สลับมองกับเขา ยังไม่ทันตกลงหรือปฏิเสธอะไรเขาก็หันหลังออกไปทันที
เดียร์น่าปีนขึ้นไปนั่งบนเตียง คว้าตุ๊กตามากอด มองฉันตาแป๋ว ฉันยิ้มแห้งให้เด็ก เดินไปค้นตู้ของพ่อเธอ เอาเสื้อยืดคอกลมสีดำมาเปลี่ยน
“เดียร์น่า ปกติหนูมารอดะด๊าที่ห้องนี้บ่อยไหมคะ”
เธอตอบโดยการพยักหน้าลงเบาๆ เช่นเคย
“แล้วเล่นกับใคร ไม่เหงาหรอ” เธอชี้ไปที่ของเล่นในตะกร้า
…น่าสงสารชะมัด เธอเหมือนกับฉันในตอนนั้นเลย ต่างกันแค่ เธอรอดะด๊าของเธอได้ ส่วนฉัน ..เลือกที่จะทิ้งเขา
“งั้นเรามารอดะด๊าด้วยกันนะคะ วันนี้น้าเขมจะเล่นเป็เพื่อนหนูเอง โอเคไหม”
เธอยิ้มกว้างออกมา แล้ววิ่งไปหยิบของเล่นมาให้ฉันอีกหลายชิ้น เราเล่นด้วยกันนานพักใหญ่ เธอเริ่มขยี้ตา อ้าปากหาวแล้วปีนขึ้นเตียง ล้มตัวลงนอนอย่างไม่ต้องบอกหรืองอแงสักแอะ
“อ่านนิทานได้ไหมคะ” เธอถามฉัน
“เอ่อ มะ หมายถึง ให้น้าเล่านิทานให้ฟังหรอ“ เธอพยักหน้าตอบ
“จ้ะ ได้ก็ได้จ้ะ”
ฉันหยิบหนังสือนิทานเ้าหญิงอะไรสักอย่างติดมือมา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เธอ กางหนังสือและเริ่มอ่านออกเสียง
เด็กตัวเล็กซุกตัวเข้าในอ้อมแขนฉัน กลิ่นหอมๆ ของแป้งเด็กโชยเข้าจมูก เหมือนฉันกำลังเลี้ยงลูกตัวเอง ใช้เวลาไม่นานเธอก็หลับปุ๋ยไปแล้ว ฉันค่อยๆ ยกผ้าห่มมาคลุมตัวเราทั้งคู่ และกอดเธอไว้หลวมๆ
‘น้าอิจฉาหนูจังเลย ที่หนูเป็เด็กแต่อดทนรอได้ดีขนาดนี้…’
-------------------------------------------------------------------------------------------
ติณณ์ Said
แกร้ก
ห้องเย็นฉ่ำในความมืด กับสองสาวที่นอนหลับสนิท กอดกันกลมอยู่บนเตียงนอนเล็กๆ ผมปรับอุณหภูมิแอร์ให้อุ่นขึ้น แล้วเดินมานั่งข้างๆ เตียง
‘เขม อย่าทิ้งพี่ … ขอร้องล่ะ’
คำอ้อนวอนที่น่าสมเพชยังดังซ้ำๆ ที่เห็นใบหน้าสวยของเธอ
‘ผมเป็เพียงไอ้โง่ ที่โดนเธอนอกใจซ้ำๆ ..และยอมให้โอกาสทั้งๆ ที่รู้ว่าหยุดเธอไม่ได้’
ความรู้สึกของผมมันอยู่คาบเกี่ยวระหว่างรักและเกลียด ผมรู้ตัวว่าลึกๆ ยังคงรู้สึกอะไรบางอย่างกับเธอ แต่ในทางกลับกัน ผมไม่อยากให้ตัวเองรื้อฟื้นความเจ็บนั้นอีก ผมไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธออีกแล้ว
ยิ่งผมใจร้ายกับเธอเท่าไร เธอก็ยิ่งตื้อหนักขึ้น และเป็ผมเองที่ยิ่งหวั่นไหว
เธอยังสวยเหมือนเดิม น่ารักเหมือนเดิม สดใสดั่งดอกไม้ที่พึ่งผลิออก เสียงอ้อนหวานๆ รอยยิ้มที่งดงาม ทำให้ผมใจเต้นแรงทุกครั้ง จนต้องแสดงสิ่งที่ตรงข้ามออกไป เพราะไม่อยากให้เธอคาดหวังอะไรไปมากกว่านี้
‘ขอโทษนะเขม … แต่พี่คงกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว’
ติณณ์ End