ตอนที่หนึ่งร้อยสามสิบเจ็ด Brotherhood of Mutant เอ๊ย Black forest 7
แผนการของผมนั้นหากให้ผู้มีอำนาจคนร่ำรวยฟังก็คงมองว่ามันคือ
แผนการของคนเขลา
แผนการง่ายๆตื้นๆแค่นี้ใครก็คิดได้ไม่ใช่เรื่องคนคนฉลาดอัจฉริยะจะคิดขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
ก็ควรจะถามคำถามว่า
แล้วทำไมพวกเอ็งไม่ทำฟะ?
อย่างที่เคยกล่าวงผมไม่ใช่อัจฉริยะและค่อนข้างประทับใจในลักษณะของ
สติปัญญาของคนเขลา
มากกว่า
แผนการของอัจฉริยะ
อัจฉริยะอาจจะวางแผนการให้คนมีบ้านโดยการเพิ่มวงเงินกู้ของธนาคารต่อผู้ที่ต้องการมีบ้านลดภาษีคนมีบุตร ลดภาระต่างๆฯลฯ
ด้วยนโยบายบ้าบอต่างๆมากมายที่คิดออกมา
ส่วนแผนการของคนโง่คือการเอาหลังคามามุงจากและโบกปูนขุดหลุมส้วม ขุดบ่อ ติดโซล่าเซลล์ก็มีบ้านใช้แล้ว
เรียบง่ายขัดกับระเบียบมาตรฐานที่ทางท้องถิ่นวางไว้แต่สรุปคือเขามีบ้าน
หากระเบียบท้องถิ่นเล่นงานคนที่พยายามจะสร้างบ้านให้กับตนเอง
แสดงว่าสังคมไม่ต้องการให้คนมีบ้านแล้ว
สังเกตจากนโยบายของคนฉลาดอัจฉริยะแสดงว่าต้องการให้คนโขกศีรษะคารวะธนาคารสามคุกเข่าเก้ากราบ ขอความเมตตา
ธนาคารจึงจะแสดงความเมตตาอนุญาตให้คนคนนั้นมีบ้านได้
เป็นลักษณะของความล้าหลังถอยหลังเข้าคลองอย่างแท้จริง
จากความพยายามสร้างภาพว่าเป็นรัฐสมัยใหม่มาหลายสิบปี
รัฐสมัยใหม่ทั้งหลายก็ย้อนกลับไปที่ระบบ
เจ้าภาษีนายอากร
ให้เอกชนจ่ายค่าต๋งให้รัฐและเอกชนเอาอำนาจที่ประมูลได้มาไปกดขี่ข่มเหงประชาชนต่อไปโดยรัฐทำไม่รู้ไม่ชี้เพราะได้ค่าต๋งประมูลมาแล้ว
สองฝ่ายร่วมมือกันดี
รัฐบอกว่าตนเองไม่เกี่ยวนั่นคือหน้าที่ของเอกชนตนเองได้ค่าต๋งประมูลมาแล้ว
เอกชนก็กดขี่ข่มเหงประชนได้เต็มที่เพราะไม่มีการตรวจสอบเพราะไม่ใช่การกระทำทางปกครองที่ตรวจสอบได้โดยศาลปกครองและระเบียบของรัฐ
มันคือการร่วมมือกันรุมทึ้งซากศพประชาชนอย่างแท้จริงกับระบบที่สร้างมาเพื่อเพิ่มอำนาจให้เอกชนและสร้างโอกาสให้รัฐละทิ้งความรับผิดชอบที่ควรจะมีต่อประชาชนไป
จนลืมไปแล้วว่า
ที่ยกเลิกระบบเจ้าภาษีนายอาการไปเพราะประชาชนทนไม่ไหวก่อกบฏขึ้น
อาจจะเปลี่ยนชื่ออาจจะเปลี่ยนท่านผู้นำ
แต่หากใช้แผนเดิมอีกครั้ง
คิดว่าผลลัพธ์จะต่างออกไปจากเดิมหรือ?
จากค่าก่อสร้างมหาศาล บริษัทก่อสร้างที่ล็อคผู้มีอิทธิพลเอาไว้จากระเบียบผังเมือง จากการที่การก่อสร้างต้องมีใบอนุญาต
ทั้งหมดเรียงร้อยเข้าด้วยกันว่าเราต้องเข้าตามตรอกออกตามประตูเช่นนี้ สามคุกเข่าเก้ากราบให้กับธนาคาร
ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังว่าจะมีบ้านอยู่อาศัยตามกฎหมาย
ผู้คนอาจจะมองว่าสมัยฉินป่าเถื่อนกฎเกณฑ์โหดร้าย
แต่แม้แต่สมัยฉินการที่ลูกชายคนเดียวจะมาดูแลพ่อแม่ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร
ก็ยังไม่ใช่ปัญหาศีลธรรมที่คนต้องมาถกเถียงกันและมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาเป้นข้อยกเว้นหากครอบครัวนั้นไม่เหลือบุตรแล้ว
ต่างกับโลกปัจจุบันที่เราจะโดนหาว่าไม่รักชาติบ้านเมือง
มาตรฐานศีลธรรมของเราตกต่ำลงกว่าสมัยฉินตั้งแต่เมื่อไรกัน?
ผมฉวยโอกาสที่มีอำนาจและบ้านเมืองยุคนี้ยังไม่บล้าคลั่งอย่างยุคปัจจุบันพยายามให้ทุกคนมีบ้านในบริเวณนครลั่วหยาง