ฮัวชิงหร่านนั่งอยู่ในรถม้า ขับผ่านด้านข้างลวี่เยาไป เขายื่นมือปลดม่านหน้าต่างลงมา บดบังสายตาที่เป็นมิตรไมตรีด้านนอก หลับตา งีบพักผ่อน
ลวี่เยาจ้องเขม็งไปที่รถม้าของฮัวชิงหร่าน นัยน์ตาประกายแวววาวเป็นคลื่น
ทันใดนั้น “สามภพ” ที่ฮัวชิงหร่านพกติดตัวไว้ที่เอวก็ส่งเสียงอื้ออึงสั่นสะเทือน ฮัวชิงหร่านลืมตาขึ้นทันใดราวกับหมาป่าที่ระแวดระวังตัวหนึ่ง โดยมิรอให้รถหยุด ก็กระโดดบินออกจากรถม้า แหวกชุดคลุมเหยียบลงบนหลังคารถ แขนเสื้อสะบัดพลิ้ว เขาดึงดาบพลางมองไปรอบทิศ
ถังโยวและผู้คนล้วนตกใจที่ฮัวชิงหร่านกระโดดพุ่งออกมากะทันหัน โดยเฉพาะหงซิ้วที่เหมือนนกตกใจลูกศร พอก้นกระแทกกับพื้น ก็ร้องตะโกนอย่างกับหัวใจเครื่องในถูกฉีกออก “อย่าฆ่าข้า อย่าฆ่าข้า!”
รถม้ากำลังแล่นผ่านตลาด โดยรอบมีผู้คนมา ๆ ไป ๆ ครึกครื้นยิ่งนัก ทว่าเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกนี้ ก็ล้วนอดกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว และเดินหาแหล่งที่มา
ในตลาดมีคนปั้นน้ำตาล มีคนขายชาดสีแดงคุณภาพต่ำ มีคนทำขนม มีคนตะโกนร้องขายผัก รวมไปถึงผู้คนสัญจรที่เดินหรือหยุด มองดูความคึกคัก
โชคไม่ดีอย่างมาก ฮัวชิงหร่านเป็นจุดสนใจที่ดูดีที่สุด
เขาไม่ชอบอย่างมากเมื่อผู้อื่นจ้องมอง ครานี้กลับถูกมองอย่างชัดเจนทั่วถึง ละเอียดลออ แม้แต่เนื้อน้อย ๆ นุ่มนิ่มที่อยู่บนคาง ก็ถูกฝูงชนมองชมจนทะลุปรุโปร่ง
เขากวาดตามองบนล่างซ้ายขวาใกล้ไกล กลับไม่พบคนที่น่าสงสัยเป็นนักพรตหญิงนั่น
แม้จะกล่าวว่าเขาเองก็ไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของนักพรตหญิง แต่ความเด็ดเดี่ยวทรงพลังนั่น คนธรรมดาไม่สามารถเทียบได้ แม้ว่าเขาจะเคียดแค้นที่นางไม่ตาย แต่ก็ไม่สามารถไม่ยอมรับ นางจริง ๆ แล้วช่างแตกต่างจากผู้อื่น
แต่ว่า เขาเองถูกใบไม้บังตาแล้ว
ฮัวชิงหร่านรู้ว่านักพรตหญิงต้องซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มคนเป็นแน่ แอบซุ่มมองพฤติกรรมทุกย่างก้าวของเขา ก่อนจ้องหาโอกาสเคลื่อนไหว เพียงแต่ เขาคิดไม่ออกว่า ด้วยความสามารถของนาง เหตุใดไม่ลงมือแก้แค้นทันที? กลับห่วงหน้าพะวงหลัง มิกล้าเผยโฉม? หากไม่ใช่ “สามภพ” ที่สามารถรับความเคียดแค้นของนางได้ เขาเองคงไม่รู้จริง ๆ ว่านางผู้นี้อยู่ไม่ไกล
ในตลาดฮัวชิงหร่านไม่เห็นนักพรตหญิง ทำได้เพียงยอมแพ้ เขากระโดดลงจากหลังคารถ กลับเข้าไปด้านใน รอให้นักพรตหญิงจู่โจม บางที เขาไม่จำเป็นต้องตามหา นางคงมาด้วยตนเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความแค้นในดาบเดียวนั้น ไฉนจะไม่เอาคืน? มองดูนักพรตหญิงปากเก่งนั่น ก็มิใช่คนมีน้ำจิตน้ำใจโอบอ้อมกว้างขวางอยู่แล้ว
ถังโยวเตะเอวของหงซิ้วหนึ่งที กล่าวด่า “ลุกขึ้น น่าอายจริง!”
หงซิ้วรู้ว่าตนเองตื่นตระหนกจนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นรีบกระเสือกกระสนลุกขึ้นจากพื้น ยืนอยู่ด้านหลังของถังโยวอย่างขี้ขลาด กลัวว่าเจ้านายไม่พอใจ จะถีบเข้าให้อีก เท้าอ้วน ๆ นั่นถีบคน เจ็บจริง ๆ นะ
ฮัวชิงหร่านตื่นตัวผิดปกติ หลับตาฟังความเคลื่อนไหวบริเวณรอบ ๆ
คนขับรถม้ารู้ว่ามีเรื่องผิดแปลก แต่ไม่ได้รับคำสั่งจากฮัวชิงหร่าน จะเพิ่มความเร็วเองย่อมไม่ดีแน่ จึงยังคงเดินทางช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไปดังเดิม
ผู้คนที่สังเกตการณ์อยู่รอบ ๆ เห็นเทพตกสวรรค์มุดกลับเข้าไปในรถม้า ในใจรู้สึกผิดหวัง คิดอยากจะเห็นเทพผู้นั้นให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย
ปากต่อปากบอกเล่า ล้วนกล่าวว่าในรถม้ามีชายสง่างามราวกับเทพตกสวรรค์นั่งอยู่ท่านหนึ่ง ถนนทั้งเส้นจึงคึกคักเจี๊ยวจ๊าว โดยไม่รู้ว่าคนทะลักพรั่งพรูออกมาจากซอยเล็กซอยใหญ่ที่ไหนบ้าง ต่างทยอยกันมาล้อมรถม้า ค่อย ๆ ขยับตามรถอย่างช้า ๆ รอโอกาสที่จะได้เห็นชายสง่างามเทพตกสวรรค์อีกสักครั้ง
ตั้งแต่สมัยโบราณถึงปัจจุบัน การเฝ้าติดตามคนที่งดงามไม่เคยหยุดลง
ฮัวชิงหร่านรู้ว่าด้านนอกมีสิ่งผิดปกติ แต่จะกระทำการใดก็ไม่ดี จึงได้แค่เพิ่มความระแวดระวังตื่นตัวอยู่เงียบ ๆ กลัวนักพรตหญิงจู่โจมกะทันหัน
ขณะที่รถม้าเคลื่อนตัวเชื่องช้าอย่างยากลำบาก “สามภพ” จู่ ๆ ก็สั่นสะเทือน ระเบิดเสียงคำรามยาว! เสียงนั่นเปล่งพลังรัศมีมหาศาล เสมือนคลื่นน่าตื่นตกใจพัดเข้าฝั่ง
ฮัวชิงหร่านกลัวว่าตนเองจะถูกขังอยู่ในรถ ไม่สามารถกระทำการ ทำได้เพียงปล่อยไปตามคนให้เป็นปลาหรือเนื้อ จึงบินออกมาอีกครั้ง เมื่อเหยียบลงบนหลังคารถ ก็ชูดาบมองรอบทิศ ระแวดระวังสิ่งผิดปกติ
ลมพัด เป่าผมดำของเขาปลิวพลิ้วไหว แขนเสื้อโบกสะบัด ทั้งร่างดุจดั่งเทพตกสวรรค์นั่งลอยลมมา ทำให้จิตใจผู้คนเคารพยำเกรง
จากนั้น ไม่รู้ว่าใครส่งเสียงร้องชื่นชมปะทุขึ้น เสียงนั่นร้องว่าดี ในเวลาเดียวกัน ก้อนเงินหนึ่งอันก็ถูกโยนมาที่เท้าของเขา
เขาคิดว่านั่นคืออาวุธลับ ร่างกายจึงพลันกระโดดลอยขึ้นไปบนอากาศ เมื่อหลบก้อนเงินนั่นแล้ว ค่อยกลับลงมาบนหลังคารถอย่างว่องไวอีกครา
ตามมาด้วย ก้อนเงินและเหรียญทองแดงจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งหมดถูกโยนใส่เขา
ที่โบยบินอยู่เต็มท้องฟ้าล้วนเป็นกลิ่นเหม็นของเงิน!
ฮัวชิงหร่านตะลึงงัน ไม่เคยพบเคยเห็นสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
ผู้คนที่เฝ้ามุงดูเป็นบ้าไปแล้ว ไม่เคยพบเคยเจอการเล่นกลที่น่าดูถึงเพียงนี้ อีกทั้งคนแสดงก็ช่างดูดี อืม เห็นจะมีแต่นายโรงละครเยี่ยนกุยแห่งโรงละครตระกูลเยี่ยนที่สามารถนำมาเทียบกันได้
อ๊ะ มองดูท่าทางที่แขนเสื้อนั่นปลิวพลิ้วไหว ช่างน่าดูชมเสียจริง เร็ว ๆ ที่อยู่ข้างหน้าแหวกทางให้หน่อย ให้คุณหนูใหญ่ข้าหมุน ๆ หัวไหล่ โยนเหรียญขึ้นไปให้มากเข้า!
ท่ามกลางสายฝนแห่งเงินนับไม่ถ้วนที่ส่งกลิ่นเหม็น ฮัวชิงหร่านไม่สามารถสงบนิ่งได้แล้ว ไม่เข้าใจจริง ๆ เขากลายเป็นนักเล่นกลได้อย่างไร?! ท่าทางวิธีการนั่นของเขา เป็นอาจารย์ถ่ายทอดให้อย่างลึกซึ้ง และยังฝึกซ้อมแสดงหน้ากระจกเป็นเวลานาน ทั้ง ๆ ที่มีลมปราณมหาศาลเพื่อใช้สยบภูตผีปราบปีศาจ เหตุใดกลายเป็นการเล่นกลในตลาดไปแล้ว?! คิดแล้วก็อึดอัดน้อยใจ!
อารมณ์ของฮัวชิงหร่านค่อนข้างสับสนเล็กน้อย เขาคอตกมุดเข้าไปในรถ พอก้นนั่งลงบนกระดาน ไม่รู้เหมือนกันว่าก้อนเงินของใครโยนมา โยนเข้ามาถึงบนเบาะนั่ง ฮัวชิงหร่านไม่ทันสังเกตเห็น พอก้นนั่งลง เจ็บจนดอกเก๊กฮวยของเขาตึงเปรี๊ยะ!
บังเอิญไม่บังเอิญ ก้อนเงินนั่นมีส่วนแหลมอยู่ ทิ่มเข้าไปในดอกเก๊กฮวยของเขา——เจ็บ ๆ ๆ!
นัยน์ตาของฮัวชิงหร่านหดเล็กฉับพลัน ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือด คล้ายกับอสูรที่อยู่ในลัทธิมาร เร่าร้อนบ้าคลั่งต้องการเข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตจิตวิญญาณทุกสรรพสิ่ง!
เขาสูดหายใจลึก กระดกก้นขึ้น ดึงก้อนเงินที่มีปลายแหลมออกมา เขวี้ยงออกไปนอกหน้าต่างอย่างแรง
ผู้คนที่อยู่ด้านนอกเปล่งเสียงร้องเรียกอย่างทรมาน
ฮัวชิงหร่านกัดฟัน ใช้เท้าเตะกระดานอย่างแรงสองที ส่งสัญญาณให้คนขับรีบไป สถานที่แห่งนี้ไม่ควรอยู่นาน เขากลัวว่าจิตใจตนเองไม่มั่นคง แล้วจะเปลี่ยนเป็นอสูร อาจารย์เคยกล่าว เขาจำเป็นต้องผ่านกัลป์ภัยพิบัติ ถึงสามารถบรรลุสัจธรรม แท้จริงแล้วเป็นกัลป์ภัยพิบัติแบบไหนกัน เขาจึงจะสามารถบรรลุสัจธรรม?!
ชวีหนานอีนั่งอยู่บนหลังม้า รับชมความโกลาหลวุ่นวายนี้ตั้งแต่ต้น อดไม่ได้ที่จะหัวเราะจนคิ้วโก่ง โอ้ ๆ ลวี่เยานี่ช่างน่าขันเสียจริง ออกเสียงร้องเรียกออกมาตรง ๆว่าดี อีกทั้งยังโยนก้อนเงินออกไปอันหนึ่ง ดึงดูดความคึกครื้นใหญ่โตมากมาย
รอยยิ้มยังเบ่งบานไม่เต็มที่บนใบหน้า ก็ถูกเขาบังคับขู่เข็ญเก็บกลับเข้าไป
ห้ามคิดถึงลวี่เยาอีก! ห้ามคิดถึงลวี่เยาอีก! ห้ามคิดถึงลวี่เยาอีก!
คำกล่าวนี้ ชวีหนานอีตัดสินใจท่องไว้ในใจให้เกินร้อยรอบ
เขากลัวจริง ๆ ว่าตนเองคิดไปคิดมาแล้วจะมองข้ามใบหน้าของลวี่เยาไป ร่วมเรียงเคียงหมอนร่วมหอลงโรงอย่างมีความสุขปลื้มปีติ เขาก้มศีรษะ กล่าวกับหลี่ต้าจ้วงที่อยู่ด้านข้างม้า “เหลือพวกเราไว้สองคน ไปนำเงินรางวัลพวกนั้นกลับมาให้หมด”
หลี่ต้าจ้วงกล่าวอย่างลังเลสับสน “ใต้เท้า ขณะนี้พวกเราสวมชุดเครื่องแบบหยาอี กระทำการเช่นนี้ไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง?” เหตุใดรู้สึกว่าตนเองเอารัดเอาเปรียบชาวบ้านธรรมดา ๆ กันนะ?
ชวีหนานอีกล่าวอบรม “เจ้าสามารถอ้างตนว่าเป็นหยาอีที่ข้าส่งไปอารักขาฮัวชิงหร่าน” เขาเหล่ตามอง “ไม่ผิด กล่าวเช่นนี้แหละ”
หลี่ต้าจ้วงรับคำสั่ง กระซิบข้างหูกับหยาอีสองคนที่อยู่ด้านหลังทีหนึ่ง สองคนนั้นก็วิ่งล้มลุกคลุกคลานไปเก็บเงิน
ถังโยวเห็นรถม้าของฮัวชิงหร่านเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอีกครั้ง ครานี้ถึงกับถอนหายใจดังเฮือก กล่าวกับลวี่เยา “เจ้าว่า ท่านพี่ฮัวเป็นอะไรไป? เป็นมนตร์มารใช่หรือไม่? หรือเขาสัมผัสได้ถึงสิ่งชั่วร้ายที่อยู่รอบตัว? คนเหล่านี้ก็ช่างกระไร มองไม่ออกถึงลักษณะท่าทางดั่งเทพตกสวรรค์นั่นของท่านพี่ฮัว ใช้เงินเหม็นไปดูหมิ่นท่านพี่ได้อย่างไร? ใช่ เงินรางวัลก้อนแรกคล้ายกับว่าโยนจากฝั่งนี้ของพวกเรา เจ้าเห็นหรือไม่ว่าใครทำ?” จิตใจของถังโยวล้วนอยู่ที่ฮัวชิงหร่าน จึงไม่ได้สังเกตถึงพฤติกรรมและเสียงร้องว่าดีของลวี่เยา
ลวี่เยากวาดสายตามองถังโยว ไม่ตอบ แต่ถามกลับอย่างสงบนิ่งยิ่งนัก “เจ้าไม่ไปปลอบเสียหน่อยล่ะ?” ลวี่เยาพบว่า ตนเองร้ายกาจเกินไปแล้ว ด้วยความอดทนมาหลายปี ได้ปลดปล่อยความเคียดแค้นและแรงอาฆาตออกมาทีเดียว นำพาให้ฮัวชิงหร่านต้องอับอายเป็นตัวตลกต่อหน้าทุกคน แต่ว่า นางเองก็ชอบความร้ายกาจเช่นนี้ ช่วยไม่ได้ คนเรามีชีวิตอยู่ ก็ต้องทำในสิ่งที่ตนเองชอบบ้าง ต่อให้คนอื่นล้วนไม่ชอบ แต่ ไม่ชอบของคนอื่นจะสำคัญไปมากกว่าความชอบของตนเองได้อย่างไร?
หงซิ้วยืนอยู่ด้านหลังลวี่เยาและถังโยว สำหรับปัญหาของถังโยวนางสามารถตอบ แต่ว่า นางไม่กล้า พอคิดถึงท่าทางของลวี่เยาที่ตบเสี่ยวหรูอย่างรุนแรง นางก็รู้สึกอกสั่นขวัญแขวน ถังโยวบางครั้งที่ตบสองสามทีเตะสองสามทีนั่น กับกำปั้นของลวี่เยาเทียบกันแล้ว เป็นเด็กน้อยไปเลย ดังนั้น นางจึงก้มศีรษะ แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ตัดสินใจนำเรื่องนี้เน่าเปื่อยอยู่ในใจ
ดวงตาคู่เล็กของถังโยวพลันเปลี่ยนเป็นสว่างประกายผิดปกติ กล่าวติด ๆ ขัด ๆ อย่างตื่นเต้น “ขะ... ขะ... ข้าสามารถปะไป... ไปปลอบเขาได้จริง ๆ หรือ?”
ลวี่เยาพยักหน้าอย่างมั่นใจ “พวกเราไม่ได้นั่งรถม้าออกมา คุณหนูใหญ่จะเดินตลอดทางกลับบ้านตระกูลถังย่อมไม่ดี”
ถังโยวคิดดูแล้ว มั่นใจว่าเป็นเหตุเป็นผล ดังนั้นสูดหายใจเข้าลึก ยกมืออ้วน ๆ ขึ้น ตะโกนไปทางรถม้าของฮัวชิงหร่าน “ท่านพี่ฮัว รอ รอโยวเอ๋อร์ด้วย อ๊ะ ๆ ๆ ๆ ๆ...”
ฮัวชิงหร่านกำลังกลัดกลุ้ม จู่ ๆ ได้ยินเสียงคำรามเช่นนี้ สะเทือนร่างกายจนตัวสั่น! เขายกมือกุมหน้าผาก ดวงตาฉายแววไม่พอใจ
หากโดยปกติ ความเร็วของถังโยวสามารถบรรยายได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหว แต่วันนี้เมื่อต้องไล่ตามท่านพี่ฮัวของตน นางก็เปลี่ยนเป็นบินอยู่บนพื้นหญ้าอีกครั้ง ลอดฝ่าฝูงชนอย่างรวดเร็วว่องไว จนไปถึงข้างรถม้าของฮัวชิงหร่าน ในขณะที่คนขับกำลังอยู่ในภวังค์งุนงง นางก็ปีนขึ้นไปบนรถม้าอย่างรวดเร็ว กล่าว “ท่านพี่ฮัว โยวเอ๋อร์มาอยู่เป็นเพื่อนท่านแล้ว”
เปรี๊ยะปร๊ะดังลั่น กระดานม้านั่งส่งเสียงคราง
เสียงดังอูย ถังโยวบินออกจากรถม้าราวกับลูกบอลลูกหนึ่ง ร่วงลงบนพื้น
ฮัวชิงหร่านชักเท้ากลับ มือเดียวยันศีรษะ หลับตางีบพักอย่างสงบเงียบ
ฝูงชนตกใจแตกกระเจิงทุกทิศทาง ถังโยวลุกขึ้นจากพื้นด้วยหน้าตาตื่นตระหนกงุนงง กล่าวกับลวี่เยาที่เดินเข้ามา “ขะ...ข้ากระเด้งออกมาได้อย่างไร?” นางมองเห็นไม่ชัดจริง ๆ รู้สึกเพียงว่าตนเองเพิ่งชะโงกศีรษะเข้าไปในตัวรถม้า ก็บินเด้งออกมาแล้ว
ลวี่เยาชี้นิ้วไปที่รอยฝ่าเท้าตรงทรวงอกของถังโยว
ถังโยวค่อย ๆ ก้มลงมองทรวงอกของตน เจ็บปวดรวดร้าวเหมือนมีคนเสียชีวิต กล่าวเสียงสั่นเครือ “ทำอย่างไรดี? ทำอย่างไรดี? ขะ...นี่เขาไม่ชอบข้าใช่ไหม?”
ลวี่เยาถามกลับอย่างโง่เขลา “ไม่ใช่ว่าเพราะชอบ ถึงได้เหลือร่องรอยหลักฐานไว้เช่นนี้หรือ?” กล่าวประโยคนี้จบ นัยน์ตานางเป็นประกายคลื่น กวาดตามองไปยังฝูงชนที่อยู่ตรงข้ามเยื้องออกไป เหตุใดจึงรู้สึกว่ามีคนแอบเฝ้าสังเกตการณ์นางอยู่? แต่เมื่อหันไปมอง คนผู้นั้นก็หลบซ่อนร่องรอยแล้ว เล่นซ่อนหากับโคตรยายเจ้าหรือไง? หลานเอ๋ย ยายไม่มีเวลามาสนใจเจ้าหรอก เจ้าเล่นเองคนเดียวเถอะ! ถังโยวเหม่อลอยแล้ว นางคิดไม่ถึงว่า รอยเท้าที่ชัดเจนแจ่มแจ้งนี้ ก็ยังมีคำอธิบายที่สวยสดงดงามเช่นนี้ ลวี่เยา ผู้มีความสามารถหนอ!
ถังโยวหน้าตาซาบซึ้งมองไปที่ลวี่เยา นางตัดสินใจแล้ว จะต้องทำดีต่อลวี่เยา!
ก้มหน้ามองรอยเท้าบนทรวงอกอีกครา ถังโยวเปลี่ยนเป็นไก่ชนที่ตระหง่านสง่างาม ใช่ นี่คือแรงขับเคลื่อน! นี่คือร่องรอยหลักฐานที่เด่นชัดแจ่มแจ้ง! นี่คือหลักฐานว่าท่านพี่ฮัวชอบนาง! ช่างเป็น...ช่างเป็นรอยเท้าที่น่ารักมาก! นางต้องเก็บรอยเท้านี้ไว้ตราบชั่วฟ้าดินสลาย ทะเลเหือดแห้งหายก้อนหินย่อยเปื่อย!
เสน่หาชั่วกัลป์ เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้า ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebook แล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***