“ในที่สุดเหยื่อสำหรับตกปลาก็มาแล้ว…เอาละพี่น้องทุกท่าน! เรามาจัดการไอ้ปลาทะเลพวกนี้กันเถอะ!!!” ต๊กโกวฉิวหลงกล่าวออกมาซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่คนของโรงเตี๊ยมประตูมังกรได้ขนร่างของวัวมังกรเพลิงมาจนเสร็จสิ้น
ต๊กโกวฉิวหลงหันหลังกลับไปพร้อมกับวาดกระบี่พิฆาตอาชาในมือออกไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงลมปราณวายุหอบใหญ่พุ่งออกไปราวกับใบมีดที่พุ่งแหวกห้วงอากาศออกไป กระบี่สายลมเฉือนร่างของวัวมังกรเพลิงขาดออกจากกันในทันที
ร่างของวัวมังกรถูกผ่าแยกออกจากกันเลือดจำนวนมากล้นทะลักออกมาจากร่างที่แยกออกและไหลลงสู่แม่น้ำหมินเจียง ในตอนที่เลือดสีแดงเข้มเหล่านั้นผสมเข้ากับน้ำพวกเหล่าปลาปีศาจทะเลใต้เมื่อได้กลิ่นคาวเลือดซึ่งปรากฏขึ้นในแม่น้ำหมินเจียงดวงตาของพวกมันต่างเต็มไปด้วยความกระหายเลือด
แม่น้ำหมินเจียงได้ปรากฏระลอกคลื่นผันผวนยิ่งมายิ่งรุนแรง ยิ่งมายิ่งหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆราวกับเกิดมรสุมขึ้นภายในแม่น้ำเป็นพวกปลาปีศาจนั่นเองที่ทำให้เกิดขึ้นพวกมันบังเกิดปฏิกิริยาต่อกลิ่นคาวเลือดอย่างรุนแรง พวกมันหิวกระหายราวกับปีศาจจากขุมนรกพวกมันว่ายเร็วขึ้นและเร็วขึ้นเพื่อหาต้นตอของกลิ่นคาวเลือดนั้น
ในตอนนั้นเองที่ต๊กโกวฉิวหลงยกกระบี่พิฆาตอาชาขึ้นมาและชี้ไปยังเบื้องหน้าของตนเพื่อเป็นการส่งสัญญาณศิษย์ของสำนักแปดดาราพยักหน้าอย่างเข้าใจจากนั้นต่างก็วาดฝ่ามืออัดลมปราณกระแทกร่างของวัวมังกรเพลิงให้หล่นลงไปในแม่น้ำหมินเจียงที่อยู่ตรงหน้าในทันที!
และเมื่อก้อนเนื้อขนาดมหึมาของศพวัวมังกรเพลิงได้ตกลงสู่แม่น้ำความโกลาหลที่แท้จริงพึ่งเริ่มขึ้น!เหล่าปลาปีศาจได้พุ่งกระโจนขึ้นจากน้ำและเข้ากัดกินเนื้อวัวมังกรเพลิงซึ่งเหม็นกลิ่นคาวเลือดแม่น้ำหมินเจียงที่เคยเงียบสงบมาโดยตลอดราวกับกลายเป็นแดนมิคสัญญีก็ไม่ปาน
“จัดการพวกมันเสีย!” ต๊กโกวฉิวหลงตะโกนออกมาพร้อมกับพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นเช่นนั้นคนทั้งหมดของกองกำลังสองสำนักจึงได้เริ่มเคลื่อนไหวโดยพร้อมเพรียงที่ด้านหลังสุดของกองกำลลังนั้นคือเหล่าศิษย์สำนักเสียงสวรรค์ที่ชำนาญในศาสตร์ของดนตรีอย่างลึกซึ้ง
นิ้วของบรรดาคนเหล่านั้นได้ขยับโดยพร้อมเพรียงราวกับบังเกิดภาพมายาที่พลิ้วไหว นิ้วของแต่ละคนต่างบรรเลงดนตรีด้วยเครื่องดนตรีของตนเองในตอนนั้นเองที่ได้บังเกิดท่วงทำนองอันไพเราะของเครื่องดนตรีต่างชนิดบังเกิดขึ้นและผสมผสานกันอย่างลงตัวเสียงเหล่านั้นปรากฏระลอกปราณกระจายออกและครอบคลุมทั้งกองกำลังไว้
กองกำลังของทั้งสองสำนักได้บังเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นกับร่างกายของตนเองพวกเขาราวกับม้าศึกที่พร้อมพุ่งทะยานออกไป ราวกับขุนพลที่พร้อมจะกรีธาทัพเข้าต่อกรกับศัตรู!
“ฆ่าพวกมัน!” หนึ่งในศิษย์สำนักแปดดาราได้กล่าวขึ้นด้วยความฮึกเหิมและหัวใจที่พองโตคนจำนวนมากในกองกำลังโจมตีหลักพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ศิษย์สำนักแปดดาราคนนั้นกระโจนขึ้นจากพื้นและพุ่งขึ้นสู่กลางอากาศเขารวบรวมปราณจากภายในและได้รวบรวมพวกมันเข้าสู่ฝ่ามือทั้งสองข้าง
ปราณดาราเคลื่อนฝ่ามือสุริยันผลาญดารา ทวิดาราหลอมดาว!!
กระแสลมปราณสีดำดุจห้วงราตรีได้ขับเคลื่อนออกจากร่างกายของศิษย์สำนักแปดดาราผู้นั้นอย่างเกรี้ยวกราดกระแสลมปราณที่รวบรวมในฝ่ามือทั้งสองข้างถูกควบแน่นจนบังเกิดขึ้นกลายเป็นดวงดาราประกายแสงสีดำบนฝ่ามือทั้งสอง
“ฆ่า!!!” ศิษย์สำนักแปดดาราตะโกนออกมาฝ่ามือทั้งสองข้างกดจากบนลงล่างประกายดวงดาราสีดำทั้งสองถูกประทับลงมาจากเบื้องบนดวงดาราทั้งสองราวกับถูกจุดประกายแห่งความร้อนแรงจนบังเกิดขึ้นมาดวงดาราร้อนแรงดุจดั่งดาวฤกษ์ทั้งสองพุ่งลงสู่แม่น้ำหมินเจียงไปทั้งอย่างนั้น ปลาปีศาจทะเลใต้ที่กำลังกัดกินเนื้อเปื้อนเลือดอย่างโหดเหี้ยมรู้สึกถึงความเจ็บปวดบางประเภทเป็นความปวดแสบปวดร้อนที่กระทบต่อผิวหนังของพวกมัน!
เมื่อปลาปีศาจทะเลใต้ได้มองขึ้นไปด้านบนก็พบกับก้อนลมปราณสุดร้อนแรงกระแทกลงมาอย่างรวดเร็วโดยที่มันไม่อาจทำอันใดได้! ทวิดาราหลอมดาวได้เข้าโจมตีกับร่างของปลาปีศาจอย่างถนัดถนี่ในตอนนั้นเองที่ปลาปีศาจตนอื่นเริ่มรู้ตัวดวงตาของพวกมันต่างเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว!
แต่ในพริบตานั้นเองที่ฝ่ามือจำนวนมากของศิษย์สำนักแปดดาราโหมกระหน่ำลงมาดุจดั่งสายฝนสีดำปลาปีศาจทะเลใต้จำนวนมากต่างบาดเจ็บกันไปเป็นแถบ แต่พวกมันก็ไม่ยินยอมโดยง่ายเพียงแค่นั้น!
ปลาปีศาจทะเลใต้ทั้งหลายเร่งรีบแหวกว่ายหนีให้พ้นห่าฝนดาราสุดร้อนแรงเหล่านั้นแต่ที่รอพวกมันอยู่กลับเป็นศิษย์สำนักเสียงสวรรค์แทน!พวกเขาต่างใช้ท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลมพุ่งตามไปในทันที แต่ละคนต่างใช้ปราณสายลมและอาวุธของตนเองเข้าฟาดฟันเหล่าปลาปีศาจ!
ฉัวะ!!
บาดแผลจำนวนมากเกิดขึ้นบนร่างกายของปลาปีศาจพวกมันต่างร้องออกมากันอย่างเจ็บปวด ดวงตาของพวกมันยิ่งเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว! แต่ในตอนนั้นเองที่มีสายลมโหมกระหน่ำมาจากทิศทางบนฝั่ง!
สายลมหอมนั้นที่แท้ก็คือต๊กโกวฉิวหลง! เขาพุ่งไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระบี่พิฆาตอาชาในมือ! กระบี่เล่มยาวนั้นถูกต๊กโกวฉิวหลงฟาดไว้ด้านหลังก่อนที่จะฟันกระบี่ยาวเล่มนั้นออกไปอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน!ร่างทั้งร่างของเขาราวกับจะลอยออกไปตามแรงการเหวี่ยงกระบี่นั้น
ตู้มมมม!!
ร่างของปลาปีศาจตัวที่โดยกระบี่ของเขากลับขาดออกจากกันในทันที! ศพของปลาปีศาจกระจายเกลื่อนกราดไปทั่วแม่น้ำศิษย์สำนักทั้งสองที่มีหน้าที่โจมตีพริ้วร่างลงไปยืนบนศพของปลาปีศาจทะเลใต้และซากที่เหลือของวัวมังกรเพลิงการโจมตีของพวกเขายังไม่จบเพียงเท่านั้นพวกเขาแต่ละคนที่ถูกหนุนเสริมความสามารถด้วยศาสตร์ดนตรีต่างฆ่าปลาทะเลเหล่านั้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ครืนนนนน
ในตอนนั้นเองที่แม่น้ำหมินเจียงบังเกิดคลื่นลมอันไม่สงบขึ้นฟองอากาศผุดขึ้นมาจากผิวน้ำจำนวนมาก และในที่สุดตอนนั้นเองที่ได้มีเงาดำหมุนเวียนไปโดยรอบภายใต้แม่น้ำหมินเจียงเป็นพวกปลาปีศาจที่ยิ่งมายิ่งมากกว่าเดิม!
ต๊กโกวฉิวหลงที่ยืนอยู่บนศพของปลาปีศาจทะเลใต้ที่ลอยอยู่บนน้ำเขาจับจ้องไปทางพวกมันและกระชับกระบี่พิฆาตอาชาในมือ เขาหันกลับไปบนฝั่งและตะโกนสั่งออกไปในฐานะผู้นำ“ผู้มีหน้าที่ก่อกวนฝูงสัตว์อสูรลงมือได้แล้ว!”
สิ้นเสียงของต๊กโกวฉิวหลงเหล่าศิษย์ที่เหลือบนฝั่งต่างก็เริ่มขยับตัวกันแล้ว รวมถึงถังเฟยหู่เองด้วยร่างกายของชายหนุ่มได้กระตุ้นปราณวายุออกมาอย่างรวดเร็ว สายลมอ่อนได้บังเกิดขึ้นรอบกายของเขา
ปราณเจ็ดสำเนียงท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลม!!
ฟิ้วววว!!
ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปตามๆกันในตอนนั้นเองที่แต่ละคนต่างงัดเครื่องดนตรีของตนออกมา ถังเฟยหู่หันกลับไปมองผู้อื่นในกลุ่มของตนเองและจับจ้องมองพวกเขาสังเกตถึงการกระทำของผู้อื่นเพื่อเรียนรู้ว่าพวกเขาจะเล่นบทเพลงไหนออกมา
“ใช้เสียงกระแทก”ศิษย์พี่หญิงผู้หนึ่งในกลุ่มของเขาได้กล่าวขึ้นมา นางได้ยกขลุ่ยเหล็กของตนเองขึ้นและประทับเข้ากับปากของตนเองเมื่อลอยอยู่กลางอากาศคนอื่นที่ตามมาภายหลังรวมถึงถังเฟยหู่เองก็ได้กระทำตามในทันทีวิชาเสียงกระแทกเป็นวิชาพื้นฐานที่สุดของสำนักและไม่ใช้พลังปราณมากมายเท่าใดนัก
วี๊!!
เสียงเหล็กแหลมจำนวนมากดังขึ้นพร้อมกัน! คลื่นเสียงโหมกระหน่ำดุจห้วงพายุได้พุ่งออกไปใส่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว! ในตอนนั้นเองที่เหล่าปลาปีศาจทะเลใต้ได้ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แม้พวกมันจะหลบซ่อนอยู่ภายใต้แม้น้ำแต่คลื่นเสียงของวิชาเสียงกระแทกย่อมสามารถโจมตีผ่านห้วงแม่น้ำเหล่านี้ได้อยู่แล้วแม้จะไม่รุนแรงมากมายจนถึงกับฆ่าพวกมันได้แต่ก็สามารถทำให้มันมึนงงได้เช่นกัน
“ตอนนี้แหละจัดการมัน!” ต๊กโกวฉิวหลงตะโกนออกมา!
ในชั่วเวลาเดียวกันนั้นเองที่ศิษย์สำนักแปดดาราต่างซัดฝ่ามือของพวกตนใส่ผืนน้ำของแม่น้ำหมินเจียงฝ่ามือปราณจำนวนมากระเบิดแม่น้ำนั้นออกจนร่างจำนวนมากของเหล่าปลาปีศาจทะเลใต้ลอยขึ้นสู่กลางอากาศ
ผู้คนในกองกำลังโจมตีหลักต่างดวงตาแววโรจน์ด้วยความฮึกเหิมพวกเขาต่างระดมโจมตีอย่างสุดกำลังใส่พวกปลาเหล่านั้นในขณะที่พวกมันกำลังมึนงงอยู่ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับกองกำลังสนับสนุนด้านหลังได้เปลี่ยนบทเพลงที่เล่นออกมาเพื่อสนับสนุนตามสถานการณ์
ติ๊ง…
เสียงสายพิณโบราณหนึ่งดังขึ้นก่อนที่เครื่องดนตรีอื่นจะขับขานบทเพลงและเล่นตามท่วงทำนองนั้นอย่างรวดเร็วจนบังเกิดเป็นเสียงประสานของบทเพลงชนิดหนึ่งที่ศิษย์สำนักเสียงสวรรค์กำลังบรรเลงอยู่นั้นคือบทเพลงวายุสลาตันบทเพลงที่รวดเร็วดุจวายุโหมกระหน่ำ มีผลสนับสนุนให้การเคลื่อนไหวของกองกำลังหลักรวดเร็วขึ้น
เมื่อได้การสนับสนุนจากบทเพลงวายุสลาตันต๊กโกวฉิวหลงได้วาดกระบี่ออกไปอย่างรวดเร็วและปลิดชีวิตของปลาปีศาจไปจำนวนมากศพของปลาปีศาจต่างร่วงหล่นลงมาจากฟ้าราวกับห่าฝน
ส่วนกลุ่มของถังเฟยหู่เองก็มิได้อยู่นิ่งเฉยพวกเขาใช้ความเร็วที่ได้เปรียบในการสนับสนุนและโจมตีปลาปีศาจที่ลอยอยู่กลางอากาศ ถังเฟยหู่กระโดดและเหยียบลงบนศพของปลาปีศาจก่อนที่จะออกและถีบส่งร่างของตนเองให้ลอยขึ้นไปกลางอากาศมือข้างที่ไม่ได้ถือขลุ่ยหยกของเขาได้ออกแรงชกออกไปและทะลุเข้าไปในร่างของปลาปีศาจตนหนึ่งที่อยู่กลางอากาศในทันทีด้วยแรงอันมหาศาล
‘ตอนนี้แหละ!’ ถังเฟยหู่เดินลมปราณมารไร้ลักษณ์เพื่อฝึกขั้นที่สามของวิชาปราณลึกลับนี้ในทันทีเคล็ดกายหยาบมารถูกโคจรออกไปอย่างรวดเร็ว เขาสามารถรู้สึกถึงความแปลกประหลาดบางอย่างผ่านทางมือที่ทะลวงเข้าไปในร่างของปลาปีศาจเขารู้สึกราวกับกำลังมีอะไรบางอย่างซึมซับเข้ามาในร่างของเขาแต่ยังไม่ทันทำอะไรร่างของเขาและปลาปีศาจตนนั้นก็ร่วงหล่นจากฟ้าตามแรงโน้มถ่วงของโลก
ตู้มมมม!
ร่างของเขาและเจ้าปลาปีศาจได้ตกลงสู่แม่น้ำหมินเจียงพร้อมๆกันถังเฟยหู่ที่ได้สติเขาก็รีบว่ายขึ้นมาและโผล่ขึ้นเหนือน้ำในทันทีแต่ในตอนนั้นเองที่เจ้าปลาปีศาจตนหนึ่งได้ว่ายขึ้นมาและกระโจนขึ้นกลางอากาศปากอันกว้างใหญ่และฟันอันแหลมคมของมันกำลังเข้าใกล้ร่างของเขาเรื่อยๆ
ถังเฟยหู่สลายขลุ่ยหยกในมือทิ้งและเปลี่ยนมันให้กลับเป็นอสรพิษน้อยที่พันอยู่รอบคอมือซ้ายและขวาของเขาจับไปยังฟันอันแหลมคมของปลาปีศาจทะเลใต้ทั้งบนและล่างของปากมันไว้มือของเขากำแน่นและออกแรงดันไม่ให้มันกัดลงมายังร่างของเขา แต่ในตอนนั้นเองที่ปลาปีศาจอีกตนว่ายมาด้านหลังของเขา
“บ้าเอ๊ย! มากันเยอะเสียจริง” ถังเฟยหู่ออกเตะออกไปเท้าของเขาเข้ากระแทกด้านข้างของปลาปีศาจทะเลใต้ในมือ ทันทีที่มันโดนเตะไปกระดูกทั่วร่างของมันก็ได้แตกหักในทันที ฟันของมันที่ถูกจับอยู่ในมือของเขาได้หักออกพร้อมกับร่างของมันที่ถูกส่งลอยออกไปไกลในชั่วพริบตา
ถังเฟยหู่รีบพลิกร่างกลับมาพร้อมกับปลาปีศาจทะเลใต้ที่พุ่งเข้ามาฟันอันแหลมคมในมือของเขาถูกถังเฟยหู่ซัดออกไปด้วยกระบวนท่าหนึ่งเข็มทะลวงฟ้า! เขี้ยวอันแหลมคมนั้นพุ่งออกไปและแทงเข้าไปในตาข้างหนึ่งของปลาปีศาจตนนั้นในทันที
ปลาปีศาจร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้นำเขี้ยวที่เหลืออีกหนึ่งอันในมือแทงเข้าไปยังกลางหัวของปลาปีศาจอย่างโหดเหี้ยมเขี้ยวในมือของเขาแทงลึกเข้าไปในหัวของมัน เขาเร่งรีบโคจรเคล็ดกายหยาบมารในทันทีความรู้สึกเหมือนเมื่อกี้กลับมาอีกครั้ง
ถังเฟยหู่เผยรอยยิ้มออกมาเป็นดั่งที่เขาคาดดูเหมือนความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาได้รับจะเป็นผลจากการใช้กายหยาบมารได้สำเร็จไม่เหมือนกับตอนที่เขากินเนื้อสัตว์อสูรปรุงสุก แต่นับว่าผลของมันน้อยกว่าตอนที่เขาดูดกลืนราชาค้างคาวปีกม่วงเข้ามาในร่างมากมายนักเขาคิดว่าตัวแปรสำคัญของสิ่งที่แตกต่างกันก็คงจะเป็นจิตวิญญาณอสูรทมิฬมากกว่าหากเขาสามารถใช้รูปแบบของอสูรทมิฬที่เหมือนก่อนหน้านี้ก็คงสามารถฝึกกายหยาบมารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อสรพิษมรกตเลื่อยจากคอของเขากลับไปยังมือของเขาเขาเปลี่ยนมันให้กลับเป็นขลุ่ยหยกอีกครั้งก่อนที่จะเร่งรีบพุ่งทะยานกลับไปรวมกับกลุ่มของตัวเองอีกครั้งโดยแต่ละคนต่างยื่นกับอยู่บนศพขของเหล่าปลาปีศาจที่ลอยกันอยู่บนแม่น้ำหมินเจียง ในตอนนั้นเองที่ทุกคนได้บรรเลงบทเพลงอัสนีฟ้าคำรามออกมาซึ่งถังเฟยหู่ก็บรรเลงเพลงนี้ไปพร้อมกับคนอื่นด้วยเช่นกัน
เมื่อบทเพลงอัสนีฟ้าคำรามถูกขับขานออกมาก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ปลาทะเลปีศาจพุ่งทะยานขึ้นจากใต้แม่น้ำหมินเจียงอีกเป็นเท่าทวีจำนวนของพวกมันมากมายเสียจนจนน่าตกใจ กลุ่มของนักดนตรีในทัพหน้าต่างก็แสดงสีหน้าซีดเซียวออกมากันเป็นแถบพวกเขาหยุดเล่นดนตรีในทันที
ศิษย์พี่หญิงผู้หนึ่งที่ใช้ขลุ่ยเป็นอาวุธมองไปรอบๆ“กระจายกำลังออกไปและเล่นเพลงภูติหิมะร่ำไห้จากรอบนอกเพื่อทำให้พวกมันเคลื่อนไหวช้าลง”นางกระโดดขึ้นกลางอากาศพร้อมกับเรียกทาสอสูรปักษาตนหนึ่งออกมา “ใครมีทาสอสูรประเภทบินก็จงพาคนที่ไม่มีไปด้วยพวกเราต้องทำหน้าที่ของพวกเราให้ดีที่สุด”
ในตอนนั้นเองที่แต่ละคนได้เรียกทาสอสูรของตนออกมาซึ่งมีศิษย์ชายคนหนึ่งสังเกตว่าถังเฟยหู่ไม่ได้เรียกออกมาจึงได้ออกปากเชื้อเชิญเขาให้ไปด้วยกันชายคนนั้นเรียกทาสอสูรเหยี่ยววายุออกมาเขาและถังเฟยหู่กระโดดขึ้นไปบนหลังของมันพร้อมกับที่เหยี่ยววายุกระพือปีกออกไปอย่างรวดเร็ว
“เจ้าชื่ออะไรงั้นเหรอ” ชายเจ้าของเหยี่ยววายุกล่าวถามเขามีท่าทางที่สุภาพและใบหน้าที่อ่อนโยน ในมือของเขาคือซอเอ้อหูตัวหนึ่งที่มีสีขาวซึ่งคาดว่าน่าจะทำมาจากกระดูกของสัตว์อสูรประเภทหนึ่ง ซึ่งถังเฟยหู่มองไม่ออกว่าสิ่งนี้เป็นเครื่องดนตรีธรรมดาหรือว่าเป็นอาวุธจิตวิญญาณกันแน่
“เรียนศิษย์พี่ศิษย์น้องชื่อว่าถังเฟยหู่” เขากล่าวตอบคำถามของอีกฝ่ายแต่โดยดีซึ่งอีกฝ่านก็หันกลับมามองหน้าเขาอย่างงุนงงพร้อมกับสำรวจโดยละเอียดจากนั้นเขาจึงได้กล่าวออกมา “ศิษย์พี่อันใดศิษย์น้องอันใด เจ้าเห็นว่าหน้าข้าแก่มากหรืออย่างไรอย่างมากข้าก็เกิดก่อนเจ้าสักปีสองปีเองละมั้ง เพ้ยๆๆน่าเกลียดที่สุดมาเรียกข้าว่าศิษย์พี่ พวกเราอายุไล่เลี่ยกันชัดๆ เรียกข้าว่าลู่ชิงจากนี้เราคือสหายกัน!”
ลู่ชิงกล่าวรวบรัดตัดตอนแต่เพียงผู้เดียวถังเฟยหู่ได้แต่ทำสีหน้าไม่ถูกว่าควรจะรู้สึกเช่นใดดีในตอนที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเองที่เหยี่ยววายุได้นำพาพวกเขามาจนถึงอีกด้านหนึ่งของแม่น้ำหมินเจียงเบื้องล่างของพวกเขาคือเหล่าศิษย์พี่น้องที่พยายามเข้าต่อสู้กับปลาปีศาจที่ดูไม่ลดจำนวนลงแม้แต่น้อย
ลู่ชิงและถังเฟยหู่หันกลับไปดูศิษย์พี่หญิงที่เป็นผู้นำและในตอนนั้นเองที่นางได้ทำสัญลักษณ์มือให้พวกเขาทั้งหมดในกลุ่มทราบว่าสามารถลงมือได้เลยกลุ่มของพวกเขาที่อยู่บนหลังทาสอสูรและสัตว์อสูรประเภทบินต่างก็เริ่มบรรเลงบทเพลงของตนออกมาจังหวะที่เชื่องช้าและเศร้าสร้อยถูกเล่นออกมา
วรยุทธ์ศาสตร์ดนตรีบทเพลงภูติหิมะร่ำไห้!
เพลงที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาดูรได้ถูกบีบอัดและพุ่งเป้าไปยังเหล่าสัตว์ปีศาจแห่งทะเลเหล่านั้นพวกมันแต่ละตัวราวกับรู้สึกบีบคั้นที่หัวใจราวกับพวกมันกำลังแหวกว่ายอยู่ในธารน้ำที่หนืดข้นและขยับตัวได้ยากเป็นอย่างมาก
ในตอนนั้นเองที่กลุ่มโจมตีหลักเริ่มโจมตีอีกครั้งหนึ่งแม่น้ำหมินเจียงที่เคยเงียบสงบราวกับกลายเป็นลานประหารที่เต็มไปด้วยเลือดการต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ซึ่งฝูงของสัตว์อสูรทะเลได้แตกพ่ายไปและลดจำนวนลงเรื่อยๆ
ฝ่ายหนึ่งถูกหนุนเสริมจากบทเพลงอีกฝ่ายถูกลดความสามารถลงด้วยบทเพลง การต่อสู้นี้ช่างไม่ยุติธรรม แต่เช่นนั้นคงไม่สลักสำคัญเพราะปลาปีศาจเหล่านี้คงไม่อาจเรียกร้องความเป็นธรรมที่ไหนในสนามรบได้
ศิษย์พี่หญิงที่ใช้ขลุ่ยมองดูภาพด้านล่างเพื่อประเมิณสถานการณ์“พวกเราลงไปจัดการมันเถอะตอนนี้พวกมันลดจำนวนไปมากแล้ว คิดว่าแบบนี้จะทำให้พวกมันพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นและหากเห็นท่าไม่ดีก็จงถอยฉากออกมาและให้กลุ่มโจมตีหลักจัดการแทนโดยพวกเจ้าใช้ศาสตร์ดนตรีช่วยสนับสนุนพวกเขา”
กลุ่มคนบนหลังสัตว์อสูรพยักหน้าอย่างเข้าใจพวกเขาต่างก็กระโดดลงไปพร้อมกับทาสอสูรของตน ถังเฟยหู่เองก็กระโดดลงไปในทันทีพร้อมกับม้วนตัวเตะเข้าใส่ปลาปีศาจตนหนึ่งอย่างแรงจนกระดูกของมันแตกร้าวไปหมดในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ใช้โอกาสที่ทุกคนกำลังชุลมุนอยู่นั้นในการลากปลาปีศาตลงใต้แม่น้ำ
เมื่อจากสายตาของทุกคนแล้วเขาทดลองเรียกจิตวิญญาณอสูรทมิฬออกมาเขาจัดการโคจรเคล็ดกายหยาบมารในทันที โชคดีที่เขาเคยผ่านการฝึกที่โหดร้ายภายใต้น้ำตกจนสามารถหายใจจากภายในแม้อยู่ใต้น้ำก็ไม่จำเป็นต้องหายใจแต่ใช้ลมปราณหล่อเลี้ยงอวัยวะภายในร่างกายของตนแทน
ถังเฟยหู่ค้นเข้าไปในห้วงความทรงจำของตนเองเพื่อพยายามจะทำสิ่งที่อสูรทมิฬได้ทำกับราชาค้างคาวปีกม่วงออกมาอีกครั้ง เขาเลียบแบบทุกความรู้สึกที่เหมือนกับตอนนั้นเลียนแบบแม้กระทั่วจังหวะการเต้นของหัวใจเขาส่งความรู้สึกที่คล้ายคลึงกันกับตอนนั้นไปหาอสูรทมิฬ
เขาใช้เวลาอยู่นานจนในที่สุดอสูรทมิฬก็ได้ตอบสนองต่อความต้องการของเขามันได้สลายหายไปและหลอมรวมเข้ากับร่างของเขาจนกลายเป็นรอยสักรูปหัวกะโหลกบนหน้าอกของเขาอีกครั้งหนึ่ง
ถังเฟยหู่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ‘ข้าทำมันได้แล้ว! ต่อไปก็ลองใช้เคล็ดกายหยาบมารอีกครั้งไม่ทราบว่าครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จหรือไม่’เขาหันกลับมาสนใจร่างของปลาปีศาจทะเลใต้ตรงหน้าอีกครั้งฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาประทับลงไปบนร่างของมันจากนั้นจึงได้โคจรลมปราณมรณะออกมา
ปราณมารไร้ลักษณ์กายหยาบมาร!!
ดวงตาสีม่วงดำของเขาเปล่งประกายแห่งความเป็นมารออกมารอยสักรูปกะโหลกบนหน้าอกของเขาเกิดการเคลื่อนไหว มุกมารทั้งสามเองก็ขยับเคลื่อนไหวพวกมันส่งพลังดูดกลืนอันแปลกประหลาดออกมา ในตอนนั้นเองที่ร่างของปลาปีศาจเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น!
ร่างวิญญาณของมันได้หลุดลอยออกมาจากร่างและถูกรอยสักดูดกลืนเข้าไปให้แก่มุกมารทั้งสามก่อนที่จะบดขยี้วิญญาณดวงนั้นและกระจายไปหล่อเลี้ยงทั่วทั้งร่างกายของเขาแทนจากนั้นเมื่อวิญญาณของปลาปีศาจถูกร่างกายของเขาดูดซับไปแล้วรอยสักนั้นก็ได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง มันได้ดูดกลืนร่างของปลาปีศาจทะเลใต้ตรงหน้าเขาไปในร่างของเขาในชั่วพริบตาเดียว
ถังเฟยหู่ลืมตาขึ้นมา‘ครั้งนี้สำเร็จด้วยดี ดูเหมือนว่าอสูรทมิฬจะเป็นกุญแจสำคัญในการฝึกกายหยาบมาร’เขาหันไปมองโดยรอบตัวเขายังสามารถมองเห็นร่างของปลาปีศาจที่แหวกว่ายไปมาอยู่ภายใต้แม่น้ำหมินเจียงแห่งนี้เขาเผยรอยยิ้มออกมาก่อนที่จะพุ่งทะยานไปหาพวกมัน!
ตู้มมมม!!
หมัดของเขาต่อยออกไปใส่ปลาปีศาจตนหนึ่งอย่างถนัดถนี่จากนั้นก็ใช้เคล็ดกายหยาบมารดูดกลืนวิญญาณและร่างกายของปลาปีศาจไปเขาทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนจำนวนของปลาปีศาจจำนวนมากถูกร่างกายของเขาดูดกลืนไปและเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆยิ่งมาการใช้เคล็ดวิชายิ่งรวดเร็วมากขึ้น
แม้พลังปราณโดยรวมจะไม่เพิ่มขึ้นมากเท่าไหรจนแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดกลับกลายเป็นร่างกายของเขาที่ดูจะปราดเปรียวยิ่งขึ้นภายใต้แม่น้ำสายนี้ซึ่งถังเฟยหู่เองก็สามารถเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้
ในตอนนั้นเองที่ราวกับเขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง‘หรือว่าจะเป็นเหมือนกับตอนที่พวกฝูงค้างคาวให้ความเคารพในตัวข้าหลังจากกลืนกินราชาของพวกมันไปไม่แน่ว่า…ความสามารถที่แท้จริงของเคล็ดกายหยาบมารก็คือการดูดกลืนความสามารถและความแข็งแกร่งของสัตว์อสูร! นี่เหรอคือกายหยาบมาร!’
ความรู้สึกของเขาในตอนนี้กลับตื่นเต้นจนแทบบ้า! เช่นนี้หากเขากลืนกินพวกสัตว์อสูรจำนวนมากเข้าไปความสามารถโดยรวมของร่างกายเขาไม่ทราบว่าจะพัฒนาจนไปถึงระดับไหนกันแน่ลมปราณมารไร้ลักษณ์นี่คือวิชาใดกันแน่วิชานี้ราวกับมิใช่วิชาที่อยู่บนโลกราวกับมันหลุดออกมาจากตำนาน
ถังเฟยหู่ยิ้มอย่างลำพองใจเขาเร่งรีบว่ายน้ำต่อไปเรื่อยๆและเข้าฟาดฟันกับปลาปีศาจทะเลใต้จำนวนนับไม่ถ้วน เขาดูดกลืนร่างสัตว์อสูรปลาปีศาจทะเลใต้ต่อไปเรื่อยๆราวกับตัวเขากลายเป็นปีศาจที่หิวกระหายและไม่รู้จักพอแต่การกระทำของเขากลับอยู่ในสายตาของใครบางคน…ไม่สิของบางสิ่ง มีบางสิ่งบางอย่างกำลังจับจ้องมายังถังเฟยหู่ที่ดูดกลืนปลาปีศาตอย่างตระกละ
ครืนนนในตอนนั้นเองที่ภายใต้แม่น้ำหมินเจียงได้เกิดการเคลื่อนไหวขึ้นและในชั่วพริบตานั้นเองที่วัตถุขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งแหวกห้วงน้ำใต้ทะเลและฟาดเข้าใส่ร่างของถังเฟยหู่อย่างเกรี้ยวกราด!!
ตู้มมมมม!!
==========================================
มาแล้วครับตอนใหม่ ขอโทษที่หายไปนาน ช่วงนี้ที่โรงบาลของไรท์มีประชุมบ่อยมาก กำลังวุ่นๆเลยแหละ วันนี้มีประชุมเต็มวันทั้งสัปดาห์เลย น่าจะหายไปอีกสักหลายวัน ขอโทษล่วงหน้านะครับบบบ