‘จำไว้ ถ้านี่เป็งานเลี้ยงของนาย ฉันจะพังมันให้เละ!'
ประโยคนี้มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผม ผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้สนใจผมเหมือนคนอื่นๆ หึ! น่าสนใจ แต่สงสารน้ำใสอยู่เหมือนกัน
“มีไรวะ" เอกมันเดิมมาถามผม
“เปล่า"
“กูพึ่งมาก็เจอช็อตเด็ดเลยนะ5555"
“แล้ว คนพี่รึคนน้องหล่ะ"
ดู ดูมันพูดกับผม
“มึงมองไม่ออกหรอไอเวร"
‘55555'
แต่ว่า เธอคนนี้ เสร็จผมแน่ หึๆ
“ยิ้มเหี้ยไร รึว่ามึง..."
“อยากได้ก็ต้องได้ หึ"
“แต่กูว่า มึงจัดการตัวเองก่อนดีกว่า ไปเปลี่ยนชุดไป กูเตรียมให้ละ"
ผมไปเปลี่ยนชุดแล้วก็ขอกลับเลย เพราะต้องไปดูผับอีก
“ต้น ไปหาประวัติน้ำอุ่น พิพัฒน์ชัย มาให้กู"
“ไอสัส มึงเอาจริงหรอ ถึงขั้นให้หาประวัติเลยหรอวะ"
อยู่ๆ ไอเอกมันก็มายืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานผม
“แค่อยากรู้จัก ั้แ่น้ำใสคบกับไอเมฆมา ตอนที่มันบอกว่าน้ำใสมีพี่สาว กูก็คิดว่าจะเรียบร้อยเหมือนกัน แต่ที่ไหนได้ ต่างกันคนละขั้ว"
มันก็อย่างที่ผมพูด เมฆไปบ้านน้ำใสก็บ่อย แต่ไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย คงพึ่งกลับจากต่างประเทศ
“นี่ครับนาย"
ต้นยื่นแฟ้มประวัติเธอมาให้ผม
เรียนศิลปะการต่อสู้มาั้แ่เด็ก ไปเรียนที่เมืองนอกั้แ่ ม.ต้น พึ่งกลับมาอยู่ไทยถาวรเมื่อ2ปีก่อน ช่วยพ่อดูแลงาน ผู้หญิงอะไร ทำตัวอย่างกะผู้ชาย
“ถ้ามึงจะอ่านไปยิ้มไปขนาดนี้ ไม่ไปหาเลยหล่ะ"
ดูดิ่ มันพูดประชดผมขนาดนี้ ไอ้เพื่อนคนนี้เหมือนจะรู้จักผมดีเกินไปจริงๆ
“ถ้ากูไปกูไม่โดนเขายิงตายหรอวะ ดันไปมีส่วนทำให้น้องเขาเป็แบบนั้น"
“เออ พูดถึงเื่นี้ กูว่าเชอร์รี่คงอยู่ยากแล้วว่ะ รอบนี้ คงเล่นผิดคนจริงๆ"
ผมก็คิดเหมือนมัน ครอบครัวเธอเป็มาเฟียใหญ่ มีอิทธิพลมาก ส่วนครอบครัวเชอร์รี่ เป็แค่นักธุรกิจ ถึงจะมีสีเทาบ้าง แต่มันก็แค่เพื่อผลประโยชน์เท่านั้น เพื่อปกปิดสิ่งที่ทำ
“แล้วมึงจะเอาไง อาทิตย์หน้ามึงต้องจัดงานการกุศลนะ พ่อแม่มึงอยากให้พาน้ำใสมาเปิดตัวอย่างเป็ทางการไม่ใช่หรอ"
“กูว่ากูยังไม่ให้เธอมาหรอ โดนขนาดนั้น ให้รักษาตัวก่อนดีกว่า ครั้งหน้าค่อยพาเธอมาเปิดตัว"
ถ้ามันไม่พูด ผมก็ลืมไปเลย แต่ก็อย่างว่า ถึงผมจะไม่เห็นสภาพตอนนั้น แต่ก็พอจะเดาได้ น้ำใสไม่ได้แอ๊บ แต่เชอร์รี่คงคิดว่าเธออ่อยผม
กริ่งงง
“ครับแม่"
‘งานการกุศลอาทิตย์หน้า ลูกต้องพาน้ำใสไปให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลูกต้องปกป้องน้องให้ดี'
แม่คงรู้เื่แล้วสิ่นะ
“แต่ว่า.."
‘ทางนั้นเขาขอมาเองน่ะ แม่ก็บอกไปแล้วนะ แต่ทางนั้นไม่ยอม บอกจะไปให้ได้ แม่ก็สงสารน้องเหมือนกัน'
อะไรวะเนี่ย อย่างน้ำใสหน่ะหรอ จะไปในสภาพแบบนั้น เธอคิดอะไรอยู่
“ครับแม่"
ตึ้ดด
“มีไรวะ"
“ไม่เสือกดิ่ครับ"
“เอ้า ไอสัส อย่าลีลา"
ถ้ามันไม่เสือกสักเื่จะตายไหม
“น้ำใสขอไปงานการกุศลอาทิตย์หน้า"
“เชี่ย น้องเขาคิดอะไรอยู่วะ"
ผมก็สงสัยเหมือนกัน
น้ำอุ่น Talk
“ว่าไงคะพ่อ"
“ทางนั้นตกลง อุ่น ลูกจะให้น้องไปแบบนั้นจริงๆหรอ"
“แล้วใครที่เป็ต้นเหตุเื่นี้หล่ะคะ หนูดูแลน้องได้ ยังไงหนูก็ต้องแก้แค้นคนที่มันทำให้น้องหนูเป็แบบนี้!"
ถ้าพ่อบอกกันสักคำ น้องคงไม่เป็แบบนี้หรอก
“พี่อุ่น ไม่ต้องก็ได้ หนูไม่.."
“อย่ามาพูดว่าไม่เป็ไร ถ้ามันมาทำร้ายแกอีกจะทำยังไง ถ้าไม่ติดว่าเป็ลูกคนมีชื่อเสียงหน่อย คงเก็บไปละ แต่เพราะมันมีชื่อเสียงอยู่บ้าง ถ้ามีข่าวนิดหน่อยคงไม่เป็ไร หึ!"
ใช่ ฉันให้พ่อโทรบอกทางนั้นว่ายืนยันจะไปงาน เพราะเป็งานของไอ้บ้านั่น ยังไงอีเชอร์รี่อะไรนั่นก็ต้องไปอยู่แล้ว คอยดู จะเอาให้เข็ด มาทำกับน้องฉัน คิดตื้นๆ รนหาที่เอง ช่วยไม่ได้
“ลูก แม่ว่า ลูกอย่าไม่แก้นแค้นเขาเลย ต่างคนต่างอยู่เถอะ"
แม่!! ใจอ่อนเกินไปป้ะะ
“แม่ แม่คิดอะไรอยู่อะ ลูกแม่โดนทำร้ายนะ! แล้วคิดหรอว่ามันจะต่างคนต่างอยู่ คนแบบนั้น ไม่ยอมง่ายๆหรอก ถ้ามันไม่ได้เป็ตัวจริง แล้วมันไม่โดนสั่งสอนสะบ้าง ถ้าครั้งหน้ามันสั่งคนมายิ่ง หรือหาผู้ชายมารังแกน้องหล่ะแม่ แม่จะไม่เสียใจใช่ไหม!"
“ม..แม่.."
ฉันไม่ได้อยากพูดแบบนี้กับแม่เลยจริงๆ แต่วงการแบบนี้ มันใจอ่อนไม่ได้ ถ้ามันเป็อย่างที่ฉันว่าจริงๆ ฉันคงไม่อยู่เฉย
ไม่แน่ อาจจะไมไปจับมันมาทรมานทั้งตระกูลเลยก็ได้ น้องสาวฉัน ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้อง ใครที่มันบังอาจ ฉันจะจัดการมันส้ะ
“หนูกลัวจัง"
“ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่แล้วนะ"
พอพ่อแม่ออกไป ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็เศร้าอย่างเห็นได้ชัด ั้แ่ฉันไปเรียนที่อเมริกา ใสต้องปั้นหน้ายิ้มต่อหน้าพ่อกับแม่กี่ครั้งแล้ว เพราะที่ผ่านมา ฉันคอยปกป้องน้องตลอด ทุกครั้งที่มีอะไร ใสก็ไม่เคยปิดฉัน พอเวลาที่ฉันต้องไปเรียนที่อเมริกา พ่อแม่ก็เลยเป็ห่วง จนใสต้องกลายเป็คนแบบนี้ไป แต่ต่อไปนี้ น้ำใสจะไม่ต้องมาคอยปั้นหน้ายิ้มให้พ่อกับแม่อีกแล้ว