กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 4 บทที่ 102 การแยกกลุ่ม

            บทที่ 102การแยกกลุ่ม

            “โฮก--!!”

            “ฟ่อ--”

            สัตว์ปีศาจ ณ ที่นี้ล้วนมีดวงตาดุร้ายร่างกายใหญ่โต แต่ละตัวสูงเท่าเนินเขา พวกมันก่อตัวเป็นวงกลมและเผชิญหน้ากันส่งเสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวจนสั่นสะเทือนในอากาศ

            ในเวลานี้ฉู่อวิ๋นและมู่หรงซินบังเอิญตกลงมาในใจกลางของการเผชิญหน้าระหว่างสัตว์ปีศาจเหล่านี้ทั้งคู่ดูตื่นตระหนกและไม่กล้าขยับตัว เหงื่อเย็นไหลอาบใบหน้า

            สัตว์ปีศาจทุกตัวที่นี่มีพลังการต่อสู้เทียบได้กับนักรบระดับกลางขั้นมหาสมุทรหากทั้งสองคนสอดมือเข้าไปยุ่ง อาจถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ ไร้ศพสมบูรณ์ให้ได้ฝัง

            “โชคไม่ดีจริงๆ!” ฉู่อวิ๋นชุ่มเหงื่อรู้สึกเสียวสันหลัง เขาสบถสาปแช่งอยู่ในใจ

            เดิมทีพวกเขากำลังจะข้ามเสาศักดิ์สิทธิ์และผ่านใจกลางป่าสีเลือดไปได้แล้วทุกสิ่งกลับพังทลายลงด้วยเสียงคำรามนั้น!

            ตอนนี้สัตว์ปีศาจทั้งหมดตื่นขึ้นแล้วพวกมันต่างก็หันมาห้ำหั่นกันเอง ซึ่งน่ากลัวมาก

            สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นสนามรบพื้นทรายเหลืองของเหล่าสัตว์ปีศาจซากศพที่ขาดชิ้นกองรวมกัน กลิ่นเลือดโชยข้นในอากาศเสียงคำรามสั่นคลอนพื้นที่โดยรอบ

            “นี่… ข้าควรทำอย่างไรดี?” มู่หรงซินถือคันธนูตามจันทร์ไว้หันหลังชนกับฉู่อวิ๋นแล้วกวาดตามองไปรอบๆ

            ทั้งคู่ถูกล้อมอย่างแน่นหนามีสัตว์ปีศาจอัดแน่นอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่มีที่ว่างให้หลบหนีเลย

            ลมหายใจของสัตว์ปีศาจขนาดใหญ่รอบตัวพวกเขาก่อให้เกิดหมอกควันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

            ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต่อให้สัตว์ปีศาจตัวใดในที่นี้แค่จามก็ทำให้ฉุ่อวิ๋นและมู่หรงซินล้วนหวาดผวาทั้งนั้น

            ฉู่อวิ๋นกำกระบี่ชื่อยวนในมือแน่นเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดเบาๆ “ซินเอ๋อร์...สัตว์ปีศาจพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถจัดการได้ อีกเดี๋ยวรอให้พวกมันสู้กันแล้วเราค่อยใช้ช่องว่างจากตรงนั้นหลบหนีไป!”

            มู่หรงซินหายใจหอบและตอบด้วยเสียงสั่น“จะหนี... จะหนีอย่างไร? ยี่สิบ...ไม่สิสัตว์ปีศาจสามสิบกว่าตัวล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว นี่เทียบเท่ากับนักรบระดับห้าขั้นมหาสมุทรสามสิบกว่าคนเลยนะ!”

            “ตอนนี้เราทำได้แค่สู้ตายแล้ว...ไม่เช่นนั้น ขืนเราเคลื่อนที่ตอนนี้ คงถูกพวกมันโจมตีและฆ่าเราก่อน”ฉู่อวิ๋นเองก็กังวลมากเช่นกัน

            “อาฮู้ว!”

            ในขณะที่ทั้งคู่กำลังคุยกันก็มองเห็นสัตว์ปีศาจร่างกายสีแดงจำนวนหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยท่าทางที่ดุร้ายและสง่างามทันใดนั้นเสียงคำรามอันกึกก้องนั้นก็ทำให้สัตว์ปีศาจขนาดใหญ่ทุกชนิดคำรามและต่อสู้กันร่างกายเปล่งประกาย กรงเล็บสะท้อนระยับ

            หลังจากนั้น ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยฝนโลหิตสัตว์ปีศาจหลายสิบตัวถูกสัตว์ที่คลุ้มคลั่งจู่โจม กัดร่างกายจนแยกออกเป็นชิ้นๆเลือดสีน้ำเงินสาดกระเซ็นไปทั่ว

            นี่เป็นสถานการณ์ที่โดนกระทำแต่ฝ่ายเดียวในไม่ช้า สัตว์ปีศาจจากที่อื่นก็ถูกฆ่าจนราบเรียบเลือดเนื้อของพวกมันปลิวเปรอะไปทั่วพื้นดิน ร่องรอยของกระดูกกระจัดกระจายกลิ่นคาวสนิมเข้มข้นโชยเข้าจมูก

            “นี่คือ... ราชสีห์เขี้ยวโลหิต?!” เมื่อมองดูสัตว์ปีศาจที่ยืนอยู่อย่างยิ่งใหญ่ตรงหน้าฉู่อวิ๋นก็เบิกตากว้างทันที หัวใจของเขาเต้นระส่ำ

            ราชสีห์เขี้ยวโลหิตเหล่านี้มีความสูงหกหมี่ เป็นสัตว์ปีศาจที่ล้อมรอบและสังหารสมาชิกตระกูลฉู่ย่อย

            พลังการต่อสู้ของพวกมันเทียบได้กับสัตว์ปีศาจระดับสูงกระหายเลือดเป็นที่สุด ชอบกินเนื้อมนุษย์พวกมันเป็นสัตว์ปีศาจที่รับมือได้ยากที่สุดในป่าสีเลือด

            ไม่คิดว่าพวกมันจะมาปรากฏตัวสังหารหมู่ที่นี่

            “สัตว์ปีศาจพวกนี้นี่แหละที่ฆ่าคนของข้า!”ดวงตาของฉู่อวิ๋นเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาหายใจถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆตอนนี้เขาได้พบกับฆาตกรตัวจริงที่สังหารคนของเขา จะไม่โกรธได้อย่างไร?

            แต่ฉู่อวิ๋นทำได้เพียงกัดฟันและควบคุมอารมณ์ตัวเองเพราะด้วยความแข็งแกร่งในระดับแปดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณแม้ว่าเขาจะสามารถฆ่าสัตว์ปีศาจระดับต่ำบางตัวได้แต่กับระดับกลางแล้วยังไม่ควรเสี่ยง

            “โฮก?”

            ทันใดนั้นจมูกของราชสีห์เขี้ยวโลหิตก็กระตุก ดวงตาที่ดุร้ายของพวกมันกวาดมองไปรอบๆก่อนจะมองเห็นฉู่อวิ๋นและมู่หรงซินที่ซุ่มซ่อนอยู่ในพื้นทราย

            หลังจากที่เห็นฉู่อวิ๋นดวงตาของราชสีห์เขี้ยวโลหิตก็ส่องประกายแวววาวอย่างแปลกประหลาดราวกับว่ากำลังนึกหวนถึงบางสิ่งอยู่

            พวกมันได้กลิ่นเลือดของมนุษย์หนุ่มคนนี้ซึ่งคล้ายกับเหล่ามนุษย์ผู้แข็งแกร่งที่พวกมันพบเมื่อไม่กี่เดือนก่อน

            เลือดมนุษย์ในครั้งนั้นอร่อยล้ำสามารถบำรุงร่างสัตว์ปีศาจและเติมเต็มแกนสัตว์อสูรได้ราชสีห์เขี้ยวโลหิตทุกตัวต่างยังคงไม่ลืมรสชาติที่ค้างอยู่ในลำคอพวกมันจ้องมองที่ฉู่อวิ๋นพลางน้ำลายไหล นึกอยากจะกินเขาเป็นชิ้นๆ เพื่อลิ้มรสอีกครั้ง!

            “รีบวิ่ง!”

            เมื่อเห็นเช่นนี้แววตาของฉู่อวิ๋นก็ดุดันขึ้น เขาหันกลับไปแล้วผลักมู่หรงซินไปข้างหน้าพลังปราณไหลเวียนไปทั่วร่าง เขาก้าวออกไปพร้อมก้าวเงาบินราชสีห์เขี้ยวโลหิตพวกนี้เล็งพวกเขาเอาไว้แล้ว!

            หากถูกจับได้ คงจะถูกแยกออกเป็นชิ้นๆฉู่อวิ๋นไม่มีเวลาหันหลังกลับ ทำได้เพียงวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลังพลังปราณที่ล้นออกมาในทันทีนั้นทำให้เขารู้สึกอยากอาเจียนแต่นี่คือสถานการณ์เป็นตาย เขาหยุดไม่ได้!

            "ฮู่ ฮู่..."มู่หรงซินที่ถูกผลักก็ใช้ร่างกายและพลังยุทธ์พุ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง

            “อาฮู้ว!”

            “ชืด ชืด!”

            สิ่งที่น่าสิ้นหวังคือที่นี่มีสัตว์ปีศาจมากเกินไปอันตรายรอบด้าน แม้ว่าทั้งคู่จะใช้กำลังทั้งหมดหลบหนี มันก็ไร้ประโยชน์!

            ทางด้านซ้ายมีคชสารเขามังกรดินกว่าสิบเชือกวิ่งไปมาบนพื้นด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อและด้วยพลังอันล้นหลาม

            ทางด้านขวาหนูหน้าผีเกาะกลุ่มวิ่งกันมารังสีความน่ากลัวนี้คล้ายจะทำให้ภูตผีร่ำไห้เทพเซียนร่ำร้อง

            ข้างหน้าปีศาจลิงตาสีทองสามตัวที่ใหญ่โตราวกับภูเขาขวางทางไว้ พวกมันดุร้ายและต้องการจะฆ่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมด

            เมื่อมองขึ้นไปก็มองเห็นปีกของนกทิวาหลายตัวบินอยู่บนท้องฟ้าเพียงกระพือปีกก็ทำให้เกิดลมโชยกลิ่นเลือดและเกิดเงาสีดำขึ้นมาทันที

            “ให้ตายเถอะ นี่มันทางตัน!!!”ฉู่อวิ๋นหยุดนิ่งอย่างรวดเร็วและก่นด่าด้วยความโกรธ เขามองหันกลับไปมองเห็นฝูงราชสีห์เขี้ยวโลหิตที่มีสีหน้าขี้เล่นกำลังวิ่งเข้ามาหาเขี้ยวของพวกมันแหลมคมมาก

            “หมดกัน!” ในตอนนี้มู่หรงซินหมดหวังแล้ว ขาของนางเริ่มอ่อนแรงและล้มลงกับพื้นแม้แต่จะยกคันธนูขึ้นยังไม่กล้า

            สี่ทิศแปดด้านล้วนเป็นสัตว์ปีศาจเทียบเท่ากับนักรบขั้นมหาสมุทรหลายสิบคนกำลังโจมตีพวกเขาอยู่ ไม่อาจต้านทานได้

            ในเวลานี้ทำได้เพียงแค่ขอให้ตายอย่างไม่ทุกข์ทรมานก็พอแล้ว

            นี่เป็นสถานการณ์ที่น่าสิ้นหวัง!

            “ข้าไม่ยอมแพ้!”ฉู่อวิ๋นมองไปที่สัตว์ปีศาจที่พลุ่งพล่านดวงตาเสือคู่หนึ่งฉายแววความโกรธที่แผดเผา!

            เขาผ่านทุกข์มานับหมื่นเอาชนะความยากลำบากมานับแสน ทั้งหมดก็เพื่อมาที่นี่ จนกระทั่งได้ทะลวงระดับขั้นได้รับการช่วยเหลือจากสุนัขบพิตรวิญญาณโอกาสที่จะรอดออกไปจากป่าสีเลือดก็เพิ่มขึ้นมาก

            แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันเขาตกอยู่ในความเป็นตายและกำลังจะถูกสัตว์ปีศาจนับพันกัดกิน

            นี่เป็นสิ่งที่ฉู่อวิ๋นไม่อาจยอมรับได้!

            “โฮก--”

            ในเวลานี้เสียงคำรามของสัตว์ปีศาจสั่นสะเทือนทั่วท้องฟ้า พวกมันพุ่งมาจากทุกทิศทางรวมตัวกันพยายามคว้าเนื้อมนุษย์อันล้ำค่า และฉีกร่างของฉู่อวิ๋นออกเป็นชิ้น ๆ

            ฉู่อวิ๋นมองไม่เห็นแสงสว่างเพราะมีสัตว์ปีศาจบดบังพวกมันพุ่งมาด้วยความรวดเร็ว บดบังแสงจากดวงอาทิตย์!

            “พี่หญิง... ขอโทษ!”

            ดวงตาของฉู่อวิ๋นริ้นไปด้วยหยาดน้ำตาเขายกกระบี่ชื่อยวนขึ้นสูง พยายามสู้เต็มที่

            เขาพยายามเต็มที่แล้วแต่การต่อสู้กับโชคชะตา ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายเขาที่พ่ายแพ้

            "โฮก!”

            ราชสีห์เขี้ยวโลหิตเป็นตัวแรกที่เข้าโจมตีพวกมันเร็วราวกับภูตผี เปิดปากที่เปื้อนเลือดอ้ากว้างพร้อมกัดฉู่อวิ๋น!

            “เวิ้ง——”

            แต่ในตอนนี้เองแสงสีทองก็แผ่ออกไปทุกทิศทางโดยมีฉู่อวิ๋นเป็นศูนย์กลาง รัศมีไร้ที่สิ้นสุดสว่างจ้ากลบเงาอันดำมืด เสียงดังก้อง!

            มองเห็นเกราะอากาศสีทองเล็กๆโอบล้อมทั้งคู่ไว้ ก่อนจะขยายขนาดออกไปอย่างรวดเร็วคลื่นอากาศสั่นสะเทือนจนได้ยินเสียงเสียดสี ทำให้สัตว์ปีศาจที่เข้ามาโจมตีทั้งหมดล้มลงปรากฏฝนโลหิตทั่วท้องฟ้า!

            ไม่เพียงเท่านั้นราชสีห์เขี้ยวโลหิตที่อยู่ใกล้ที่สุดยังเป็นตัวแรกที่ได้รับการโจมตีที่รุนแรงนั้นไปพวกมันถูกเกราะอากาศสีทองกระแทกอย่างแรง เนื้อแตกกระจาย กระดูกหักท่อนและตกลงมาจากกลางอากาศ

            “ปัง ปัง ปัง——”

            สัตว์ปีศาจทั้งหมดค่อยๆถูกกระแทกล้มลงทีละตัว ทำให้พื้นสั่นสะเทือนอวัยวะภายในของพวกมันถูกทำลายจนตายตาที่!

            “นี่...นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ฉู่อวิ๋นตกตะลึง พลางมองดูซากสัตว์ปีศาจที่ตกลงมากลางอากาศ

            “คุณหนูเช่นข้าตายแล้วหรือ? ว้าว ดาวตกสัตว์ปีศาจ! นี่ข้าขึ้นสวรรค์แล้วหรือ?” มู่หรงซินก็รู้สึกเหลือเชื่อเช่นกันและไม่โต้ตอบอะไรอยู่นาน

            “จิ๊ดจิ๊ด!”

            ในเวลานี้เสี่ยวหวงก็โผล่ร่างกายเล็กๆ สีเหลืองทองออกมาจากแขนเสื้อของฉู่อวิ๋นมันโผล่หัวออกมาจ้องมองไปที่ซากสัตว์ปีศาจด้วยดวงตาที่ไร้เดียงสาคู่นั้น

            “เป็นเจ้าทำหรือ!? เจ้าหนู?” ฉู่อวิ๋นที่เห็นเกราะอากาศสีทองสดใสก็ก้มหน้าลงมองเสี่ยวหวงที่ซ่อนอยู่ในเสื้อคลุมของเขาและในที่สุดก็เข้าใจ

            เมื่อครู่นี้เสี่ยวหวงใช้เกราะอากาศลึกลับกวาดล้างสัตว์ปีศาจที่เข้ามาใกล้ทั้งหมดออกไปเพื่อช่วยทั้งคู่

            “สวรรค์!คุณหนูเช่นข้ากลัวแทบตายแล้วนะ!!”มู่หรงซินเผยสีหน้าราวกับรอดพ้นจากภัยพิบัติมาได้แน่นอนว่านางยังจำทักษะอวกาศของเสี่ยวหวงได้

            ในตอนแรกสัตว์ปีศาจตัวน้อยนี้ยังใช้เกราะอากาศในทะเลโอสถในป่าสนธยาได้ แต่ต่อมาแม้ว่ากระแสสัตว์ปีศาจจะมาถึงแต่มันก็ไม่เคยใช้มันอีกเลย

            ไม่คิดว่าตอนนี้ที่เป็นช่วงเวลาวิกฤตเสี่ยวหวงกลับใช้มันได้อีกครั้ง ทำให้ทั้งคู่ตกใจจนเหงื่อตก

            “หรือว่า…นี่คือผลจากการกินแกนสัตว์อสูรของอสุรกายน้ำตาทอง?” ฉู่อวิ๋นจำได้ว่าเสี่ยวหวงเคยกลืนแกนสัตว์อสูรมาก่อนทันทีที่คิดออกเขาก็ยืดตัวตรง ยืนฝ่ามือออกไปลูบเสี่ยวหวงที่อยู่ในอ้อมแขน

            “จิ๊ดจิ๊ด...”

            เสี่ยวหวงถูไถมือของฉู่อวิ๋นเล่นและพยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติจากนั้นเปลือกตาของมันก็ตก ดวงตากลมโตเริ่มเหม่อลอยก่อนจะขดตัวเข้าไปในเสื้อคลุมของฉู่อวิ๋นอีกครั้ง

            เห็นได้ชัดว่าเพื่อช่วยทั้งสองคนเสี่ยวหวงใช้พลังกับเกราะอากาศในครั้งนี้ไปไม่น้อย มันหมดพลังและรู้สึกเหนื่อยแล้ว

            “เวิ้ง——”

            แสงสีทองที่ห่อหุ้มนี้นั้นเต็มไปด้วยความลับแห่งสวรรค์มันกั้นมนุษย์และสัตว์ปีศาจออกจากกัน ชั่วครู่หนึ่ง พวกมันต่างตาโตและตาเล็ก[1] รู้สึกหมดหนทางดูเหมือนว่างานเลี้ยงเนื้อมนุษย์ในครั้งนี้พวกมันคงไม่อาจได้ลิ้มรสแล้ว

            “โฮก--”

            ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามที่ทำให้ท้องฟ้าสั่นสะเทือนดังมาจากด้านหน้าคราวนี้ พลังที่มีนั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้สัตว์ปีศาจทั้งหมดตัวสั่นสัตว์ปีศาจที่อ่อนแอจำนวนมากล้มลงคุกเข่า

            “ซืด-”

            ในขณะเดียวกันก็มีเสียงร้องอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นด้วยพลังอันน่าพรั่นพรึงมันทำให้มนุษย์ตัวสั่น ทำให้สัตว์ปีศาจคุกเข่าลง นัยน์ตาของพวกมันสั่นเทา

            แต่เพราะการป้องกันของเกราะอากาศเสียงคำรามอันทรงพลังนี้จึงไม่ส่งผลกระทบใดต่อฉู่อวิ๋นและมู่หรงซิน

            “เสียงคำรามอีกแล้ว! สัตว์ปีศาจชนิดใดกันที่ก่อปัญหาอยู่?!” ดวงตาของฉู่อวิ๋นฉายแววจริงจังเขาก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวภายในเกราะอากาศสีทอง จ้องเขม็งไปข้างหน้า ก่อนหน้านี้มันเป็นเสียงคำรามที่ปลุกสัตว์ปีศาจทั้งหมดให้ตื่นขึ้นทำให้เขาและมู่หรงซินตกอยู่ในความตาย

            ทรายสีเหลืองทอดยาวสุดสายตาบนพื้นทรายเต็มไปด้วยกิ่งไม้หักล้มด้านหน้ามีสิงโตตัวหนึ่งกำลังเผชิญหน้ากับมังกรยักษ์อีกตัว พวกมันมีขนาดไม่ใหญ่นักสูงเพียงห้าถึงหกหมี่ แต่รัศมีที่เปล่งออกมาจากตัวพวกมันยิ่งใหญ่มาก

            ยิ่งกว่านั้นไม่มีสัตว์ปีศาจตัวใดกล้าเข้าใกล้พวกมันเลย

            “สมบัติศักดิ์สิทธิ์เป็นของข้า! เจ้าอย่าได้คิดแย่งชิง!”

            ในเวลานี้สิงโตตัวนั้นกำลังพูดอยู่จริงๆ

            ----------

            [1] สบมองกันและกัน

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน