เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 109 เนื้อย่าง [Re-write]

            เพิ่งเปิดประตูบานนั้น ลมหนาวก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้าทำให้หลิงมู่เอ๋อร์ตัวสั่นขึ้นมา

            เจาหยางจวิ้นจู่น้อยขดตัวอยู่ในเสื้อคลุมกันลมขนจิ้งจอกนางพ่นลมใส่มือ ดึงหลิงมู่เอ๋อร์เดินออกไป

            “แม้ว่าตอนแรกจะหนาวอยู่สักหน่อยแต่พอคุ้นชินแล้วก็จะรู้สึกดีขึ้นมาก เปิ่นจวิ้นจู่ไม่ว่าลมจะมาฝนจะตกล้วนไม่หวั่นไม่มีทางถูกความลำบากเพียงเล็กน้อยแค่นี้ทำให้ล้มลงได้!”

            หลิงมู่เอ๋อร์มองหญิงสาวเบื้องหน้าที่สดใสดุจแสงอาทิตย์นางสว่างไสวจริงๆ ดูแล้วงดงามเปี่ยมเสน่ห์ถึงเพียงนั้นหากไม่เผยเขี้ยวเล็บที่แหลมคมคู่นั้นออกมา แท้จริงแล้วยังน่ารักอยู่มากทีเดียวพูดไปแล้ว ก็เป็นเพียงเด็กน้อยที่ถูกคนในครอบครัวเอาใจจนเสียนิสัยคนหนึ่งเท่านั้นขอเพียงนางไม่มาหาเรื่องนาง นางก็ไม่ใจแคบถึงเพียงนั้น

            “เจาหยาง” หลิงมู่น้อยคิดตกแล้ว ก็ไม่ผลักไสนางแล้ว“ที่แท้เจ้าจะพาข้าไปที่ใดกัน?”

            เจาหยางจวิ้นจู่น้อยสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในสรรพนามของนางรอยยิ้มยิ่งจริงใจมากขึ้น นางงดงามมากเพียงแต่ความเกเรในยามปกติทำให้ความงามของนางลดลง

            “เดี๋ยวเจ้าก็จะรู้แล้ว”เจาหยางจวิ้นจู่น้อยพานางทะลุผ่านเรือนหลังแล้วหลังเล่าในยามที่หลิงมู่เอ๋อร์จะแข็งเป็นแท่งน้ำแข็งนั่นเอง พวกเขาก็หยุดลงในที่สุดและยามนี้ ด้านหน้าของพวกนางมีบุรุษหลายคนนั่งอยู่พวกเขากำลังนั่งอยู่ในศาลาพักร้อน รายล้อมตะแกรงย่างย่างเนื้ออยู่

            “เจาหยาง” ซูเช่อไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นแต่นั่งแยกดื่มสุราอยู่ด้านข้าง ด้านหน้าของเขาไม่มีตะแกรงย่างมีเพียงกับแกล้มทั่วไป “เหตุใดเจ้าจึงพามู่เอ๋อร์? ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่สตรีควรอยู่”

            “ท่านพี่ใจแคบเกินไปแล้วข้าพามู่เอ๋อร์ออกมาเดินเล่นจะเป็นไร ที่นี่มีพี่ชายของนางอยู่นะ ใช่หรือไม่เจ้าคะพี่หลิง?”แก้มของเจาหยางจวิ้นจู่น้อยแดงระเรื่อ มองหลิงจือเซวียนอย่างหลงใหล

            ในยามที่หลิงจือเซวียนเห็นเจาหยางจวิ้นจู่น้อยอีกครั้งก็ขมวดคิ้วขึ้นมาแต่เมื่อเห็นหลิงมู่เอ๋อร์ก็ยิ้มออกมา

            เจาหยางจวิ้นจู่น้อยพลันรู้สึกน้อยใจ นางรู้ว่าในใจของหลิงจือเซวียน ตนไม่มีภาพลักษณ์ที่ดีอะไรแต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องรังเกียจนางเช่นนี้กระมัง? นางก็ไม่เคยกระทำเรื่องใดที่ทำร้ายครอบครัวของพวกเขาเหตุใดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ไม่ว่านางจะทำมากเท่าใด เขาก็ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย?

            “พวกเรายังคงไปเถิด! อย่างรบกวนพวกเขาเลย” หลิงมู่เอ๋อร์เห็นในกลุ่มคนมีหลิงจือเซวียน จูชีและยังมี ซั่งกวนเซ่าเฉิน

            สีหน้าของซั่งกวนเซ่าเฉินในตอนนี้ยากที่จะคาดเดาดูไม่ออกว่ากำลังคิดสิ่งใด แต่นางมีความรู้สึกหนึ่งหากยังรั้งอยู่ที่นี่ต่อแล้วล่ะก็ ใจแคบๆของซั่งกวนเซ่าเฉินก็จะหาเรื่องอีกแล้ว

            “ในเมื่อมาแล้ว ก็นั่งสักครู่เถอะ! ข้าให้พวกเขาตั้งตะแกรงย่างแยกให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ”ซูเช่อมองหลิงมู่เอ๋อร์อย่างอ่อนโยน

            ทุกคนล้วนสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของซูเช่อสายตาที่มองหลิงมู่เอ๋อร์มีทั้งชื่นชมจนถึงเคารพเพราะมิใช่ทุกคนที่จะเหมือนกับซั่งกวนเซ่าเฉิน ที่กล้าแย่งชิงสตรีกับซูเช่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของซูเช่อที่มีต่อนางทำให้ทุกคนเข้าใจบางอย่าง ดังนั้นทุกคนต่างจึงไม่กล้ามองไปทั่วอีก ได้แต่ชื่นชมทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องหน้าแทน

            “เช่นนั้นก็ดี เรียกพี่หลิงมาด้วยเถอะ!”เจาหยางจวิ้นจู่น้อยมองหลิงจือเซวียนที่อยู่ในกลุ่มคน

            ซูเช่อถอนใจเบาๆ สตรีโตแล้วมิอาจรั้งไว้จริงๆ [1] เรื่องในวันนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นเจาหยางหลอกใช้หลิงมู่เอ๋อร์เจาหยางชอบหลิงจือเซวียน เขาก็เพิ่งรู้ไม่นานเช่นกัน เพราะจากไปหลายเดือนเขาก็ไม่ได้คอยสังเกตความเคลื่อนไหวของน้องสาวตน ดังนั้น ในยามที่ได้รู้เรื่องนี้ความประหลาดใจของเขาก็มิได้น้อยไปกว่าผู้อื่นเลย

            “พี่หลิง พี่จู มู่เอ๋อร์เป็นน้องสาวและศิษย์น้องของพวกท่านพวกท่านมิใช่คนนอก เช่นนั้นก็เชิญด้วยกันเถิด” ซูเช่อกล่าวกับหลิงจือเซวียนและจูชี

            หลิงจือเซวียนและจูชีย่อมไม่มีความเห็นอื่นพวกเขาย่อมไม่คาดหวังให้มู่เอ๋อร์ใกล้ชิดซูเช่อมากเกินไป

            หลิงจือเซวียนมองซั่งกวนเซ่าเฉินที่อยู่ไม่ไกลกล่าวกับซั่งกวนเซ่าเฉินว่า “พูดไปแล้วมู่เอ๋อร์ยังเป็นน้องสาวบุญธรรมของพี่ซั่งกวนด้วย ไม่สู้ท่านก็มาร่วมด้วยเถอะ?”

            ซั่งกวนเซ่าเฉินก็เป็นคนที่ไม่เข้ากับกลุ่มคนเช่นกันเมื่อครู่มีคนจำนวนมากมาคารวะสุราเขา เขากลับไม่แตะต้องแม้แต่หยดเดียวเขาก็ราวกับหมาป่าเดียวดายตัวหนึ่ง นอกจากผู้ที่ตนให้ความสำคัญแล้วใครก็ไม่อยู่ในสายตาของเขา นับจากเมื่อครู่จนถึงตอนนี้ ก็สนใจเพียงหลิงจือเซวียนเท่านั้นแม้แต่หน้าของซูเช่อก็ไม่ไว้ บัดนี้ ได้ยินหลิงจือเซวียนพูดเช่นนี้พวกเขาจึงเพิ่งรู้ว่าซั่งกวนเซ่าเฉินกับมู่หลิงเอ๋อร์ยังมีความสัมพันธ์เช่นนี้อยู่ มิน่าเขาจึงเต็มใจไว้หน้าหลิงจือเซวียน ทว่าสตรีที่สามารถเป็นน้องสาวบุญธรรมของมัจจุราชมีชีวิต ที่แท้มีความสามารถพิเศษใดกัน?

            คนทั้งมวลเกิดความสงสัยในตัวหลิงมู่เอ๋อร์เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วนแม้พวกเขาจะไม่กล้ามองนางอย่างเปิดเผย แต่ก็มีบางคนใช้หางตามองนาง

            ซั่งกวนเซ่าเฉินเดิมกำลังเบื่อหน่ายได้ยินหลิงจือเซวียนพูดเช่นนี้ ถึงจะมิได้ตอบรับเขา แต่ขายาวที่ก้าวเข้ามานั้นก็ได้ตอบกลับถึงการตัดสินใจของเขาแล้ว

            ที่โต๊ะเล็กอีกโต๊ะหนึ่ง หลิงจือเซวียน จูชีซั่งกวนเซ่าเฉิน ซูเช่อ และหลิงมู่เอ๋อร์กับเจาหยางจวิ้นจู่น้อยที่เพิ่งเข้าร่วมนั่งล้อมโต๊ะเล็กๆอยู่

            เหล่าคนรับใช้ตั้งตะแกรงอย่างรู้งาน นำกาเหล้ามาเพิ่มและเพิ่มของว่างแสนอร่อยอีกสองสามอย่าง

            คนอื่นต่างรู้สึกว่าบรรยากาศมีความพิเศษอยู่บ้างในกลุ่มนั้น ชายที่แต่งกายเหมือนบัณฑิตคนหนึ่งกล่าวกับซูเช่อว่า “จวิ้นอ๋องน้อยพวกพี่หวังกำลังแต่งกลอนอยู่ที่เรือนหน้า พวกข้าในใจเกิดความอยากรู้อยากไปเปิดหูเปิดตา จึงขอลาไปล่วงหน้าก่อนแล้ว”

            “ไปเถอะ!”ซูเช่อกล่าวอย่างราบเรียบ “ต้องการสิ่งใดสามารถไปหาพ่อบ้านได้ ไม่ต้องเกรงใจ”

            “ขอรับ” บัณฑิตผู้นั้นพูดจบ ก็คารวะอีกครั้ง

            เมื่อครู่ยังมีอีกสิบกว่าคนที่นั่งล้อมตะแกรงย่างอยู่เพียงพริบตาเดียวก็จากไปหมดแล้ว บัดนี้เหลือเพียงพวกเขาไม่กี่คนที่อยู่บนโต๊ะนี้เท่านั้น

            ดวงตาของเจาหยางจวิ้นจู่น้อยมองเห็นเพียงหลิงจือเซวียนเห็นหลิงจือเซวียนรินชาให้หลิงมู่เอ๋อร์อย่างอ่อนโยนดวงตาของเจาหยางจวิ้นจู่น้อยก็แดงขึ้นมาแล้ว

            แม้หลิงมู่เอ๋อร์จะเป็นน้องสาวของหลิงจือเซวียนแต่เจาหยางจวิ้นจู่น้อยก็ยังคงรู้สึกเสียใจ นางมองหลิงจือเซวียนอย่างตัดพ้อราวกับหลิงจือเซวียนเป็นบุรุษหลายใจเสียอย่างนั้น

            หลิงจือเซวียนเมื่อเห็นท่าทางของเจาหยางจวิ้นจู่น้อยก็ขมวดคิ้วอย่างหมดปัญญา เขาก็รินชาให้นางจอกหนึ่ง

            “ขอบคุณมาก”เจาหยางจวิ้นจู่น้อยขอบคุณเขาอย่างยินดี

            หลิงมู่เอ๋อร์มองหลิงจือเซวียนอย่างประหลาดใจ

            หรือว่า เป็นนางเดาผิดไปแล้วหรือ? ที่จริงแล้วหลิงจือเซวียนก็มีความรู้สึกต่อเจาหยางเช่นกัน? ไม่เช่นนั้น เหตุใดเขาจึงทำดีกับนาง?

            “พี่ชาย” หลิงมู่เอ๋อร์ไต่ถามหลิงจือเซวียนอย่างไร้เสียง

            แก้มของหลิงจือเซวียนแดงขึ้นมา มองไปทางอื่นและท่าทางเช่นนี้ของเขายิ่งทำให้หลิงมู่เอ๋อร์รู้สึกไม่ดี

            แย่แล้ว! นี่เห็นได้ชัดว่าเป็นอาการของคนมีรักแรกที่แท้มิใช่เจาหยางจวิ้นจู่น้อยที่เฝ้าคิดถึงอยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้นพี่ชายของนางก็ถูกสาวน้อยนางนี้จับไว้นานแล้ว

            แต่ว่า นี่เป็นเรื่องตั้งแต่เมื่อใดกัน? ในระหว่างพวกเขาเกิดสิ่งใดที่นางไม่รู้ขึ้นหรือ?

            ซูเช่อก็ค้นพบสถานการณ์ระหว่างพวกเขาสองคนเช่นกันเขาดื่มสุราลงไปรวดเดียวคำหนึ่งจากนั้นก็รินให้ซั่งกวนเซ่าเฉินที่อยู่ด้านข้างจนเต็ม ส่วนผู้อื่นนั้นแม้เขาจะไม่ได้รินให้ แต่ก็ส่งกาสุราให้กับเจาหยางเห็นได้ชัดว่าต้องการให้เจาหยางลงมือปรนนิบัติ เจาหยางย่อมอยากจะดูแลหลิงจือเซวียนอยู่แล้วเช่นนี้จึงจะสามารถเข้าใกล้เขาได้มากขึ้น

            เจาหยางจวิ้นจู่น้อยเดินมายังข้างกายของหลิงจือเซวียนรินสุราให้เขาอย่างระมัดระวัง ในยามที่รินสุรานั้นดวงตาของนางก็มองหลิงจือเซวียนอย่างหลงใหล

            หลิงมู่เอ๋อร์อ้าปาก สุดท้ายก็มิได้พูดสิ่งใดเพราะซั่งกวนเซ่าเฉินดึงฝ่ามือนางอยู่ด้านล่างมือใหญ่ที่หยาบกร้านเสียดสีอยู่บนมือของนาง

            ซูเช่อสังเกตพบความเคลื่อนไหวของคนทั้งสอง ดวงตาลุ่มลึกเขายิ้มบางๆว่า “ได้ยินว่าองค์หญิงต้องการแต่งราชบุตรเขยใต้เท้าซั่งกวนก็คือตัวเลือกอันดับหนึ่ง”

            นิ้วของหลิงมู่เอ๋อร์ขยับหยิกซั่งกวนเซ่าเฉินอย่างแรงไปทีหนึ่ง ซั่งกวนเซ่าเฉินรู้สึกว่าบนฝ่ามือของตนทิ้งรอยประทับของสาวน้อยนางนี้ไว้

            เขามองหลิงมู่เอ๋อร์ครั้งหนึ่ง กล่าวกับซูเช่อว่า“ใต้เท้าซูช่างมีข่าวสารฉับไวนัก เช่นนั้นใต้เท้าซูทราบหรือไม่ว่าเป็นผู้ใดที่กล่าวถึงข้าต่อหน้าฝ่าบาทกัน?”

            “เรื่องนี้เปิ่นจวิ้นอ๋องจะทราบได้อย่างไร”ซูเช่อหัวเราะเบา “อาจเป็นเพราะใต้เท้าซั่งกวนโดดเด่นเกินไปองค์หญิงจึงโปรดท่านด้วยพระองค์เองกระมัง!”

            “ในโลกนี้มีผู้ที่เป็นดั่งต้นไม้หยกเช่นใต้เท้าซูองค์หญิงระลึกถึงไม่เสื่อมคลาย จะไปต้องตาชอบบุรุษจากสกุลอื่นได้อย่างไร? นี่ใต้เท้าซูไม่เชื่อในเสน่ห์ของตนเองหรือ?” ซั่งกวนเซ่าเฉินมองซูเช่อนิ่งๆ

            “บุรุษในใต้ฟ้ามีนับพันนับหมื่น ล้วนมีจุดเด่นของตนผู้แซ่ซูแม้จะหลงตนเองเพียงใด ก็ไม่คิดว่าสตรีทุกนางต้องชื่นชอบในตัวข้าในเมืองหลวงมิใช่มีหญิงสาวกลุ่มหนึ่งที่นอกจากท่านแล้วจะมิยอมแต่กับผู้ใดหรือ? แม่นางหลิงน่าจะพอทราบกระมัง! เพราะมักจะเข้าออกแต่ละจวน ทราบความในใจของคุณหนูสกุลใหญ่เหล่านั้น”ซูเช่อมองนาง

            เจาหยางจวิ้นจู่น้อยมองคนนี้ทีคนนั้นที นางตัดสินใจว่ายังคงย่างเนื้อของตนต่อไปดีกว่า เรื่องอื่นอย่าได้ไปยุ่งแล้ว โลกของบุรุษนั้นนางไม่เข้าใจจริงๆ

            อื้ม นางเพียงต้องเข้าใจโลกของหลิงจือเซวียนผู้เดียวก็พอแล้ว

            ที่จริงแล้ว มีคำพูดหนึ่งของพี่ชายนางที่ไม่ได้พูดผิดบุรุษบนโลกนี้มีมากมาย แต่ละคนต่างก็มีข้อดีของตนเป็นไปไม่ได้ที่ผู้หญิงทุกคนจะชอบคนเช่นพี่ชาย อย่างไรซะนางก็ไม่ชอบคนแบบพี่ชายแม้แต่น้อย จากที่นางดู พี่ชายควบคุมได้จนยากเกินไปยังคงเป็นหลิงจือเซวียนที่ดี หลิงจือเซวียนเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ชอบก็คือชอบไม่ชอบก็คือไม่ชอบ เขาจะไม่เสแสร้ง ยิ่งจะไม่หลอกลวงนาง

            แต่ว่า ในใจของบุรุษผู้นี้มีด่านอยู่ด่านหนึ่งทุกครั้งที่นางรู้สึกว่าใกล้จะเข้าใกล้เขาแล้ว เขาก็จะผลักนางออกไปอย่างรวดเร็วนางไม่เข้าใจจริงๆว่าเขาต้องการทำสิ่งใด

            หากไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อนางเหตุใดครั้งก่อนที่นางถูกพวกอันธพาลรังแก เขาจึงออกหน้าตีคนพวกนั้นจนวิ่งหนีไปแล้วทั้งยังทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บอีก? แต่หากชอบนาง เหตุใดเมื่อเห็นนางก็ราวกับหลีกเลี่ยงเทพแห่งโรคระบาดแม้นางจะเสนอตัวแสดงไมตรีก่อน เขาก็ไม่มีท่าทีหวั่นไหวแม้แต่น้อย

            จูชีน่าจะเป็นผู้ที่รู้สึกกระดากมากที่สุดด้านข้างของหลิงจือเซวียนยังมีเจาหยางจวิ้นจู่น้อยคอยราวีหลิงมู่เอ๋อร์ก็ถูกบุรุษสองคนขนาบไว้ตรงกลาง ส่วนตัวเขา เหมือนจะมีเพียงสุราดีและอาหารอร่อยเบื้องหน้าให้ใช้ผ่อนคลายดังนั้น เขาจึงเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถกินดื่มอย่างเต็มที่ได้ในยามที่เขากินเนื้อย่างลงท้องไปจนหมดนั้น หลิงมู่เอ๋อร์ก็โมโหแล้ว

            “พี่จู!”หลิงมู่เอ๋อร์จ้องจูชี “ท่านกินหมดแล้วหรือ”

            จูชีกะพริบตา จูชีในตอนนี้มีดวงตาที่สุกสกาวคู่หนึ่งเมื่อมองดวงตาคู่แล้ว ต่อให้มีโทสะเพียงใด ก็จะต้องคลายความโมโหลง

            หลิงมู่เอ๋อร์รู้ว่า จูชีได้ใช้ดวงตาของเขาโจมตีนางอีกแล้วทุกครั้งล้วนเป็นเช่นนี้ ขอเพียงเขาเผยท่าทีของผู้บริสุทธิ์ออกมานางก็ได้แต่ยอมแพ้เท่านั้น

            “ช่างเถอะ พวกเจ้านำเนื้อย่างมาเพิ่มอีกหน่อยพี่จูไม่อาจกินเนื้อย่างได้แล้ว ท่านยังมิได้แต่งภรรยากินเนื้อมากขนาดนี้ไปทำไมกัน?”หลิงมู่เอ๋อร์ใช้ฐานะของแพทย์กล่าวคำนี้ลืมไปอย่างสิ้นเชิงว่าตนยังเป็นสตรีนางหนึ่ง เจาหยางจวิ้นจู่น้อยที่อยู่เบื้องหน้าเขินอายจนใบหน้าแดงระเรื่อส่วนนาง ยังคงมีท่าทีบริสุทธิ์ไร้เดียงสาดังเดิม

            ซั่งกวนเซ่าเฉินอยากจะผ่าหัวของเจ้าตัวน้อยนี้ออกมาดูเสียจริงว่าข้างในใส่สิ่งใดไว้เหตุใดนางจึงสามารถใช้คำพูดที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้กล่าวสิ่งที่ทำให้คนเกิดจินตนาการฟุ้งซ่านออกมาได้? เขากล้ายืนยันได้เลยว่า บุรุษที่อยู่ที่นี่ล้วนคิดไปในทางอื่นแล้วแม้จะเป็นเขา ก็ออกจะหัวเราะมิได้ร้องไห้ไม่ออกเช่นกัน




            [1] สตรีโตแล้วมิอาจรั้งเป็นสำนวนหมายถึง สตรีเมื่อโตแล้วก็จะต้องออกเรือนไม่อาจรั้งอยู่กับครอบครัวได้นาน มักนำมาเปรียบเปรยกับหญิงสาวที่พึงใจชายอื่นเข้าข้างบุรุษอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382