จางฉิงเคยมาที่หมู่บ้านที่เป็สายให้กับโจรูเานี้หลายครั้ง กองกำลังของเหมืองเกลือเกือบยี่สิบคนขี่ม้านำกองทหารม้าอีกยี่สิบกว่านายติดตามหลัง ที่ด้านหลังยังมีกองกำลังผสมสองฝ่ายอีกกว่าห้าสิบคนวิ่งติดตามมาแต่ไกล ค่ายโจรนี้อยู่ห่างจากเหมืองเกลือสกุลซุนราวหนึ่งชั่วยาม พวกโจรที่แตกพ่ายกลับมามีเหลืออยู่ไม่ถึงสามสิบคน หลบซ่อนตัวอยู่ที่ค่ายโจรบนูเาที่อยู่เหนือหมู่บ้านขึ้นไป แค่ทหารม้าเพียงอย่างเดียวโจรพวกนี้ก็ไม่มีหนทางรอดแล้ว
หมู่บ้านที่อยู่เบื้องล่างปิดเงียบจนคล้ายหมู่บ้านร้าง พวกโจรที่หนีกลับมาคงมาถึงก่อนหน้าพวกจางฉิงราวสองชั่วยาม คนในหมู่บ้านคงรู้เื่ราวแล้วถึงได้หลบซ่อนตัวเอาไว้
“ให้ทหารเข้าไปในหมู่บ้านจับคนออกมาให้หมด”
หม่าอินสั่งการทหารเดินเท้าที่เพิ่งติดตามมาถึงให้เข้าไปในหมู่บ้าน คนเหล่านี้ยินยอมเป็สายให้โจรูเา จำต้องนำตัวไปสอบสวนที่เมืองถานโจว ทหารเดินเท้าสิบกว่านายถือหอกแหลม ดาบยาวถูกชักออกจากฝักเดินดาหน้าเข้าไปในหมู่บ้าน ที่ดูแล้วมีอยู่แค่ไม่กี่สิบหลังคาเรือน
เสียงประตูถูกกระแทกเปิด เสียงคนร้องคร่ำครวญวุ่นวาย หม่าอินขี่ม้าเข้าหาจางฉิงที่ลอบมองดูการกระทำของทหารอยู่ด้านข้าง จางฉิงไม่มีความสงสารเห็นใจให้กับคนในหมู่บ้านนี้แม้แต่น้อย
“หัวหน้าจาง ค่ายโจรคงเหลือคนไม่มากแค่ทหารม้าของข้ากับของเ้าสมควรรับมือได้” หม่าอินกล่าวถาม
ซุนิฉวนกำชับให้จางฉิงทำตามที่หม่าอินสั่งการ จะอย่างไรหม่าอินเป็ทหารของเมืองถานโจว การปราบโจรูเานี้หากสำเร็จจะกลายเป็ความดีความชอบของหม่าอินกับนายอำเภอสวี่ เหมืองเกลือสกุลซุนเพียง้ากำจัดภัยคุกคามเท่านั้น ผูกสัมพันธ์กับคนเหล่านี้เอาไว้เป็การดีที่สุด
จางฉิงหันมาคำนับหม่าอิน กล่าว
“นายกองหม่าเกรงใจไปแล้ว ค่ายโจรขึ้นไปอีกไม่ไกล ข้าให้คนลอบสำรวจเส้นทางมาอย่างละเอียดแล้ว ให้คนของข้านำพวกท่านขึ้นไปเถอะ”
หม่าอินมองเข้าไปในหมู่บ้าน คนที่หลบซ่อนตัวอยู่ถูกนำออกมารวมกันที่กลางหมู่บ้าน มีทหารเฝ้าคุมอยู่ หม่าอินไม่กังวลว่าคนเหล่านี้จะต่อสู้ขัดขืน จึงพยักหน้าให้จางฉิงนำขบวนทหารขึ้นไปที่ค่ายโจร
ค่ายของโจรผู้เขาอยู่สูงขึ้นไปในแนวหุบเขา มีทางเดินคับแคบปกคุลมไปด้วยแมกไม้รกตา เมื่อจางฉิงขึ้นมาถึง้าก็เห็นเป็หุบเขาที่ซ่อนอยู่หลังแนวหน้าผาหิน ค่ายโจรมีรั้วไม้สูงล้อมรอบ ประตูค่ายเปิดกว้างเอาไว้ ด้านในมีบ้านไม้อยู่ราวสี่ห้าหลังที่ตรงกลางมีเรือนที่ดูใหญ่โตกว่าหลังอื่น ดูท่าสมควรเป็ที่พักของหัวหน้าค่ายโจร เสียดายที่ตอนนี้หลู่กังไม่มีโอกาสกลับมาเสพสุขอีกต่อไปแล้ว
ทางเข้าออกของค่ายโจรมีแค่ประตูใหญ่ทางเดียว หม่าอินสั่งการให้ทหารบางส่วนเฝ้าทางออกเอาไว้ ส่วนที่เหลือบุกเข้าไปโดยพร้อมเพรียง จางฉิงนำขบวนคนของเหมืองเกลือติดตามหลัง
โจรที่หนีมาก่อนหน้าต่างพากันยุ่งอยู่กับการค้นหาสิ่งมีค่าที่พอจะแลกเปลี่ยนเป็เงินทองได้ ไหนเลยคาดคิดว่าจะถูกทหารติดตามมารวดเร็วถึงเพียงนี้
“พวกเ้าจงฟัง หากยอมติดตามข้ากลับไปรับโทษแต่โดยดีอาจยังพอมีหนทางรักษาชีวิตเอาไว้ หาไม่แล้วอย่าหาว่าดาบของเหล่าทหารนี้ไม่มีตา”
หม่าอินะโเสียงดังก้องไปทั้งหุบเขา โจรที่หนีออกมาได้ก่อนส่วนมากเพราะกลัวตาย ั้แ่กลุ่มโจรโดนโต้กลับก็ทิ้งพวกพ้องหลบหนีออกมาก่อน ตอนนี้หนทางหนีถูกปิดตาย หากต่อสู้ขัดขืนมีแต่หนทางตายสถานเดียว แต่หากให้ยอมจำนนยังตัดใจอย่างยากลำบากอยู่บ้าง
หม่าอินไม่กล่าววาจาซ้ำอีก ในเมื่อข้าให้โอกาสพวกเ้าแล้ว พวกเ้าไม่ยินยอมก็แล้วกันไปเถิด
“ใครไม่วางอาวุธสังหารได้ทันที”
หม่าอินชักดาบพุงทะยานเข้าไปกลางค่ายโจรก่อน ทหารที่เหลือโห่ร้องชูดาบสีเงินวาวพุ่งเข้าสังหารกลุ่มโจรที่พยายามหลบหนี จางฉิงส่งสัญญาณให้คนของตนเองติดตามทหารเข้าไปในค่ายโจรด้วย
พวกโจรไม่ทันได้ชักดาบออกจากฝัก ก็โดยฟาดฟันสังหารจนล้มลงเกลื่อนกลาด พวกที่ไหวตัวได้ทันต่างทิ้งดาบในมือคุกเข่าลงยอมแพ้ พวกของจางฉิงยังไม่ทันได้ลงมือโจรสิบกว่าคนก็ถูกสังหาร อีกสิบกว่าคนยอมแพ้มอบตัวให้กับทหารของหม่าอิน
“หัวหน้าจาง เข้าไปค้นดูด้านในเถอะ ของที่ถูกปล้นมาน่าจะถูกเก็บอยู่ด้านใน”
หม่าอินจับสมุนโจรที่ยอมแพ้คนหนึ่งให้เดินนำทางไปยังที่เก็บสิ่งมีค่า เป็อย่างที่คาดเอาไว้ ของมีค่าถูกเก็บไว้ในบ้านหลังใหญ่ หีบไม้หลายสิบหีบถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย แก้วแหวนสิ่งมีค่ากองอยู่เต็มพื้น หากพวกจางฉิงมาที่ค่ายโจรช้าไปเพียงครึ่งวัน เกรงว่าคงเหลือแต่หีบเปล่าให้นำกลับไปแล้ว
“นายกองหม่า ด้านในยังมีคนอยู่”
จางฉิงกระชับดาบในมือเดินเข้าไปทางห้องที่อยู่ด้านในสุด มีเสียงสะอื้นไห้ดังมาจากด้านใน จางฉิงใช้เท้าถีบประตูจนเปิดออก เสียงสตรีส่งเสียงร้องดังด้วยความตระหนก
“พวกเ้าเป็ใคร”
จางฉิงกวาดสายตาดูภายในห้อง กลิ่นเหม็นอับโชยออกมาจนจางฉิงต้องถอยเท้าออกมานอกห้อง หม่าอินหันกลับไปด้านหลังกระชากโจรที่นำทางเข้ามาถาม
“พวกนางเป็คนในหมู่บ้านด้านล่างหรือไม่” หม่าอินถาม
“ใต้เท้า พวกข้าถูกโจรพวกนี้จับตัวมา ได้โปรดช่วยพวกเราออกไปด้วย” เสียงสตรีที่อยู่ด้านในะโออกมาก่อน
หม่าอินหันมองโจรที่นำทางด้วยสายตาเกรี้ยวกราด โจรผู้นั้นถูกหม่าอินจับคอเสื้อจนหายใจแทบไม่ออก พอเห็นสายตาที่สามารถฆ่าคนได้ก็ละล่ำละลักบอก
“ใต้เท้า ใต้เท้า ข้าไม่เกี่ยวเป็หัวหน้าหลู่ฉุดลากคนมา ข้าเป็แค่ลูกน้องปลายแถว พวกนางเป็สตรีที่หัวหน้าหลู่พากลับมา”
มีสตรีเยาว์วัยห้าหกคนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย หน้าตาบอบช้ำขดตัวอยู่ในห้องที่ทึบแสง หากจางฉิงไม่ได้ยินเสียงร่ำร้อง สตรีทั้งหกคนคงถูกทิ้งให้อดตายอยู่ในค่ายโจรหลังจากนี้แล้ว
“ช่วยพวกนางออกไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
หม่าอินสั่งการให้ทหารช่วยเหลือสตรีเหล่านี้ออกไปก่อน จากนั้นจึงขับไล่คนที่อยู่บนเรือนใหญ่ออกไปจนหมดเหลือแต่เพียงจางฉิง สายตาของจางฉิงกวาดมองไปยังหีบหลายสิบใบที่กองเรียงรายอยู่
“หัวหน้าจาง สมบัติเหล่านี้เป็ของที่พวกโจรปล้นชิงมา ไม่ทราบหัวหน้าจางเห็นว่าควรจัดการเช่นไร” หม่าอินกล่าว
จางฉิงได้รับการสั่งการมาจากซุนิฉวนในเื่นี้ก่อนหน้าแล้ว ซุนิฉวนไม่้าแย่งชิงเงินทองกับขุนนางเมืองถานโจว แต่หากซุนิฉวนไม่แสดงความโลภออกไปบ้าง ขุนนางเหล่านี้ยังคงระแวงสงสัยท่าทีของซุนิฉวนอยู่ดี โลภมากเกินไปย่อมไม่ดีแต่หากน้อยจนเกินไป กลับสะกิดความสงสัยของผู้คน
“นายกองหม่า นายน้อยซุนก่อนข้ามาสั่งการเอาไว้ว่า การปราบปรามโจรูเาครั้งนี้ เหมืองเกลือสกุลซุนแม้ลงแรงไปไม่น้อยแต่ยังไม่เท่ากับกองทหารจากเมืองถานโจว ทางเหมืองเกลือขอรับผลประโยชน์เพียงสองส่วน ส่วนที่เหลือแล้วแต่นายกองหม่าจะจัดการ”
หม่าอินได้ฟังที่จางฉิงกล่าวก็มีสีหน้าพอใจ “เช่นนั้นหัวหน้าจางเลือกเอาหีบกลับไปสองใบก็แล้วกัน ส่วนที่เหลือข้าจะให้ทหารนำกลับไปที่เมืองถานโจวก่อน”
หม่าอินพอใจที่ซุนิฉวนไม่โลภมาก ความจริงผลงงานครั้งนี้หากเหมืองเกลือไม่ขอความร่วมมือจากเมืองถานโจวก่อน สมบัติที่ถูกปล้นมาเหล่านี้ไหนเลยตกอยู่กับเมืองถานโจวได้ ซุนิฉวนแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเหมาะสม วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล หม่าอิน้าผูกมิตรกับนายน้อยซุนผู้รู้ความผู้นี้ต่อไป
จางฉิงไม่รีบร้อน ประสานมือขอบคุณ เดินออกไปด้านนอกสั่งการให้คนของเหมืองเกลือขนหีบออกไปสองใบ หีบที่เหลือไม่ว่าหม่าอินจะนำกลับไปมอบให้สวีปิงช่านทั้งหมดหรือลอบเก็บเอาไว้เอง จางฉิงหาได้สนใจไม่
วุ่นวายอยู่ค่อนวัน หม่าอินค่อยสั่งการให้ทหารนำคนในหมู่บ้านกับโจรสิบกว่าคนที่ยอมจำนนเดินทางกลับไปที่เมืองถานโจวก่อน หม่าอินนำผู้ติดตามราวสิบคนขนหีบสิบกว่าใบติดตามจางฉิงกลับไปที่เหมืองเกลือสกุลซุน เหล่าสตรีหกคนที่ถูกพวกโจรฉุดลากมาล้วนไม่มีที่จะให้กลับไปจึงติดตามกลับมาที่เหมืองเกลือด้วย
ซุนิฉวนรอต้อนรับขบวนของหม่าอินที่หน้าประตูเหมืองเกลือ
“นายกองหม่า ลำบากท่านแล้ว วันนี้เหมืองของเราจะจัดงานฉลองที่ปราบโจรลงได้สำเร็จ เชิญนายกองหม่ากับทหารทุกท่านร่วมเป็เกียรติ”
ซุนิฉวนยิ้มแย้มรับหน้า หม่าอินที่ลงจากหลังม้า หม่าอินประสานมือกล่าวด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจยิ่ง
“นายน้อยซุนให้เกียรติแล้ว”
ซุนิฉวนให้หวงเหวินนำเหล่าทหารเข้าไปพักผ่อนด้านในห้องโถง จางฉิงติดตามซุนิฉวนเข้าไปที่ห้องหนังสือ จางฉิงให้คนขนหีบสองใบเข้ามาที่ด้านใน
“นายน้อย ข้าทำตามที่ท่านสั่งการ ค่ายโจรกับหมู่บ้านถูกกำจัดจนหมดสิ้น”
“คนของเรามีผู้ใดาเ็ล้มตายหรือไม่” ซุนิฉวนถาม
“มีาเ็อยู่ราวสิบคนแต่ไม่มีคนเสียชีวิตขอรับ” จางฉิงตอบ
ที่เหมืองเกลือไม่มีหมอรักษา หวงเหวินเองเพียงเรียนรู้วิชาแพทย์มาบ้าง ทำได้เพียงรักษาาแเล็กน้อยกับจ่ายยาไม่กี่อย่าง
“ส่งคนาเ็ไปพักก่อน จากนั้นค่อยให้ท่านอาหวงไปช่วยดู”
“ขอรับ”
ทุกคนให้ห้องหนังสือล้วนจับจ้องหีบสองใบที่จางฉิงนำมาด้วย ซุนิฉวนโบกมือให้จางฉิงเปิดหีบออกดู เสียงแสดงความประหลาดใจดังอื้ออึงเมื่อจางฉิงเปิดหีบไม้ออกมา
“สิ่งนี้คืออะไร” ซุนิเจี๋ยหยิบสิ่งของรูปทรงกระบอกยาวราวหนึ่งฝ่ามือทำด้วยทองเหลืองมีลวดลายแปลกตาขึ้นมาถือเอาไว้
“เอามาให้ข้าดู” ซุนิฉวนยืนมือไปรับสิ่งของที่ว่ามาดู นี่มิใช่กล้องส่องทางไกลหรอกหรือ แต่ดูจากลวดลายของตัวกล้อง นี่มิใช่ลวดลายอย่างที่นิยมในแผ่นดินจีน หรือว่าสิ่งนี้มาจากต่างแดน ราชวงศ์ถังไม่ได้ห้ามการค้าขายกับชาวต่างชาติ การเดินเรือในราชวงศ์ถังไปได้ไกลจนถึงอินเดีย ไม่แปลกหากจะมีสินค้าจากต่างแดนหลุดลอดเข้ามาบ้าง
“พี่ใหญ่ ท่านรู้ว่าสิ่งนี้เอาไว้ทำอะไร ?” ซุนิเจี๋ยถามด้วยความอยากรู้
“พรุ่งนี้ พี่ใหญ่จะพาเ้าไปทดลองดู”
จางฉิงหยิบของที่อยู่ในหีบออกมาวางบนพื้นอย่างระมัดระวัง ภายในหีบไม่มีเงินทองเหลืออยู่ แต่ยังมีเครื่องประดับที่ทำจากหยก ไข่มุกลูกแก้วหลากสี รวมถึงเครื่องโลหะที่ประณีตหลายชิ้นกับแผ่นผ้าลวดลายประหลาดหลายผืน
“ให้ิเย่กับท่านเซี่ยทำบันทึกรายการสิ่งของเอาไว้ก่อน วันหลังข้าจะตรวจสอบดูอีกที”
จางฉิงนึกถึงสตรีที่ติดตามลงเขามาด้วย
“นายน้อย ยังมีสตรีที่ถูกพวกโจรจับตัวมา ไม่ทราบสมควรส่งตัวพวกนางไปกับนายกองหม่าหรือไม่”
สตรีเหล่านี้น่าสงสารนักหากส่งพวกนางไปที่เมืองถานโจว สวีปิงช่านคงมอบพวกนางให้กับเหล่าทหาร วันข้างหน้าคงลำบากไม่ต่างกับอยู่ในค่ายโจร พวกนางถูกโจรจับตัวมา ต่อให้ซุนิฉวนยอมจัดคนคุ้มครองส่งพวกนางกลับบ้านเดิม ไม่แน่ว่าบ้านเดิมของพวกนางยินดีรับคนกลับไป สตรีที่มีตำหนิเหล่านี้อยู่ก็เหมือนตายไปแล้ว ยุคสมัยที่บุรุษเป็ใหญ่ช่างทำร้ายผู้คนจนไม่มีหนทางไป
“ให้ท่านน้าหลิวดูแลจัดหาที่อยู่ให้พวกนาง หากพวกนางยินดีอยู่ที่เหมืองเกลือก็ค่อยหางานในโรงครัวหรือโรงตัดเย็บให้กับพวกนางก็แล้วกัน”
“จางฉิง เ้าพาคนกลับไปพักผ่อนเสียก่อน รอจนนายกองหม่าพาคนกลับไปแล้ว ข้าจะตกรางวัลให้กับคนที่มีผลงาน”
“ขอรับนายน้อย” จางฉิงรับคำอย่างดีใจ
เหมืองเกลือจัดงานฉลองในตอนเย็น มีสุราที่หาซื้อมาก่อนหน้านี้ ม้าที่ถูกสังหารเมื่อคืนวานสิบกว่าตัว ถูกคนในเหมืองชำแหละได้เนื้อมามากกว่าหนึ่งพันจิน (หนึ่งจินหนักราวครึ่งกิโล) ม้าที่พวกโจรขี่ตัวเล็กกว่าม้าของทางการ แต่อย่างไรยังให้เนื้อออกมาไม่น้อย ยามนี้มีเนื้อมากถึงพันจินงานเลี้ยงคืนนี้จึงมีเนื้อพอให้ทุกคนได้อิ่มท้อง ยังเหลือเนื้ออีกหลายส่วนเก็บเอาไว้หมักเกลือสำหรับฤดูหนาว
ซุนิฉวนนั่งโต๊ะเดียวกับหม่าอิน ซุนิฉวนดื่มสุราได้ สุราในสมัยนี้ส่วนมากหมักด้วยข้าว แต่ตอนนี้แทบทุกพื้นที่ในจงหยวนล้วนประสบภัยแล้งไม่ก็เกิดการต่อสู้ของกองกำลังต่าง ๆ ข้าวปลาอาหารไม่พอให้ประชาชนได้กินอิ่มท้อง หากยังนำข้าวที่หายากมาหมักเป็สุราอีกคงฟุ่มเฟือยจนเกินไป สุราที่หมักออกมาจึงมีน้ำผสมเป็ส่วนมาก ซุนิฉวนต่อให้ดื่มมากกว่านี้ยังไม่เมามาย
หม่าอินคารวะสุรากับซุนิฉวนไปหลายจอก เห็นนายน้อยซุนผู้นี้ดื่มสุราโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนรู้สึกถูกชะตายิ่ง
“นายน้อยซุน ท่านอายุเพียงเท่านี้กลับมีฝีมือไม่เบา มา ข้าคารวะท่านอีกจอก”
“นายกองหม่ายกย่องไปแล้ว จริงสิฟังจากสำเนียงของนายกองหม่า บ้านเดิมท่านใช่อยู่ที่หูหนานหรือไม่”
หม่าอินทำสีหน้าประหลาดใจ ตนเองจากหูหนานมานานกว่าสิบปี สำเนียงการพูดก็เปลี่ยนเป็อย่างคนทางใต้มานานแล้ว แต่นายน้อยซุนผู้นี้ยังฟังออก
“ข้านึกว่าข้าปิดบังสำเนียงหูหนานของข้าได้แเีแล้ว ยังถูกท่านฟังออกจนได้”
ซุนิฉวนกลับยินดียิ่งกว่ารบชนะพวกโจรูเา หม่าอินผู้นี้คือหม่าอินที่วันหน้าจะกลายเป็ผู้นำของแคว้นฉู่อย่างที่คิดเอาไว้ ซุนิฉวนคิดไม่ผิดที่มอบสมบัติแปดส่วนให้กับหม่าอิน
ตอนนี้หม่าอินยังเป็แค่นายกองเล็ก ๆ ที่เมืองถานโจว ซุนิฉวนยังมีเวลาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอีกฝ่าย
“มิได้ ๆ นายกองหม่าเชิญดื่ม”
ซุนิฉวนคารวะสุราตอบด้วยความยินดีอย่างยิ่ง