เพียงแค่การพูดโทรศัพท์กับสามีมันก็ทําให้เธอเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจบิลลี่เอนหลังลงพิงกับพนักเก้าอี้ซุกตัวให้ลึกลง รู้ซึ้งอยู่ในใจว่าถ้าธัดได้ล่วงรู้เกี่ยวกับเื่ความเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคร้ายในครั้งนี้หัวใจเขาต้องสลายแน่ และความคิดดังกล่าวก็ทําให้เธอยืดร่างขึ้น
เธอจะต้องทําจิตใจให้เข้มแข็งเข้าไว้ เพื่อเห็นแก่ทุกคนพระเ้า...นี่เธอจะทํายังไงดีบิลลี่มองเห็นภาพบุคคลอันเป็ที่รักทุกคนที่เดินตามร่างของเธอร่างที่เปลือกตาปิดสนิทนั้น แล้วหยาดน้ำตาก็ลามไหลลง ค่อย ๆยกมือที่สั่นสะท้านขึ้นลูบมันออก
ราตรีอันเปลี่ยวเหงายังทอดตัวยาวอยู่เบื้องหน้าแล้วเธอจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ของค่ำคืนนี้ทําอะไรดี...การกินอาหารอาจจะใช้เวลาได้บ้าง หลังจากนั้นก็ดื่มน้ำชาเพราะการดื่มชามักจะทําให้โลกสดใสขึ้นได้เสมอ
แต่มันฟังไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย เพราะในใบชาก็มีคาเฟอีนอยู่บางทีถ้าจะเปลี่ยนเป็ไวน์พลัมน่าจะดีกว่าทั้งเธอและธัดต่างโปรดปรานไวน์พลัมด้วยกันทั้งคู่
แต่อย่าดีกว่าขณะนี้เธอ้าสมองที่ปลอดโปร่งแจ่มใสเพื่อครุ่นคิดพิจารณาถึงสถานการณ์ต่าง ๆให้ถี่ถ้วน เธอยกหูโทรศัพท์หมุนไปยังบริการรูม เซอร์วิสแล้วคําสั่งก็พลั้งหลุดออกไปจากปากจริง ๆ เธอสั่งไวน์พลัมสองแก้ว ชาร้อนสองกาแฮมชีส แซนด์วิชกับสลัดผักสด
เธอยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงกว่าที่อาหารจะมาถึงทําอะไรสักอย่างสิ...สมองสั่งงานอยู่ ล้างเครื่องสําอางออกจากใบหน้า ถอดเสื้อผ้าสวมเสื้อคลุมสีเหลืองตัวที่ธัดชอบแปรงผม...เรือนผมสีเทาที่ธัดขอร้องไว้ว่าไม่ต้องย้อมแล้วก็ถอดต่างหูไข่มุกที่ธัดซื้อให้เป็ของขวัญวันเกิด
เธอพบว่าตัวจ้องมองแหวนแต่งงาน แหวนทองเรียบ ๆที่ค่อนข้างใหญ่วงนั้นพวกเขาจะยังคงใส่ติดนิ้วไว้ตอนที่เธอ...เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากไปหรือเปล่า...
แน่นอน ที่พวกเขาจะต้องทําอย่างนั้นเพราะเมื่อเธอได้พบกันอีกครั้งในแผ่นดินที่ปราศจากกาลเวลาเธอย่อมอยากให้เขาได้เห็นแหวนวงนี้ด้วย
เขียนขึ้นไว้สิ...เขียนทุกสิ่งที่้าลงไว้เพื่อจะไม่เกิดปัญหายุ่งยากในภายหลังข้อความที่จะนํามาเขียนลงไว้วนเวียนอยู่ในสมอง
เธอเขียนสิ่งที่้าจบลง ซึ่งก็พอดีกับที่รูม เซอร์วิสนําอาหารและเครื่องดื่มขึ้นมาส่งให้ เธอคว้าไวน์ขึ้นมาดื่มอย่างกระหายมันเกิดปฏิกิริยาต่อต้านขึ้นภายในร่างกายทันทีความร้อนที่ลามลวกทําให้เธอน้ำตาไหลพรากออกมา ต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ
เมื่อกลับออกมายังห้องนั่งอีกครั้งบิลลี่ก็หยิบแซนด์วิชขึ้นมาและเล็ม มันไม่เหมือนแซนด์วิชที่เธอเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแม้แต่ธัดซึ่งเป็คนกินเก่งก็คงกินเข้าไปไม่หมดแน่แผ่นเนยแข็งที่สอดไว้เคียงข้างแฮมนั้นบางใส ราวกับใครเอาเตารีดร้อน ๆ ไปรีดทับไว้เพื่อให้มีเนื้อที่วางแผ่นแฮมกับเนยแข็งแบบเดียวกันนี้ได้มากขึ้นเธอจะต้องเก็บเื่นี้ไปเล่าให้ธัดฟังอย่างแน่นอน
เอาละ...พอแล้ว...สมองออกคําสั่งครู่ต่อมาโทรศัพท์ก็เข้ามาอยู่ในมือ เป็ครั้งแรกในชีวิตเป็ครั้งแรกนับแต่แม็กกี้ ลูกสาวคนโตได้ย้ายไปอยู่ฮาวายที่เธอหลงลืมเื่ความแตกต่างของเวลา ทันทีที่ได้ยินเสียงง่วงงุนของแม็กกี้เข้าบิลลี่ก็ก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ และเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ในฮาวายเที่ยงคืนกว่าแล้ว
“มัม...เกิดอะไรขึ้นหรือคะ” แม็กกี้กระซิบถามมาในโทรศัพท์ มีความหวาดหวั่นแฝงอยู่ในน้ำเสียง
“ไอ้เื่ที่มันเกิดน่ะก็เพราะแม่ลืมเื่เวลาเสียสนิทน่ะสิ แม่ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะลูกรักคือวันนี้แม่คิดมาทั้งวันว่าจะต้องโทรศัพท์หาลูก หนูกับแรนด์เรียบร้อยกันดีไหมลูก”
“มัมคะ ถือหูไว้ก่อนนะ หนูจะออกไปที่ห้องระเบียงไม่อยากพูดดังเดี๋ยวแรนด์ตื่น เดี๋ยวเดียวนะคะมัม”
ขณะที่บิลลี่รอให้โทรศัพท์อันหนึ่งยกขึ้นกับอันเดิมวางลงนั้นเธอยอมให้ตัวเองมองให้เห็นภาพห้องระเบียงนั้น มันเป็ห้องที่ได้รับการตกแต่งไว้อย่างสวยงามมากกึ่งภายในและกึ่งภายนอกเต็มไปด้วยสีสันของไม้ดอกไม้ใบแม็กกี้เพิ่งเล่าให้ฟังเมื่อไม่นานมานี้เองว่าได้เปลี่ยนผ้าคลุมเบาะเก้าอี้ทุกตัวในห้องนั้นใหม่โดยใช้สีม่วงสดใสทั้งหมด
“มัมคะหนูดีใจเหลือเกินที่มัมโทรศัพท์มาแม้มันจะเลยเที่ยงคืนแล้วก็เถอะ” แม็กกี้เอ่ยเมื่อกลับมาพูดสายต่ออีกครั้ง “เหตุการณ์ในเวอร์มองท์เป็ยังไงมั่งล่ะคะแล้วนี่มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะเราก็เพิ่งคุยกันเมื่อไม่กี่วันมานี่เองหนรู้ดีค่ะว่ามัมคงอยากรู้ใช่ไหมคะ ว่าหนูจะเอายังไงกับบิลลี่ ลิมิเต็ด ต่อไป”
บิลลี่ ลิมิเต็ด ที่แม็กกี้เอ่ยถึงอยู่นี้คือบริษัทรับออกแบบของมารดาที่บิลลี่ได้ตัดสินใจว่าจะเกษียณอายุจากการทํางานเสียทีและขอร้องให้แม็กกี้เป็ผู้ดําเนินกิจการต่อ
“ที่แม่ทํายังงั้นก็เพราะมองเห็นอยู่ว่าลูกควรจะทําอะไรนอกจากว่ายน้ำกับอาบแดดให้ผิวคล้ำเสียบ้างเท่านั้นละแสงแดดน่ะมันไม่ดีกับสุขภาพของลูกเท่าไหร่นักหรอกนะแม็กกี้ ถามจริง ๆเถอะลูกว่าวัน ๆ ทําอะไรบ้าง”
“ก็...เกาะติดอยู่กับแรนด์ แล้วก็อ่านหนังสือว่ายน้ำ ทําอาหารบ้างนิดหน่อย แล้วก็กลับมาอยู่กับแรนด์ใหม่วนเวียนอยู่แค่นี้ละค่ะมัม”
“ฟังแล้วมองเห็นภาพเลยนะ” บิลลี่พูดด้วยน้ำเสียงรื่นเริง“รู้สึกว่าลูกจะไม่ยอมให้แรนด์คลาดสายตาไปได้แม้แต่นาทีเดียวเลยนะนี่”ขณะเดียวกันเธอก็ออกจะสงสัยว่าแม็กกี้ จะรู้หรือเปล่าว่าสามีคอยสอดส่ายสายตามองหาผู้หญิงคนอื่นอยู่
“มันก็คงยังงั้นมังคะ...” น้ำเสียงของแม็กกี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย“หนูคิดว่าตอนนี้เราสองคนติดใจที่นี่มากเลยละค่ะมัมอาทิตย์หนึ่งแรนด์เขาจะไปไฮโลสักสองสามครั้ง เพื่อไปดูโรงงานผลิตน้ำตาลหนูเห็นจะต้องยอมรับนะคะ ว่าเขาทํางานมากกว่าหนูเสียอีก พักหลัง ๆนี่หนูคิดแต่เื่ข้อเสนอที่มัมยกบริษัทให้อยู่ตลอดเวลา...เอ้อ...” เธออึ้งไป
“คือ...หนูคิดว่ามัมเองก็รู้จักลูกของตัวดีอยู่แล้วนี่คะถ้าหนูะโลงไปทั้งตัวมันก็จะไม่มีเวลาทําอะไรอื่นอีกแต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามตอนนี้หนูก็ทําลงไปแล้วละค่ะแล้วหนูก็กลัวเหลือเกินว่าจะสูญเสียแรนด์ไป...ที่มัมโทรมานี่อยากรู้คําตอบที่แน่ชัดหรือว่า...”แม็กกี้ปล่อยให้คําถามหลังลอยอยู่เช่นนั้
มันจะต้องมีอะไรที่ผิดปกติเกิดขึ้นอย่างแน่นอนบิลลี่สามารถััความรู้สึกเช่นนั้นได้ แม้จะพูดกับลูกสาวทางโทรศัพท์ก็ตามมันเป็สัญชาตญาณของความเป็แม่นั่นเอง
“ลูกจ๋า ถ้าเพียงแต่ลูกจะบอกให้แม่รู้ว่าลูกมีความคิดเห็นในทางบวกหรือทางลบกับเื่บริษัทนั่นได้ก็จะดีหรอกนะไม่ยังงั้นแม่ก็คงเลือกวิธีอื่นหรือไม่ก็ขายมันไปเสียจริง ๆแล้วแม่ก็ไม่อยากเชื่อหูตัวเองอยู่เหมือนกันเื่เงินที่มีผู้เสนอมาให้มันก็แค่บริษัทออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าเล็ก ๆ ที่แม่ตั้งขึ้นตอนที่หนูเกิดแต่พอมาถึงวันนี้มันมีราคามหาศาลตั้งร้อยล้านแน่ะ...
“แล้วแม่ก็มีความคิดอยู่ว่าถ้าลูกไม่สนใจกับเงินจํานวนนี้มูลนิธิโคลแมนส์ก็อาจจะเอาเงินจํานวนนี้ไปใช้ประโยชน์ทางอื่นได้”
แต่สิ่งที่เธอไม่ได้พูดให้ลูกสาวได้รับรู้ไว้ก็คือ บริษัทเล็กๆ ที่เธอตั้งขึ้นไว้นั้นก็เพื่อจะใช้มันเป็หลักประกันความมั่นคงทางด้านการเงินของครอบครัว และบิลลี่ลิมิเต็ด ก็เป็บริษัทที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายของโคลแมนส์ เอ็นเทอร์ไพร้ซ์ด้วย
“คุณพระช่วยมัมขา...มัมอย่าเพิ่งขายบริษัทนั่นเลยนะคะ ใครกันที่เสนอเงินให้มัมตั้งมากมายยังงั้นพวกญี่ปุ่นใช่ไหมเพราะนักธุรกิจญี่ปุ่นเท่านั้นที่มีเงินมากพอจะซื้อกิจการแบบนี้แล้วเงื่อนไขในการชําระเงินล่ะคะ”
“จ่ายสด”
“คุณพระช่วย...”
“แม่เองก็งงไปเหมือนกัน เพราะจริง ๆแล้วตลอดเวลาปีครึ่งที่ผ่านมานี้ แม่ก็ไม่ได้ทําอะไรกับบริษัทนั่นเท่าไหร่นักหรอกคล้าย ๆ กับว่ามันดําเนินไปได้ด้วยตัวของมันเองมากกว่า และเมื่อมาถึงเวลานี้เมื่ออายุแม่ลดน้อยถอยลงทุกวันแม่ก็อยากจะใช้เวลาอยู่กับธัดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ด้วย”
“งั้นให้หนูลองปรึกษากับแรนด์ดูก่อนนะคะคงจะให้คําตอบมัมได้ในวันสองวันนี้ละค่ะ คงไม่เป็ไรใช่ไหมคะ”
“อ๋อ ไม่เป็ไรหรอกลูก เอาละตอนนี้เรามาคุยกันเื่ที่มันน่าสนใจจริง ๆ ดีกว่าระยะหลัง ๆนี่ลูกคุยกับโคลหรือซอว์เยอร์บ้างหรือเปล่าล่ะ อากาศที่นั่นเป็ยังไงมั่ง”
“ลูก ๆ ก็สบายดีค่ะมัม อากาศที่นี่ค่อนข้างร้อนหนูต้องออกมาที่ห้องระเบียงนี่ด้วยเสื้อบาง ๆข้างนอกนี่มันค่อยมีลมหน่อยช่วยให้สบายขึ้นเยอะเลยอยากจะขดตัวนอนอยู่แต่ในห้องนี้ทั้งคืนเสียด้วยซ้ำ มันเหมือน์เลยละค่ะมัม...