เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 43 ประหลาดใจ

            นิ้วเรียวยาวของโจวชิงหวาสัมผัสสายกู่ฉินอย่างแผ่วเบาก่อนเริ่มบรรเลงบทเพลงที่ได้เตรียมมา

            ผู้คนค่อยๆ พากันสงบคำแล้วหันไปสนใจการแสดงตรงหน้า ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ ถูกปกคลุมไปด้วยเสียงเพลง

            หนีเจียเอ๋อร์ที่แอบไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าพลันปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคน

            โจวชิงหวาดีดกู่ฉินพลางเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวในชุดร่ายรำสีแดงสง่า ที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาช้าๆหัวใจของเขาพลันเต้นไม่เป็นส่ำ

            ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนรอยยิ้มบางๆแววตาอันอ่อนโยน ฉายชัดถึงความรักใคร่หลงใหล

            ซึ่งหนีเจียเอ๋อร์ก็มองสบกลับไปเช่นกัน

            หนีจวิ้นหว่านที่อยู่อีกด้านเมื่อเห็นว่าสวีเพ่ยหรานมองหนีเจียเอ๋อร์ไม่วางตา ก็รู้สึกริษยา จึงจงใจอุทานเสียงดัง “น้องหญิง นั่นเจ้าจะร่ายรำหรือ?”

            สวีซื่อจึงเสริมว่า “แน่นอนสิ!เจ้าเคยเห็นหญิงสูงศักดิ์แต่งตัวเช่นนี้ด้วยหรือ?”

            ร่ายรำ?

            เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีในแคว้นฉีหลาน จะมีสตรีสูงศักดิ์กี่คนที่กล้าร่ำเรียนการร่ายรำ เพราะท้ายที่สุดแล้วอาจจะถูกเหยียดหยามว่าเป็นผู้ที่ไร้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรี

            เว่ยอี๋เหนียงขมวดคิ้วแน่นด้วยไม่เข้าใจว่าเหตุใดบุตรสาวของตนจึงแต่งกายเช่นนี้

            สีหน้าของนายท่านสกุลหนีมืดครื้มกำลังจะสั่งให้หนีเจียเอ๋อร์กลับไป แต่ตอนนั้นเอง หญิงสาวก็เริ่มออกลีลาร่ายรำไปตามท่วงทำนองของกู่ฉิน

            โจวชิงหวา สวีเพ่ยหราน และมู่หรงจิ่งหลีต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

            นี่เป็นการเคลื่อนไหวที่แสนงดงามและมีเสน่ห์ยิ่งนักจนพวกเขาไม่อาจละสายตาได้...

            พอการแสดงจบลง ทุกคนต่างก็ประหลาดใจกับความสามารถของหนีเจียเอ๋อร์เสียงปรบมือและคำชื่นชมดังขึ้นไม่ขาดสาย ผู้คนต่างให้การยอมรับ ว่านางคือ ‘สตรีเก่งกาจอันดับหนึ่ง’ ของเมืองจริงๆ

            โจวชิงหวาลุกขึ้นและเดินไปอยู่ข้างๆ หญิงสาว ก่อนกระซิบบอก “ขณะร่ายรำ เจ้าช่างงดงามจนข้าไม่อาจละสายตาได้”  

            หนีเจียเอ๋อร์ที่ยังคงหอบเล็กน้อยตอบกลับไปว่า “ขอบคุณ”

            ตอนนี้ นางกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนทั้งในเรื่องยาอายุวัฒนะ และความสามารถด้านการร่ายรำ ทุกคนต่างมองไปยังหญิงสาวด้วยสายตาชื่นชม

            ทำให้หนีจวิ้นหว่านอิจฉายิ่งนักนางทั้งริษยาและแค้นเคือง จนคิดจะทำบางสิ่ง...

            หญิงสาวแอบเดินออกจากงานกลับไปยังเรือนของตนเงียบๆ แล้วคว้ากริชมาซ่อนไว้ในแขนเสื้อ พลางหันไปกระซิบบางอย่างกับหลิวอวี้จากนั้น ทั้งสองก็กลับไปยังห้องโถงใหญ่อีกครั้ง

            ...

            หนีเจียเอ๋อร์ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะฝ่าฝูงชนที่เข้ามาชื่นชมตนได้ เมื่อมาถึงเก้าอี้ นางก็ทิ้งตัวลงนั่งด้วยความเหนื่อยอ่อนแต่กระนั้น ก็ยังคงมีท่าทีสำรวมต่อหน้าผู้คนเช่นเคย 

            …

            อีกด้านหนึ่ง

            หนีจวิ้นหว่านกวาดตามองไปรอบๆก่อนขยิบตาให้หลิวอวี้

            สาวใช้พยักหน้าเข้าใจก่อนเดินมาตรงหน้าหนีจวิ้นหว่าน เพื่อบังมิให้คนอื่นๆ เห็น ว่าผู้เป็นนายกำลังลอบทำสิ่งใด

            หลังจัดการทุกอย่างเสร็จหนีจวิ้นหว่านก็นำกริชมาซ่อนไว้ในแขนเสื้อเช่นเดิม ก่อนไอเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้หลิวอวี้หลีกไป

            สวีซื่อเห็นทุกการกระทำของพวกนางแต่นอกจากจะไม่ห้ามปรามแล้ว ยังยินดีที่จะหนุนหลังอีกด้วย

            และเพื่อให้แผนการของบุตรสาวบรรลุผลนางจึงถือจอกเหล้า เดินเข้าไปดึงความสนใจของนายท่านสกุลหนีเอาไว้ “เพื่อครอบครัวของเรา นายท่านต้องทำงานหนักมาตลอดดังนั้นข้าขอดื่มอวยพรให้เจ้าค่ะ”

            นายท่านสกุลหนีฝืนยิ้ม ก่อนยกจอกสุราขึ้นมาชน “ฮูหยิน เจ้าก็เหนื่อยมามากเช่นกัน”

            พอนางสวีซื่อทำเช่นนั้นเว่ยอี๋เหนียงจึงต้องทำตามเช่นกัน “นายท่าน ข้าก็ขอดื่มอวยพรให้ด้วยเจ้าค่ะ”

            หลังดื่มอวยพรแล้วสวีซื่อก็เข้าไปพูดคุยกับเว่ยอี๋เหนียง เพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ประหนึ่งเป็นพี่สาวน้องสาวที่รักใคร่กัน

            ภาพที่เห็น ทำให้คนนอกต่างก็เข้ามาชื่นชมนายท่านสกุลหนีไม่ขาดปากถึงเรื่องความสามารถด้านการปกครองทั้งในบ้านนอกบ้าน ที่เก่งกาจถึงขนาดทำให้สตรีในเรือนหลังรักใคร่กลมเกลียวกันเช่นนี้พอได้ยินแบบนั้น เขาก็ได้แต่ยกยิ้มเจื่อนๆ กลับไป

            จากนั้นหนีจวิ้นหว่านก็เข้ามาคารวะสุราให้นายท่านสกุลหนี สวีซื่อ และเว่ยอี๋เหนียง รวมไปถึงหนีเจียเฮ่อซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวในตระกูล ซึ่งคนทั้งสอง ต่างก็ผลัดกันยกสุราคำนับอีกฝ่าย

            หนีจวิ้นหว่านรินเหล้าให้หนีเจียเอ๋อร์ก่อนหันไปเตือนเบาๆ “น้องหญิงถึงตาเจ้าแล้ว”  

            “ต้องขออภัยเจ้าค่ะพี่หญิง”  หนีเจียเอ๋อร์ยกยิ้มบางๆ พลางหยิบจอกเหล้ามาด้วยท่าทีนอบน้อม

            ตอนนั้นเองก็รู้สึกได้ถึงไอเย็นบริเวณต้นขา นางรีบลดมือลง หมายจะคว้าชิ้นส่วนเสื้อผ้าที่กำลังจะฉีกขาด

            เมื่อเห็นเช่นนั้น โจวชิงหวาที่เฝ้าดูเหตุการณ์เงียบๆก็คว้าถั่วลิสงในจานดีดไปยังเปลวเทียนเพื่อดับไฟในทันใด

            ทั่วทั้งห้อง พลันมืดสนิท...

            จังหวะที่เสื้อผ้าของหนีเจียเอ๋อร์ร่วงหล่นนั้นเป็นเวลาเดียวกันกับที่เทียนในห้องดับลง หากช้ากว่านี้เพียงนิด ชื่อเสียงนางคงจะป่นปี้ไม่มีเหลือ!

            หญิงสาวจึงอยากจากไป ก่อนที่แสงเทียนจะถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งมือข้างหนึ่งกำเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็พยายามคลำหาทางออก

            โจวชิงหวาไม่รอช้า รีบก้าวเข้าไปหาแล้วปลดเสื้อคลุมของตนออกมาคลุมร่างนาง

            การเข้าถึงตัวแบบกระชั้นชิดเช่นนี้ทำให้หนีเจียเอ๋อร์ถึงกับตัวสั่น  และพยายามขัดขืน 

            “ข้าเอง!” 

            แต่เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครหญิงสาวก็สงบลง นางกระชับเสื้อคลุมเข้าหาตัว กลิ่นอำพันทะเลที่แสนจะคุ้นเคย โชยพัดเข้าจมูกทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

            หนีเจียเอ๋อร์เขย่งปลายเท้าก่อนกระซิบข้างหูอีกฝ่าย “ขอบคุณ”

            โจวชิงหวาจึงฉวยโอกาสกอดนางแน่น

            ไม่ช้า แสงไฟในห้องก็ส่องสว่างขึ้นมาอีกครั้ง

            หนีจวิ้นหว่านมองหาหนีเจียเอ๋อร์เป็นอันดับแรกคิดว่าแผนการครั้งนี้จะต้องสำเร็จแน่ แต่กลับมิใช่เช่นนั้น

            ใครจะไปคิด ว่านางจะสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่ของบุรุษเอาไว้เมื่อมองไปยังด้านหลังของอีกฝ่าย ก็พบโจวชิงหวาที่ไร้เสื้อคลุมยืนอยู่

            แผนที่วางเอาไว้ ล้มเหลวอีกครา... 

            ทำไมคนผู้นี้ ถึงต้องยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวตลอด!

            โจวชิงหวาชำเลืองมองหนีจวิ้นหว่านแววตาอันเย็นยะเยือก ทำให้หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเฮือก

            หนีจวิ้นหว่านซึ่งกลัวความผิดรีบยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาระใบหน้า ก่อนเบือนหนี เพื่อหลบสายตาคมของอีกฝ่าย

            เมื่อเห็นว่าแผนการของบุตรสาวล้มเหลวสวีซื่อก็เข้ามายืนบังหนีจวิ้นหว่านเอาไว้ พลางหันไปถามหนีเจียเอ๋อร์เสียงต่ำ “เสี่ยวเอ๋อร์เหตุใดเจ้าถึงสวมเสื้อคลุมของโจวชิงหวาเล่า?”

            นางจงใจถามเสียงดัง เพื่อให้ผู้คนจับจ้องไปยังสองหนุ่มสาว

            หนีเจียเอ๋อร์จึงตอบอย่างใจเย็น “ข้ารู้สึกหนาวนิดหน่อย พี่ชิงหวาจึงให้ข้ายืมเสื้อคลุมเจ้าค่ะ”

            โจวชิงหวาซึ่งยืนอยู่ด้านหลังแสดงท่าทีเรียบเฉย ไม่มีท่าทีละอายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

            ทั้งสองต่างมีท่าทีสุขุมเยือกเย็นทำให้ไม่มีผู้ใดกังขาในความสัมพันธ์ของพวกเขาแม้แต่น้อย มองเป็นเพียงความห่วงใยระหว่างพี่น้องก็เท่านั้น

            แต่สวีเพ่ยหรานกลับต่างออกไปเขามองการกระทำของสองหนุ่มสาวด้วยความเคลือบแคลงใจ

            ทางด้านมู่หรงจิ่งหลีก็เช่นกันเขาหรี่ตา มองท่าทีของคนทั้งสองอย่างสงสัย

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730