ตอนที่หกสิบห้า วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด6
ที่กาเซี่ยงเตือนก็ไม่ผิดนักตามความคิดของคนยุคสมับยนี้
ยิ่งคนที่ต้องการเป็นขุนนางหรือที่ปรึกษาที่ดีอย่างกาเซี่ยงนั้นพยายามจะเตือนเรื่องความฟุ่มเฟือยของเจ้านาย
ตะเกียบงานำไปสู่เรือทอง หอหยก
เรื่องฟุ่มเฟือยเล็กๆนำไปสู้ความล่มสลายของชาติรัฐ
บันทึกเช่นนี้มีไว้ตั้งแต่โบราณกาล
ไหนเลยคนที่อ่านตำรามามากอย่างกาเว่ยงจะไม่อ่านผ่านตาได้?
ตั๋งฮวงนึกได้ว่าเคยอ่านประวัติชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจงหยวนสมัยก่อนแม้จะในยุคสมัยที่สามารถทานชากันได้เป็นปรกติแล้ว
ครอบครัวที่ยากจนก็ยังกล่าวว่า
ทานชาเหมือนทานทองคำเชียวนะ
จึงพยายามประหยัดมากที่สุดในการต้มน้ำหลายครั้งจนกระทั่งหมดรสจริงๆแล้วจึงจะเอาไปทำอย่างอื่นต่อไป
ไม่ทิ้งไปเสียเพราะมันแพงยากที่จะหักใจได้เอาไปใช้เป็นสิ่งทำความสะอาดเครื่องเรือนต่างๆแทน
ตั๋งฮวงยิ้มกล่าวต่อกาเว่ยง
“ขอบคุณท่านกาที่ตักเตือนตรงๆแต่ที่จริงสำหรับข้าแล้วจะต้มน้ำเปล่าๆก็ได้ แต่จะมากน้อยต้องผ่านการต้มก่อนหรือแม้แต่สุราผสมน้ำก็ยังจะดีกว่าการทานน้ำดิบ ข้าพยายามฝึกไว้ให้เป็นนิสัยเพราะสงครามในช่วงนี้นำมาซึ่งโรคระบาดที่ข้าเจอหยกเหอซื่อปี้ในครั้งนี้ก็เพราะทำความสะอาดบ่อน้ำหากข้าไม่เจอเข้าชาวบ้านคงได้กินน้ำผสมศพไปอีกนานเป็นแน่แท้”
กาเซี่ยงรีบกล่าวแล้วว่า
“นายท่านกล่าวถูกต้องแล้ว โรคระบาดเป็นเรื่องที่น่ากลัวจริงๆหากนายท่านป้องกันได้ก็จะเป็นบุญของบ้านเมืองแล้วช้าเป็นคนตรงเช่นนี้เองขอนายท่านอย่าได้กริ้วโกรธ”
ตั๋งฮวงส่ายศีรษะ
“ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณท่านทำให้ข้ามองเห็นเรื่องที่ตนเองไม่ทันมองในที่แรก ข้าดีใจที่มีท่านคอยตักเตือนข้าในเรื่องต่างๆแม้ชาจะช่วยในเรื่องของการแก้เมา ลดไขมันไม่ทำให้หลอดเลือดอุดตันได้แต่หากมันแพงเกินไปเราก้ต้องหาวิธีใหม่ในการให้มันสามารถแพร่หลายในหมู่ชาวบ้านให้ได้”
“ในหมู่ชาวบ้าน? นายท่านตั้งใจจะช่วยชาวบ้าน?”
กาเซี่ยงกล่าวอย่างสงสัยใครรู้
ตั๋งฮวงถอนหายใจ
“ในเส้นทางการชิงแผ่นดินล่ากวางในแดนจงหยวน แต่ละคนแสวงหาอำนาจ แต่คนที่ต้องทนทุกข์คือชาวบ้านสำหรับข้าหากมันไม่ถึงขั้นคอขาดบาดตายเราก็ช่วยชาวบ้านให้มากเอาไว้เถอะ
หากขาดแคลนชาวบ้านเป็นรากบานของชาติรัฐเราคงไม่มีอาหารทาน เกณฑ์ไพร่พลไปตายในสงครามหรือตายเพราะโรคระบาด เราท่านจะหาข้าวอาหารทานได้จากที่ใดเล่า?”
และมันสามารถทำให้ชาวบ้านเห็นว่าเป็นคนมีคุณธรรมได้ด้วย
ผมไม่คิดว่าตนเองจะมีสเน่ห์ความเป็นผู้นำเท่าเล่าปี่
แต่ผมพอศึกษาการโฆษณาชวนเชื่อของสกุลคิมแห่งโคกุเรียวมาบ้าง
คิดว่าตนเองไม่ด้อยกว่าเท่าใดนักในเรื่องนี้