‘ตีก่อนเคลียทีหลัง’ ฟาดไม้ทั่วไปห้อง ตุ้บ ฟุป แคร้งๆๆๆ
“เหม่ยเอ๋อร์…เ้าใจเย็นๆ นะ” หย่งเซิงะโหนีไปด้านหลังรวบตัวนางไว้ หย่งเจี้ยนเดินมาดึงไม้หน้าสามออกจากมือนางและโยนทิ้งออกไปนอกหน้าต่าง
เสียงเปิดประตูพร้อมเสียงเรียกเข้ามา
“คุณหนู!!!..เกิดอะไรขึ้นเ้าคะบ่าวได้ยินเสียงดังจากในห้อง” วิ่งพรวดพราดเข้ามาหน้าตื่น และยืนเงียบไป “บ่าวขออภัยเ้าค่ะ” เจอภาพกอดรัดกันอย่างชุลมุนขึ้น เสี่ยวถงจึงเดินถอยฉากและปิดประตูลงตามเดิม เหม่ยเซียนจะเรียกก็ไม่ทันเสียแล้ว
หย่งเซิงหันกลับมามองเหม่ยเอ๋อร์ที่หน้าแดงหูแดง ‘นางช่างน่ารักเสียจริง’ กระชับอ้อมกอดแน่นพูดขอโทษซ้ำๆ
“พี่ขอโทษที่ยั้งใจไว้ไม่ไหว..ขอโทษนะขอรับ” เอ่ยอ้อนๆ
“พี่ก็ขอโทษเช่นกัน..แต่เหม่ยเอ๋อร์มิต้องกังวลพรุ่งนี้จะมีสมรสพระราชทานมาถึงจวนน้องแน่นอน น้องเป็คู่หมั้นของพี่เื่แสดงความรักกันเช่นนี้ย่อมเป็เื่ธรรมดา” หย่งเจี้ยนพูด
“ธรรมดาหรือเ้าคะ หากเหม่ยเอ๋อร์ยั้งใจไว้ไม่ทันมันก็เป็เื่ธรรมดาใช่หรือไม่??” ต่อว่าอย่างแง่งอน
“ให้อภัยพวกพี่เถิด เ้าน่ารักน่าใคร่ถึงเพียงนี้พี่ย่อมอดใจไม่ไหว ป่ะเราไปพูดคุยเื่ราชโองการกันเถอะ” หย่งเซิงพูดกล่อมและเดินจูงนางไปที่เตียงเหม่ยเซียนมองทั้งสองอย่างหวาดระแวง
เมื่อนั่งลงบนเตียงเรียบร้อยเหม่ยเซียนก็มองตามสององค์ชายที่ถอยห่างออกไปนั่งที่โต๊ะน้ำชา (จุดเดิมที่เกิดเื่เมื่อครู่) อย่างหน้าแดงพร้อมเอ่ย “กล่าวมาได้เลยเ้าค่ะ มีเื่สำคัญอันใด??”
“เื่สมรสของเราจะเกิดขึ้นหลังจากนี้อีกหกเดือน เหม่ยเอ๋อร์ว่าช้าไปหรือไม่” หย่งเซิงถาม
“ไม่ช้าหรอกเ้าค่ะ เหม่ยเอ๋อร์ว่าเร็วเกินไปเสียด้วยซ้ำน่าจะอีกซักหนึ่งปี” ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ 'จะรีบทำไมไม่รู้นางยังเด็ก เพิ่งมาอยู่ในร่างนี้ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำจำต้องมาแต่งงานแล้ว น่าเศร้าเสียจริง'
“ถ้าไม่ติดว่าต้องกลับสำนักศึกษา พี่อยากจะจัดงานสมรสพรุ่งนี้เสียด้วยซ้ำ” หย่งเจี้ยนยกยิ้มมุมปาก ได้รับค้อนจากวงหน้างาม “หึหึหึ” หัวเราะพร้อมกัน
“พี่เห็นเ้านั่งคิดไม่ตกตรงริมหน้าต่างเมื่อครู่มีเื่อันใดไม่สบายใจหรือไม่?..หรือกลัวจะถูกผู้คนนินทา หืมมม” หย่งเซิงถามด้วยความห่วงใย
“หากเป็เื่นั้นเหม่ยเอ๋อร์ไม่สนใจหรอกเ้าค่ะ..จะสนก็แต่เื่ของคุณหนูไป่ นางจะต้องรู้แน่ว่าเหม่ยเอ๋อร์ได้สมรสพระราชทานเช่นนั้นนางจะไม่ผูกใจเจ็บแล้วส่งคนมาทำร้าย..เพราะตอนแรกนางมาขอให้เหม่ยเอ๋อร์ช่วย..แต่เื่มากลายเป็เช่นนี้" ทำหน้าเศร้าเงยหน้ามองทั้งสอง “จะเป็ไปได้หรือไม่เ้าคะ" ‘ขอฟ้องเพื่อป้องกันตัวเองก่อนเถอะเผื่อนางส่งนักฆ่ามาจริงก็ตายน่ะสิ'
“อาจจะเป็ไปได้” หย่งเจี้ยนพูดและคิดตามเพราะเห็นได้ชัดเจนว่าไป่เยว่ชิงพึงใจในตัวเขา จึงหันหน้ามองหย่งเซิงจากนั้นจึงเรียกองครักษของตนเองเข้ามา “ฝูจิน/กงลี่” เสียงเคาะประตูและเปิดเข้ามา
“พะยะค่ะ/พะยะค่ะ” สององครักษ์รับคำ
“หนึ่งในสองคนนี้เ้าอยากให้ใครอยู่รับใช้เ้าพี่ยกให้" หย่งเจี้ยนพูด ฝูจินและกงลี่ลอบมองหน้ากัน
“มอบองครักษ์เงาเพิ่มอีกเจ็ดคน ดีหรือไม่พี่รอง”
“อืม..ดีสิ" หันออกไปนอกประตูเรียกเสียงเรียบ “เฟิงหง ออกมาหาข้า” ฟุบๆ เสียงะโมาจากที่ใดไม่ทราบได้
“พะยะค่ะ” เฟิงหงก้มหน้าลงรอรับคำสั่ง เหม่ยเซียนสังเกตุมองหัวหน้าองครักษ์เงาที่เพิ่งเคยเห็น ‘ตัวใหญ่มากกก..’ ใบหน้าปกปิดด้วยผ้าสีดำมองเห็นแต่แววตา ชุดแต่งกายคล้ายนินจา
“จัดหาเงาเจ็ดคนคอยดูแลเหม่ยเอ๋อร์ยามที่พวกเรากลับสำนักศึกษา เอาที่ฝีมือดีที่สุด”
“พี่หย่งเจี้ยน มีองครักษ์ที่เป็สตรีหรือไม่เ้าคะ??”
“สตรีรึ??” หย่งเจี้ยนหันมองเฟิงหงแล้วถาม “มีหรือไม่??” เฟิงหงไม่ได้แปลกใจที่ทั้งสองพระองค์จะไม่ทราบเพราะทุกครั้งที่สั่งงานจะสั่งผ่านทางตนเอง กงลี่และฝูจินเท่านั้น
“มีสองคนพะยะค่ะ” จากนั้นเฟิงหงจึงผิวปากเป่าสัญญาณเรียก
ฟุบ ฟุบ! เสียงวิชาตัวเบาแหวกม่านอากาศมาอย่างรวดเร็วและคุกเข่าลงด้านหน้าองค์ชายทั้งสอง เฟิงหงบอกกล่าวชื่อของนาง
“คนตัวสูงชื่อ อี้หง พะยะค่ะ อีกหนึ่งคนชื่อ ลี่หง พะยะค่ะ” จบคำรายงาน หย่งเซิงก็กล่าวว่า
“ข้าจะให้เ้าสองคนเป็สาวใช้ติดตามพระคู่หมั้น ดูแลนางให้ดีอย่าให้นางมีแม้แต่รอยแผลเข้าใจหรือไม่??”
“รับทราบเพคะ/เพคะ” พูดจบก็ลุกขึ้นเดินถอยหลังไปหาเหม่ยเอ๋อร์
“ถวายย..” เหม่ยเอ๋อร์ยกมือห้าม
“เรียกข้าว่าคุณหนูก็พอและข้าก็ไม่ใช่เชื้อพระวงค์ พวกเ้าเขยิบมาใกล้ๆสิ” เหม่ยเอ๋อร์เรียกทั้งสองคนให้ขยับมานั่งข้างๆ
“เ้าค่ะ/เ้าค่ะ”
“เ้าสองคนเต็มใจที่จะเป็สาวใช้ของข้าใช่หรือไม่ ถ้าหากไม่เต็มใจข้าก็ไม่บังคับ”
“เต็มใจเ้าค่ะ/เต็มใจเ้าค่ะ” ทั้งสองตอบรับด้วยสายตาแน่วแน่ประหนึ่งถูกฝึกฝนมาอย่างดี เหม่ยเซียนยิ้มอย่างชอบใจ หันไปมองทั้งสององค์ชาย
“พี่หย่งเจี้ยน พี่หย่งเซิง เหม่ยเอ๋อร์ขอเพิ่มอีกห้าคนก็พอเ้าค่ะพี่ก็เลือกให้เถิดแล้วก็ไม่ต้องให้ปรากฏตัวเหมือนเช่นเดิมที่พวกเค้าเคยทำ ส่วนกงลี่กับฝูจิน" หันไปมองสององครักษ์ที่ว่านิ่งๆ “เหม่ยเอ๋อร์ไม่เอาเ้าค่ะ” ยิ้มหวาน
“ได้สิ” หย่งเจี้ยนหันไปบอกเฟิงหง “ได้ยินที่พระคู่หมั้นกล่าวรึไม่ เ้าไปจัดการเสีย” ‘พระคู่หมั้นอะไรกันล่ะ’ เหม่ยเอ๋อร์หน้าแดง
“พะยะค่ะ” จบคำก็ถอยหลังแล้วหายไปอย่างไร้สุ้มเสียงเหม่ยเซียนอดทึ่งกับคนในยุคนิยายนี้ไม่ได้
“เหม่อยเอ๋อร์ง่วงแล้วพี่หย่งเจี้ยนกับพี่หย่งเซิงมีเื่ใดอีกหรือไม่เ้าคะ??” ทำหน้าง่วงเพลีย
“พี่มามอบของให้เ้า” หย่งเซิงพูดจบ ก็หันไปไล่กงลี่ ฝูจิน ลี่หง อี้หง “พวกเ้าออกไปให้หมด” ทั้งสี่ผงกหัวรับคำและะโออกหน้าต่างไป
หย่งเจี้ยนและหย่งเซิงเดินไปหาเหม่ยเอ๋อร์ข้างเตียงพลางปลดหยกพกข้างเอวขึ้นมายื่นให้นาง เหม่ยเซียนรับยกพกมาสองชิ้น สีดำมีพู่ห้อยสีแดงสลักคำว่า 'เ้าเจี้ยน' สีขาวมีพู่ห้อยสีแดงเหมือนกันสลักคำว่า 'เ้าเซิง' นางยิ้มหวานส่งให้ทั้งสองคน
“ขอบพระทัยเพคะ” กล่าวหยอกเย้าอย่างน่ารัก สององค์ชายยกมือกุมแก้มนางคนละข้าง
“ห้อยติดข้างเอวไว้ตลอดนะเหม่ยเอ๋อร์/ถือว่าเป็ของหมั้นจากพี่" ทั้งสองกล่าวพร้อมกันและถอยหลังออกห่างจากนางยังไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวนางโกรธพลางกล่าวลา
“พี่จะกลับตำหนักแล้วเ้านอนพักเถิด หนึ่งเดือนผ่านพ้นไปพี่ก็กลับมาหาเ้าแล้ว” หย่งเซิงพูดทิ้งท้ายจากนั้นทั้งสองก็ใช้วิชาตัวเบาะโออกทางหน้าต่างไป
“เสี่ยวถง ลี่หง อี้หง อยู่ด้านนอกหรือไม่เข้ามาหาข้าหน่อย” เสียงตอบรับพร้อมเปิดประตูเข้ามา เหม่ยเอ๋อร์มองเสี่ยวถงและองครักษ์สองคนที่เปลี่ยนชุดมาเป็สาวใช้อย่างพอใจ
“คนตัวสูงที่สุดคือ อี้หงใช่หรือไม่?”
“เ้าค่ะ” อี้หงรับคำ
“อีกคนที่ตัวเล็กกว่าคือ ลี่หงสินะ?”
“เ้าค่ะ” ลี่หงรับคำ
“หน้าตาหมดจด สะอาดสะอ้านกันจริงๆ ข้าชอบ” ยิ้มให้ทั้งสองอย่างเป็กันเอง หันไปมองเสี่ยวถง
“เสี่ยวถงเ้ารู้แล้วใช่หรือไม่ว่าทั้งสองเป็องครักษ์ของข้า” เสี่ยวถงตอบ
“เ้าค่ะ ท่านกงลี่บอกกล่าวแก่บ่าวแล้ว” เห็นเสี่ยวถงตอบรับ เหม่ยเซียนจึงกล่าวต่อ
“ั้แ่คืนนี้พวกเ้ามานอนกับข้าในห้องนี้ทุกวัน..ตกลงนะ" ‘เพื่อความปลอดภัย..ข้ากลัวตายยย’
“เ้าค่ะ/เ้าค่ะ/เ้าค่ะ” ทั้งสามสาวใช้จัดการทำความสะอาดห้องและนำฟูกนอนมาปูใกล้ๆ เตียงนอนของคุณหนู ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 'หมดวันนี้ไปแล้วหนึ่งวันล่ะนะ
๑---------------------๑
ยามเฉิน(9.00) ณ.จวนสกุลไป่
ไป่เยว่ชิงสะลึมสะลือลืมตาตื่นขึ้นมาก็ะโเรียกหาสาวใช้ประจำตัวทันที “ซือโถว”
เสียงเปิดประตูเข้ามาอย่างรวดเร็วของสาวใช้ “เ้าค่ะ คุณหนู"
“ข้าปวดหัวมาก” หันซ้ายหันขวา “ข้าอยู่ที่จวนสกุลจูมิใช่รึแล้วกลับมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” มองหน้าสาวใช้
“เอ่อ..คุณหนูเมาสุราดอกท้อแล้ว..เอ่อ..แล้ว" ซือโถวไม่กล้าพูดเื่หน้าอาย
“แล้วอันใดเล่า พูดมาให้จบ” เริ่มโมโห
"แล้ววิ่งไล่กอดบ่าวชายในเรือนสกุลจูเข้าค่ะ” ก้มหน้าตอบ
“อะ…อะ..อะไรนะ!!!!เหตุใดข้าจึงทำเื่น่าอายเช่นนั้น"