ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 123 ไหมเทพเก้าแปลง!

            เด็กน้อยทั้งสองนั่งอยู่บนบ่าของมู่เสินฉวนคนละข้างส่งกระแสพลังที่แตกต่างกันสุดขั้วออกมา

            คนหนึ่งร้อนแรงดั่งสุริยเทพอีกคนเย็นเยียบดั่งจันทราเทพ

            มู่เช่อและมู่ฉิงยังเล็กนักไม่สามารถควบคุมพลังแห่งกายแต่กำเนิดได้อย่างใจนึก

            หากเป็นผู้ฝึกตนขั้นรากฐานหรือระดับแก่นปราณอุ้มพวกเขาไว้เช่นนี้เกรงว่าจะทนทานต่อพลังร้อนเย็นพิสดารเช่นนี้ไม่ได้

            ในชั่วพริบตาต่อมามู่เสินฉวนก็พาทั้งสองไปยังสวนด้านหลังของตำหนักผู้นำตระกูลที่ซึ่งอุดมไปด้วยปราณและพลังแห่งเต๋า

            ทันทีที่มู่เช่อและมู่ฉิงมาถึงดวงตากลมโตก็เป็นประกายสดใส พากันคลานเล่นไปทั่วสวน

            มู่เช่อคลานไปยังเมล็ดพันธุ์กิเลนเรืองแสงส่วนมู่ฉิงนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์โบราณ ส่งเสียงอ้อแอ้ไร้เดียงสา

            "ชู่" มู่เสินฉวนยิ้มอย่างเอ็นดูสะบัดนิ้ว ผลเทียนหยวนและวารีมายาลอยคว้างกลางอากาศ

            ปลายนิ้วของเขามีพลังศักดิ์สิทธิ์หลั่งไหลออกมาหลอมรวมของวิเศษแห่งฟ้าดินทั้งสองชิ้น

            กระแสพลังหลากสีสันสองสายพุ่งตรงไปยังร่างของเด็กทั้งสองในบัดดล

            พลังหยางที่แผ่ซ่านจากมู่เช่อค่อยๆสงบลงด้วยฤทธิ์แห่งวารีมายา

            พลังหยินที่เปล่งประกายจากมู่ฉิงถูกสลายฤทธิ์อย่างรวดเร็วด้วยผลเทียนหยวน

            ต้นโพธิ์โบราณด้านข้างสั่นไหวราวกับรับรู้ถึงความไม่ธรรมดาของเด็กทั้งสองกิ่งก้านที่ยื่นออกมาดุจแขนมนุษย์มอบผลโพธิ์สีแดงสดสองผลให้

            หลายวันผ่านไป

            มู่เช่อและมู่ฉิงดูดซับพลังจากของวิเศษทั้งสองจนหมดสิ้นผิวพรรณมิได้เปล่งประกายพลังหยินหยางอีกต่อไป กลับมาดูคล้ายทารกทั่วไป

            [ติ๊ง การลงทุนสำเร็จ!]

            [ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับผลเทพเทียนซู(กลั่นพลังศักดิ์สิทธิ์ ขัดเกลาพลัง)]

            [ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับน้ำอมฤตแห่งชีวิต(ชำระล้างจิตวิญญาณ หยั่งรู้วิถีต้นกำเนิด)]

            เสียงจักรกลของระบบดังก้องในห้วงสำนึก

            สีหน้าของมู่เสินฉวนเปี่ยมสุข

            รางวัลจากการลงทุนสีทองมาถึงแล้ว!

            แม้เขาจะไม่เคยได้ยินชื่อผลเทพเทียนซูและน้ำอมฤตแห่งชีวิตมาก่อน

            แต่รางวัลที่ทวีคูณจากของวิเศษโบราณย่อมไม่ใช่ของธรรมดา!

            อาจอยู่ในระดับจักรพรรดิแล้วก็เป็นได้!

            แต่เขาไม่ได้เร่งรีบที่จะตรวจสอบในตอนนี้ต้องส่งมู่เช่อและมู่ฉิงกลับไปยังเกาะของสายหกเสียก่อน

            มู่หยวนอู่และภรรยาเห็นบุตรของตนกลับมาเป็นปกติดุจทารกทั่วไปก็ดีใจเป็นล้นพ้นกล่าวขอบคุณเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            "ข้าแจ้งให้เหล่าผู้อาวุโสทุกสายทราบแล้ว"

            "มู่เช่อและมู่ฉิงหากต้องการทรัพยากรฝึกตนประเภทใด ก็ไปรับได้เลย"

            กล่าวจบมู่เสินฉวนก็กลับไปยังเกาะเทพสถิตอีกครั้ง

            เขายื่นมือออกไปอัญเชิญไหมเทพเก้าแปลงออกมา

            วูบ!

            พอมันเห็นแสงสว่างก็ตกใจรีบมุดเข้าไปในแร่ศักดิ์สิทธิ์

            แร่ศักดิ์สิทธิ์ขนาดศีรษะมนุษย์บัดนี้เหลือเพียงครึ่งเดียว

            เห็นได้ชัดว่าเป็นอาหารของไหมเทพเก้าแปลงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

            กินเร็วขนาดนี้ มู่เสินฉวนก็แปลกใจอยู่บ้าง

            หากโลหิตศักดิ์สิทธิ์มิอาจเลี้ยงดูได้ไหมเทพเก้าแปลงนี้คงเป็นตัวสูบทรัพยากรโดยแท้

            จากนั้นเขาก็มิได้ลังเล สะบัดนิ้วกรีดลงบนข้อมือเบาๆ พลังศักดิ์สิทธิ์ก็หลั่งไหลออกมา

            โลหิตศักดิ์สิทธิ์สีทองสองสามหยดไหลลงไปในรูเล็กๆบนแก่นศักดิ์สิทธิ์

            ไหมเทพเก้าแปลงราวกับรับรู้ถึงพลังชีวิตอันมหาศาลที่แฝงอยู่ในโลหิตจึงดีใจเป็นอย่างยิ่ง ชั่วครู่เดียวก็ดูดซับโลหิตเทพจนหมด

            ทั่วร่างเปล่งประกายสีทองเขาบนหัวงอกขึ้นอย่างรวดเร็ว

            แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอรับรู้ได้!

            มันคลานออกมาจากรูที่เปิดไว้ดวงตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความปรารถนา ไม่ได้หวาดกลัวดังเดิมแล้ว!

            มู่เสินฉวนเผยสีหน้ายินดี

            เช่นนี้ก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองแร่ศักดิ์สิทธิ์ลองใช้พลังวิถีแห่งกำเนิดผันแปรเป็นสุริยันจันทราดู

            จากนั้นเขาก็ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ประคองไหมเทพเก้าแปลงวางไว้บนกิ่งก้านของต้นโพธิ์โบราณ

            กลิ่นอายแห่งวิถีอันเข้มข้นก็ห่อหุ้มมันไว้ในทันที

            อึดใจถัดมาพลังปราณแห่งโกลาหลไหลเวียนในแววตาลึกล้ำของมู่เสินฉวนสับเปลี่ยนหมุนวนราวกับมีดาราจักรในนั้น

            เขากางนิ้วเรียวยาวออก เปล่งประกายทมิฬพลังโกลาหลพลุ่งพล่าน

            หลายลมหายใจต่อมามือซ้ายแปรเปลี่ยนเป็นสุริยันทองคำอร่ามเปล่งประกายเจิดจ้า

            มือขวาแปรเปลี่ยนเป็นจันทราจรัสเจิดเปล่งลำแสงศักดิ์สิทธิ์

            และในขณะนั้นแววตาของไหมเทพเก้าแปลงก็เป็นประกายยิ่งขึ้น ทั่วร่างห่อหุ้มด้วยพลังแห่งวิถีโบราณธาตุแท้สุริยันจันทราที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าไหลบ่าไปยังร่างไหมน้อย

            มิรู้ว่านานเท่าใดมีเสียงดังขึ้นในสวนด้านหลัง

            ไหมเทพเก้าแปลงเริ่มลอกคราบ มันค่อยๆเคลื่อนกายคลานออกมาจากคราบเก่า เขาที่หัวยาวขึ้นครึ่งนิ้วทั่วร่างเปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์และปล่อยกลิ่นอายของราชันย์บรรพกาล

            "หืม?"

            "นี่คือแปลงร่างครั้งที่หนึ่งแล้วหรือ?"

            "เร็วจริง"

            มู่เสินฉวนพินิจไหมเทพเก้าแปลงแววตาฉายความประหลาดใจ

            หลังจากผ่านการแปลงร่างหนึ่งครั้งแล้วมันก็ปลดปล่อยกลิ่นอายพลังที่ไม่ด้อยกว่าผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงออกมา

            สมแล้วที่เป็นราชันย์ผู้สูญสิ้นและยากจะพบเจอ

            หากสำเร็จการแปลงร่างทั้งหกและเจ็ดครั้งส่วนใหญ่ก็จะบรรลุสู่เข้าระดับเซียนที่อยู่เหนือสามขอบเขต

            คิดว่าวันนั้นคงไม่ไกลเกินรอ

            และไหมเทพเก้าแปลงในขณะนี้สติปัญญาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย

            มันรับรู้ว่ามู่เสินฉวนมิได้มีเจตนาร้ายต่อมันหากแต่ช่วยให้มันเติบโต ดวงตาที่เคยหวาดกลัวจึงเลือนหายไปจนหมดสิ้น

            มันเริ่มที่จะชื่นชอบสถานที่แห่งนี้ปล่อยกายตามสบายบนกิ่งก้านต้นโพธิ์โบราณ และอาบแสงแห่งวิถี

            หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้นมู่เสินฉวนก็หาได้สนใจมันอีกราดโลหิตศักดิ์สิทธิ์ลงบนเมล็ดพันธุ์กิเลนและต้นโพธิ์โบราณจากนั้นก็นำน้ำอมฤตแห่งชีวิตและผลเทพเทียนซูออกมา แล้วเริ่มการหลอมรวม

            ทันใดนั้นในดวงตาของเขาปรากฏสัญลักษณ์แห่งวิถีนับไม่ถ้วนการรับรู้ต่อวิถีลึกซึ้งขึ้นอย่างรวดเร็วพลังโกลาหลอันแข็งแกร่งแผ่ขยายออกไปทุกสารทิศ

            ในขณะเดียวกัน ฤทธิ์ของผลเทพเทียนซูก็สำแดง

            ทั่วร่างของเขาเปล่งประกายสีทองนับหมื่นจั้งพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บสะสมไว้ในร่างเผาผลาญอย่างบ้าคลั่งกลั่นและขัดเกลาอย่างรวดเร็วด้วยวิธีอันน่าเหลือเชื่อพลังศักดิ์สิทธิ์สีทองแหลมคมยิ่งขึ้น ราวกับมีปราณทะลวงออกมาเพียงเล็กน้อยก็บดขยี้ภูเขาและมหาสมุทรได้!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน