ตอนที่ 172
“เดี๋ยวก่อนสินี่มันอะไรกันคุณทำอย่างนี้ทำไม” สตีฟถามอย่างไม่เข้าใจเขากำลังมองดูชีน่าที่กำลังก้มหัวให้เข้าอยู่
“ฉันชีน่า สตาร์โลนหนึ่งในสิบผู้ก่อตั้ง ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลฉันกำลังขอร้องคุณ ได้โปรดเถอะค่ะคุณสตีฟ แมคดูวัลล์ ได้โปรดช่วยเหลืออเมริกาด้วย” ชีน่าพูดด้วยน้ำเสียงที่คล้ายคนหมดหนทาง
“เดี๋ยวนี่มันเกิดอะไรขึ้นจู่ๆเธอมาขอร้องให้สตีฟช่วยเหลืออเมริกาอะไรของเธอ” ซาร่าเองก็งงที่จู่ๆชีน่าก็มาก้มหัวขอร้องสตีฟ
“อย่าบอกนะว่าหุบเขามังกร !!!” จู่ๆสตีฟก็นึกถึงเรื่องที่จีเวลเล่าให้ฟังขึ้นมา
“คุณได้ยินข่าวลือด้วยสินะคะ” ชีน่าเงยหน้าขึ้นมาพลางถามสตีฟ
“ไม่แน่ใจเหมือนกันแต่ได้ยินว่าที่นั่นมีบางอย่างเกิดขึ้น” สตีฟเองก็ไม่รู้รายละเอียดขนาดนั้น
“ขอร้องล่ะค่ะคุณสตีฟ ได้โปรดช่วยเหลืออเมริกาด้วย” ชีน่าพูดอีกครั้ง
“ก่อนอื่นช่วยเงยหน้าขึ้นแล้วกลับไปนั่งและเล่าเรื่องให้ผมฟังก่อนตอนนี้ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นแล้วจะให้ผมช่วยเหลืออะไร” สตีฟจับบ่าของชีน่าพลางยกให้เธอเงยหน้าขึ้น
“ได้ค่ะฉันจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง” ชีน่าพยักหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นและกลับไปนั่งที่โต๊ะสตีฟเองก็เดินไปที่โต๊ะก่อนจะนั่งลงข้างๆซาร่า
“ก่อนอื่นพวกคุณคงได้ยินข่าวของหุบเขามังกร หรือชื่อเดิมก็คืออุทยานแห่งชาติเยลโล่สโตนมาบ้างแล้ว” ชีน่าเกริ่นเข้าเรื่อง
“ก็พอได้ยินมาบ้าง” ซาร่าพูดทำให้สตีฟหันควับไปมองทันที
ได้ยินมาบ้างอะไรของเธอกันพึ่งจะได้ยินยินวันนี้พร้อมๆกันจากปากตาลุงแท้ๆ สตีฟคิดในใจ
“ค่ะตอนนี้สถานการณ์ที่นั่นนั้นใกล้ถึงจุดอันตรายแล้ว พวกลูกมังกรที่คลอดออกมาเมื่อหลายเดือนก่อนนั้นเริ่มเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัยแล้วพวกนั้นทุกตัวเลเวลเกือบจะสามร้อยกันหมดแล้ว ตอนนี้พวกแม่มังกรหรือพวกเราตั้งชื่อเรียกให้มันว่ามังกรรุ่นแรก” ชีน่าอธิบาย
“มังกรรุ่นแรก !!” สตีฟทวนคำ
“ใช่ค่ะมังกรรุ่นแรกพวกมันนั้นบางตัวเลเวลขึ้นไปถึงสี่ร้อยแล้วก็มี คุณสตีฟจำเหตุการณ์ที่สเปนได้หรือเปล่าคะ” ชีน่าถามสตีฟ
“ที่สเปนงั้นเหรอ หรือว่าไวเวิร์น !!” สตีฟอุทานออกมา
“ใช่ค่ะไวเวิร์นที่คุณจัดการไปนั่นแหละค่ะ” ชีน่าพยักหน้า
พรวด !! ตึง !! สตีฟลุกขึ้นพรวดขึ้นมาจนเก้าอี้ที่นั่งอยู่ถึงกับหงายหลังล้มลงไป
“อย่าบอกนะว่ามันจะขยายอาณาเขตน่ะ” สตีฟพูดอย่างตกใจก่อนเขาจะค่อยๆคุมสติได้และยกเก้าอี้ขึ้นมาก่อนจะนั่งลงตามเดิม
“ใช่ค่ะพวกมันกำลังจะขยายอาณาเขต เพราะตอนนี้พื้นที่ในหุบเขามังกรนั้นเริ่มแออัดและคับแคบเกินไปสำหรับพวกมันแล้ว” ชีน่าบอก
“อย่าบอกนะที่มาขอร้องสตีฟนี่คือจะให้สตีฟไปจัดการพวกมันทั้งหมด บ้าไปแล้วมังกรพวกนั้นมีเป็นหมื่นๆตัวเลยนะ” ซาร่าเองก็ตกใจเช่นกัน
“ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เป็นอย่างนั้นค่ะ” ชีน่าบอก
“เฮ่ที่นั่นมีไอ้เจ้ามังกรตัวที่เลเวลเกินห้าร้อยอยู่ด้วยนะ พวกคุณคิดจะให้ผมไปตายหรือไงกัน” สตีฟรีบพูดเพราะถึงเขาจะสามารถสู้กับตัวเลเวลสามร้อยได้แต่กับไอ้ตัวเลเวลห้าร้อยนั้นเขาไม่ไหวแน่ๆ
“พวกเราไม่ได้คิดจะส่งคุณไปตายหรอกค่ะ เราแค่ต้องการให้คุณจัดการพวกมังกรตัวอื่นๆให้ได้มากที่สุด และสุดท้ายทางเราจะใช้อาวุธถล่มมันเอง” ชีน่าพูด
“อาวุธ !!x2” ทั้งสตีฟและซาร่าอุทานพร้อมกันในโลกนี้นั้นยังมีอาวุธอะไรจัดกากับสัตว์กลายพันธ์เลเวลสูงขนาดนั้นได้อีกเหรอ
“ใช่ค่ะ” ชีน่าพยักหน้ายืนยัน
“ผมถามก่อนคุณจะใช้อาวุธอะไรไปจัดการพวกมัน มิสไซส์งั้นเหรอ” สตีฟถาม
“ไม่ใช่หรอกค่ะเพราะมิสไซส์นั้นต่อให้มีเป็นหมื่นลูกก็คงจัดการเจ้ามังกรตัวเลเวลห้าร้อยนั่นไม่ได้ มิสไซส์นั้นมีอาณุภาพจัดการได้แค่สัตว์กลายพันธ์เลเวลไม่เกินสองร้อยเท่านั้น” ชีน่าพูด
“ถ้าอย่างนั้นทางรัฐบาลมีแผนจะใช้อาวุธอะไรไปจัดการพวกมันล่ะ” ซาร่าถาม
“พวกเราจะใช้นิวเคลียร์ค่ะ !!!” ชีน่าบอก
“ว่าไงนะนิวเคลียร์รัฐบาลยังมีของพวกนั้นอยู่อีกเหรอ” สตีฟถามอย่างไม่อยากจะเชื่อเพราะเขานึกว่าตั้งแต่เข้าสู่ยุคสัตว์กลายพันธ์สหรัฐอเมริกาจะเสียพวกมันไปทั้งหมดแล้วเสียอีก
“เมื่อสองเดือนก่อนพวกเราพึ่งจะกู้คืนมันได้มาลูกหนึ่งจากเม็กซิโกค่ะ” ชีน่าพูดให้สตีฟและซาร่าฟังอย่างไม่ปิดบัง
“แล้วมั่นใจเหรอว่านิวเคลียร์นั่นจะสามารถจัดการเจ้าตัวเลเวลห้าร้อยนั่นได้” ซาร่าถามถึงความมั่นใจของรัฐบาล
“ทางเราเองก็ไม่มั่นใจค่ะแต่นั่นเป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดที่เรามีตอนนี้” ชีน่าพูดตามตรง
“แล้วทำไมไม่ยิงๆไปเลยล่ะจะให้ผมเข้าไปจัดการพวกมังกรก่อนทำไม” สตีฟถามอย่างไม่เข้าใจ
“นั่นก็เพราะเราต้องการความแน่นอนยังไงล่ะคะพวกมันกรนั้นมันฉลาด ถ้าไม่จัดการหรือดึงความสนใจให้มากที่สุดทางเราเองก็ไม่แน่ใจว่าจะมีมังกรบางตัวบินขึ้นมาขัดขวางหัวรบนิวเคลียร์ที่ยิงออกไปหรือไม่ ถ้ามันระเบิดก่อนถึงเป้าหมายล่ะก็ นั่นเท่ากับเราจะไม่มีโอกาสจัดการมันได้อีกเลย” ชีน่าพูด
“เฮ่ๆ พูดเหมือนจะให้ผมเข้าไปล่อพวกมันแล้วยิงนิวเคลียร์ใส่ยังไงยังงั้นเลยนะ แบบนี้ผมไม่ตายไปด้วยเรอะ !!!” สตีฟอุทานเพราะจากที่ฟังดูเหมือนจะให้เขาไปเป็นตัวหักเหความสนใจของพวกมังกรมากกว่านะเนี่ย
“จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ผิดค่ะเราต้องการให้คุณไปล่อพวกมันเพื่อหันเหความสนใจจากหัวรบนิวเคลียร์ที่เรายิงออกไป คุณจะมีเวลาทั้งหมดสิบนาทีเพื่อหนีจากที่นั่น ด้วยเจ้าชุดเกราะบินได้ที่คุณมีอยู่ตอนนี้น่าจะหนีจากที่นั่นได้ก่อนที่นิวเคลียร์จะถึงจุดตกนะคะ” ชีน่ามองดูสตีฟ
รู้ด้วยว่าเรามีชุดเกราะบินได้ด้วยงั้นเหรอ แอบสืบมาอีกแล้วสินะเนี่ยขนาดไม่ค่อยได้ใช้ให้เห็นยังจะรู้กันอีกหรือว่ามีกล้องติดอยู่ในบ้านตรูฟระ สตีฟคิดในใจ
“แล้วมีเวลาอีกเท่าไหร่” สตีฟถาม
“คาดว่าอีกไม่เกินสามเดือน” ชีน่าตอบ
“เอาไงดีซาร่า” สตีฟหันไปถามความเห็นซาร่า
“อืม...ถ้ามันออกมาจริงๆฉันว่าอเมริกาคงสิ้นชื่อเพราะมังกรจำนวนเป็นหมื่นๆแถมยังบินได้ด้วย จะยิงนิวเคลียร์ไปก่อนก็มีความเป็นไปได้สูงที่เจ้ามังกรตัวเลเวลห้าร้อยนั่นจะสั่งให้มังกรตัวอื่นๆบินออกมาขัดขวางทำให้นิวเคลียร์ระเบิดก่อนถึงเป้าหมายแต่ถ้านายจะไปงานนี้มันก็เสียงนะสตีฟแถมนายเองก็เลเวลแค่นี้เองด้วยหลายเดือนมานี้นายไม่ได้ไปฆ่าสัตว์กลายพันธ์สักตัวเลยแล้วเวลาแค่สามเดือนนายจะเก็บเลเวลได้เท่าไหร่กัน ไหนจะต้องกังวลเรื่องที่นายจะหนีรัศมีนิวเคลียร์ทันมั้ยอีกบอกตามตรงฉันไม่อยากให้ลูกฉันไม่มีพ่อนะ” ซาร่าลองวิเคราะห์ดูพลางตอบสตีฟ
“ค่อยๆให้คำตอบฉันก็ได้ค่ะฉันจะให้เวลาอีกสัปดาห์ระหว่างนี้ฉันจะพักอยู่ที่สมาคมฮีโร่สาขานิวยอร์ค ถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อนนะคะ” ชีน่าพูดพลางเตรียมลุกขึ้นและเดินจากไป
“เดี๋ยวสิ ถ้าผมไม่ช่วยขึ้นมาพวกคุณมีแผนสำรองยังไง” สตีฟหยุดชีน่าเอาไว้พลางถาม
“ถึงเวลานั้นอาจจะเป็นฉันที่ต้องใช้สกิลประตูมิตินำหัวรบนิวเคลียร์ลูกนั้นเข้าไปจุดระเบิดไปพร้อมๆกับมัน” ชีน่าพูดก่อนจะเดินจากไปทันที
แผนสำรองคือเธอเสียสละตนเองเพื่อระเบิดไปพร้อมๆกับมันทั้งๆที่ไม่มั่นใจว่านิวเคลียร์จะมีอานุภาพมากพอที่จะจัดการเจ้ามังกรนั่นหรือเปล่าสินะ สตีฟคิดในใจพลางมองชีน่าที่เดินออกจากห้องเขาไป
“แผนสำรองคือระเบิดพลีชีพเนี่ยนะ รัฐบาลคิดแผนได้แค่นี้หรือไงบ้าจริงเชียว” ซาร่าบ่นออกมา
“นั่นสินิวเคลียร์นั่นจะมีพลังมากพอจัดการมังกรนั่นหรือเปล่าก็ไม่รู้ด้วยสิ เผลอไม่แน่นิวเคลียร์ลูกนั้นอาจจะด้านก็ได้เพราะมันเป็นของเก่านี่นา” สตีฟพยักหน้าเห็นด้วยว่ารัฐบาลนั้นบ้าจริงๆ
“แล้วนายจะเอายังไงล่ะสตีฟ” ซาร่าถาม
“ผม...” สตีฟเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรเขาก้มลงมองดูท้องของซาร่าที่ป่องออกมาอีกสองเดือนเธอก็จะถึงกำหนดคลอดแล้ว
“มีเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ค่อยๆคิดไปแล้วกันฉันเคารพการตัดสินใจของนาย ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนแล้วกันนะ” ซาร่าพูดก่อนจะค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
“ฝากแวะมาดูบ่อยๆด้วยนะตาลุงสตาร์ค” สตีฟพูดกับจีเวล
“อืม...จะแวะมาทุกวันสองวันแล้วกัน” จีเวลพยักหน้าพลางรับปาก
“ผมไปก่อนนะซาร่าถ้าเป็นไปได้ผมจะรีบกลับมาก่อนที่เธอจะคลอด” สตีฟหันไปมองดูซาร่า
“อือนายเองก็ระวังตัวด้วยนะสตีฟ ฉันจะรอนายมาตั้งชื่อให้ลูกของเรานะ” ซาร่าพูด
“อะไรกันไม่แน่บางทีลูกเราอาจจะเป็นลูกสาวก็ได้นะ ถ้าเป็นลูกสาวเธอก็จะได้สิทธิตั้งชื่อไง” สตีฟพูด
“นั่นสินะ” ซาร่ายิ้มออกมาก่อนจะเดินเข้าไปหาสตีฟและสวมกอดเขาเบาๆ
“ฉันรักนายนะ” ซาร่ากระซิบเข้าที่ข้างหูสตีฟ
“ฉันเองก็รักเธอซาร่า” สตีฟกระซิบตอบกลับพลางสวมกอดซาร่าตอบ
“นะ นะ แน่นไปสตีฟฉันอึดอัด” ซาร่าพูด
“อ๊ะโทษที” สตีฟรีบคลายอ้อมกอดหลังจากเขาร่ำลาจนเรียบร้อยแล้วสตีฟก็มุ่งหน้าไปที่สมาคมฮีโร่ทันที
ที่สมาคม
“มาพบคุณโฟว์ครับ บอกไปว่าสตีฟมาขอพบ” สตีฟบอกกับพนักงาน
“ได้รับแจ้งเอาไว้แล้วค่ะว่าคุณจะมาเชิญที่ชั้นสิบได้เลยค่ะ” พนักงานตอบสตีฟ
“ขอบคุณ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะเดินไปขึ้นลิฟท์เพื่อขึ้นไปที่ชั้นที่สิบของสมาคม
ติ๊ง !! เสียงประตูลิฟท์เปิดออกก่อนสตีฟจะเดินไปที่ประตูห้อง
ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !! สตีฟเคาะเป็นมารยาทก่อนจะเปิดเข้าไปทันที
“มาแล้วสินะคะ ทางนี้ก็เตรียมพร้อมสถานที่เก็บเลเวลให้คุณแล้วเหมือนกันค่ะเชิญได้เลย” โฟว์พูดพลางผายมือไปทางประตูมิติของเธอที่เปิดเอาไว้รอสตีฟ
“โฮ่...รู้ด้วยหรือว่าผมจะมาวันนี้ แถมยังมั่นใจว่าผมจะไม่ปฏิเสธอีก” สตีฟพูดอย่างไม่แปลกใจเท่าไหร่
“ก็พอจะเดาได้ค่ะ” โฟว์พูด
ถ้าเราไม่ไปล่ะก็มันก็ไม่มีอนาคตสำหรับลูกเราน่ะสิ สตีฟคิดในใจเขานั้นไม่อยากสูญเสียอเมริกาที่จะเป็นบ้านในอนาคตของลูกเขาไปนี่คือสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจที่จะทำแบบนี้ถึงรู้ว่ามันจะเสี่ยงก็เถอะ
“หวังว่าสถานที่เก็บเลเวลจะไม่โหดเกินไปสำหรับผมนะ” สตีฟยักไหล่ก่อนจะเดินเข้าไปในประตูมิตินั่นทันที
วู่บ !! ร่างของสตีฟหายเข้าไปในประตูมิติก่อนโฟว์จะยิ้มออกมา
“ไม่โหดหรอกค่ะแต่อาจจะทุลักทุเลบ้างก็เท่านั้น” โฟว์พูดก่อนจะเดินตามเข้าไปทันที
วู่บ !! หลังจากโฟว์เดินผ่านเข้าไปประตูมิติของเธอก็ปิดตัวลงทันที
จบ...