“นายท่าน! ท่านสำรวจหุบเหวเสร็จแล้วหรือขอรับ ?” เฟิงเค่อในร่างมนุษย์ได้กล่าวถามหวังเหว่ย
“ใช่แล้ว ข้าจัดการเรื่องของที่นั่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิงเค่อเจ้ากลายร่างเป็นสัตว์อสูรขนาด2เมตร ข้าจะขี่หลังเจ้าเดินทางไปยังเมืองแห่งนักประดิษฐ์”
“รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ เฟิงเค่อได้กลายร่างเป็นราชาสัตว์อสูรหมูเขี้ยวตัน จากนั้นได้ย่อขนาดร่างกายของตนที่มีขนาด7เมตร ลงเหลือ 2เมตร
หวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะเปลี่ยนแปลงใบหน้า" เปลี่ยนใบหน้าใหม่อีกครั้ง จากนั้นได้ขึ้นขี่หลังของเฟิงเค่อออกเดินทางไปยังเมืองแห่งนักประดิษฐ์
“นายท่าน เหตุใดท่านจึงเปลี่ยนแปลงใบหน้าอีกครั้งหรือขอรับ ?”
“ข้ามีความฝันอยากจะเป็นคุณชายร้อยหน้า เจ้าคิดว่าดีหรือไม่ ?”
เฟิงเค่อได้นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อได้รับรู้ความฝันแปลกๆของหวังเหว่ย “ดี... ดีขอรับนายท่าน”
“ฮ่าๆ ข้าล้อเจ้าเล่น ที่ข้าเปลี่ยนแปลงใบหน้าอีกครั้ง เพราะใบหน้าของคุณชายแมวขาวมีคนจำได้เยอะพอสมควรแล้ว หลังจากนี้ข้าอยากลองเป็นคุณชายนักประดิษฐ์ดูบ้าง”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้วขอรับนายท่าน”
หลังจากออกเดินทางไปได้หลายชั่วโมง หวังเหว่ยได้กล่าวว่า “เฟิงเค่อข้าได้จัดเตรียมหน้าที่ใหม่เอาไว้ให้เจ้ากับเฟิงเป้าเรียบร้อยแล้ว เจ้าเตรียมตัวให้พร้อมเอาไว้ได้เลย”
เฟิงเค่อได้มีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ เมื่อได้ยินหวังเหว่ยกล่าวเช่นนั้น “รับทราบขอรับนายท่าน”
เวลาผ่านไปหนึ่งวัน หลังจากเข้าไปพักผ่อนภายในมิติแดนอสูรในตอนกลางคืนและออกเดินทางต่อในตอนเช้า เฟิงเค่อได้พาหวังเหว่ยมาถึงยังบริเวณรอบนอกของเมืองแห่งนักประดิษฐ์
“พวกเราเดินทางมาถึงเมืองแห่งนักประดิษฐ์แล้วขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อได้กล่าว ขณะมองกำแพงเมืองแห่งนักประดิษฐ์
“เฟิงเค่อเราจะพักกันที่นี่ ก่อนเข้าไปในเมือง”
“รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อได้ชะลอฝีเท้าหยุดพักตามคำสั่งของหวังเหว่ย
“อืม... วันนี้หิมะตกอีกแล้วสินะ” หวังเหว่ยได้กล่าว ขณะใช้ฝ่ามือรองรับหิมะที่ตกลงมา
“เฟิงเค่อเจ้ากลับเป็นร่างมนุษย์ พวกเราจะกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร”
หลังจากเฟิงเค่อกลับเป็นร่างมนุษย์เสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้นำเฟิงเค่อเข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อมกับตนเอง
วูบ
มิติแดนอสูร
“นะ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้ทักทายหวังเหว่ยที่มีใบหน้าเปลี่ยนไป แต่พวกเขายังคงสัมผัสได้ว่าบุคคลตรงหน้าคือหวังเหว่ยผ่านสัญญาของสัตว์อสูรและพลังปราณอสูรที่คุ้นเคย
“ฮ่าๆ ข้าเกือบลืมไปเลยว่าได้ใช้ทักษะเปลี่ยนแปลงใบหน้า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ใช้การสื่อสารทางจิตกับเหล่าสัตว์อสูรทั้งหมดที่อยู่ภายในมิติแดนอสูร
“พวกเจ้าฟังข้าให้ดี หลังจากนี้ข้าจะเปลี่ยนไปใช้ใบหน้าใหม่อีกครั้ง และสำหรับใบหน้าใหม่นี้ ข้าจะใช้ชื่อว่าคุณชายนักประดิษฐ์ หากพวกเจ้าสับสนเรื่องหน้าตาของข้า ให้พวกเจ้าสัมผัสตัวตนของข้า ผ่านสัญญาของสัตว์อสูรและพลังปราณอสูร”
“รับทราบขอรับ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน”
หลังจากพูดคุยกับเหล่าสัตว์อสูรทั้งหมดที่อยู่ภายในมิติแดนอสูรผ่านการสื่อสารทางจิตเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ติดต่อกับเฟิงเป้าผ่านการสื่อสารทางจิต
“เฟิงเป้าเจ้ามาพบข้า ข้ามีเรื่องให้เจ้าทำ”
“รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าได้มาหาหวังเหว่ยอย่างรวดเร็ว
“นายท่านมีเรื่องอะไรหรือขอรับ ?” เฟิงเป้าร่างมนุษย์ได้กล่าวถามหวังเหว่ย ขณะเดินเข้ามายืนอยู่ข้างเฟิงเค่อ
“ข้าจะให้พวกเจ้าทั้งสองฝึกฝน "ทักษะการหลอมสร้าง" ทักษะนี้สามารถหลอมสร้างอุปกรณ์วิเศษทุกชนิดได้ไม่เกินของวิเศษระดับล้ำค่า หลังจากนี้ข้าจะให้พวกเจ้าทั้งสองเข้าไปศึกษาหาข้อมูลการหลอมสร้าง ภายในเมืองแห่งนักประดิษฐ์พร้อมกับข้า”
“จริงหรือขอรับนายท่าน !” เฟิงเค่อและเฟิงเป้าได้กล่าวขึ้นพร้อมกันด้วยความตื่นเต้น ที่จะได้ออกไปสำรวจเมืองของเผ่าพันธุ์มนุษย์
“จริงแท้แน่นอน! พวกเจ้าทั้งสองตั้งใจฝึกฝนทักษะการหลอมสร้าง กันให้ดี หลังจากพวกเจ้าทั้งสองฝึกฝนทักษะนี้สำเร็จเรียบร้อย พวกเราทั้งสามคนจะเข้าไปภายในเมืองแห่งนักประดิษฐ์”
“รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อและเฟิงเป้าได้กล่าวตอบรับหวังเหว่ย
หลังจากพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้เริ่มสอน "ทักษะการหลอมสร้าง" ให้กับเฟิงเค่อและเฟิงเป้าในทันที เวลาผ่านไปสามชั่วโมงทั้งสองคนได้เริ่มเข้าใจหลักการพื้นฐานของทักษะการหลอมสร้างเป็นที่เรียบร้อย
“ข้าจะออกไปข้างนอกก่อนพวกเจ้าทั้งสองตั้งใจฝึกฝนกันให้ดี”
หวังเหว่ยได้เดินไปที่ลานกว้างสำหรับใช้ฝึกฝนทักษะ ที่เขาได้ให้เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์สร้างขึ้นมาใหม่ จากนั้นหวังเหว่ยได้เรียกเหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คน รวมถึงเฟิงเฟย จิวซื่อ ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู มารวมตัวกันผ่านการสื่อสารทางจิต
เวลาผ่านไปห้านาที เฟิงเฟย จิวซื่อ ฉิงเหม่ยรวมถึงเหม่ยหลิน เหม่ยจู และเหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คน ได้มารวมตัวกันทางด้านหน้าของหวังเหว่ยครบทุกคนเป็นที่เรียบร้อย
“นายท่านมีเรื่องอะไรให้พวกเราทำหรือขอรับ ?” เฟิงเฟยกล่าวถามหวังเหว่ย
“ใช่แล้ว ข้าอยากให้พวกเจ้าเรียนรู้ทักษะการหลอมสร้าง ทักษะนี้สามารถหลอมสร้างอุปกรณ์วิเศษทุกชนิดได้ไม่เกินของวิเศษระดับล้ำค่า เฟิงเฟย จิวซื่อ ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู พวกเจ้าทั้งห้าคน ยังไม่จำเป็นต้องฝึกทักษะนี้ ข้าเรียกพวกเจ้ามาจดบันทึกงานใหม่นี้เข้าไปภายในหน่วยงานทั้งสามหน่วยของพวกเจ้า”
“รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เฟิงเฟย จิวซื่อ ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู ได้กล่าวกับหวังเหว่ยพร้อมกัน
หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้หันไปมองเหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คน “พวกเจ้าพร้อมที่จะฝึกฝนทักษะกันเลยหรือไม่ ?”
“พวกเราพร้อมเสมอ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คนได้กล่าวกับหวังเหว่ยพร้อมกัน
“ดีมาก ข้าจะเริ่มต้นสอนพวกเจ้าเลย ตั้งใจกันให้ดี” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เริ่มสอนทักษะการหลอมสร้าง ให้กับเหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คน
เวลาผ่านไปห้าชั่วโมง เหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คน ได้เรียนรู้ทักษะการหลอมสร้าง จนเริ่มเข้าใจหลักการพื้นฐานของทักษะการหลอมสร้างเป็นที่เรียบร้อย
“พวกเจ้าทุกคนทำได้ดีมาก หลังจากนี้ให้พวกเจ้าตั้งใจฝึกฝนและนำทักษะไปสอนต่อให้กับคนในกลุ่มของพวกเจ้า”
“รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คน ได้แยกย้ายกันไปฝึกสอนทักษะการหลอมสร้าง ให้กับคนในกลุ่มของตนเอง
“เฟิงเฟย จิวซื่อ พวกเจ้าแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้แล้ว ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู พวกเจ้าอยู่กับข้าที่นี่ก่อน”
“รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เฟิงเฟย จิวซื่อ ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู ได้กล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้น เฟิงเฟย จิวซื่อ ได้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง
“นายท่านมีอะไรหรือเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยได้กล่าวถามหวังเหว่ย
“ข้าไม่ได้พบกับเจ้าเพียงหนึ่งวัน ระดับเลเวลของเจ้าเพิ่มจากระดับเลเวล25 มาเป็นระดับเลเวล27แล้ว! อีกทั้งร่างกายของเจ้ายังแข็งแกร่งขึ้นอีกเล็กน้อย”
“นายท่านเจ้าค่ะ ดวงจิตของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติมีพลังเพิ่มขึ้นหรือไม่เจ้าค่ะ ?” ฉิงเหม่ยได้กล่าวถามหวังเหว่ย
“ดวงจิตของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติมีพลังเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ข้ามั่นใจแล้วว่าเจ้าแข็งแกร่งขึ้นเพราะเขาแน่นอน นี่เป็นเรื่องที่ดีทั้งกับเจ้าและเขา”
“เจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยได้ยิ้มอย่างมีความสุขขณะลูบไปที่หน้าท้องของนางอย่างเบามือ
“ฉิงเหม่ยเจ้าลองฝึกฝนการต่อสู้กับข้าสักหลายชั่วโมง ข้าอยากลองทดสอบบางอย่างดู”
“นายท่านข้ากำลังตั้งครรภ์อยู่ ข้าสามารถฝึกฝนการต่อสู้ได้หรือเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยได้กล่าวถามหวังเหว่ยด้วยความสงสัย
“ในช่วงหลายวันมานี้เจ้ามีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย ข้าอยากลองทดสอบดูว่า เมื่อเจ้าฝึกฝนการต่อสู้ จะมีผลกระทบอะไรกับดวงจิตของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหกวายุมิติหรือไม่ ?”
ฉิงเหม่ยมองแววตาของหวังเหว่ยที่จ้องมองมาที่นางด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่อยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้เริ่มโจมตีไปที่หวังเหว่ยด้วยมือและเท้าของนาง
ตุบ ตุบ
“ยังเบาและช้าเกินไป ออกแรงให้มากกว่านี้อีกและใช้พลังปราณอสูรของเจ้าให้มากกว่านี้ด้วย” หวังเหว่ยได้กล่าวออกมาขณะใช้มือของเขาปัดป้องการโจมตีของฉิงเหม่ย
“เจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยได้ใช้ความเร็วและพลังปราณอสูรที่มากขึ้นเรื่อยๆ โจมตีไปที่หวังเหว่ย
ตุบ ตุบ ตุบ
“ดีมาก ใช้ความเร็วและพลังในระดับนี้โจมตีข้า ต่อไปเรื่อยๆ”
ผ่านไปห้าสิบกระบวนท่า
ฉิงเหม่ย เจ้าลองใช้พลังทั้งหมดของเจ้า โจมตีมาที่ข้า เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าได้สวมชุดเกราะระดับมหากาพย์ไว้ใต้ชุดของข้า”
“เจ้าค่ะนายท่าน”
ฉิงเหม่ยได้รวบรวมพลังปราณอสูรของนางมาไว้ที่มือ จากนั้นนางได้โจมตีไปที่หวังเหว่ยในทันที
ตูม!
หวังเหว่ยได้กระเด็นถอยหลังออกไปหลายสิบก้าว ขณะใช้แขนทั้งสองข้างและพลังของชุดเกราะระดับมหากาพย์ป้องกันการโจมตีของนาง
“นายท่าน! ท่านเป็นเช่นไรบ้างเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ย รวมถึงเหม่ยหลิน เหม่ยจู ได้กล่าวขึ้นพร้อมกัน ขณะวิ่งเข้ามาดูอาการของหวังเหว่ย
“ฮ่าๆ ข้าไม่เป็นไร พลังของชุดเกราะระดับมหากาพย์ปกป้องข้าเอาไว้ เจ้ารู้สึกเป็นอย่างไรบ้างฉิงเหม่ย หลังจากใช้พลังทั้งหมดโจมตีข้า”
“เข้ายังรู้สึกปกติดีเจ้าค่ะ ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด”
"นางมีพลังปราณอสูรที่หนาแน่นและทรงพลังมากกว่าข้าเสียอีก ในอนาคตนางต้องกลายเป็นกำลังสำคัญของข้าอย่างแน่นอน" หวังเหว่ยได้คิดในใจ
“เช่นนั้นเรามาฝึกฝนกันต่อ”
“เจ้าค่ะ”
เวลาผ่านไปสองชั่วโมง
“พวกเราพักกันก่อน” หวังเหว่ยได้กล่าวกับฉิงเหม่ย จากนั้นเขาได้ถอยหลังออกไปหลายก้าว
ฉิงเหม่ยได้หยุดการโจมตีของนางในทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย
“เจ้ารู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง” หวังเหว่ยที่ได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของฉิงเหม่ยและดวงจิตของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติตลอดสองชั่วโมงได้กล่าวถามนาง
“ข้ารู้สึกว่าร่างกายของข้าแข็งแกร่งขึ้นอีกเล็กน้อยเจ้าค่ะ”
“เป็นอย่างที่ข้าคิดยิ่งเจ้าฝึกฝนมากเท่าไหร่ พลังปราณอสูรภายในร่างกายของเจ้าก็ยิ่งสมดุลมากขึ้นเท่านั้น และยังช่วยให้ร่างกายของเจ้าพัฒนาความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังส่งผลทำให้ดวงจิตของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติพัฒนาระดับพลังได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย !”
“จริงหรือเจ้าค่ะนายท่าน !”
“เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ ?” หวังเหว่ยได้กล่าวถาม ขณะจ้องมองนางด้วยท่าทางน้อยอกน้อยใจ
“ข้า ข้าเชื่อท่านเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยได้รีบกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
“ฮ่าๆ แน่นอนข้าไม่ได้หลอกเจ้า ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่? ที่เจ้ารู้และยังไม่ได้บอกข้า”
ฉิงเหม่ยได้ทำแก้มของนางพองขึ้นเล็กน้อยเมื่อหวังเหว่ยหยอกล้อนาง จากนั้นนางได้กล่าวขึ้นว่า “มีเจ้าค่ะ เวลาข้านั่งสมาธิเพื่อดูดซับพลังปราณอสูร ข้าสามารถดูดซับพลังปราณอสูรได้เร็วขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเจ้าค่ะ !”
“โอ้! นี่ก็เป็นผลพลอยได้อีกอย่างหนึ่งที่เจ้าได้รับจากดวงจิตของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติ ช่วงนี้เจ้าให้เหม่ยหลินและหลินจู ทำหน้าที่แทนเจ้าไปก่อน หลังจากเจ้าให้กำเนิดสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติ เจ้าค่อยกลับไปดูแลหน่วยบัญชีอย่างเต็มที่เช่นเดิม”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจูได้กล่าวกับหวังเหว่ย
หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับพวกนางทั้งสามคน “นี่ก็เริ่มมืดแล้วพวกเจ้ากลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว ข้าเองก็จะกลับไปพักผ่อนเช่นกัน”
“เจ้าค่ะนายท่าน”
ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจูได้เดินกลับไปยังที่พักของพวกนาง ส่วนหวังเหว่ยได้กลับไปหลอมเม็ดยาสมุนไพรปรับสมดุลพลังปราณอสูรระดับชั้นเลิศ ภายในที่พักของเขา อยู่นานหลายชั่วโมงก่อนจะนอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า