Pioneer Era

    ตอนที่ 46 รังของเจ้าป่าผู้เกียจคร้าน

    “...”

    เกิดอะไรขึ้น?

    ทำไมทุกสิ่งรอบตัวมันมืดมิดแบบนี้ละดอง?

    ขยับร่างกายไม่ได้ ไม่ได้ยินเสียง ไม่รู้สึกถึงอะไรรอบตัว ราวกับล่องลอยอยู่ในอากาศที่ไร้แสงสว่าง

    ราวกับว่าตัวเองกำลังอยู่ในสภาพของคนตาย เป็นวิญญาณที่ไม่มีร่างกายสิงสถิต

    ฉันตายไปแล้วหรือ?

    ไม่ใช่… ฉันยังรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังหายใจอยู่

    ปีกภูติที่ทำงานเหมือนปอดของมนุษย์ยังคงทำงานเคลื่อนไหวได้อยู่

    ทำไมฉันถึงมาอยู่ในสภาพแบบนี้กันนะดอง?

    ความทรงจำสุดท้ายคือฉันกำลังต่อสู้กับน้องกระต่ายดำ

    แต่ก่อนที่จะได้ทันทำอะไร ทุกอย่างก็มืดมิดไปพร้อมกับสติที่โบยบิน

    พอรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพนี้ไปแล้ว

    โดนอะไรกันแน่นะดอง?

    เอาเถอะ ตอนนี้ต้องหาทางเรียกประสาทสัมผัสทั้งห้ากลับมาก่อน

    ท่านแม่เคยสอนวิธีกู้สถานะการณ์ทำนองนี้ให้ฉันมาแล้วดอง

    [ปีกภูติ] คืออวัยวะสำคัญของเผ่าภูติ มันเป็นทั้งปอด เป็นทั้งหัวใจที่ขับดันเลือดให้ไปเลี้ยงทั่วร่างกาย และเป็นอวัยวะเดียวที่ทำให้พวกเราเผ่าภูติสามารถควบคุมโครงสร้างโมเลกุลธรรมชาติได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ช่วยเหลือ

    สรุปคือเป็นอวัยวะที่ทำให้พวกเราเผ่าภูติใช้วิทยาศาสตร์เวทมนตร์ได้นั่นเอง

    ใช้ปีกแผ่คลื่นรังสี ตรวจสอบสแกนร่างกายหาความผิดปกติ ตรวจสอบสภาพแวดล้อมด้วยการวัดความสะท้อนของรังสี

    ดูเหมือนว่าจะถูกอะไรบางอย่างคล้ายเส้นใยรัดอยู่ละ ดอง~

    แถมปริมาณเม็ดเลือดขาวยังมากผิดปกติด้วยดอง

    หรือว่าจะโดนพิษบางอย่าง?

    งั้นแบบนี้ต้องเริ่มจากควบคุมคลื่นรังสี แล้วยิงอนุภาครังสีขนาดเล็กแทรกผ่านเส้นเลือด เพื่อไปสลายพันธะของสารแปลกปลอมที่อยู่ในเส้นเลือดเหล่านั้น

    พิษที่ไม่รู้จักเริ่มถูกชำละล้างแตกออก แล้วจับเปลี่ยนระดับโครงสร้างให้พวกมันกลายเป็นของเหลวธรรมดา

    ที่ยากคือต้องคอยควบคุมสมดุลภายในเส้นเลือด ไม่งั้นเดียวได้ช็อคตายก่อน

    อืม… รู้สึกว่าเซลล์ประสาทสั่งการในร่างกายจะตายไปแล้วด้วย มิน่าเลยทำให้สั่งการขยับตัว หรือจับสัมผัสรอบตัวไม่ได้

    ตรงนี้ก็ต้องรักษาด้วยดอง

    ฉันใช้พลังของภูติผ่าตัดร่างกายรักษาตัวเองไปเกือบครึ่งชั่วโมง

    อาจดูเหมือนทำง่าย แต่มันต้องพึ่งสมาธิกับความรู้จำนวนมากในการทำเรื่องแบบนี้ให้สำเร็จละดอง

    เพราะถ้าพลาดเพียงนิดเดียว นั่นหมายถึงชีวิตของตัวเอง

    บางทีฉันอาจจะเหมาะกับการไปเป็นหมอมากกว่าก็ได้นะ ดอง~



    “กู้ชีพกลับมาได้แล้ว! ดอง ด่อง ด้อง~! ”

    ฉันเปล่งเสียงอย่างดีใจพร้อมกับตัดเส้นใยที่รัดร่างให้ขาดออกด้วยพลังของปีกภูติ

    ความจริงตอนที่ถูกจับเป็นตัวประกันจะใช้พลังภูติเสกไฟเผาเชือกไปก็ได้เช่นกัน แต่ที่ไม่ทำเพราะเกรงว่าน้องกระต่ายดำจะเห็นแสงที่เรืองออกมาจากปีก แล้วหันมาเล่นงานฉันก่อน

    เอาจริง ๆ ส่วนหนึ่งคือลืมไปด้วยว่ากำลังถูกจับมาเป็นตัวประกัน…

    “แล้ว… ที่นี่ที่ไหนเนี่ยดอง? ”

    สถานที่ฉันอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ป่ามืดมิด แต่เป็นใจกลางซากปรักหักพังที่มืดมิดแทน

    มันดูเหมือนกับเป็นโกดังขนาดใหญ่

    มีเศษแก้วแตกกระจายไปทั่ว พื้นดินกับพื้นสิ่งก่อสร้างถูกผสมกลมกลืนอย่างแยกไม่ออก

    ด้านบนเองก็มีแขนกลกับท่อห้อยลงมาจากผ้าเพดานเป็นจำนวนมาก

    แต่สิ่งที่ห้อยระโยงระยางเหล่านั้น มีสภาพพังทลาย ถูกสนิมสีแดงเกาะกัดกร่อน และมีต้นด้ายดำเกาะยึดเอาไว้จนกลายเป็นสีดำมิด

    แสงสว่างจากท้องฟ้าส่องลอดผ่านช่องว่างของเส้นด้ายธรรมชาติสีดำ จนเกิดเป็นแสงระยิบระยับเบาบางทอดลงบนผิวพื้นกับผนัง

    ผนังรอบข้างเองก็ถูกกัดกร่อนและขรุขระไปตามอายุไม่แพ้กัน

    เพียงดูก็พอทราบได้ถึงอายุที่ยาวนานของสถานที่แห่งนี้

    ทุกรอยแยกของกำแพงพวกนั้น จะต้องมีต้นไม้ผิวแดงที่เต็มไปด้วยหนาม หรือต้นใบสีแดงน่ากลัวงอกเงยแทรกออกมา

    ทั้งพื้น ผนัง และเพดาน ล้วนแต่เป็นวัสดุที่ถูกขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีที่ฉันไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

    มันต่างออกไปจากซากโบราณที่ฉันเคยเห็นครั้งที่แล้ว เพราะที่นี่ดูทึมทึบแข็งแรงและมีความหยาบมากกว่า

    ราวกับว่าที่แห่งนี้ถูกสร้างเพื่อเน้นใช้งาน มากกว่าจะไปคำนึงถึงความสวยงามอะไรทำนองนั้น

    ฉันลองใช้พลังภูติวิเคราะห์โครงสร้างอะตอมของสิ่งก่อสร้างตรงหน้าดู แต่กลับรู้แค่ว่ามันมีส่วนผสมของแร่ภูติกับแร่เฮเดสอยู่เท่านั้น

    แร่ภูติคือแร่ยอดนิยมของพวกเราที่เอาไปใช้ผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์เวทมนตร์ หรือพวกวัตถุดิบตัวนำพลังงานต่าง ๆ ในเทคโนโลยีต่อต้านแรงโน้มถ่วง

    ส่วนแร่เฮเดสคือแร่ที่ค้นพบได้ในทวีปนี้ เป็นแร่ประหลาดสีขาวซึ่งสามารถสะท้อนคลื่นแม่เหล็กกับรังสีได้ทุกประเภท

    ส่วนแร่ตัวอื่นที่ผมลงไปในเนื้องานก่อสร้าง มีแต่โครงสร้างที่ฉันไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน

    อาจเกิดจากความโง่ของฉันเองที่ไม่รู้จักสารประกอบทุกตัวในโลก แต่ฉันรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นสารประกอบที่ไม่ใช่เทคโนโลยีของพวกเรา

    นอกจากความแปลกประหลาดเหล่านี้แล้ว พวกสิ่งของที่จัดวางในห้องนี้ก็แปลกไม่แพ้กัน

    สิ่งของ… ไม่สิ มันเหมือนอาวุธสงครามมากกว่า

    อะไรบางอย่างขนาดห้าเมตรที่มีขาแปดหกคล้ายแมลง

    จานบินที่มีผิวหินหนากว่าหกเมตร และมีใบมีดคมกริบยืดยาวออกมารอบตัวยาน

    ครอบแก้วทรงกลมที่มีขากลยืดยาวจำนวนมากคล้ายแมงกะพรุน

    และลังกล่องบรรจุอะไรบางอย่างที่คล้ายกับดาบติดลงไปบนเครื่องยิง

    อาวุธเหล่านั้นต่างอยู่สภาพระเกะระกะ ล้มเทกระจาดกระจายไปทั่วห้อง

    คงมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับที่แห่งนี้ เลยทำให้สิ่งของกับห้องนี้อยู่ในสภาพที่พังทลายไม่มีชิ้นดี



    อีกหนึ่งอารยธรรมที่สาบสูญอย่างงั้นหรือดอง?

    แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามากพอจะมาดื่มด่ำกับการค้นพบที่นี้หรอก

    เพราะว่าฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะสิดอง

    พอสายตาเริ่มชินกับความมืด ฉันก็แทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตกใจ

    บนซากอารยธรรมตรงหน้า มันมีสัตว์ร้ายรูปร่างงูที่มีขาแมงมุมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

    [สไปเดอร์-อาร์บอก] สัตว์ร้ายที่พวกอาจารย์เคยพูดถึงเอาไว้

    ยักใยแมงมุมสีดำถูกกางกระจายไปทั่ว จนทำให้สถานที่แห่งนี้ดูคล้ายกับรังของจอมปีศาจที่มักพบเห็นในเกมส์

    หากเงียหูฟัง ก็จะได้ยินเสียงเดินชวนสยองขวัญดังขึ้นต่อเนื่องไม่มีหยุด

    พวกมันมีขนาดตั้งแต่หนึ่งเมตรไปจนถึงสิบเมตร

    บางตัวกำลังวางไข่ บางตัวกำลังกลืนเหยื่อเข้าไป และบางตัวกำลังกางใยขยับขยายสร้างรังให้ใหญ่โตยิ่งขึ้น

    ส่วนบริเวณที่น่ากลัวที่สุด คือบริเวณที่ใจกลางของห้องโถง

    ที่ตรงนั้นมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นอนขดตัวอยู่

    มันมีขนาดตัวใหญ่กว่าห้าเมตร ยาวอาจมากกว่าสามสิบเมตร มีเขี้ยวที่ยาวเท่าต้นไม้ และมีขาแมงมุมขนาดพอ ๆ กับผุู้ชายตัวใหญ่ของเผ่ายักษ์สามคนยืนโอบรอบ

    แค่ดูก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือตัวจ่าฝูง

    พฤติกรรมของมันคือนอนอ้าปากค้างรอให้ลูกน้องของมันลากเหยื่อมาป้อนเข้าไปในปาก

    เหยื่อที่ถูกนำเข้าปากนั้น จะถูกใยเหนี่ยวสีดำพันธนาการร่างเอาไว้

    ดูเหมือนว่าใยเหนี่ยวพวกนั้นจะต่างไปจากที่จับพวกฉันมา

    ร่างของเหยื่อรูปร่างคล้ายม้าที่ถูกใยรัดเอาไว้ กำลังเกิดควันพวยพุ่ง

    ถึงร่างของเหยื่อจะไม่ส่งเสียง ไม่ขยับตัวเพราะสูญเสียอิสระภาพทางร่างกาย แต่ฉันกลับรู้สึกได้ถึงเสียงกรีดร้องที่โหยหวย

    เหยื่อที่ถูกใยนั้นพันตัวเริ่มเปลี่ยนสภาพ ผิวหนังของมันไหม้เกรียม ขนหลุดร่อน แล้วกลายเป็นม้าย่างสุกตัวหนึ่งไป

    อย่างกับเป็นภาพการลงทัณฑ์ของ [กาฬสุตมหานรก] ตามตำนานของเผ่ามนุษย์เลยแฮะ

    พวกลูกน้องนำม้าย่างสุกเข้าไปในปากของจ่าฝูง

    พวกมันจับร่างของเหยื่อเข้าไปบดกับฟันเขี้ยวของจ่าฝูง แล้วนำเศษเนื้อนั้นมาปะลงบนลิ้นทรงกลมเพื่อให้เจ้านายของมันรับรู้รสชาติ ก่อนจะช่วยนำเข้าไปคอหอยเพื่อให้เจ้านายของมันกลืนลงไป

    เออ… ไม่สิ ลูกน้องของมันหายเข้าไปในช่องปากที่คล้ายถ้ำนั้นเลยละดอง

    จะบอกว่าต้องให้ลูกน้องนำเหยื่อลงไปถึงกระเพาะอาหารให้โดยตรงเลยอย่างงั้นหรือดอง?

    อะไรจะขี้เกียจได้ขนาดนี้กันเนี่ย ดอง~



    "ก่อนอื่นรีบไปจากที่นี่ดีกว่าดอง"

    โชคดีที่ตอนนี้พวกมันยังไม่รู้ตัวว่าหนึ่งในเหยื่อของมันหนีรอดออกมาได้

    ว่าแต่คนอื่น ๆ จะเป็นยังไงกันบ้างนะดอง?

    คงไม่ต้องเป็นห่วงจาวิซหรอก เพราะเธอคนนั้นเป็นหุ่นยนต์ พิษทำอะไรเธอไม่ได้อยู่แล้ว

    ที่น่าเป็นห่วงคือดิวซ์ มังกรขี้เรื้อน กับแม่กระต่ายดำต่างหาก

    *หนุบ~*

    อะไรเนี่ย…

    เหมือนว่าจะสัมผัสอะไรบางอย่างนุ่ม ๆ แฮะ

    *โป๊ะ! *

    พอลองบีบเต็มมือ มันก็แตกดังโป๊ะเลยดอง

    ไหน ดูสิว่ามันคืออะ—

    สิ่งนั้นคือเมือก

    เป็นเมือกเหลว ๆ จากร่างกายของตัวอ่อนน่าขยะแขยงสีขาวของสิ่งมีชีวิต

    เมือกนี้ไหลออกมาจากร่างของสิ่งมีชีวิตที่พึ่งถูกฉันดับชีวิตไป

    พวกมันมีรูปร่างคล้ายกับงูตัวเล็ก ๆ ขนาดสิบเซนติเมตร มีขาแมงมุมกับปล้องแมงมุมหุ้มส่วนลำตัวเอาไว้

    เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กพวกนั้นไต่ออกมาจากร่างเน่า ๆ ของตัวอะไรสักอย่างที่มีรูปร่างคล้ายกับจระเข้มีขน

    พวกมันมีเป็นจำนวนมาก และกำลังวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นอันเนื่องจากถูกฉันรุกรานช่วงเวลาการกินอาหารของพวกมัน

    หากจะให้พูดเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับว่าฉันกำลังยืนอยู่ท่ามกลางฝูงของแมลงสาบที่กำลังวิ่งแตกรังนั่นละดอง

    “@! #@%^$”

    อยากจะกรีดร้องออกมาแต่ทำไม่ได้

    ไม่อย่างงั้นเดียวพวกมันจะรู้ตัวว่ามีเหยื่อน่ารักน่ากินอยู่ตรงนี้ตัวหนึ่ง

    “ (ใจเย็น ๆ ทำใจให้สงบแล้วค่อย ๆ เคลื่อนไหวไปนะ) ”

    เอาละ สูดลมหายใจให้เต็มปอดแล้วเริ่มย่องหนีออกไปดีกว่าดอง

    คราวนี้ต้องระวังขาให้ดี ไม่ให้ไปเหยียบโดนตัวเข้าให้อะไรอีก

    ดูเหมือนว่าบริเวณนี้จะเป็นที่วางไข่ของพวกมัน

    เหยื่อจำนวนมากที่ถูกรัดพันเอาไว้ จะมีเปลือกไข่แมงมุมขาว ๆ เกาะติดเอาไว้แน่นที่ร่างกาย

    บางตัวถูกวางแนบติดผิวด้านนอก บางตัวถูกยัดฝั่งลงไปข้างในใต้ผิวหนังจนปูดโปนน่ากลัว

    “ (ฉันคงยังไม่ถูกวางไข่ไปหรอกใช่มั้ย?) ”

    พอเห็นแบบนี้แล้วเลยอดเป็นห่วงตัวเองไม่ได้

    แต่บนผิวของฉันไม่มีบาดแผลปรากฏสักที่ ดังนั้นคงยังไม่โดนวางไข่ลงไปหรอก

    เส้นทางที่ถูกกางไปด้วยใยสีดำ ช่างคดเคี้ยวไปมาราวกับทางเขาวงกต

    โชคดีที่หากเทียบกับบริเวณใกล้ตัวจ่าฝูงตรงกลางห้องแล้ว ถือว่าตรงบริเวณนี้มีพวกมันอาศัยอยู่น้อย เลยยังพอเลี่ยงการปะทะได้อยู่

    ว่ากันว่าพวกงูจะไวต่อความร้อนและมีลิ้นเอาไว้รับกลิ่น ดังนั้นฉันเลยเอาขี้โคลนจากดินรอบ ๆ มาพอกตัวเองเพื่อเอาไว้

    พอพูดถึงงูแล้ว เลยนึกพลังชีวิตที่มากล้นของพวกงูขึ้นมา

    ว่ากันว่าต่อให้ตัดหัวงูออกมาจากร่างแล้ว พวกมันก็ยังสามารถเคลื่อนไหวได้อีกราว 20-60 นาที

    แต่ฉันเห็นแม่กระต่ายใช้มีดแทงหัวมันจนตายคาที่ได้ งั้นแสดงว่าพวกนี้อาจจะไม่ได้มีพลังชีวิตมากอย่างที่คิด

    แถมตัวอ่อนของพวกมันยังมีความคล้ายแมงมุมมากกว่างูด้วย

    เอาเป็นว่าอย่าใช้สามัญสำนึกตามปกติกับพวกมันเลยดีกว่าดอง

    “...ตรงนั้นมัน”

    ทางวงกตใยสีดำที่พวกมันกางเอาไว้ในบริเวณนี้ เริ่มแตกออกเป็นเส้นทางที่ซับซ้อนมากขึ้น

    โชคดีที่ทางแยกแต่ละทางนั้นตื้น เลยสามารถใช้สายตาสอดส่องดูได้ทันทีว่าทางแยกไหนเป็นทางตัน

    แต่ทางแยกตรงหน้าในตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้น

    มันเป็นทางแยกสองทางที่ลึกน่าดู

    ไหน… ขอแอบส่องดูหน่อยซิ ดอง~

    “@! ##%^!! ”

    เจอภาพชวนอ้วกอีกแล้วดอง

    ทางแยกด้านขวาคือเส้นทางเดินไปต่อ

    ส่วนเส้นทางด้านซ้ายเป็นลานโล่งขนาดราวห้าเมตร ก่อนจะมีเส้นทางไปต่อจากลานโล่งนั้น

    ปัญหาคือที่ใจกลางของลานโล่ง

    ใจกลางลานโล่งมีพวกมันสองตัวกำลังวางไข่อยู่

    ตัวหนึ่งมันมีขนาดลำตัวยาวประมาณสิบเมตรได้

    ตามร่างที่ยาวเหยียดของมัน มีท่อขนาดเล็กจำนวนมากปรากฏให้เห็น

    มันใช้ท่อที่คล้ายเข็มแทงลงไปบนร่างของเหยื่อ แล้วเริ่มฉีดไข่จำนวนมากวางลงไป

    เหยื่อที่ถูกวางไข่ลงไปนั้น จะถูกส่งต่อให้อีกตัวที่มีขนาดเล็กกว่า

    ตัวนั้นยาวเพียงหนึ่งเมตร

    มันใช้สี่ขาของแมงมุมยกตัวเองสูงขึ้นมา แล้วใช้ท่อที่คล้ายอวัยวะเพศชายฉีดสารสีขาวลงไปบนไข่

    เป็นพวกผสมพันธุ์ภายนอกอย่างงั้นหรือดอง?

    “อย่าไปยุ่งกับพวกมันเลยดอง…”

    ไปเส้นทางขวาน่าจะฉลาดกว่านะดอง

    แต่ในตอนนั้นเองที่ฉันบังเอิญไปเห็นบางสิ่งที่ทำให้ไม่สามารถละสายตาออกไปได้

    นั่นคือแม่สาวกระต่ายดำเองก็อยู่ในกลุ่มที่กำลังจะถูกวางไข่ด้วยนะสิดอง



    อืม… จะช่วยยังดีนะดอง

    โชคดีที่อาวุธไม่ได้หล่นหายไปไหน เลยยังพอมีอะไรให้ใช้ต่อสู้ได้อยู่

    แต่ดูทรงแล้วพวกมันคงไม่มีทางถูกฆ่าด้วยปืนรังสีภายในนัดเดียวแน่

    จะให้สร้างลูกไฟเผาขนาดใหญ่ก็ไม่ได้ เพราะอาจลามทุ่งจนกลายเป็นเผาแม่กระต่ายไปด้วย

    พลาสม่าขนาดเล็กละ? ถ้าตัวขนาดหนึ่งเมตรคงปราบได้สบาย แต่ฉันไม่คิดว่าจะเอาตัวขนาดสิบเมตรลงได้หรอกนะ

    หรือจะสร้างพื้นที่เยือกแข็ง 0 เคลวินดี? ไม่สิ ฉันไม่มีเวลามากพอจะมาทำแบบนั้น

    “งั้นใช้แผนเบนความสนใจแล้วกันดอง”

    ฉันหันกลับไปที่เส้นทางเดินด้านขวา แล้วปรับความแรงของปืนรังสีในมือให้เป็นระดับต่ำสุด

    ความแรงต่ำสุดของปืนรังสี ทำได้เป็นเพียงแค่เครื่องจุดไฟเท่านั้น

    ซึ่งฉันเล็งจุดนั้นอยู่

    แสงสีฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาจากปืน กำลังแผดเผาและลุกไหม้เส้นใยที่โยงไปทั่วทางเดินด้านขวา

    จากไฟเล็ก ๆ เริ่มลามมากขึ้นจนกลายเป็นทะเลเพลิงขนาดใหญ่

    “พวกมันเคลื่อนไหวแล้วดอง! ”

    ไม่มีสิ่งมีชีวิตตัวไหนที่ไม่ตกใจยามบ้านตัวเองถูกเผาทำลาย

    เจ้าตัวที่กำลังวางไข่ รวมไปถึงพวกที่เดินตรวจตราบริเวณนี้ต่างมุ่งหน้าไปเส้นทางเดินขวากันจนหมด

    โชคดีที่ฉันตัวเล็ก เลยสามารถซ่อนอยู่ใต้เงาของพวกเหยื่อที่อยู่รอบ ๆ ได้

    ฉันรอจนกระทั้งพวกมันวิ่งผ่านไปทางนั้นหมดแล้ว จึงค่อยออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง

    ฉันหันไปมองเส้นทางเดินด้านขวา

    พวกมันกำลังช่วยกันพ่นเส้นใยใส่กองไฟ ราวกับคิดว่าจะใช้สิ่งนั้นดับไฟได้

    แต่มันเป็นการเติมเชื้อไฟ เลยยิ่งทำให้ไฟลุกโหมรุนแรงขึ้นมากกว่าเดิม

    สัตว์ยังคงเป็นแค่สัตว์วันยังค่ำละนะดอง

    ดีละ รีบใช้โอกาสนี้ไปช่วยน้องกระต่ายดำเถอะ



    ***น้องเล็ก [ทัวร์มาลีน-เอท]

    โดนเข้าจนได้

    ข้าน้อยน่าจะรู้ตัวนะว่าอาจจะมีพวกมันเหลืออยู่อีกมาก

    ปกติพวก สไปเดอร์-อาร์บอก ชอบรวมตัวล่าเหยื่อเป็นฝูงอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่จะมีพวกมันซ่อนตัวอยู่เป็นฝูง

    ภาพสุดท้ายที่ฉันจำได้ คือภาพที่มีเส้นใยสีดำจำนวนมากพุ่งกระจายออกมาทุกทิศทาง

    ดูเหมือนว่าจะมีเพียงแค่คนที่ชื่อ [จาวิซ] ที่รอดจากการโจมตีฉับพลันนั้น

    เจ้านั่นเก่งกาจมากทีเดียว เพราะภาพสุดท้ายก่อนที่ข้าน้อยจะถูกฉีดพิษดับดวงตา คือภาพที่เจ้านั้นกำลังยืนอยู่บนกองภูเขาศพของสไปเดอร์-อาร์บอก

    แต่สุดท้ายเจ้านั่นก็ถูกจำนวนที่มากกว่ารุมโจมตีและถูกจับตัวมาในท้ายที่สุด

    ปกติแล้ววิธีรับมือพวก สไปเดอร์-อาร์บอก คือการหลบหนีเลี่ยงการปะทะ

    เพราะพวกมันรักพวกพ้องมาก ถ้าพวกมันถูกฆ่าไปหนึ่ง พรรคพวกของมันจะออกมาสู้สุดใจโดยไม่สนชีวิตของตัวเอง

    “...”

    คิดไปเองหรือเปล่าว่าเหมือนกับกำลังถูกอุ้มขึ้นมา?

    ไม่สิ ข้าน้อยคงกำลังจะถูกวางไข่ลงไปมากกว่า

    เอายังไงดี กัดฟันกรามเพื่อกินยาพิษฆ่าตัวตายเลยดีไหม?

    ทำเลยดีกว่า

    “...”

    ลืมไปว่าเป็นอัมพาตอยู่ เลยทำให้ขยับกรามไม่ไหว

    … อบอุ่นจัง

    แปลกแฮะ ทำไมถึงรู้สึกอบอุ่นแบบนี้

    เดียวนะ… มือเริ่มกลับมามีความรู้สึกแล้ว?

    “ได้—ยิน—”

    แถมเหมือนจะได้ยินเสียงบางอย่างด้วย

    “อึ๊ก...”

    แสงสว่างกลับมาสู่ดวงตา

    รู้สึกได้ถึงอากาศ รู้สึกได้ถึงแผ่นดิน รู้สึกได้ถึงสัมผัสร้อนหนาว

    รู้สึกได้ถึงชีวิต

    “นี่เธอ… ยัยดอง!? ”

    ภาพแรกที่เห็นคือภาพของยัยดองหัวเขียวที่กำลังจ้องใบหน้าของฉันอยู่

    “รักษาสำเร็จ! นึกว่าเธอตายไปแล้วเสียอีกดอง! ”

    รักษา? นึกว่าตายไปแล้ว? นี่จะบอกว่ามาช่วยข้าน้อยเอาไว้เช่นนั้นหรือ?

    “ที่นี่คือ…”

    ข้าน้อยมองไปรอบตัวแล้วเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน

    ดูเหมือนว่าตัวข้าน้อยกำลังอยู่ใจกลางรังของสไปดอร์-อาร์บอก แถมยังเป็นส่วนลึกสุดอีกด้วย

    ไกลออกไปจากตรงนี้ มีกองไฟขนาดใหญ่กำลังลุกไหม้อยู่

    อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของยัยนี่?

    จะบอกว่าข้าถูกยัยนี่ช่วยชีวิตเอาไว้เป็นครั้งที่สองเช่นนั้นหรือ?

    ถูกช่วยเอาไว้โดยพวกเผ่าอสูรกายที่ฆ่ามารดาบุญธรรมของข้าน้อยเนี่ยนะ?

    รู้สึกสับสนจังเลยแฮะ

    “รอดแล้ว รอดแล้ว~”

    ยัยดองดูดีใจมากที่ข้าน้อยยังไม่ตาย

    เธอเข้ามากอดข้าน้อยทั้งน้ำตา แล้วเริ่มลงมือลูบหัวกับใบหูกระต่ายของข้าน้อยอย่างอ่อนโยน

    ยะ...อย่าเล่นใบหูของข้าน้อยนะ!

    แต่ทว่าข้าน้อยกลับรู้สึกไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน

    เพราะรู้สึกอบอุ่นที่ถูกทำแบบนี้ใส่

    รู้สึกมีความสุขที่มีคนมาลูบหัวและใบหูอย่างอ่อนโยน

    รู้เหมือนกับว่ากำลังอยู่ในอ้อมกอดของคนรัก…

    เดียว… ดึงสติกลับมาก่อนสิตัวข้า!

    จะมามีความรู้สึก [รัก] กับพวกเผ่าอสูรกายไม่ได้เด็ดขาดนะ! แถมอีกฝ่ายยังเป็นผู้หญิงเหมือนกันด้วยไม่ใช่เรอะเจ้าค่ะ!

    สเปคของข้าน้อยต้องเป็นผู้ชายแมน ๆ ดูล่ำ ๆ แบบ [ไพไรน์] คนนั้นต่างหาก!

    ไม่สิ ตอนนี้มันใช่เวลาจะมาพูดถึงเรื่องนี้ไหมเนี่ย!?

    “ปล่อยเดียวนี้นะยัยดอง! ”

    “ดอง!? ”

    ข้าน้อยพลักยัยดองให้หลุดออกจากตัวเองด้วยความเขินอาย…

    ไม่สิ ข้าไม่ได้กำลังเขินอยู่นะ!

    “โกรธ...อยู่หรือดอง...”

    ยะ...อย่าทำเสียงเศร้าแบบนั้นสิ!

    แต่ว่าท่าทางเศร้าสร้อยของยัยนี่ดูน่ารักไม่เลวเลยนะ น่ารักจนอยากเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงเลยละ

    แถมดูเหมือนยัยนี่จะทำแว่นหายไปแล้ว ตอนนี้เลยไม่มีอะไรบดบังใบหน้าที่แท้จริงเอาไว้

    ไม่น่าเชื่อว่าพอยัยนี่ถอดแว่นออกแล้ว จะทำให้ดูน่ารักได้ขนาดนี้

    หัวใจของข้าน้อยเริ่มเต้นแรงขึ้น ใบหูเองยังร้อนจนเริ่มส่งควันลอยขึ้นมา

    ตอนนี้รู้สึกแบบประมาณว่า “อ๊า~ อยากถูกมือที่ดูนุ่ม ๆ นั้นสัมผัสหัวจัง อยากปล่อยให้ใบหูของข้าน้อยถูกคนน่ารักเช่นนี้ลูบจังเลย~”

    “...”

    ดึงสติกลับมาก่อน!

    ก่อนอื่นต้องท่องนะโมสามจบเพื่อเรียกสติ…

    นะโม~ นะโม~ นะโม~

    โอเค ครบสามจบแล้ว! ข้าน้อยได้สติกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!

    “อะ… เอาเป็นว่าขอบคุณที่ช่วยเหลือข้าน้อยเอาไว้! แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาทำแบบนี้นะ! รีบหนีกันก่อนเถอะ! ”

    ตอนนี้หยุดคิดเรื่องบ้า ๆ แล้วหาทางหนีกันก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ!

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34