หลังจากวันนั้นหล่อนก็ได้แต่นึกย้อนไปถึงความโหดร้ายของสรรพสิ่ง ทำไมมนุษย์เราถึงเป็ผู้ปรานีในความไม่ปรานี ปลายสนต้นตอความทุกข์บาปมันมาจากไหน ทำไมเราต้องเข่นฆ่ากัน...ร่างบางในรถม้านั่งครุ่นคิด ราวจะให้หยั่งรู้ถึงปริศนา แต่เหตุมันมาจากไหนใครจะรู้ ผู้ที่เริ่มก็ไม่อยู่ให้ถาม...ดวงตาคู่งามหันไปเห็นร่างทะมัดทะแมงของสปาต้าจึงเอ่ยถาม
"เราอยู่ร่วมกันไม่ได้หรือ? ทำไมต้องเข่นฆ่า? เราก็ทุกข์ เขาก็ทุกข์ ทำไม?"
"โซเฟีย ทุกสิ่งก็มีความคิดเป็ของมัน ใจเขาไม่เหมือนใจเรา เราเห็นใจ ว่าดี แต่เขาอาจไม่เห็น อาจไม่ว่าด้วย หลายสิ่ง หลายความคิด หลายจิตใจ ผู้ที่มีความคิดเอาความคิดเป็หลัก ผู้ที่ไม่คิดอ่านก็เอาสัญชาตญาณว่า กฎเกณฑ์เป็เพียงเค้าโครงเท่านั้น ทำอะไรไม่ได้มาก"
เขาตอบเรียบๆ แล้วยื่นมือมากุมมือหล่อนไว้
"....ความคิด ความรู้สึก ถ้ามีแล้วทุกข์ก็ไม่ควรมีแต่แรก"
"เราถูกสร้างมาอย่างนั้น เมื่อมีความคิดหนึ่งย่อมมีความคิดที่สอง..."
"เหมือนเราถูกสาปหรือ?"
"พี่ว่าไม่นะ การสาปส่งคือการกระทำให้เกิดผลร้ายด้วยเจตนา...แต่ลองคิดดูสิ! บนผืนแผ่นดินนี้มีคุณและโทษและผลที่เกิดตามมาล้วนเป็น้ำมือของเราๆ จะคุณหรือโทษขึ้นอยู่กับเราทั้งสิ้น"
มือใหญ่ยังกุมมือเล็ก เขามองภรรยาด้วยสายตาเอ็นดู
"ในเมื่อน้องเชื่อว่าสรรพสิ่งมีคุณค่าของมัน มันย่อมมีทั้งดีและไม่ดี เราตัดสินตายตัวไม่ได้"
หล่อนมองเขาประหนึ่งสงสัย พอจะถามอีกก็เกรงๆ ใจ ดูเขาเหนื่อยๆ
"ท่านพักผ่อนเถอะนะ"
สปาต้ายังคงกุมมือหล่อนไม่วาง เขาทำหน้าเหมือนเสียดาย
"ใช่ พี่เหนื่อย! ้ากำลังใจ"
"อะไรหรือคะ?" หล่อนมองเขางงๆ แต่เสืออย่างเขามีลายหลากสี เหลี่ยมเยอะและตายตกก็เพราะมัน!
"เป็หมอนข้างให้พี่นะ อยากกอด" ไม่ว่าเปล่า มือใหญ่ก็คว้าเอาเ้าหล่อนเข้าแนบข้าง เขาบ่นพึมพำบางอย่างเบาๆ จนหล่อนต้องถามย้ำ
"ท่านพูดอะไรคะ?"
"น้องตัวหอม กลิ่นระดูหรือ?" เขาแอบขำ เมื่ออีกฝ่ายทำหน้าราวกับเจอผี
"ท่าน!"
"พี่ล้อเล่น! " มือเล็กตบเข้าที่แขนแกร่งแรงๆ
"ท่านเล่นอะไร นับวันยิ่งคล้ายเด็กเกเรเข้าทุกที และข้าก็ไม่ได้เป็ระดูด้วย!" หล่อนแย้ง เขาทำหน้าเอ๋อๆ
"แล้วเป็อะไร พี่ถามด้วยความเป็ห่วง...ไม่ได้จะแกล้งหยอก" น้ำเสียงจริงจังทำให้หล่อนต้องตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้
"เป็เพราะท่านนั่นแหละ"
"พี่?!"
"ใช่ ท่านนั่นแหละสปาต้า"
"พี่ทำอะไร?" ใบหน้าฉงน เต็มไปด้วยคำถาม หล่อนถอนใจพรืด...ถ้าไม่บอกตรงๆ เขาคงจะนึกไม่ออก
"เราร่วมหอกันมิใช่หรือ"
"โอ้!" เสียงอุทานรับรู้ว่าหล่อนหมายถึงอะไร ทำเอาเขากระตุกยิ้มพอใจ
เหมือนยางอายของหล่อนจะแห้งเหือดลงทุกที สามีที่แสนใจดีผู้นั้นหนีหายไปไหนเสียแล้วนะ ค่ำคืนนี้คงอีกยาวนาน แม้จะเคลื่อนขบวนออกจากพงไพรตีนเขามาเยื้องย่างพักอยู่ชายฝั่งแม่น้ำ จะปลอดภัยหรือไม่นั้นก็หารู้ไม่ แต่คงไม่ได้ไปรุกล้ำเขตของเ้าป่าเขา คงไม่ต้องรบรากันอีกรอบ พอตระหนักถึงเื่ที่เกิดขึ้นก็ให้หวั่นกายใจ สามีผู้นี้เขาเป็ได้มากมายทั้งดีและไม่ดี สำหรับหล่อนสปาต้านั้นดีเหลือหลายแต่ความไม่คาดคิดทำให้หล่อนกลัวเขา แม้จะยอมรับและยินยอมต่อสามีทว่าก็ยังไม่คลายเื่แคลงใจ เื่เลวทรามอันใดที่เขาจะพึงกระทำในอีกวันข้างหน้า เหมือนหล่อนกำลังแล่นเรือกลางมหาสมุทรกว้าง หาที่จอดไม่เจอ มีแต่พึ่งเรือลำนี้เท่านั้น ทว่า...
"สปาต้า!!" หล่อนต้องร้องประท้วง ด้วยมือหนากำลังซุกซนเคลื่อนไหวบนต้นขา พลันลูบคลำไปทั่วให้เกิดความรู้สึกขนลุกพองขึ้นมา ไม่ทันจะแย้ง มือข้างนั้นก็ลวนลามเนินเนื้อสาว "อ๊ะ" หล่อนอุทานลั่นหากต้องรีบยกมือมาปิดปากไว้ทันใด กลัวผู้อื่นจะได้ยิน แล้วต้องนอนนิ่งด้วยอาการวาบหวาม มันแล่นพล่านไปทั่วกาย เพราะสิ่งนี้หล่อนเคยลิ้มลองความหวานของมันมาแล้ว จึงให้กายหยาบร่านไปกับมือเขา จะผลักไสก็ไม่กล้า จะดุด่าก็กลัว หรือหล่อนกลัวจะเสียดาย...
"อื้อ อือ อะ อ๊ะ อ๊ะ" แล้วต้องลื่นไหลไปกับสิ่งประหลาดที่กำลังซุกไซ้เข้ามาทางด้านหลัง ทั้งอ้อมกอดของเขาอบอุ่นจนร้อนรน ทั้งเสียงหอบหายใจเร่าๆ มันชวนให้เวลานี้ยิ่งทวีความซาบซ่านไปอีก พลันรับรู้ถึงแก่นกายลำหนึ่ง แข็งทื่อ มันกำลังเบียดเสียดดุดันให้เข้ามา่ชิมโพรงสวาท ทั้งความฉ่ำของน้ำหวานให้มันลื่นไถลเข้ามาอย่างเร็วไว แล้วเสียงอื้ออ้าของทั้งสองก็ดังระงมใต้ผ้าห่มผืนหนา ยิ่งสร้างความร้อนรุ่มให้เร่าระอุไปโข หล่อนต้องปิดปากไว้แน่น กลั้นเสียงครวญครางให้ดี มันจะไปปลุกบ่าวผู้อื่นให้ตื่น บางทีสิ่งที่หล่อนกระทำก็สร้างความเสียวซ่านจนเกิดแรงปรารถนาให้พูนเพิ่ม ร่างบางสั่นสะท้านทุกท่วงทีเนิบนาบ เชื่องช้า พลันผลัดเปลี่ยนเป็ถี่เร็ว แล้วเสียงหวานก็ครางระงม ท่วงท่าอันนี้มันให้ความรู้สึกเสียวในใส่ติ่งและจ้วงลึกจนดวงใจบางเต้นระส่ำระสาย
"ฮา" หล่อนได้ยินเสียงคำรามของสามีก็พานให้กระตุกเกร็ง ตอดรัดเ้าแก่นลำกายของเขาอย่างไม่ตั้งใจ จนเสียงคำรามของเขาดังขึ้นอีกครา พลันสะโพกแกร่งก็โน้มใกล้ สะบัดลีลาเป็จังหวะเร็วทันใด หล่อนต้องกลั้นหายใจรับความสยิวที่กำลังพุ่งพรวดเข้ามาอย่างกะทันหัน
"อะ อะ อ๊ะๆๆ ท่าน..." ทั้งที่ลำกายอันใหญ่โตนั้นสำเร็จไปหลายครา ทว่าเขายังไม่หยุดหย่อน ไม่ผ่อนผัน มีแต่ขับเคลื่อนกายกำยำให้เข้าออกอยู่ร่ำๆ พอเห็นว่าภรรยาสาวเริ่มเหนื่อยอ่อน สปาต้าก็เปลี่ยนท่วงท่า เขาให้ร่างบางนอนคว่ำลง แล้วเริ่มสานต่อ กายกำยำ เปลื้องผ้าห่มออกแล้ว จับแก้มก้นงามงอนให้แยกห่าง ทันทีที่ััถึงความนุ่มฉ่ำของกายสาว ทั้งน้ำหวานคั่งคาวส่งกลิ่นอบอวล ก็พานให้ใจแกร่งลุกฮือ เขาสอดแก่นกายเข้าโพรงสาว แล้วโยกย้ายส่ายสะโพกในจังหวะเนิบช้า ก่อนจะย้ายย่างเป็แรงถี่ ระรัวให้ได้ยินเสียงเนื้อกายปะทะกัน พร้อมทั้งมีเสียงบรรเลงในจังหวะเดียวกับเขาก็คือเสียงครวญครางไพเราะของผู้เป็ภรรยา
"โซเฟีย" สปาต้าครางชื่อหญิงใต้ร่างก่อนจะโน้มตัวลงขนานนาบบนกายบาง แล้วถลาลำกายถี่ขึ้น เขาเร่งให้เร็วจนหัวใจแกร่งรู้สึกเอิบอิ่มกับความหอมรัญจวนของร่างสาว พลางไม่ได้คิดยั้งแรงกายอันใดไว้ แค่เพียงได้ััโพรงรักหอมหวานก็ทำลายสติอันดีของเขาสิ้น
"อา" เมื่อแรงรักของเขาถูกปล่อยไปเต็มที ก็คำรามความสุขออกมา แล้วโอบกอดร่างบางไว้แแ่ สปาต้ากระซิบคำรักให้ภรรยาสาวก่อนที่หล่อนจะนิ่งหลับไป
.....................................