ย้อนกลับมารอบนี้ ไม่ขอเป็นผู้กล้า (Rewrite)

    บทที่35 ดาบแห่งสมาคมพิพากษา

            หลังงานเลี้ยงฉลองจบลงในเวลาตอนเย็น ทุกคนจึงตัดสินใจแยกย้ายกันกลับบ้าน โดยริชาร์ดอาสาไปส่งโดโรธีถึงบ้านพักทั้งที่บ้านเขาอยู่ข้างๆบ้านแลนซ์และแอนนา ทำให้แลนซ์และแอนนาแอบอมยิ้มว่าริชาร์ดกำลังจะทำคะแนนในการจีบโดโรธีอยู่หรือเปล่า แต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น


            โดโรธียังคงกังวลเรื่องของออสมันอยู่ แม้ว่าอีกฝ่ายจะตายไปแล้ว แต่เมื่อยังหลงเหลืออดีตลูกน้องของออสมัน เธอจึงไม่ไว้ใจ ริชาร์ดสังเกตุได้ถึงสีหน้าไม่สบายใจของเธอ


            “โชคดีนะครับทั้งสองคน” ลอตโต้กล่าวกับริชาร์ดและโดโรธีเมื่อถึงเขตตลาดย่านการค้า ก่อนที่ตัวเองจะแยกเดินไปยังเขตประตูเมืองทางทิศเหนือซึ่งติดกับป่าและทะเลสาบสีน้ำตาล ซึ่งแถวนี้เรียกกันว่า ย่านสลัมเลคบราวน์


            บ้านสังกะสีและบ้านไม้ชั้นเดียวจำนวนมากสร้างบนทะเลสาบสีน้ำตาลขุ่นแห่งนี้ โดยบ้านทุกหลังมีทางเดินร่วมกันคือสะพานไม้แคบๆที่ปูทอดยาวผ่านบ้านทุกหลัง แน่นอนว่าสะพานไม้นั้นไม่ได้แข็งแรงทนทาน เมื่อเหยียบทุกครั้งจะส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด และต้องระวังรูบนสะพานไม้ที่แตกหักหรือชำรุด บ้านบางหลังต้องอ้อมไปใช้เส้นทางอื่นเ พราะทางตรงไปยังบ้านตัวเองสะพานขาดก็มีให้เห็น


            และลอตโต้ก็เดินมาถึงบ้านของเขา ซึ่งอยู่สุดสะพานไม้ทางขวามือ มีบ้านไม้แบบเดียวกับเขาอยู่ติดกันอีกสามหลัง โดยหลังของเขาอยู่ทางขวาสุด


            บ้านหลังซ้ายสุดนั้นมีหญิงสาววัยรุ่นอยู่กันแค่สองคน และทั้งสองคนทำอาชีพโสเพณี เนื่องจากพ่อและแม่ของทั้งสองเสียชีวิตกันหมด พวกเธอจึงไม่มีทางเลือก โดยพวกเธอได้รับความคุ้มครองจากบ้านตรงกลาง


            ส่วนบ้านตรงกลางเคยเป็นบ้านของลูกน้องออสมันที่ตายไปแล้ว บ้านจึงถูกทิ้งร้างอยู่อย่างนั้น ส่วนทรัพย์สินมีค่าหญิงสาวจากบ้านทางขวาได้เอาไปหมด เพราะมันเคยเป็นของพวกเธอ โดยลูกน้องออสมันชอบรีดไถเงินจากพวกเธอ โดยอ้างว่าเป็นค่าคุ้มครอง และบางครั้งลูกน้องของออสมันก็มารีดไถบ้านของลอตโต้บ้าง หากว่าเขาขาดเงินหนัก จนทำให้ลอตโต้ต้องเข้าไปอยู่ในกลุ่มของออสมัน เพื่อป้องกันที่บ้านของเขาโดนรีดไถ


            และลอตโต้ บ้านของเขามีอาชีพรับจ้างทำงานทางด้านกรรมกรทุกชนิด โดยพ่อเขาเป็นคนรับงานข้างนอก ส่วนแม่ของเขารับงานเย็บปักถักร้อย ซึ่งรายได้นั้นมาจากชาวบ้านในชุมชนสลัมที่เอาเสื้อผ้าหรือเครื่องนอนมาให้เย็บซ่อม


            “กลับมาแล้วหรือ”


            เสียงของหญิงสาววัยสามสิบกว่าๆกล่าวกับลอตโต้ เธอดูผอมและซูบโซม แต่ก็ยังยิ้มต้อนรับเขา


            ไฟในบ้านส่องสว่างด้วยเทียนไขซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ให้ความสว่างของชนชั้นล่าง เพราะมันถูกกว่าแกนเวทธาตุสายฟ้าที่ให้แสงสว่างอย่างมาก แม่ของลอตโต้จุดเทียนเพื่อทำงานเย็บผ้าในเวลากลางคืน เธอรับงานมากกว่าเดิม รวมทั้งรับงานจากนอกเขตสลัมก็เพื่อส่งเงินให้ลอตโต้ใช้สมัครเรียน 


            ราคาของเทียนไขนั้นมีราคาแค่แท่งละสองเหรียญหินเท่านั้น ต่างจากแกนเวทธาตุสายฟ้าระดับต่ำสุด ที่มีราคาห้าเหรียญทองแดง หรือเท่ากับเทียนไขสองร้อยห้าสิบแท่ง ชนชั้นล่างซึ่งจะใช้แสงไฟในยามค่ำคืนต่อเมื่อจำเป็นจริงๆเท่านั้น จึงมองว่าเทียนไขคุ้มค่ากว่า


            ลอตโต้พยักหน้าให้กับแม่เขา พลางมองกล่องเก็บเทียนไขว่าเหลืออยู่เท่าไหร่ และเขาก็พบว่ามันเหลือไม่ถึงครึ่ง สาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะแม่เขาทำงานดึกดื่นอยู่หลายคืนแล้ว


    “ไปสอบเป็นยังไงบ้างจ๊ะ” แม่ของลอตโต้เอ่ยถามเสียงห่วงใย “รอบนี้สอบคัดเลือกติดไหม”


    ลอตโต้ยิ้มรับทันที ก่อนที่เขาจะอธิบาย


            “แม่ครับ ความพยายามสามปีของผมประสบผลสำเร็จแล้วนะ” ลอตโต้กล่าวพลางสวมกอดแม่ของเขา “ผมผ่านรอบคัดเลือกแล้ว เหลือแค่พรุ่งนี้สอบข้อเขียนเพื่อวัดระดับความรู้เท่านั้น ไม่ว่ายังไงผมก็ได้เข้าเรียนแล้วล่ะครับ”


            “และค่าเรียนเท่าไหร่หรือจ๊ะ” แม่ของลอตโต้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล “แม่กับพ่อพยายามเก็บเงินเพื่อลูกจนตอนนี้เรามีเงินถึงสิบเหรียญเงินแล้ว แต่พ่อกับแม่ไม่แน่ใจว่าจะพอส่งลูกเล่าเรียนหรือเปล่า”


            “พอแน่นอนครับ” ลอตโต้กล่าวพลางส่งยิ้ม “โรงเรียนแอสตรัลสอบยากก็จริง แต่ค่าเรียนไม่ได้แพงอย่างที่คิดหรอกนะครับ”


            “ได้ยินแบบนี้ก็สบายใจหน่อย” แม่ของลอตโต้กล่าว “ขอโทษด้วยนะที่แม่ยุ่งจนไม่มีเวลาเตรียมข้าวไว้ให้”


            “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมแวะกินที่กิลด์นักผจญภัยก็ได้” ลอตโต้กล่าวพลางเดินไปยังด้านหลังของบ้าน มันราบเรียบไม่มีอะไรนอกจากอุปกรณ์ทำครัว ยกเว้นตรงกลางบ้านที่มีพรมเก่าๆสะดุดตา


            ลอตโต้ดึงพรมนั้นขึ้นมา แต่ทว่ามันไม่ได้ขึ้นมาแค่พรม หากแต่พื้นไม้ของบ้านบางส่วนถูกดึงขึ้นมาด้วย มันเป็นช่องทางลับของบ้าน แต่ข้างใต้ช่องทางลับของบ้านนั้นไม่มีอะไร นอกจากทะเลสาปที่บ้านหลังนี้ปลูกไว้เหนือผิวน้ำราวๆยี่สิบเซนเท่านั้น


            ลอตโต้ล้วงมือลงไปในผิวทะเลสาบที่อยู่ใต้พื้นบ้าน มันมีตะแกรงเหล็กลึกประมาณหนึ่งฟุตอยู่ใต้น้ำนั้น ตะแกรงเหล็กถูกสร้างล้อมกรอบไว้ใต้พื้นบ้านเพื่อใช้เป็นที่ซ่อนของมีค่า ลอตโต้ดึงกล่องเหล็กที่อยู่ติดตะแกรงกล่องหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะเปิดมันออกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


            ในนั้นมีเหรียญเงินอยู่สองเหรียญ และเหรียญทองแดงอีกหลายสิบ รวมทั้งผลึกคริสตัลสีดำสนิทอยู่หนึ่งอัน มันคือเมล็ดพันธุ์แห่งหายนะที่ได้รับการชำระล้างในระดับหนึ่งแล้วนั่นเอง หากแต่ว่ายังเป็นของทดลองและไม่สมบูรณ์แบบในเวลานี้ ซึ่งคุณภาพต่างกับของที่ริชาร์ดมีอย่างมาก


             ลอตโต้นำผลึกคริสตัลสีดำนั้นติดกับสนับมือของเขาทันที มันส่องแสงสีดำเพื่อตอบรับ พร้อมกับพลังสีดำบางอย่างวิ่งไปทั่วเส้นเลือดในร่างของเขา ลอตโต้กัดฟันแน่นเพื่อควบคุมสติอารมณ์ ก่อนที่เขาจะเดินออกไปด้วยท่าทีปกติ


            ……………………….


            ลอตโต้สวมชุดคลุมสีดำสนิทเอาไว้ โดยเขาบอกกับแม่เขาว่ามีงานพิเศษที่กิลด์นักผจญภัย แต่อันที่จริงแล้วเขาไปยังสถาณที่อื่น มันคือคฤหาสน์หลังเล็กของขุนนางรายหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากสลัมเลคบราวน์ ที่นั่นเต็มไปด้วยชนชั้นกลางและชนชั้นสูงหลายคนที่ชื่นชอบการต่อสู้อันป่าเถื่อน


            “วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะประลองใต้ดิน ฉันจะเป็นนักเรียนที่ขาวสะอาดและไม่ยุ่งกับเรื่องพวกนี้อีก” ลอตโต้กล่าวกับตัวเองขณะเข้าไปรอในห้องสำหรับนักสู้ การประลองแต่ละครั้งเขาจะได้เงินตั้งแต่ห้าสิบเหรียญทองแดงจนถึงหนึ่งเหรียญเงิน และเขาจะเอาเงินทั้งหมดนี้เก็บเอาไว้เพื่อเล่าเรียน


            และนัดนี้เป็นนัดพิเศษของเขา ลอตโต้ต้องเจอกับนักสู้พิเศษที่มาเพื่อท้าประลองกับเขาโดยเฉพาะ ด้วยเงินรางวัลล่อใจถึงสามสิบเหรียญเงิน หรือสามร้อยเหรียญทองแดง จึงทำให้ลอตโต้ยอมรับการประลองครั้งนี้


            ลอตโต้นั้นรอจนกระทั่งมีเสียงขานชื่อของเขา ตามด้วยเสียงเฮของผู้ชม เขาจึงเดินออกไปสู่สนามประลอง 


            สนามประลองนั้นเป็นกรงเหล็กที่กั้นระหว่างผู้ชมกับผู้ประลอง และเบื้องหน้าลอตโต้นั้นมีชายหนุ่มผมบลอนด์สีแดงเลือดร่างผอมสูงเหมือนคนติดยาในชุดคลุมสีดำ ใบหน้าของอีกฝ่ายกำลังยิ้มเยาะพลางหัวเราะเบาๆเมื่อเจอกับลอตโต้ ใต้ตาของเขานั้นคล้ำราวกับคนอดนอน แต่ทว่าดวงตาสีเขียวของเขากลับจ้องเขม็งมาที่ลอตโต้ด้วยความตื่นตัว


            “และบัดนี้ หมัดเหล็กคลั่งโตโต้ ก็ได้มาเจอกับอคริซิอุส ผู้ท้าชิงปริศนาแล้วนะครับ การต่อสู้ครั้งนี้จะสนุกและเร้าใจหรือไม่ โปรดติดตาม”


            ผู้ชมการประลองต่างส่งเสียงเฮฮา ฉายาของนักสู้ใต้ดินจะสะท้อนถึงพฤติกรรมหรือวิชาของเขา ลอตโต้จึงไม่อาจรู้ได้ว่าอีกฝ่ายถนัดหรือใช้วิชาอะไร เนื่องจากอีกฝ่ายไม่มีฉายา


            แต่ทว่าลอตโต้ก็ไม่ได้กลัวเกรง เพราะเขามีของที่ทรงพลังและอันตรายอยู่กับตัว เขาใช้พลังของเมล็ดพันธุ์แห่งหายนะที่ได้มาจากหญิงสาวปริศนาเมื่อครึ่งปีก่อนติดกับอาวุธเอาไว้ ถึงแม้มันจะมีพลังที่ช่วยให้เขาแกร่งขึ้นอย่างมาก แต่เขาก็จะใช้มันเฉพาะเวลาประลองใต้ดินเท่านั้น เขาไม่เอาไปใช้พร่ำเพรื่อเพราะมันมีข้อแลกเปลี่ยน


            นั่นคือผู้ที่ต่อสู้กับเขาจะถูกสูบมานาไปจนหมด และบางคนถึงขั้นเกือบตายเพราะเมล็ดพันธุ์ที่ติดอยู่กับสนับของลอตโต้กลืนกินอีกฝ่าย เขาได้ฉายาหมัดคลั่งจากวงการนักสู้ใต้ดินก็เพราะแบบนี้


            ลอตโต้ตั้งหมัดเตรียมต่อสู้เพื่อรอสัญญาณ ในขณะที่อีกฝ่ายยืนนิ่งพลางยิ้มเยาะด้วยท่าทางสนุกสนาน เมื่อเสียงกรรมการบอกให้เริ่มต่อสู้ดังขึ้น ลอตโต้ก็พุ่งเข้าหาเป้าหมายทันที


            หมัดใส่สนับ ซึ่งอัดแน่นไปด้วยเวทเสริมพลังผสมกับพลังจากเมล็ดต่อยตรงออกไปทันที ลอตโต้มั่นใจว่าหากหมัดนี้โดนเข้าเต็มๆอีกฝ่ายจะต้องน็อคอย่างแน่นอน


            แต่แล้วอคริซิอุสกลับใช้ข้อมือของตนสะบัดหมัดของลอตโต้ได้อย่างง่ายดาย ทำเอาลอตโต้แปลกใจที่อีกฝ่ายมีพลังมากมายขนาดนั้น ก่อนที่ลอตโต้จะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างทะลุหน้าอกของตนอย่างแรง แค่นิ้วชี้ของอีกฝ่ายก็จิ้มจนทะลุกลางอกของเขาแล้ว


            ลอตโต้กระอักเลือดคำโต อีกฝ่ายใช้การโจมตีที่เขาไม่รู้จักจัดการเขาได้ในทีเดียว การโจมตีนั้นไม่มีพลังมานาแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย


            “จบแล้วล่ะ ไอ้คนบาป” อคริซิอุสกล่าวก่อนจะกระชากสนับออกจากมือของล็อตโต้ แล้วถีบเขากระเด็นไปถึงขอบสนาม


            ล็อตโต้รู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นช้าลง เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตาย ดวงตาของเขาค่อยๆปิดลง ภาพในอดีตทั้งมวลรวมถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่เขาได้อยู่กับกลุ่มของแลนซ์ฉายในหัววนไปมาไม่หยุด มันเป็นจิตสำนึกของคนใกล้ตายนั่นเอง


            ระหว่างนี้มีทหารเฝ้ายามมาคุมตัวล็อตโต้ออกไปนอกสนามทันที โดยทหารเหล่านี้ได้รับคำสั่งให้เอาล็อตโต้ไปทิ้งไว้ที่ป่าต้องห้ามซึ่งเป็นเขตของมอนสเตอร์ เพราะพวกเขาเข้าใจว่ายังไงล็อตโต้ก็ไม่รอด


            มีเสียงเฮดังลั่นทั่วทั้งสนามประลอง พร้อมกับเสียงปรบมือให้อคริซิอุส แต่ดูเหมือนอิคริซิอุสจะไม่ได้ยินดีมากนัก


            “ผู้ที่บังอาจถือครองพลังของเทพมรณะโดยไม่ได้รับอนุญาติ ได้ถูกกำจัดไปอีกหนึ่งแล้ว” อคริซิอุสกล่าวพลางยิ้มเยาะ “เอาล่ะ รายต่อไปเป็นใครกันนะ พวกหนูทดลองที่ศาสนจักรมาริก้าแอบโปรยเมล็ดพันธุ์ทิ้งเอาไว้”


            ในขณะที่อคริซิอุสกล่าวเช่นนั้นเอง จู่ๆแกนหินเวทของเขาก็เรืองแสง เขากำมันเบาๆก่อนจะเอาแนบหูต่างโทรศัพท์ และสักพักเขาก็เอามือลงเมื่อฟังข้อความจนจบแล้ว


            “โอ้...มีคนบาปถือครองพลังของเทพมรณะที่เหนือความคาดหมายเอาไว้หรือ...พวกแกคือรายต่อไป ที่จะถูกดาบแห่งสมาคมพิพากษาอย่างข้าจัดการ แลนซ์ แอนนา และริชาร์ด”


            อคริซิอุสเดินออกจากสนามประลองไปโดยไม่รอรับเงินรางวัล เป้าหมายของเขามีเพียงกำจัดผู้ใช้พลังจากเมล็ดพันธุ์แห่งหายนะเท่านั้น


            “วันพิพากษาได้มาถึงแล้ว ไม่ว่าใครก็ห้ามขัดขวางเทพมรณะเด็ดขาด แม้แต่ศาสนจักรมาริก้า หรือผู้กล้าอาม่อนก็ตาม”

    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมารอบนี้ ไม่ขอเป็นผู้กล้า (Rewrite) ที่คุณอ่าน