
ตอนที่20 Friend Zone
3เดือนต่อมา…
ปิดเทอมรอบนี้เป็อะไรที่เงียบเหงามากสำหรับผมหากเป็่ปิดเทอมก่อนหน้านี้ผมคงไปคลุกอยู่ที่บ้านของไอ้นนท์ทั้งวันไปอ่านหนังสือ เล่นเกม ดูหนังโป๊ หรือไม่ก็พากันตะลอนๆ ไปตามห้างสรรพสินค้า ตามแหล่งที่เที่ยวของพวกวัยรุ่นที่นิยมไปเดินเล่นกัน
แต่หลังจากที่ผมมีเื่กับมันในวันนั้นก็เหมือนโลกของผมกับมันกลายเป็โลกคู่ขนานกันไปเลยผมไม่ได้ยินข่าวจากมันนานเป็เดือนๆ มารู้อีกทีไอ้นนท์กับน้าแอนก็ย้ายบ้านไปแล้วผมไม่รู้เหตุผลที่น้าแอนพาไอ้นนท์ย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่น ไม่รู้ว่าย้ายไปไหนแล้วก็ไม่อยากรับรู้เื่ของน้าหลานคู่นี้อีก ผมไม่ได้เกลียดมันมากมายนักหรอกแค่ไม่อยากเห็นหน้าไม่อยากเสวนาด้วยอีกตลอดชีวิต
“เป็ไงบ้างเจย์อร่อยไหม”
โมจิกลอกตาไปมาหลังผมหยิบขนมคุกกี้ที่เธอลองทำยัดใส่ปาก
“ก็ พอกินได้”
“จริงนะ”
“จริงเกือบอร่อยแล้ว”
ระยะหลังมาผมมาเล่นที่บ้านของโมจิบ่อยมากขึ้นบางครั้งเธอก็ไปนั่งๆ นอนๆ เล่นที่บ้านผมเพราะเราสองคนต่างอยู่บ้านคนเดียวเหมือนกัน คงเป็เพราะความเหงามันเลยทำให้เราเข้าใจกันมากกว่าปกติเวลาโมจิลองทำอาหารหรือขนมแปลกๆ เธอจะใช้ให้ผมเป็หนูทดลองเสมอ
“เกือบอร่อย ก็แสดงว่าไม่อร่อยน่ะสิ”
เธอทำสีหน้าผิดหวัง
“แย่จังเลยโมจิลองปรับสูตรเป็รอบที่สามแล้วนะสงสัยว่าโมจิจะไม่มีพร์ด้านการทำอาหารจริงๆ ด้วยสินะ”
ผมมองเลยเข้าไปในครัวข้างเตาอบมีขนมคุกกี้วางเรียงรายอยู่ในถาดกองใหญ่
“อันนี้อร่อยกว่ารอบที่แล้วนะโมจิเจย์ว่าโมจิลองปรับอีกนิดหน่อยก็อร่อยเลยแหละ”ผมทำหน้าตาชวนเชื่อพร้อมกับพยักหน้าไปด้วย หวังจะช่วยทำให้เธอมีกำลังใจขึ้นมาสักหน่อย
“จริงเหรอเจย์”
“ชัวร์”
“อือ ขอบใจนะเจย์โมจิจะลองปรับสูตรดูอีกที”
เธอบอกผม ก่อนจะยกจานใส่คุกกี้ไปโยนลงในถาดข้างเตาอบแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะทานข้าวผมมองเลยบ่าของเธอไปยังภาพวาดที่ติดผนังอยู่ด้านหลังโมจิ มันเป็ภาพวาดวิวทิวทรรศ์ซึ่งเป็ทะเลหมอกสีขาวมองดูแล้วสดชื่นสวยงาม
“โมจิเคยเห็นของจริงหรือยัง”
“เอ๋”
เธอเลิกคิ้วขึ้นเป็เครื่องหมายคำถามแค่เลิกคิ้วขึ้นก็ยังน่ารักอ่ะคนอะไรวะ
“ก็ทะเลหมอกเหมือนในภาพวาดด้านหลังโมจินั่นไง”
ผมชี้ไปด้านหลังของเธอ
“ไม่เคย”
เธอส่ายหน้า ดวงตากลมโตฉายแววสนใจใคร่รู้
“อยากเห็นป่ะล่ะ”
“ได้เหรอ”
“ได้สิเจย์เคยไปค้างคืนกับพ่อที่นั่นตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นมันสวยมากเลยนะ แล้วก็มีทะเลหมอกเหมือนในภาพวาดนั่นเลยคิดแล้วก็อยากไปอีกสักครั้งเหมือนกัน”
“โมจิอยากไป”
โมจิฉีกยิ้มกว้างมันเป็รอยยิ้มที่มองดูแล้วทำให้หัวใจพองโตดีพิลึก
“แต่เราต้องเดินขึ้นเขาแล้วก็ไปค้างคืนนะกางเต็นท์นอนบนนั้น โมจิไหวป่ะล่ะ”
ผมยักคิ้วให้เธอ
“หูยย์สบายมากของชอบเลย โมจิอยากไป เราไปกันนะเจย์ตกลงไหม”
โมจิลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ของเธอะโมาจับแขนของผมเขย่าไปมาท่าทางลิงโลดสุดๆ
“ได้สิพรุ่งนี้นะเราขับรถออกจากบ้านเช้าๆ หน่อย ไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบร้อนจะได้ชมบรรยากาศข้างทางไปด้วยไง”
“เย้ดีใจจัง เจย์จะพาเที่ยวน่ารักที่สุด”
โมจิก้มลงหอมแก้มผมฟอดใหญ่มันเป็การของคนที่ดีใจไม่ได้เกิดจากความใคร่หรือความเสน่หา ผมรู้สึกว่าตัวชาและหัวใจมันเต้นแรงขึ้นๆจนแทบะเิออกมาจากอก
“งั้นโมจิต้องรีบไปแพ็คของก่อนพรุ่งนี้เราจะได้ไปเที่ยวกัน” พูดจบเธอก็วิ่งขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านทันที
“เฮ้ยดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ”
ผมมองตามหลังของเธอพร้อมกับจับแก้มของตัวเองอย่างเผลอๆผมรู้สึกว่ารอยจูบเมื่อกี้มันยังติดอยู่ที่แก้มของผม และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ไอ้ความรู้สึกร้อนวูบวาบนี่มันจะหายไป…