"เจ้าบอกข้าว่า มีหลายส่วนร่วงหล่นลงมาที่ภพภูมินี้ ..."
"หนึ่งในนั้น เป็นกลุ่มอสุรปิศาจเซียนจีหรือ"
"ข้าเกรงว่า พวกมันจะไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ทำร้ายผู้คนเฉกเช่นในอดีต แม้นข้าจะลงโทษไว้เมื่อหกแสนปีก่อนแล้ว แต่ไม่รู้ว่าในยุดนี้ พวกมันจะเป็นอย่างไร "
"พิษไยไหมทัณฑกาลมีความร้ายแรง ข้าไม่แน่ใจว่าบนภพนี้ จะมีสักกี่คนที่ทำลายได้"
"พิษไยไหมทัณฑกาล เป็นพิษที่มีอยู่ในร่างของเผ่าพันธุ์นี้ ตัวพิษมีพลังกัดกร่อนทำลายหินผาได้ในพริบตา นับประสาอะไรกับกระดูกในร่าง ตัวพิษทำลายเส้นประสาทของสิ่งมีชีวิตทำให้เสียสติได้ ที่สำคัญ มันเข้าไปในตันเถียนทำลายฐานแห่งตันเถียนได้เช่นกัน และยากที่จะฟื้นฟกลับมาอีก"
ลู่ซือเงียบไปสักพักหนึ่ง ครุ่นคิดลำดับเหตุการณ์ในครั้งอดีต ในครั้งนั้นลี้เฟยเดินทางไปมิติปฐวิกาล เพื่อรวบรวมความเป็นปึกแผ่นของเผ่าพันธุ์ให้อยู่อย่างปรองดอง ในครั้งนั้น กลุ่มเผ่าพันธุ์อสุรปิศาจเซียนจี มีกำลังสูงสุด และชอบเข่นฆ่าทำร้ายเผ่าพันธุ์อื่นอยู่เสมอ
ลี้เฟยพร้อมด้วยหลงชิงเอ๋อที่บรรลุเจตกระบี่และอยู่ในวิถีแห่งเซียนแล้วในยามนั้น ออกเดินทางไปด้วยกัน ได้กำราบอสุรปิศาจเซียนจีให้อยู่ในเขตเมืองที่กำหนดไว้ โดยลี้เฟยสร้างค่ายกลชื่อปฐวิจิวยี่ และชิงเอ๋อสร้างอรรถพิรุณแห่งกระบี่ไว้ในค่ายกล ควบคุมอสุรปิศาจเซียนจีทุกตัวตนไม่ให้ออกจากเขตที่กำหนดไว้ โดยใช้พลังฟ้าดินแห่งมิติเป็นพลังงานขับเคลื่อน เมื่อใดที่อสุรปิศาจออกจากค่ายกล จะถูกปราณกระบี่สังหาร ปราณกระบี่สังหารดั่งหยาดฝนพรั่งพรายลงจากท้องฟ้า ลงสู่พื้นปฐพีทุกหย่อมหญ้า
ในครั้งนั้นจ้านซิ่วผู้นำเซียนจี ใช้พิษไยไหมทัณฑกาลเข้ามาหวังสะกดพลังและทำลายตันเถียนแห่งพลังของลี้เฟย แต่สิ่งที่พวกมันไม่รู้คือ ด้วยพลังเอกภพปราชญ์เซียนของลี้เฟย ได้ทำลายไยไหมสีดำที่มีพิษได้ตั้งแต่ปลดปล่อยออกจากตัวมัน และพิษนั้นได้ไหลย้อนกลับเข้าไปทำลายตัวจ้านซิ่งผู้นำเซียนจีในยุคนั้นกระทั่งเสียชีวิต
จ้านซิ่งผู้นำเซียนจี ถูกพิษจากไยไหมของตนเองตายได้อย่างไร ก็เนื่องด้วยพลังเอกภพปราชญ์ที่เข้าไปทำลายได้เพราะขุมพลังจิตของลี้เฟย ที่ส่งพิษทลายหยวนแทรกเข้าไปกับพิษของพวกมันเอง ตายโดยไม่รู้สาเหตุ ตายโดยไม่รู้ตัว
หลังจากนั้น ลี้เฟยและชิงเอ๋อจึงขังพวกมันไว้ในค่ายกลชื่อปฐวิจิวยี่ ดินแดนต่าง ๆ ก็อยู่ด้วยความร่มเย็น ภายใต้การร้องขอการดูแลให้ปกครองจากลี้เฟย ปรมาจารย์จักรพรรดิเซียน ครึ่งก้าวแห่งปรมัตถ์ ผู้เป็นหนึ่งเดียวในจักรวาลและนอกเขตอนันตจักรวาล ที่ได้รับการยกย่องและหวาดกลัวในบารมีมาแสนนาน
ลี้เฟยแต่งตั้งให้มังกรขาวไปซื่อ ดูแลเขตปกครองที่ดินแดนแห่งนี้ตั้งแต่นั้นมา
หากแต่ในยามนี้ การร่วงหล่นของมิติดวงดาวเกิดขึ้น ย่อมเป็นไปได้ที่อสุรปิศาจเซียนจีเหล่านั้น จะหลุดพ้นจากการควบคุม แน่นอนว่าหากสันดานดิบของพวกมันยังคงอยู่ ก็คงไม่พ้นการรบราฆ่าฟันเป็นแน่แท้
โดยปกติการเดินทางข้ามดินแดนผ่านวงแหวนโยวหยวนจากดินแดนหยวนอามารมายังดินแดนตงหยาง อย่างเร็วก็ใช้เวลาห้าถึงเจ็ดวัน หากไม่ผ่านวงแหวนโยวหยวน จะต้องใช้เวลานับปี ทว่าดินแดนหยางซีอันอยู่ห่างไกลไปอีกทิศทาง หากเดินทางผ่านวงแหวนโยวหยวนย่อมใช้เวลาราวสอง-สามเดือนทีเดียว ไม่ต้องคิดว่าหากไร้วงแหวนโยวหยวนแล้ว จะต้องใช้เวลานานเพิ่มไปอีกเท่าใด
หากแต่การเดินทางโดยศัสตรพาหนะเรือเหาะซียาง พาหนะที่ใช้เจตจำนงเอกภาพในการขับเคลื่อน ใช้พลังงานปราณธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย ตัวพาหนะสร้างจากโลหะสุริยเซียน และไม้จากป่าเซียนวานร ทนทานต่อกาลเวลา ทนทานต่อการกระแทกจากสิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
เรือเหาะซีหยาง ใช้เวลาบินอยู่ราวสามวันก็เข้าเขตเทอกเขาลี่ไท่ ดินแดนหยางซีอัน
"นายท่านถึงแล้ว"
"ข้าสัมผัสมิติแห่งอารามที่ร่วงหล่นทางทิศตะวันออกได้ขอรับ" ซีหยางชี้ไปยังทิศทางที่สัมผัสได้ พร้อมใช้เจตจำนงเอกภาพขับเคลื่อนเรือเหาะไปทันที
"ข้าสัมผัสจักระแห่งกระบี่ได้ นายท่าน" ซีหยางรีบหันมากล่าวกับลู่ซือ จักระแห่งกระบี่ คือ จักระที่ลี้เฟยใช้เจตจำนงปราชญ์หลอมรวมกับขุมพลังจิตอริยอนันต์ ร่วมกับพลังเจตจำนงกระบี่ของหลงชิงเอ๋อ จากนั้นผนึกไว้ในร่างของหลงชิงเอ๋อ ซึ่งต่อมา พลังดังกล่าว ได้ซึมซับและกลายเป็นขุมพลังจิตแห่งกระบี่ ที่เรียกว่า จักระแห่งกระบี่ในร่างของชิงเอ๋อได้
"ข้าเองก็สัมผัสได้ หากแต่ทำไม จักระแห่งกระบี่ของชิงเอ๋อ จึงมาปรากฏที่บริเวณนี้ได้ หรือนางข้ามวัฏะมาที่ดินแดนแห่งนี้" ลู่ซือพยายามครุ่นคิดหาเหตุผลที่มาที่ไป แต่ก็ไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะเหตุใดแน่
"เข้าไปดูกัน" ลู่ซือกล่าวพลางจิบน้ำชาแล้วขึ้นมาบนเรือเหาะพร้อมหลับตา เพียงไม่กี่อึดใจ เรือเหาะก็ลอยมาถึงด้านบนของแผ่นหินขนาดใหญ่ที่ร่วงหล่นลงมา ที่แผ่นหินปรากฏซากอารามขนาดใหญ่
"อาราม" ลู่ซือตกใจเล็กน้อยยามเห็นอารามแห่งนี้นอกภิภพ
"อารามหลักมังกรขาว"
"ไป่ซื่อไปอยู่ที่ใด ข้าให้เจ้าดูแลอารามหลักมังกรขาวในดินแดนแห่งนี้ ใยถึงเกิดเหตุเช่นนี้ได้" ลู่ซือตระหนักได้ว่า อารามที่เห็นนี้ เป็นอารามหลักบนดินแดนอังไห่ แห่งมหาภิภพบูรพา
ลู่ซือก้าวเข้าไปภายในอารามหลัก
"ค่ายกลจ้านชิวรึ"
"ไม่ประมาณตนเอง" ลู่ซือสัมผัสถึงค่ายกลจ้านชิวที่ถูกผนึกไว้ตามอาราม แทนที่ค่ายกลเดิม ค่ายกลนี้มองไม่เห็น สัมผัสได้ยาก เมื่อผ่านเข้ามาจะง่าย แต่หายถอยหลังกลับไปจะพบกับควันพิษทันที
ลู่ซือผ่านค่ายกลจ้านชิวอย่างง่ายดาย ในอดีต ผู้นำเผ่าพันธุ์เซียนจีเคยใช้ค่ายกลที่โด่งดังนี้ ดักจับลี้เฟยและชิงเอ๋อ ทว่า ค่ายกลถูกทำลายโดยลี้เฟยเพียงไม่ถึงอึดใจ สร้างความโกรธเคืองให้กับจ้านชิวอย่างมาก และในคราวนั้นจ้านชิวก็ถูกลี้เฟยสังหารเป็นจุดจำของยุคเรืองอำนาจของเผ่าพันธุ์
"ใครกัน" เสียงดังออกมาจากภายใน เมื่อมองไปพบชายห้าคนกำลังเดินเข้ามาหาลู่ซือที่เปิดประตูเข้ามา
"เจ้าเป็นใคร"
"จับมัน" ชายผู้เป็นผู้นำสั่งสี่คนเข้าไปจับทันที
"เปรี๊ยะ !" เสียงฝ่ามือสะบัดพร้อมกับร่างชายทั้งสี่กระเด็นออกไปกระแทกกับฝาห้อง
"เจ้าบัง...อาจ...." ยังไม่ทันสิ้นเสียงดี ชายผู้เป็นผู้นำก็ถูกพลังเอกภพดึงเข้ามา ฝ่ามือลู่ซือกำรอบคอ
"ข้าไม่มีเวลามากนัก"
"พวกเจ้ามาที่ได้อย่างไร เกิดเหตุอันใดขึ้น" ลู่ซือใช้บัญญัติวิญญาณ ดูดเรื่องราวจากจิตวิญญาณของชายคนดังกล่าวทันที หลังจากรับรู้เรื่องราว จากนั้นสะบัดร่างที่จับไว้ หัวกระเด็นไปทาง ร่างกายกระเด็นไปอีกทาง สิ้นใจตายอย่างรวดเร็ว
ชายอีกสี่คนเห็นดังนั้น จึงรีบหนีกลับเข้าไปในห้องด้านใน แต่ช้าไป ขณะที่กำลังวิ่ง หัวของทั้งสี่ก็ขาดสะบั้นไปที่่พื้น ในขณะที่ส่วนของร่างยังคงวิ่งต่อไปอีกสามก้าวก็ล้มลง ตามองร่างของตนเองที่ล้มลงอีกด้านด้วยความตกใจ
***********************
ห้องทัณฑกาล ลู่ซือเดินลงไปชั้นล่าง พบเจ้าสำนักและผู้คนกำลังถูกไยไหมทำลายร่างกายและตันเถียน หลายคนอยู่ในสภาพตายทั้งเป็น ไม่อาจเยียวยาได้อีกต่อไป ด้านข้างมีกลุ่มศิษย์กำลังถูกเฆี่ยนทรมานอยู่บนหลักยี่สิบกว่าคน ในนี้มีเจ้าสำนักใหญ่จากตงหยางและหยวนอามาร และสำนักวั่งซูรวมอยู่ด้วย
ส่วนอีกด้านมีศิษย์สำนักต่าง ๆ ที่ถูกจับมาใหม่แยกออกต่างหาก ในนั้นมีจงฮวาและหนิงเซียนรวมอยู่ด้วย จงฮวาและหนิงเซียน ในขณะที่กำลังช่วยรักษาพยาบาลศิษย์คนอื่นที่ได้รับบาดเจ็บ เผ่าพันธุ์เซียนจือได้บุกขึ้นไปบนเรือเหาะเทพสวรรค์ ฆ่าล้างผู้คนมากมาย และจับจงฮวา หนิงเซียน หนานซื่อ จงหมาน จงซื่อ และศิษย์เอกอีกหกคนกลับมา
แม้จงฮวา หนิงเซียน หนานซื่อ จงหมาน จงซื่อ จะมีวิถีระดับราชัน แต่ด้วยเผ่าพันธุ์เซียนจือที่บุกขึ้นไป เป็นระดับจักรพรรดิจำนวนมาก ประกอบกับเหนื่อยล้าจากการเดินทาง การสู้รบ และการช่วยเหลือศิษย์ในสำนักอย่างต่อเนื่องหลายวัน ทำให้พลาดท่าถูกทำร้ายและถูกจับตัวมา
ในส่วนของ หนานซื่อ จงหมาน จงซื่อ โดนไยไหมทัณฑกาล กัดกร่อน ทำให้พลังตันเถียนลดถอยลง หากปล่อยไป ย่อมทำให้ตันเถียนเสียหาย และอาจตายได้ ส่วนจงฮวาและหนิงเซียน ด้วยความที่มีหน้าตาสะสวย จึงเพียงถูกจับกลับมา ด้วยหมายเป็นที่บันเทิงของพวกมัน
"ในเวลานี้ พวกเจ้าผู้ใจเสาะ ตกตายไปกว่าสี่สิบคนแล้ว ในวันรุ่งพรุ่งนี้ พวกเจ้าจะขาดใจตาย ตันเถียนเจ้าจะเน่าทั้งเป็น " ชายวัยกลางคนเดินออกมา
"จากนี้ต่อไป พวกเราจะบุกยึดดินแดนพวกเจ้า"
"อยู่ดีไม่ว่าดี ไอ้พวกไม่ประมาณตนเอง" ชายหนุ่มสูงใหญ่อีกคนเดินออกมา พร้อมตบหน้านักโทษหลายคนเป็นการระบาย พลันหันไปเห็นจงฮวาและหนิงเซียนในห้องขัง