ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ผู้เล่นทุกคนในเมืองหรู่หมิงต่างหยุดชะงักไปด้วยความตะลึงงัน
พวกเขาได้เห็นร่างมังกรที่สูงใหญ่และสง่างามของอนาเธอร์ ผู้สืบทอดพลังแห่งบาฮามุทในร่างจำแลงเทพสมบูรณ์
ร่างนั้นเปล่งประกายศักดิ์สิทธิ์และทรงพลังเกินกว่ามนุษย์ใดจะจินตนาการได้ ร่างมังกรที่ใหญ่โตกว่าหลายสิบเมตร ทรวดทรงดุจมังกรตะวันตกที่ยิ่งใหญ่ มีปีกมหึมาที่เชื่อมเป็นแผงหนาแข็งแกร่ง และเกล็ดสีเงินนับไม่ถ้วนที่เปล่งแสงเจิดจ้า
เกล็ดแต่ละแผ่นสะท้อนแสงราวกับอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ที่ประดับไปทั่วตัวของเขา ด้านหลังของเขาปรากฏวงแหวนแห่งเทพเจ้าขนาดมหึมาที่หมุนวนช้าๆ สัญลักษณ์และอักขระโบราณหมุนวนอยู่ภายในนั้น มอบความรู้สึกถึงอำนาจที่ไร้ขีดจำกัด
“สะ..สุดยอดไปเลยน่ะนั่น”
“เป็นมังกรที่น่าเกรงขามอะไรเช่นนี้!”
ผู้เล่นและผู้ชมที่อยู่ด้านนอกต่างแทบลืมหายใจ พวกเขาได้เห็นมังกรปรากฏตัวต่อหน้าต่อตา ความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของเขา ทำให้ทุกคนในที่นั้นรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังของหมาป่าปีศาจทุกตัวที่อาจหาญมาเผชิญหน้า ราวกับว่าเทพเจ้าได้มาจุติเองเพื่อทำลายล้างพวกมัน
“แกมานี่ดิ๊!”
ในจังหวะนั้น อนาเธอร์ก็ได้ยกกรงเล็บอันแหลมคมของเขาพุ่งคว้าหมาป่าเทพกลืนโลหิตตัวหนึ่งขึ้นมาอย่างง่ายดาย
กรงเล็บของเขาโอบล้อมร่างของมันจนแทบมองไม่เห็น และเมื่อยกมันขึ้นมาให้ใบหน้ามังกรอันน่าเกรงขามของเขาจ้องตรงไปที่มัน
“กะ..กรร!”
หมาป่าตัวนั้นก็เริ่มสั่นระริก ดวงตาแดงฉานของมันที่เคยเปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยว กลับกลายเป็นความหวาดกลัวที่ล้นท่วม
สัตว์ประหลาดตนนี้รู้สึกได้ถึงพลังอันไร้ปรานีที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างมังกรของอนาเธอร์
ดวงตาสีเงินสว่างของอนาเธอร์เปล่งแสงเย็นเยียบ แสยะยิ้มเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมที่ยาวราวกับใบมีดมหึมา
“กะ..กรร!”
หมาป่าตัวนั้นร้องเสียงแหลมสั่นระริกอย่างหมดหวัง เมื่อเขาแสยะยิ้มเสร็จ อนาเธอร์ก็ยกกรงเล็บของตนแน่นขึ้นรอบร่างของมัน
“ปัง!”
แล้วออกแรงบีบเพียงเล็กน้อย ร่างของหมาป่าปีศาจตัวนั้นก็บดขยี้แตกละเอียดเป็นเศษซากในทันที ร่างที่เคยกราดเกรี้ยวและโหดเหี้ยมของมันกลับถูกบดจนเป็นแค่ละอองฝุ่นที่ลอยล่องไปในอากาศ ราวกับไม่ได้มีตัวตนบนโลกนี้ตั้งแต่แรก
การกระทำนี้ของอนาเธอร์สร้างความตื่นตะลึงและยำเกรงให้กับผู้ที่เห็น ทุกคนในสนามรบต่างนิ่งอึ้ง
เสียงคำรามของฝูงหมาป่าที่เคยดังกึกก้องเริ่มแผ่วลงเมื่อหมาป่าตัวอื่นๆ เริ่มสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว หมาป่าทุกตัวที่ได้เห็นภาพอันน่าสะพรึงนี้ต่างถอยกรูดออกไปโดยไม่กล้าก้าวเข้ามาใกล้อีก
ทุกสายตาจับจ้องมองอนาเธอร์ในร่างมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่เปี่ยมด้วยอำนาจราวกับเทพเจ้าผู้จะทำลายล้างทุกสิ่ง
“รีบยับยั้งความเสียหายและฆ่าพวกมันให้หมด!”
“เหลือพวกมันอีกไม่มากแล้ว รีบจัดการเร็วเข้า!”
หลังจากการต่อสู้หลายนาทีได้ผ่านพ้นไป เหล่าผู้เล่นระดับสูงและผู้พิทักษ์ทั้งหลายได้ร่วมกันลงมือสังหารฝูงหมาป่าเทพกลืนโลหิตอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งพวกมันถูกกำจัดจนเหลือเพียงความว่างเปล่าทั่วบริเวณสนามรบ
อนาเธอร์มองเห็นฝูงหมาป่าที่เหลือเพียงเกือบร้อยตัว ตอนนี้กลายเป็นจุดหมายสุดท้ายสำหรับเขา พวกมันทั้งหมดจะต้องเป็นค่าประสบการณ์ที่เขาคว้ามาเป็นของตนเอง
“ได้เวลาที่ฉันจะไม่ต้องเก็บเลเวลไปอีกนาน... ถ้าสังหารกลุ่มนี้ได้หมด ฉันคงมีค่าประสบการณ์สะสมอยู่อีกมาก!”
เมื่อคิดเช่นนั้น ดวงตาอันคมกริบของอนาเธอร์ในร่างมังกรบาฮามุทก็เปล่งประกายอย่างแน่วแน่ เขากระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสง่างาม
เกล็ดมังกรสีเงินสะท้อนแสงแห่งดวงจันทร์จนร่างของเขาดูราวกับดาวตกที่ส่องแสงสว่างเจิดจ้าอยู่เหนือเมืองหรู่หมิง
เมื่อเขาลอยอยู่กลางอากาศ มองลงมายังฝูงหมาป่าที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเมือง
เขาค่อยๆอ้าปากมังกรขนาดมหึมาของตน พร้อมกับพลังมหาศาลที่เริ่มก่อตัวอยู่ภายใน ราวกับมวลแสงศักดิ์สิทธิ์กำลังถูกควบแน่นจนกลายเป็นพลังงานสูงสุด ประกายแสงสีเงินและสีขาวเริ่มรวมตัวกันในปากของเขา ส่องแสงสว่างกลางท้องฟ้ามืดมิดและหมู่เมฆแห่งค่ำคืน
【ทักษะสกิล ลมหายใจมังกรแสงศักดิ์สิทธิ์!】
เสียงคำรามของอนาเธอร์ดังก้องสะท้านไปทั่วท้องฟ้า พลังแสงสีเงินที่ส่องประกายเจิดจ้านั้น พลันแผ่ขยายออกเป็นสายคลื่นแสงที่แบ่งออกเป็นเส้นแสงนับร้อยสาดลงไปยังฝูงหมาป่าด้านล่าง ประกายแสงเหล่านั้นพุ่งลงมาเหมือนสายฝนแห่งการพิพากษา ทำลายทุกสิ่งที่สัมผัส
“เปรี๊ยง!เปรี๊ยง!เปรี๊ยง!”
ลำแสงอันศักดิ์สิทธิ์แต่ละสายลุกไหม้อย่างน่าเกรงขาม มันเผาผลาญหมาป่าปีศาจทุกตัวที่ขวางหน้า ร่างของพวกมันถูกแยกออกเป็นละอองฝุ่นหายไปในอากาศ โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้องครั้งสุดท้าย
“นะ..นี่มัน..”
ทั่วทั้งเมืองหรู่หมิงถูกปกคลุมไปด้วยพลังแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ท่วมท้น ประหนึ่งแสงสว่างแห่งฟากฟ้าได้ลงมาชำระล้างทุกสิ่ง
เหล่าผู้คนที่รอดชีวิตต่างเงยหน้าขึ้นมองภาพที่งดงามและน่าสะพรึงกลัวนี้
ใบหน้าเต็มไปด้วยความตะลึงและความยำเกรงที่ไม่อาจหาคำมาอธิบาย
ท่ามกลางสายตาของทุกคน เฟรย่าที่อยู่ด้านล่างถึงกับพองแก้มขึ้นอย่างน่ารัก นัยน์ตาของเธอเปล่งประกายเล็กน้อย
“เจ้าเด็กแสบ คิดยังไงถึงได้กล้ามาแย่งค่าประสบการณ์ของเราหมดแบบนี้นะ!”
เธอบ่นพึมพำออกมาพร้อมกับพองแก้มอย่างไม่พอใจ ขณะเตือนตัวเองว่าหลังจากนี้อาจต้องลงโทษชายหนุ่มให้รู้สำนึกสักหน่อย
ขณะที่ไบเบิล ผู้ซึ่งอยู่ในร่างแอตลาส ไททันยักษ์เพลิงได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความจนใจ พลางบ่นพึมพำเบาอย่างช่วยไม่ได้
“จะไปโทษเขาก็ไม่ได้…”
“เราน่ะไม่มีทักษะโจมตีวงกว้างที่สามารถกวาดล้างพวกมันได้ขนาดนั้น”
เสียงถอนหายใจของเขาผสานไปกับเปลวไฟที่ลุกไหม้อยู่รอบตัว ราวกับจะยอมรับ ว่าการปรากฏตัวของบาฮามุทในร่างจำแลงเทพสมบูรณ์ของอนาเธอร์นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้พลังทุกอย่างในสนามรบต้องยอมสยบ
“โฮกกกกกกกกกกกกกก!”
ในขณะเดียวกันนั้น เสียงคำรามอันเยือกเย็นของอนาเธอร์ยังคงสะท้อนไปทั่วทั้งท้องฟ้าเหนือเมืองหรู่หมิง ร่างมังกรของเขาเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์อันเจิดจ้า นัยน์ตามังกรสีเงินจับจ้องมองเหล่าหมาป่าที่เหลือรอดเพียงไม่กี่ตัวด้วยสายตาที่ไร้ปรานี
ไม่ว่าจะเป็นศัตรูใดที่ขวางทางในค่ำคืนนี้ ล้วนต้องถูกพิพากษาให้สลายไปในแสงสว่าง
“หึหึ ไอ้เด็กตัวเหม็นนี้เหมือนจะรู้ว่าพวกมันให้ค่าประสบการณ์มาก”
เมื่อคานเห็นว่าฝูงหมาป่าเทพกลืนโลหิตถูกกำจัดจนหมดสิ้นแล้ว โดยเฉพาะจากพลังที่แท้จริงของลูกชาย เขาจึงตัดสินใจไม่อยากเสียเวลากับมังกรทั้งสี่ตัวที่เหลืออยู่
ทว่าในตอนนี้พวกมันถูกสังหารไปหนึ่งตนแล้ว เหลือเพียงสามตนเท่านั้น คานหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนที่จะยกมือขึ้นเรียกใช้ทักษะสกิลที่รุนแรงที่สุดซึ่งเขาถือครองในฐานะผู้ควบคุมมังกร
【ทักษะสกิล พันธสัญญาเพลิงจักรพรรดิ】
ทันทีที่ทักษะนี้ถูกปลดปล่อย พลังมหาศาลของคานก็แผ่ซ่านออกไป
กระแสไฟสีแดงฉานสาดส่องออกมาจากร่างของเขาไปถึงร่างของเฟนเรียร์ มังกรเพลิงจักรพรรดิผู้เป็นคู่หูตลอดกาล
“โฮกกกกกกกกกกกกกก!”
ทันใดนั้น พลังแห่งพันธสัญญาก็ทำให้พลังของเฟนเรียร์เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล เกล็ดสีแดงของมันทอประกายราวกับถูกเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งดวงอาทิตย์ ไฟลุกท่วมตัวของมันอย่างดุดัน ดวงตาของเฟนเรียร์ส่องแสงสีทองสว่างขึ้นราวกับดวงอาทิตย์ที่จ้องมองลงมาจากฟากฟ้า
เฟนเรียร์อ้าปากขนาดมหึมาออก ขณะที่เปลวเพลิงที่ร้อนแรงก่อตัวอยู่ภายใน ค่อยๆควบแน่นจนกระทั่งเป็นลำแสงเพลิงที่เข้มข้น
เมื่อพลังถึงจุดสูงสุด มันก็ปลดปล่อย ลมหายใจแห่งมังกรเพลิงออกมา เปลวเพลิงทำลายล้างพุ่งทะยานออกจากปากของมันด้วยความรุนแรง ราวกับสายธารแห่งเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า
คลื่นเปลวเพลิงสาดกระทบเข้าใส่มังกรธาตุทั้งสามตัวที่เหลือในทันที ความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาเกินกว่าที่จะต้านทานได้
มังกรธาตุแต่ละตนส่งเสียงคำรามโหยหวน ขณะร่างของพวกมันค่อยๆถูกเปลวเพลิงแผดเผา
ความร้อนแรงทำให้เกล็ดและเนื้อหนังของมันแตกกระจายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา เสียงร้องของพวกมันค่อยๆแผ่วเบาลง
และในที่สุด ร่างของมังกรธาตุทั้งสามก็ค่อยๆสูญสลายไปใต้เปลวเพลิงที่ร้อนแรงอันมหาศาล
จนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก