นิยายรักเล่นกลวนเวียนใจ เพราะรักเล่นกล เขียนโดย.. สลักกานต์
ตอนที่๑๕
ฐานะใหม่
.......กนกกอดรัดฟัดเฟ้นฝุ่นดินอย่างหื่นกระหาย
....... ฝุ่นดินเองก็พยายามหลบหลีกปัดป้องเท่าที่จะทำได้ แต่เรี่ยวแรงผู้หญิงแบบเธอหรือจะสู้พลังเพศชายอย่างกนกได้
....... เสียงประตูห้องพักของกนกก็ดังขึ้น..!!
.......ประตูห้องเปิดออก ..
.......กนกชะงักค้าง มองไปที่ประตูอย่างแปลกใจ .. จะมีใครจะเปิดห้องพักเขาเข้ามาได้ ..นอกจาก ..
....... ‘เปลว’ น้องสาวคนเดียวของเขา กนกเคยให้กุญแจห้องน้องสาวเขาไว้ั้แ่เมื่อปีที่แล้ว แต่น้องสาวเขากำลังเรียน ม.๔ อยู่ที่บ้าน จะมากรุงเทพฯ ทำไม ?
.......ฝุ่นดินมองไปที่ประตูเช่นกัน ความที่แสงในห้องค่อนข้างน้อย และแสงนอกห้องก็สว่างจ้าเหลือเกิน เธอจึงมองไม่ชัด ... “ช่วยด้วย!!”
....... วิธีเดียวที่จะรอดจากสิ่งที่เผชิญอยู่.. คือการร้องขอความช่วยเหลือ .. คิดได้อย่างนั้น .. ฝุ่นก็ะโร้องไม่ยั้ง “ช่วยด้วย..!! ช่วยด้วย..!!”
.......กนกใ ตั้งรับไม่ทันกับเสียงร้องของฝุ่นดิน เขาจะใช้มือมาปิดปากเธอ จึงเผลอคลายวงแขนออก
.......ฝุ่นดินยกเข่ากระแทกที่เป้ากางเกงของกนกอย่างแรง
....... กนกจุก..!! จน..ตัวงอ
.......คนที่ยืนอยู่หน้าประตูเองก็ไม่ได้คิดว่า.. เมื่อตนเองเปิดประตูมาแล้ว.. จะเห็นภาพแบบนี้ จึงทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ตรงนั้น จนเห็นกนกตัวงอจึงได้สติ “พี่หนก พี่.. พี่ทำไรอะ”
.......ฝุ่นดินเห็นจังหวะเหมาะ ที่จะออกมาจากตรงนั้น เธอจึงผลักตัวกนกให้ออกจากการคล่อมบนตัวเธอ แล้วก็รีบลุกขึ้น วิ่งไปยืนที่ประตูห้อง เธอมองหน้าคนเปิดประตูเข้ามา ก็เห็นเป็เด็กสาว แค่นั้น.. เธอก็รีบวิ่งออกไปจากห้องพักกนกทันที
.......ทิ้งให้เด็กสาวที่เปิดประตูเข้ามา ยืนมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวล ด้วยความงุนงงอยู่ตรงนั้นเอง
.
.......ณัฐกนกจอดรถของตนที่เดิมที่เคยมรับฝุ่นดินอยู่ทุกวัน เขาลงจากรถ เดินมาที่ห้องชมรมโรมิโอ ก็พบว่ามีนักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังประชุมเครียดกันอยู่ แต่ไม่มีใครที่ตนรู้จักเลยสักคนเดียว เขาจึงเดินไปบริเวณรอบๆ ตามที่ตนเคยเดิน แล้วณัฐกนกก็พบต้นน้ำนั่งทำการบ้านอยู่คนเดียว จึงเดินเข้าไปหา “ต้นน้ำครับ”
.......ต้นน้ำเห็นหน้าพี่นัท ก็ถอนหายใจ แล้วก็เก็บข้าวของตนใส่กระเป๋า
.......“เดี๋ยว เดี๋ยวสิ” ณัฐกนกร้องบอก แต่ต้นน้ำไม่หยุดเก็บของ พอเก็บของเสร็จ เขาก็ลุกจากที่นั่งนั้น
.......“ต้นน้ำ” ณัฐกนกเรียกอีกครั้ง
.......ต้นน้ำหยุดยืน หันมามองหน้าพี่นัทของเธอ ด้วยสายตาที่เรียบเฉย
.......“คุยกันหน่อยนะ” ทั้งพูดทั้งสายตาพี่นัทอ้อนวอน
.......ต้นน้ำสบสายตาที่เว้าวอนนั่น ราวกับจะรอให้พี่นัทบอกอะไรบางอย่างกับเขา
....... แต่พี่นัทกลับยืนนิ่งไม่พูดอะไร
....... ต้นน้ำจึงเดินหนีหน้าพี่นัทไปทันที
.......“ต้นน้ำ”
.......แต่ต้นน้ำไม่หยุด ซ้ำยังก้าวขาเดินเร็วขึ้นอีก
.......ณัฐกนกมองตามแผ่นหลังต้นน้ำที่เดินห่างเขาออกไปเรื่อยๆ แล้วก็ก้มหน้าเดินกลับไปที่รถของตน ..ทำไมต้นน้ำไม่เข้าใจเขาบ้างเลย .. ที่ทำวันนี้ ..ก็ถือเป็การตามง้อที่สุดในชีวิตของณัฐกนกแล้วนะ .. ต้นน้ำน่าจะพึงพอใจแล้ว ..แต่ทำไมต้องทำกับเขาเช่นนี้ด้วย .. จะให้ง้อมากกว่านี้ .. ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วนะ..?
.......แต่เพราะณัฐกนกไม่ได้บอกอะไรให้ต้นน้ำรับรู้เลย แล้ว.. ต้นน้ำจะรับรู้อะไรมากไปกว่าสิ่งที่ตนเห็นได้อย่างไร
.
.......ต้นน้ำเองก็อารมณ์พลุ่งพล่านไม่น้อย เพราะไม่พูด ไม่สื่อสาร แล้วคิดเองว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจว่าตนให้โอกาสอธิบายแล้ว แล้วพออีกฝ่ายไม่พูดไม่บอกว่าจัดการอะไรไปแล้วหรือไม่ ก็ป่วยการที่จะคุย เมื่อนัทไม่ชี้แจงอะไร ต้นน้ำก็ยิ่งไม่พอใจยิ่งขึ้นไปอีก
.......ต้นน้ำเดินหนีพี่นัทของเธอ จนเลยเข้าไปในสวนแสงธรรม สวนที่มีต้นไม้ใหญ่หนาตา มีม้าหินวางห่างกันเป็ระยะ เพื่อให้คนเข้าไปนั่งปฏิบัติธรรมได้อย่างเป็ส่วนตัว ต้นน้ำเดินเข้าไปในสวนนั่นด้วยความหวังที่จะให้จิตใจตนสงบลง แต่ไม่มีเก้าอี้ตัวไหนว่างเลย พลันสายตาก็แลเห็น .. ปฐวี ..ที่กำลังนั่งหลับตา .. ทำสมาธิอยู่ที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง
.......ต้นน้ำเดินเข้าไปหา และทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ปฐวี ทำให้ม้านิ่งที่ปฐวีนั่งอยู่ย่วบยาบเล็กน้อย ปฐวีตื่นตาขึ้นเห็นต้นน้ำก็ใ..!!
.......“ขอนั่งด้วยนะปอวี”
.......ปฐวีใซ้ำเมื่อได้ยินเสียงต้นน้ำที่มีไมตรีจิตไม่ต่างจากอดีตที่ผ่านมา
.......“ปอวีเป็ไงบ้าง” ต้นน้ำพยายามชวนคุย
.......สีหน้าปอวี กลับบอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร..?
.......ต้นน้ำพยายามยิ้มให้
.......ยิ่งทำให้ปฐวีทำตัวไม่ถูก
.......“ต้นน้ำขอนั่งด้วยสักครู่นะ ปอวีไม่ต้องพูดคุยอะไรก็ได้”
.......ปฐวีเริ่มเข้าใจต้นน้ำในครั้งโน้น... ครั้งที่ตนชวนคุย จนต้นน้ำทนไม่ไหวแล้วไล่ตน แต่มาวันนี้..กลับเป็ตัวเขาเองที่ทนไม่ไหว “วีขอออกจากชีวิตต้นน้ำั้แ่วันนี้นะ” พูดจบ ปฐวีก็ลุกขึ้นยืนเดินออกจากบริเวณนั้นไปทันที
.......ปล่อยให้ต้นน้ำนั่งงุนงง ทำอะไรไม่ถูกอยู่ที่ม้าหินนั่น
.......นี่ละหนอ..!! ความรักช่างเล่นกลกับพวกเขาเหลือเกิน
.
.......เพราะวันนี้มีการซ้อมฉากใหญ่ของเื่โรมิโอกับจูเลียต
....... นั่นคือฉากที่โรมิโอพบจูเลียตหลังจากแต่งงาน ทั้งสองได้หลับนอนกัน และลารักจากกัน ซึ่ง..นักแสดงหลักอย่างฝุ่นดินและชลวิทย์ต้องใช้ทั้งสมาธิและพลังในการแสดงไม่น้อย
.......กนกจึงอยากรีบปรับความเข้าใจกับฝุ่นดิน เขาจึงรีบมายืนรอฝุ่นดินอยู่ที่หน้าตึกกิจกรรมกับเด็กสาวที่ปรากฏตัวหน้าห้องพักเขาเมื่อวาน ด้วยความหวังว่า.. เขาจะได้พบฝุ่นดินและได้ปรับความเข้าใจกันก่อนที่จะซ้อมฉากใหญ่นั่น
.......ไม่นานนัก.. ฝุ่นดิน ต้นน้ำ ปณาลีและอุรวีเดินมาที่ตึกกิจกรรมเกือบจะพร้อมกัน
.......กนกเดินมาหาฝุ่นดิน มาหยุดที่หน้าเธอแล้วก้มหน้าด้วยท่าทีที่สำนึกผิดเต็มหัวใจ
.......แต่ท่าทีฝุ่นดินกลับยิ่งผิดปกติ ทั้งหลบหน้า หลบตา เดินหลบ จนเพื่อนๆ แปลกใจ
.......“พี่ฝุ่นคะ” เด็กสาวที่มากับกนกเดินไปสวัสดีตรงหน้าฝุ่นดิน และพูดขึ้น
.......ฝุ่นดินนึกได้ทันทีว่า.. เด็กคนนี้คือเด็กสาวที่เปิดประตูห้องกนกเมื่อวานนี้
.......“พี่จะโกรธพี่กนกยังไงก็ได้ แต่เปลวอยากให้พี่ฟังพี่กนกพูดสักหน่อยค่ะ พี่ฝุ่นไม่ต้องกลัวนะคะ เปลวจะอยู่กับพี่ฝุ่นตลอดเวลาค่ะ จะไม่ให้พี่หนกทำอะไรแบบนั้นอีก” แม้เป็เด็ก ม.๔ แต่เธอก็พูดฉะฉานเกินเด็ก
.......ฝุ่นดินยืนนิ่งตัดสินใจ เมื่อได้ยินเด็กสาวพูดแบบนี้ เธอก็แมนพอที่จะฟัง เธอจึงยิ้มให้เด็กสาว “ได้จ้ะ” แล้วเธอก็บอกให้เพื่อนๆเดินเข้าตึกกิจกรรมไปเตรียมทุกอย่างที่ห้องซ้อมก่อน
.
....... เมื่อทุกคนเดินพ้นไปจากพื้นที่ตรงนั้นแล้ว..
....... “พี่ขอโทษ” เสียงกนกอ่อนลงมาก “พี่ยอมรับผิดทุกอย่างและไม่หวังจะให้ยกโทษให้ แต่ยังไง..พี่ก็ต้องขอโทษ”
.......ฝุ่นดินรับรู้ แต่จะให้เธอยิ้มรับ เธอคงทำไม่ได้
.......“พี่กนกไม่เคยมีความรักค่ะพี่ฝุ่น พี่ของเปลวไม่เคยมีแฟนเลย ก็เลยจีบผู้หญิงไม่เป็ เลยเป็แบบนี้” เปลวช่วยอธิบายตัวพี่ชาย
.......ฝุ่นดินก็ทำได้แค่รับรู้ ก็.. ‘แบบนี้’ ที่เด็กสาวพูดมันคือเื่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเธอ ที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนคิดว่า..จะต้องพบเจอ แต่กลับเป็ฝุ่นดิน.. ที่เพิ่งเจอะเจอเมื่อวาน แล้วจะให้เธอยอมรับ และยิ้มรับ ..คงเป็ไปไม่ได้
.......“พี่รักฝุ่นจริงๆ นะครับ” กนกยืนยันความรู้สึกตัวเอง “และ..พี่กลัวว่าจะมีคนมาแย่งคนรักพี่ไป พี่ก็เลยทำไปอย่างนั้น”
....... “จริงๆพี่หนูเป็คนดีมากนะคะ เป็พี่ชายที่ดีมากของหนูเลยค่ะ” เปลวเสริมคำพูดพี่ชาย
.......แต่ฝุ่นดินก็ทำได้แค่รับรู้ “มีอะไรอีกไหมคะ”
.......“ความรักบังตาพี่” ใบหน้ากนกสำนึกผิดอย่างที่สุด “แต่พี่ก็ยอมรับผิด พี่ขอโทษ” เขาคุกเข่าลงตรงหน้าฝุ่นดิน
....... ฝุ่นดินนิ่งคิด..ในใจพลุ่งพล่านกับนานาความรู้สึกที่ผุดขึ้น
.......“พี่อยากให้ฝุ่นดินเข้าใจพี่ ก่อนที่จะซ้อมฉากใหญ่วันนี้”
.......ฝุ่นดินตั้งสติ.. พยายามพูดให้ปกติที่สุด “ฝุ่นรับรู้ค่ะ”
.......“พี่อยาก... ”
.......ฝุ่นดินตัดสินใจพูดทับคำพูดของกนก “ฝุ่นจะไม่บอกใคร ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา แต่จากนี้ไป.. พี่ก็อยู่ในส่วนของพี่ อย่ามายุ่งกะฝุ่นอีก จะให้ฝุ่นกลับไปรู้สึกเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะพี่ทำลายความไว้ใจไปหมดแล้ว”
.......“ฝุ่นดิน” กนกมองหญิงคนรัก น้ำตาคลอ
.......“ฝุ่นให้ได้มากที่สุดแล้ว ถ้าพี่้ามากกว่านี้ ก็ต้องไปเริ่มกับคนใหม่ ต้องไปเข้าสังคมใหม่ เพราะฝุ่นจะบอกทุกคนว่าพี่ทำอะไรฝุ่น”
.......“ได้จ้ะฝุ่น ได้ได้ พี่ยอม” กนกน้ำตาท่วมตา “พี่จะอยู่ในส่วนของพี่ พี่จะเป็ตัวช่วยให้ฝุ่นแสดงเป็จูเลียตให้ดีที่สุด พี่จะช่วยเหลือฝุ่นทุกอย่าง”
.......ฝุ่นดินมองหน้ากนกอย่างเฉยชา
....... “ตลอดเวลาที่เรียนอยู่ที่นี่ พี่จะไม่ยอมมีแฟน เพื่อพิสูจน์ว่า.. พี่รักฝุ่นพี่จะมีฝุ่นในใจคนเดียว”
.......“เอาที่พี่สบายใจเลย แต่ฝุ่นจะอยู่ในส่วนของฝุ่นเท่านั้น พี่ก็ต้องอยู่ส่วนของพี่ อย่ามาวุ่นวายกันอีก ไม่อย่างนั้น กระทั่ง.. คนรู้จัก ฝุ่นก็ให้พี่ไม่ได้” พูดจบ ฝุ่นดินก็เดินขึ้นตึกไปทันที
.......กนกทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้อย่างหมดอาย เปลวเข้าประคองพี่ชาย “พี่หนก พี่..”
....... “มา..!! ผมช่วย” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับมือและแขนสอดเข้ามาพยุงกนกขึ้น และช่วยเปลวประคองพี่ชายมานั่งข้างๆทางตรงนั้น
.......“ขอบคุณมากค่ะ” เปลวพูดพรัอมกับไหว้ขอบคุณ
.......“อุ๊ย.. อย่าไหว้เรา เรายังเด็กอยู่”
.......เสียงคุ้นๆ ทำให้กนกต้องหันไปมองที่มาของเสียง “น้องมายด์”
....... “ครับพี่หนกมายด์ครับพี่”
.......“พี่ขอบใจมายด์มากนะ” กนกขอบคุณเด็กทั้งยังสะอื้นอยู่ “นี่.. เปลว น้องสาวพี่ น่าจะรุ่นเดียวกะน้องมายด์”
.......“มายด์เรียน ม.๔”
.......“เปลวเรียน ม.๔”
.......ทั้งสองพูดพร้อมกัน แล้วก็ใมองหน้ากัน แล้วก็หัวเราะกัน .. มิตรภาพที่งดงามเริ่มต้นขึ้น.. ทั้งสองพูดคุยแนะนำตัวกันพักหนึ่ง เป็จังหวะให้กนกสงบจิตสงบใจได้พอควร แล้วทั้งหมดก็ชวนกันไปห้องซ้อมการแสดง
.
.......ในห้องซ้อมการแสดง ทุกคนกำลังตระเตรียมกันขวักไขว่ไปหมดภายใต้การสั่งการของต้นน้ำ ปณาลีกับอุรวีต่างก็ช่วยประสานงานกันเต็มที่ ฝุ่นดินเตรียมตัวอยู่ที่มุมหนึ่ง ชลวิทย์เตรียมตัวอยู่อีกมุมหนึ่ง มายด์กับเปลวพากนกเข้ามาดูการซ้อมอยู่อีกมุมหนึ่ง
....... จากนั้นไม่นาน..อาจารย์เตโชก็บอกให้เริ่มซ้อมการแสดง
.......ชลวิทย์ในฐานะโรมิโอ อยู่ที่มุมหนึ่ง แล้วส่งยิ้มให้จูเลียต “จูเลียตยอดรักของข้า”
....... ฝุ่นดินในฐานะจูเลียตยิ้มรับ แม้ในใจจะเศร้าหม่น แต่คนรักที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นหน้ากลับมาปรากฏตัวตรงหน้า ย่อมเกิดความยินดี “ข้าคิดว่าเราจะไม่ได้พบกัน”
....... โรมิโอชลวิทย์ยืนนิ่ง กางแขนให้จูเลียตเข้ามาหาตน “ข้าอยู่นี่แล้ว.. ขอข้าจูบรับขวัญ” ความรักแจ่มชัดในดวงตาของเขา
....... จูเลียตฝุ่นดินเดินเข้าไปสู่อ้อมแขนของโรมิโอ ชลวิทย์หอมแก้มฝุ่นหลอกๆ แล้วจูเลียตก็มองหน้าชายคนรักอย่างขวยอาย “รักเราคือนิรันดร์”
....... โรมิโอชลวิทย์โอบกอดจูเลียตด้วยความรักเต็มหัวใจ “นิรันดร์รัก.. คือเรา”
.......ภาพการซ้อมการแสดงระหว่างชลวิทย์กับฝุ่นดิน .. สะท้อนใจให้ครูโชรู้สึก ..และนึกถึงเื่ราวในอดีตของตน
.....
....... ในวันเขียนบทวันนั้น ..ไม้กับเตโชต่างก็เป็ตัวละครโรมิโอกับจูเลียตเพื่อด้นสด (Improvise) สร้างบทพูดให้กับโรมิโอและจูเลียตด้วยกัน
.......ไม้ยิ้มให้เตโช “แล้วโรมิโอก็พูดว่า... จูเลียตยอดรักของข้า”
....... เตโชยิ้มรับ ความรู้สึกจูเลียตเบ่งบานเต็มหัวใจ “จูเลียตก็ตอบว่า ... ข้าคิดว่าเราจะไม่ได้พบกัน” แม้ในใจจะเศร้าหม่น แต่คนรักที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นหน้ากลับมาปรากฏตัวตรงหน้า ย่อมเกิดความเปรมปรีดาๆ
....... “โรมิโอยืนนิ่ง กางแขนให้จูเลียตเข้ามาหาตนแล้วพูดว่า... ข้าอยู่นี่แล้วขอข้าจูบรับขวัญ” ความรักแจ่มชัดในดวงตาของเขา
....... เตโชในฐานะจูเลียต เดินเข้าไปสู่อ้อมแขนของไม้ซึ่งเป็โรมิโอ ไม้จูบเตโชเต็มฟอด เตโชมองหน้าชายคนรัก “แม้จูเลียตจะขวยอาย แต่ก็พูดว่า ... รักเราคือนิรันดร์”
....... ไม้โอบกอดเตโชด้วยความรักเต็มหัวใจ “โรมิโอยืนยันกลับไปว่า ... นิรันดร์รัก คือเรา”
....... ทั้งสองอยู่ในห้วงแห่งรักนั่นครู่ใหญ่ๆ... ไม้ก็คลายวงแขน “ไม้เขียนก่อนนะ”
.......“โชช่วย โชจำได้หมด”
.......ทั้งสองช่วยกันเขียนทั้งคำพูด ทั้งกิริยาท่าทาง .. ไม่นานก็เสร็จ
.....
.......แล้วก็มีเสียงเคาะห้องดังขึ้น.. ไม้เดินไปเปิดประตูห้อง.. อ้อยผานิต ก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าห้องพักของไม้และเตโช..!!
....... ทั้งไม้และเตโชอดที่จะแปลกใจไม่ได้ ก็..อ้อยผานิตเป็เพื่อนรักของวินนี่คนรักเก่าของไม้ ซึ่งหากมาพบพวกเขาในห้วงเวลาแบบนี้ ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ
.......“ไม้ โช” เสียงของอ้อยทำให้ทั้งสองทั้งแปลกใจ..ทั้งประหลาดใจ..
.......“มีอะไรเหรออ้อย” ไม้รีบถาม เตโชก็รีบเดินเข้ามาหาอ้อย ความรู้สึกดีๆที่โชกับอ้อยเคยมีให้กันเมื่อครั้งแสดงละครเวทีร่วมกันยังแจ่มชัดในแววตา
.......“วินนี่กินยาฆ่าตัวตาย ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล”
.......ไม้ถึงกับเข่าอ่อน ทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ
.......“น้องๆ ของวินนี่อยากให้ไม้ไปเยี่ยมวินนี่”
.......“แล้วจะไม่เจอกับพ่อแม่ของวินนี่เหรอ?” เตโชถามแทนไม้ ในอดีต..พ่อแม่ของวินนี่คือคนที่ไม่ยอมให้วินนี่กับไม้พบกัน และทำทุกอย่างจนทั้งสองต้องเลิกคบกัน
.......พ่อของวินนี่เคยส่งคนมารุมทำร้ายร่างกายไม้
.......ไม้คิดหนัก เตโชรู้ดีว่าในใจไม้ก็อยากไปเยี่ยมผู้หญิงที่เขาเคยรัก แต่ความปลอดภัยของเขาก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน “..ไม้..”
.......ไม้มองหน้าเตโช ราวกับจะให้โชช่วยตัดสินใจ
จบตอน ๑๕