ในการเรียนทุกวันของเฟยหลงนับเป็นเรื่องใหม่ๆ ที่เขาไม่เคยได้เรียนรู้ที่สถาบันฟ้าครามเฟยหลงตัดสินใจเข้าไปยังหอตำราของสถาบันเก้ามังกร เขาต้องการเรียนรู้เรื่องต่าง ๆเพื่อที่จะสามารถนำมาประยุกต์และใช้งานได้ในอนาคต
ช่วงนี้เฟยหลงเปรียบเสมือนเด็กน้อยที่คอยตักตวงเอาความรู้ทุกอย่างเขาใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการอยู่ในหอตำราของสถาบันเก้ามังกรตลอดเวลาหนึ่งเดือนมานี้เฟยหลงเข้าชั้นเรียนตามปกติหากเวลาว่างเมื่อไหร่เขาจะรีบไปยังหอตำราในทันที
ตอนนี้สมุนไพรที่เฟยหลงมีอยู่เริ่มหมดลงไปเรื่อยๆ และไม่เพียงพอต่อการฝึกฝนของเขาแล้วด้วยผลึกปัญญาแห่งแสงทำให้เฟยหลงสามารถเรียนรู้และเข้าใจกระบวนการหลอมกลั่นโอสถได้อย่างลึกซึ้งจนสามารถหลอมกลั่นโอสถได้รวดเร็วและมีคุณภาพมากกว่าเดิม
เขาได้สั่งให้เสี่ยวเทียนนำโอสถไปให้กับตระกูลเฉินเขาได้จดรายละเอียดสมุนไพรที่เขาต้องการใส่ลงไปด้วยด้วยความเร็วของเสี่ยวเทียนทำให้โอสถต่าง ๆ ของเฟยหลงถูกส่งอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ตระกูลเฉินนั้นได้ขยายกิจการร้านค้าโอสถออกไปยังเมืองต่าง ๆ ทั้งในอาณาจักรและอาณาจักรอื่น ๆ เพราะสมุนไพรที่เฟยหลงจัดส่งมาให้แต่ละครั้งมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และโอสถนั้นยังเป็นที่ต้องการของคนทั่วไปรวมถึงผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากอีกด้วยทำให้ตอนนี้ตระกูลเฉินเรียกได้ว่าร่ำรวยที่สุดในอาณาจักรไปแล้ว
ส่วนแบ่งของเฟยหลงนั้นตระกูลเฉินได้ส่งไปให้เฟยหลงส่วนหนึ่งที่เหลือเฟยหลงให้เขาส่งไปให้บิดาของเขาในอาณาจักรกาลเวลาแทนทำให้ความสนิทสนมของตระกูลเฉิน และเฟยอู่หลานเป็นไปในทิศทางที่ดี
เฟยหลงได้ส่งโอสถไปยังสำนักเทพวายุอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันอีกทั้งในตอนนี้กลุ่มมังกรทะยานของเขาได้กลายเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักไปเรียบร้อยแล้วเพราะการแนะนำของเฟยหลงทำให้กลุ่มมังกรทะยานมีจำนวนสมาชิกมากขึ้นเรื่อย ๆแถมทุกคนยังตั้งใจฝึกฝนกันอย่างหนัก
ทำให้ศิษย์พี่เจ้าสำนักของเฟยหลงถึงกับยิ้มไม่หุบเพราะไม่ว่าศิษย์ของสำนักเทพวายุจะไปประลองที่ไหนก็ได้รับชัยชนะทุกครั้งในช่วงหลัง ๆ ทำให้สำนักเทพวายุมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นเรื่อย ๆ
คนที่สมัครเข้าร่วมสำนักเทพวายุเองก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้เหล่าผู้อาวุโสของสำนักต่างพากันยุ่งจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัวกันเลยทีเดียวการคัดเลือกศิษย์ในปีนี้ยิ่งต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะเพียงแค่ประกาศไปไม่ถึงสิบวันคนก็เริ่มสอบถามถึงสำนักเทพวายุกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสำนักอื่น ๆแทบจะไม่มีคนสนใจไปเลย
สำนักเทพวายุนับได้ว่ามาถึงจุดเริ่มต้นของความรุ่งเรืองดังนั้นศิษย์พี่เจ้าสำนักจึงแทบไม่มีเวลาว่างจนผู้อาวุโสอู๋ซวงเองก็ต้องมาช่วยเหลืออยู่บ่อยครั้ง
แต่เมื่อเสี่ยวเทียนกลับมาเฟยหลงเองต้องตกใจกับข่าวหนึ่งซึ่งเฟยหลงทราบจากเสี่ยวเทียนที่เดินทางมาจากสถาบันฟ้าครามว่าอาจารย์ซุนหวู่ของเขาได้หายตัวไปเมื่อสองเดือนก่อน ซึ่งจุดที่อาจารย์ของเขาหายไปนั้นเป็นจุดที่อันตรายที่สุดในอาณาจักรรุ่งอรุณเลยก็ว่าได้
จุดที่อาจารย์ของเฟยหลงหายไปนั้นคือหุบเขาแสนลี้ เป็นช่องหุบเขาธรรมชาติที่ลึกและสูงชันมีทางแยกมากมายและยังเป็นสถานที่ที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง มีทั้งสัตว์ปีศาจสัตว์อสูร รวมถึงสิ่งลี้ลับมากมายที่ยังไม่มีใครรู้ว่าหุบเขาแสนลี้นั้นแท้จริงแล้วมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่
เมื่อเฟยหลงได้รู้ข่าวการหายตัวไปของอาจารย์ซุนหวู่เขาร้อนใจเป็นอย่างมากเพราะอาจารย์ซุนหวู่นับเป็นผู้มีพระคุณของเฟยหลงอย่างแท้จริงเพราะทุกวันนี้ที่เฟยหลงสามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะได้แรงสนับสนุนด้วยดีจากอาจารย์ซุนหวู่มาตั้งแต่ต้น
“ข้าควรรีบไปตามหาอาจารย์ก่อนเรื่องทางนี้ก็ไม่มีอะไรมากมายนักอีกอย่างข้าเองก็เรียนที่สถาบันแห่งนี้มาเกือบปีแล้วคงต้องออกจากสถาบันเพื่อไปตามหาอาจารย์ก่อนหากอาจารย์เป็นอะไรไปข้าคงเสียใจไปตลอดแน่”
เฟยหลงรีบไปหาอาจารย์เยี่ยปิงและบอกวัตถุประสงค์ของการขอออกไปตามหาอาจารย์ซุนหวู่อาจารย์ที่สถาบันฟ้าครามซึ่งเยี่ยปิงเมื่อได้ฟังเหตุผลของเฟยหลงแล้วเขาเองก็ไม่ได้ห้ามเฟยหลงแต่อย่างใด เพียงแต่กำชับให้ระวังเรื่องความปลอดภัยให้มากเท่านั้น
เฟยหลงออกเดินทางในทันทีด้วยความเร็วของเสี่ยวเทียนในปัจจุบันเฟยหลงมาถึงอาณาจักรรุ่งอรุณหลังจากนั้นไม่กี่วันจากนั้นเฟยหลงจึงได้ไปยังที่พักของอาจารย์ของเขาในทันที เมื่อเฟยหลงไปถึงเขาได้พบกับเพื่อน ๆ ทั้งสามคนของเขา คือหยวนฉู่ จ้าวเฟยและหวนอู่ที่รอเขาอยู่ที่พักของอาจารย์ของเขาอยู่ก่อนหน้าแล้วพวกเขามารอเฟยหลงตั้งแต่ผู้อาวุโสซุนหวู่หายตัวไปตั้งแต่วันแรก ๆที่พวกเขาทราบข่าว
เมื่อเห็นเสี่ยวเทียนบินมาแต่ไกลทุกคนรู้ได้ทันทีว่าเฟยหลงทราบข่าวการหายตัวไปของผู้อาวุโสซุนหวู่แล้วอย่างแน่นอน จนกระทั่งเสี่ยวเทียนล่อนลงสู่พื้นพวกเขาจึงได้รีบวิ่งเข้าไปหาเฟยหลงในทันที
“เฟยหลงเจ้าทราบข่าวอาจารย์ของเจ้าหรือยัง?อาจารย์ของเจ้าเข้าไปหาสมุนไพรที่หุบเขาแสนลี้แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลยเหล่าผู้อาวุโสพยายามออกตามหาแล้ว แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยใด ๆ เลยแม้แต่น้อย”
“ข้าพึ่งได้รับข่าวและรีบกลับมานี่แหละพวกเจ้าพอมีแผนที่หรือข้อมูลเกี่ยวกับหุบเขาแสนลี้บ้างหรือไม่ ?”
“เรื่องนั้นพวกเราได้เตรียมไว้ให้เจ้าแล้วพวกเรารู้ว่ายังไงเสียเจ้าก็ต้องออกตามหาอาจารย์ของเจ้าอย่างแน่นอนพวกเราจึงได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับหุบเขาแสนลี้ที่พอจะหาได้ให้เจ้าเอาไว้แล้วและพวกเราจะว่าจะไปช่วยเจ้าตามหาอาจารย์ของเจ้าอีกแรงหนึ่ง”
“ขอบใจพวกเจ้ามากงั้นพวกเจ้าก็ขึ้นมาบนหลังของเสี่ยวเทียนเลย พวกเราจะได้ออกเดินทางกันเลย”
ทั้งสามรีบกระโดดขึ้นไปบนหลังของเสี่ยวเทียนทันที
“ช่วยหน่อยนะเสี่ยวเทียนช่วยพาพวกเราไปยังหุบเขาแสนลี้ที”
เสี่ยวเทียนทะยานขึ้นไปทันทีมันใช้เวลาเพียงแค่สองชั่วโมงก็พาเฟยหลงและเพื่อน ๆ มาถึงยังหุบเขาแสนลี้ เฟยหลงให้เสี่ยวเทียนไปพักพร้อมกับให้มันสอดส่องดูอาจารย์ซุนหวู่บนท้องฟ้าหากเจออะไรน่าสงสัยหรือมีเบาะแสอะไรให้รีบแจ้งเขาโดยด่วน
“พวกเราแยกออกกันตามหาเถอะหากตามกันไปเช่นนี้คงจะไม่เป็นการดีอย่างแน่นอน ข้าห่วงความปลอดภัยของอาจารย์”
“พวกเราเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันพวกเจ้าเองก็ระวังตัวเอาไว้ด้วย พวกเราค่อยมาเจอกันที่นี่อีกสามวันข้างหน้าก็แล้วกัน”
“ได้อีกสามวันมาเจอกันที่นี่แล้วค่อยปรึกษากันอีกทีตอนนี้ให้กระจายกันออกตามหาเบาะแสของอาจารย์ข้าก่อน”
ทั้งสี่คนแยกกันไปคนละเส้นทางหวนอู่จ้าวเฟย หยวนฉู่ทั้งสามได้นำสัตว์อสูรของพวกเขาออกมาจากแหวนมิติสำหรับสัตว์อสูรพวกเขาทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เฟยหลงมุ่งหน้าไปเส้นทางหนึ่ง อย่างรวดเร็วเขาเข้าไปในหุบเขาแสนลี้ที่มีเส้นทางมากมายที่เฟยหลงเลือกเส้นทางนี้เพราะเขารู้สึกถึงกลิ่นอายโบราณแผ่ออกมาถึงแม้ว่ามันจะดูเบาบางเป็นอย่างมาก แต่สำหรับเฟยหลง กลับรู้สึกได้
เส้นทางที่เฟยหลงเข้าไปนั้นดูซับซ้อนเป็นอย่างมากเฟยหลงตามกลิ่นอายโบราณนั้นไปยิ่งเข้าไปลึกมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งสัมผัสมันได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นเส้นทางที่ทอดยาวไปด้านหน้าเต็มไปด้วยหินผา และทางสูงชัน เฟยหลงจึงค่อย ๆลัดเลาะไปตามเส้นทาง จนกระทั่งวันที่สาม เฟยหลงให้เสี่ยวเทียนไปแจ้งข่าวให้กับพวกเพื่อนๆ ของเขา เพราะหากเขากลับไปตอนนี้คงให้เวลาไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างแน่นอน
เสี่ยวเทียนทะยานกลับไปมันสื่อสารกับสัตว์อสูรของพวกเพื่อน ๆ ของเฟยหลงจากนั้นสัตว์อสูรทั้งหมดจึงได้บอกเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับนายของมันได้รับรู้เฟยหลงให้พวกเขาทั้งสามกลับไปรอฟังข่าวที่สถาบันแทนเพราะตอนนี้เขาเองอยู่ลึกเกินกว่าจะหวนกลับได้
เมื่อเสี่ยวหลงแจ้งเรื่องราวต่างๆ เสร็จเรียบร้อยมันรีบทะยานไปในทันทีสายตาของเสี่ยวเทียนสามารถมองได้ไกลนับหมื่นกิโลเมตรด้วยความสูงที่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของเฟยหลงได้อย่างชัดเจน พวกเพื่อน ๆ ของเฟยหลงทำได้เพียงแค่ทำตามที่เฟยหลงบอกเท่านั้น
“พวกเรากลับไปรอฟังข่าวของเฟยหลงที่สถาบันกันเถอะหากมีอะไรเฟยหลงคงให้เสี่ยวเทียนมาแจ้งกับพวกเราเองพวกเราอยู่ตรงนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ บางทีเฟยหลงอาจจะตามหาเบาะแสของผู้อาวุโสซุนหวู่ได้แล้วเขาถึงไม่ย้อนกลับมาหาพวกเรา”
“อื่มจริงอย่างที่เจ้าว่านั่นแหละ พวกเรากลับสถาบันกันก่อนเถอะตามเฟยหลงไปก็ไม่มีประโยชน์เขาคงเข้าไปลึกมากแล้ว หวังว่าเมื่อเขากลับมาเขาจะสามารถพาผู้อาวุโสซุนหวู่กลับมาด้วยอย่างปลอดภัยนะ”
ทั้งสามคนจึงทะยานออกไปจากหุบเขาแสนลี้มุ่งหน้ากลับไปยังสถาบันฟ้าครามรอฟังข่าวจากเฟยหลง
ทางด้านเฟยหลงหลังจากเดินทางเข้าไปได้ห้าวันเขาจึงได้พบกับร่องรอยของอาจารย์ของเขาหลายวันมานี้เฟยหลงได้สังหารสัตว์ปีศาจและสัตว์อสูรระดับต่ำไปหลายตัว สถานที่ที่เขาพบเบาะแสของอาจารย์ของเขานั้นเพราะมีวงเวทที่อาจารย์ของเขาทำไว้เขาจำอักขระที่อาจารย์ของเขาเคยสอนเอาไว้มันคืออักขระที่ใช้สำหรับเก็บสมุนไพรหายาก และต้องเก็บมันอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษแม้ว่าวงเวทนั้นจะเลือนลางแต่มันก็ยังพอที่จะทำให้เขาได้ทราบว่าอาจารย์ของเขาเดินทางมาทางนี้อย่างแน่นอน
เฟยหลงมุ่งตรงไปด้านหน้าเรื่อยๆ ยิ่งลึกเข้าไปสัตว์ปีศาจและสัตว์อสูรยิ่งมีระดับพลังที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตลอดระยะเวลาเดินทางเฟยหลงพยายามที่จะหลบเลี่ยงพวกมันเขาไม่อยากที่จะเสียเวลากับสัตว์อสูรและสัตว์ปีศาจพวกนี้โดยเปล่าประโยชน์