เด็กน้อยทั้งสองนั่งอยู่บนบ่าของมู่เสินฉวนคนละข้างส่งกระแสพลังที่แตกต่างกันสุดขั้วออกมา
คนหนึ่งร้อนแรงดั่งสุริยเทพอีกคนเย็นเยียบดั่งจันทราเทพ
มู่เช่อและมู่ฉิงยังเล็กนักไม่สามารถควบคุมพลังแห่งกายแต่กำเนิดได้อย่างใจนึก
หากเป็นผู้ฝึกตนขั้นรากฐานหรือระดับแก่นปราณอุ้มพวกเขาไว้เช่นนี้เกรงว่าจะทนทานต่อพลังร้อนเย็นพิสดารเช่นนี้ไม่ได้
ในชั่วพริบตาต่อมามู่เสินฉวนก็พาทั้งสองไปยังสวนด้านหลังของตำหนักผู้นำตระกูลที่ซึ่งอุดมไปด้วยปราณและพลังแห่งเต๋า
ทันทีที่มู่เช่อและมู่ฉิงมาถึงดวงตากลมโตก็เป็นประกายสดใส พากันคลานเล่นไปทั่วสวน
มู่เช่อคลานไปยังเมล็ดพันธุ์กิเลนเรืองแสงส่วนมู่ฉิงนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์โบราณ ส่งเสียงอ้อแอ้ไร้เดียงสา
"ชู่" มู่เสินฉวนยิ้มอย่างเอ็นดูสะบัดนิ้ว ผลเทียนหยวนและวารีมายาลอยคว้างกลางอากาศ
ปลายนิ้วของเขามีพลังศักดิ์สิทธิ์หลั่งไหลออกมาหลอมรวมของวิเศษแห่งฟ้าดินทั้งสองชิ้น
กระแสพลังหลากสีสันสองสายพุ่งตรงไปยังร่างของเด็กทั้งสองในบัดดล
พลังหยางที่แผ่ซ่านจากมู่เช่อค่อยๆสงบลงด้วยฤทธิ์แห่งวารีมายา
พลังหยินที่เปล่งประกายจากมู่ฉิงถูกสลายฤทธิ์อย่างรวดเร็วด้วยผลเทียนหยวน
ต้นโพธิ์โบราณด้านข้างสั่นไหวราวกับรับรู้ถึงความไม่ธรรมดาของเด็กทั้งสองกิ่งก้านที่ยื่นออกมาดุจแขนมนุษย์มอบผลโพธิ์สีแดงสดสองผลให้
หลายวันผ่านไป
มู่เช่อและมู่ฉิงดูดซับพลังจากของวิเศษทั้งสองจนหมดสิ้นผิวพรรณมิได้เปล่งประกายพลังหยินหยางอีกต่อไป กลับมาดูคล้ายทารกทั่วไป
[ติ๊ง การลงทุนสำเร็จ!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับผลเทพเทียนซู(กลั่นพลังศักดิ์สิทธิ์ ขัดเกลาพลัง)]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับน้ำอมฤตแห่งชีวิต(ชำระล้างจิตวิญญาณ หยั่งรู้วิถีต้นกำเนิด)]
เสียงจักรกลของระบบดังก้องในห้วงสำนึก
สีหน้าของมู่เสินฉวนเปี่ยมสุข
รางวัลจากการลงทุนสีทองมาถึงแล้ว!
แม้เขาจะไม่เคยได้ยินชื่อผลเทพเทียนซูและน้ำอมฤตแห่งชีวิตมาก่อน
แต่รางวัลที่ทวีคูณจากของวิเศษโบราณย่อมไม่ใช่ของธรรมดา!
อาจอยู่ในระดับจักรพรรดิแล้วก็เป็นได้!
แต่เขาไม่ได้เร่งรีบที่จะตรวจสอบในตอนนี้ต้องส่งมู่เช่อและมู่ฉิงกลับไปยังเกาะของสายหกเสียก่อน
มู่หยวนอู่และภรรยาเห็นบุตรของตนกลับมาเป็นปกติดุจทารกทั่วไปก็ดีใจเป็นล้นพ้นกล่าวขอบคุณเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ข้าแจ้งให้เหล่าผู้อาวุโสทุกสายทราบแล้ว"
"มู่เช่อและมู่ฉิงหากต้องการทรัพยากรฝึกตนประเภทใด ก็ไปรับได้เลย"
กล่าวจบมู่เสินฉวนก็กลับไปยังเกาะเทพสถิตอีกครั้ง
เขายื่นมือออกไปอัญเชิญไหมเทพเก้าแปลงออกมา
วูบ!
พอมันเห็นแสงสว่างก็ตกใจรีบมุดเข้าไปในแร่ศักดิ์สิทธิ์
แร่ศักดิ์สิทธิ์ขนาดศีรษะมนุษย์บัดนี้เหลือเพียงครึ่งเดียว
เห็นได้ชัดว่าเป็นอาหารของไหมเทพเก้าแปลงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
กินเร็วขนาดนี้ มู่เสินฉวนก็แปลกใจอยู่บ้าง
หากโลหิตศักดิ์สิทธิ์มิอาจเลี้ยงดูได้ไหมเทพเก้าแปลงนี้คงเป็นตัวสูบทรัพยากรโดยแท้
จากนั้นเขาก็มิได้ลังเล สะบัดนิ้วกรีดลงบนข้อมือเบาๆ พลังศักดิ์สิทธิ์ก็หลั่งไหลออกมา
โลหิตศักดิ์สิทธิ์สีทองสองสามหยดไหลลงไปในรูเล็กๆบนแก่นศักดิ์สิทธิ์
ไหมเทพเก้าแปลงราวกับรับรู้ถึงพลังชีวิตอันมหาศาลที่แฝงอยู่ในโลหิตจึงดีใจเป็นอย่างยิ่ง ชั่วครู่เดียวก็ดูดซับโลหิตเทพจนหมด
ทั่วร่างเปล่งประกายสีทองเขาบนหัวงอกขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอรับรู้ได้!
มันคลานออกมาจากรูที่เปิดไว้ดวงตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความปรารถนา ไม่ได้หวาดกลัวดังเดิมแล้ว!
มู่เสินฉวนเผยสีหน้ายินดี
เช่นนี้ก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองแร่ศักดิ์สิทธิ์ลองใช้พลังวิถีแห่งกำเนิดผันแปรเป็นสุริยันจันทราดู
จากนั้นเขาก็ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ประคองไหมเทพเก้าแปลงวางไว้บนกิ่งก้านของต้นโพธิ์โบราณ
กลิ่นอายแห่งวิถีอันเข้มข้นก็ห่อหุ้มมันไว้ในทันที
อึดใจถัดมาพลังปราณแห่งโกลาหลไหลเวียนในแววตาลึกล้ำของมู่เสินฉวนสับเปลี่ยนหมุนวนราวกับมีดาราจักรในนั้น
เขากางนิ้วเรียวยาวออก เปล่งประกายทมิฬพลังโกลาหลพลุ่งพล่าน
หลายลมหายใจต่อมามือซ้ายแปรเปลี่ยนเป็นสุริยันทองคำอร่ามเปล่งประกายเจิดจ้า
มือขวาแปรเปลี่ยนเป็นจันทราจรัสเจิดเปล่งลำแสงศักดิ์สิทธิ์
และในขณะนั้นแววตาของไหมเทพเก้าแปลงก็เป็นประกายยิ่งขึ้น ทั่วร่างห่อหุ้มด้วยพลังแห่งวิถีโบราณธาตุแท้สุริยันจันทราที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าไหลบ่าไปยังร่างไหมน้อย
มิรู้ว่านานเท่าใดมีเสียงดังขึ้นในสวนด้านหลัง
ไหมเทพเก้าแปลงเริ่มลอกคราบ มันค่อยๆเคลื่อนกายคลานออกมาจากคราบเก่า เขาที่หัวยาวขึ้นครึ่งนิ้วทั่วร่างเปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์และปล่อยกลิ่นอายของราชันย์บรรพกาล
"หืม?"
"นี่คือแปลงร่างครั้งที่หนึ่งแล้วหรือ?"
"เร็วจริง"
มู่เสินฉวนพินิจไหมเทพเก้าแปลงแววตาฉายความประหลาดใจ
หลังจากผ่านการแปลงร่างหนึ่งครั้งแล้วมันก็ปลดปล่อยกลิ่นอายพลังที่ไม่ด้อยกว่าผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงออกมา
สมแล้วที่เป็นราชันย์ผู้สูญสิ้นและยากจะพบเจอ
หากสำเร็จการแปลงร่างทั้งหกและเจ็ดครั้งส่วนใหญ่ก็จะบรรลุสู่เข้าระดับเซียนที่อยู่เหนือสามขอบเขต
คิดว่าวันนั้นคงไม่ไกลเกินรอ
และไหมเทพเก้าแปลงในขณะนี้สติปัญญาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย
มันรับรู้ว่ามู่เสินฉวนมิได้มีเจตนาร้ายต่อมันหากแต่ช่วยให้มันเติบโต ดวงตาที่เคยหวาดกลัวจึงเลือนหายไปจนหมดสิ้น
มันเริ่มที่จะชื่นชอบสถานที่แห่งนี้ปล่อยกายตามสบายบนกิ่งก้านต้นโพธิ์โบราณ และอาบแสงแห่งวิถี
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้นมู่เสินฉวนก็หาได้สนใจมันอีกราดโลหิตศักดิ์สิทธิ์ลงบนเมล็ดพันธุ์กิเลนและต้นโพธิ์โบราณจากนั้นก็นำน้ำอมฤตแห่งชีวิตและผลเทพเทียนซูออกมา แล้วเริ่มการหลอมรวม
ทันใดนั้นในดวงตาของเขาปรากฏสัญลักษณ์แห่งวิถีนับไม่ถ้วนการรับรู้ต่อวิถีลึกซึ้งขึ้นอย่างรวดเร็วพลังโกลาหลอันแข็งแกร่งแผ่ขยายออกไปทุกสารทิศ
ในขณะเดียวกัน ฤทธิ์ของผลเทพเทียนซูก็สำแดง
ทั่วร่างของเขาเปล่งประกายสีทองนับหมื่นจั้งพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บสะสมไว้ในร่างเผาผลาญอย่างบ้าคลั่งกลั่นและขัดเกลาอย่างรวดเร็วด้วยวิธีอันน่าเหลือเชื่อพลังศักดิ์สิทธิ์สีทองแหลมคมยิ่งขึ้น ราวกับมีปราณทะลวงออกมาเพียงเล็กน้อยก็บดขยี้ภูเขาและมหาสมุทรได้!