ตอนที่46 ความแข็งแกร่งของบริษัทซ่งเจียง
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีมงคลสมรสระหว่างจักรพรรดิหลิวเย่และพระสนมสี่คน
ในตอนนี้พวกเขาทั้งห้าคนมานั่งอยู่ด้วยกันในห้องหนังสือตำหนักหลักของหลิวเย่
หลิวเย่กวาดสายตามองพวกนางทุกคนด้วยสายตาอ่อนโยนเล็กน้อย
“ข้าคิดว่าพวกเจ้าทุกคนคงเข้าใจเจตนาของข้าแล้ว”
พระสนมทั้งสี่คนพยักหน้าและยิ้มรับ
“อะแฮ่ม!ถ้าเช่นนั้นวันนี้พวกเจ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด พรุ่งนี้ข้าจะไปเยี่ยมเยียนพวกเจ้าทีละคน”
หลิวเย่ยอมรับโอกาสมงคลและวางแผนฉลองสมรสกับพวกนางอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม
พระสนมทั้งสี่คนทยอยเดินออกจากตำหนักของหลิวเย่ด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข
เขาเดินเข้าห้องนอนและครุ่นคิดเรื่องราวที่ผ่านมา
ตั้งแต่ได้รับโชคชะตาจากเศษเสี้ยวจิตวิญญาณจักรพรรดิอมตะหลิวเย่
ชีวิตของเขาพลิกผันทันใด!
ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น?!
คงทำวันนี้ให้ดีที่สุด!
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่!
ห้วงความคิดถึงแว่บหนึ่ง!
เขาคิดถึงใบหน้าสวยหวานของเจียงผิงผิง!!!
หากพวกเขามีด้ายแดงผูกติดกันไว้สักวันคงได้เคียงคู่กัน
รุ่งเช้าในห้องนอนของหลิวเย่
วันนี้เขาจับสลากเลือกพระสนมที่จะไปเยี่ยมเยียนวันละหนึ่งคน
เขาต้องการใช้เวลากับพวกนางแต่ละคนให้เต็มที่รวมถึงการอธิบายและชี้แจงรายละเอียดของเงื่อนไขสำคัญ
นั่นเป็นเพราะว่าหากวันหนึ่งข้างหน้ามีเหตุฉุกเฉินใดๆ พวกนางจะได้ตั้งรับทันและสามารถใช้ชีวิตกันต่อไปได้
วันแรกเป็นการเยี่ยมเยียนซุนต้าหลินวันที่สองหยางเป่าเจี๋ย วันที่สามลู่อิง และวันที่สี่เหอหยุน
หลายวันที่ผ่านมาหลิวเย่ไม่เคยพลาดการฝึกฝนเมื่อมีเวลา
เช้าวันนี้หลิวเย่ลืมตาขึ้นในห้องนอนของตน
เมื่อสำรวจตันเถียนพบว่าตันเถียนเปล่งประกายสีทองจางๆ โดยมีโล่ต้านพลังเทพหมุนวนรอบๆ
ระดับพลังที่เพิ่มขึ้นถึงระดับกลางของขอบเขตแกนทองคำ!
รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย!
ในตอนนี้เขาไม่หวาดกลัวนักฆ่าแกนทองคำนั่นแล้ว!
“รอก่อนนะ!เจ้านักฆ่าหน้าบาก! องค์กรซีเคร็ตอีกไม่นาน! ข้าจะกวาดล้างพวกเจ้าเอง!”
ดวงตาของหลิวเย่มีประกายแห่งความมุ่งมั่นที่จะกำจัดภัยสังคมให้หมดสิ้นไป!
เมื่อปรับสภาพพลังในขอบเขตใหม่ให้เสถียรแล้ว
หลิวเย่พร้อมเดินทางวาร์ปกลับโลก
เกิดแสงสว่างวาบขึ้นในห้องนอนและบรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลง
..........
หลิวเย่กวาดสายตามองรอบห้องในอพาร์ตเมนท์ของตน
ความรู้สึกคล้ายถูกดูดเข้าหลุมลึกจากการเดินทางผ่านเทเลพอร์ตไม่มีเหมือนเดิมแล้ว
นั่นแสดงให้เห็นว่าความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตวิญญาณทำให้สามารถปรับสภาพได้อย่างรวดเร็ว
“อืมไม่รู้ว่าตอนนี้โปรแกรมตรวจจับค้นพบข้อมูลแล้วหรือยัง”
เขารีบเดินไปตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่ส่งเสียงติ๊ดเบาๆ
“เจ๋ง!ทำเสร็จแล้ว!” เขาตื่นเต้นที่พบว่างานที่ทำทิ้งไว้ได้เสร็จสิ้นแล้ว
“ชายจีน-พม่าอายุ 42 ปี ความแข็งแกร่งระดับ 12 สมาชิกองค์กรซีเคร็ต(ข้อมูลลับระดับ S)”
“ห๊ะ!มีข้อมูลแค่เนี๊ย!” หลิวเย่แปลกใจที่พบข้อมูลจากฐานข้อมูลเพียงเล็กน้อย
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนค้นหาข้อมูลเพิ่มโดยใช้คำสำคัญค้นหาคือ “องค์กรซีเคร็ต”
สิบนาทีต่อมา
มีข้อมูลพร้อมภาพประกอบไม่ถึงสิบภาพโผล่บนหน้าจอ
“องค์กรซีเคร็ตก่อตั้งเมื่อ100 ปีก่อน
หัวหน้าองค์กรคนปัจจุบันหม่าจง ลูกครึ่งจีน-พม่า อายุ 36 ปี ความแข็งแกร่ง ไม่ระบุ
มีรองหัวหน้าและมือสังหาร3 คน
1.หวงตง อายุ 28ปี ความแข็งแกร่งระดับ 8
2.จินอ้าย อายุ27 ปี ความแข็งแกร่งระดับ 9
3.หม่าเหยียนอายุ 42 ปี ความแข็งแกร่งระดับ 12”
ภาพ 9 ภาพเป็นภาพของมือสังหารทั้งสามคนไม่มีภาพของหัวหน้าองค์กรแต่อย่างใด
หลิวเย่ตกตะลึงที่พบว่าองค์กรมืดและทำเรื่องผิดกฎหมายจะมีผู้แข็งแกร่งมากเช่นนี้!
เขาสงสัยว่าคนที่แข็งแกร่งระดับแกนทองคำยังมีใครอีกบ้างในโลกนี้
คิดได้ดังนี้ เขาพิมพ์คำค้นหา“แกนทองคำ” ทันที
ห้านาทีต่อมา
หน้าจอระบุข้อความคลุมเครือนั่นคือ
“ระดับ 12 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนทองคำระดับต้น พบ 1 คน -หม่าเหยียน
ระดับ 13 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนทองคำระดับกลาง พบ 2 คน-ไม่มีบุคคลในฐานข้อมูล
ระดับ 14 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนทองคำระดับปลาย พบ 1 คน-ไม่มีบุคคลในฐานข้อมูล
ระดับ 15 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนทองคำระดับสูงสุด(ตำนาน)ไม่พบระดับนี้มาห้าร้อยปี”
เขาหรี่ตาลงพลางครุ่นคิดว่า3 คนในระดับกลางและปลายคือใคร?
ที่แน่ๆ ไม่ใช่ตัวเขาแน่นอน!
แต่เขาประหลาดใจกับการจำแนกระดับความแข็งแกร่งว่าในโลกแบ่งระดับอย่างไร?!
หลิวเย่คิดถึงสมาคมศิลปะการต่อสู้จีน!
เขาแฮ็คฐานข้อมูลลับสุดยอดของพวกเขาทันทีและฐานข้อมูลสมาคมสมาพันธ์ สโมสรที่เกี่ยวข้องในโลกนี้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
พบบันทึกการจำแนกระดับความแข็งแกร่งจากฐานข้อมูลสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติจากประเทศM
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยและสนใจประเทศนี้มากขึ้น!
ดูเหมือนว่าต้องหาโอกาสไปเยี่ยมสักครั้ง!
ฐานข้อมูลสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติจำแนกความแข็งแกร่งดังนี้
ระดับ 1 แข็งแกร่งระดับพื้นฐาน– ประชาชนทั่วไปที่ไม่เจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัว
ระดับ 2 แข็งแกร่งเทียบเท่านักกีฬาหรือนักศิลปะการต่อสู้ขั้นต้น
ระดับ 3แข็งแกร่งเทียบเท่านักกีฬาทรงพลังหรือนักศิลปะการต่อสู้ระดับปรมาจารย์
ระดับ 4 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตสร้างฐานรากระดับต้น
ระดับ 5 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตสร้างฐานรากระดับกลาง
ระดับ 6 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตสร้างฐานรากระดับปลาย
ระดับ 7แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตสร้างฐานรากระดับสูงสุด
ระดับ 8 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนเสมือนระดับต้น
ระดับ 9 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนเสมือนระดับกลาง
ระดับ 10 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนเสมือน ระดับปลาย
ระดับ 11 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนเสมือนระดับสูงสุด
ระดับ 12 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนทองคำระดับต้น
ระดับ 13 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนทองคำระดับกลาง
ระดับ 14 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนทองคำระดับปลาย
ระดับ 15 แข็งแกร่งเทียบเท่าการฝึกฝนขอบเขตแกนทองคำระดับสูงสุด(ตำนาน)ไม่พบระดับนี้มาห้าร้อยปี
หลิวเย่ตกใจมากขึ้นที่พบข้อมูลเหล่านี้!
นี่แสดงว่าในโลกใบนี้ยังมีคนที่แข็งแกร่งมากกว่าเขาหลบซ่อนอยู่!
เขาขมวดคิ้วแน่นด้วยความตื่นตกใจ!
หากคนที่แข็งแกร่งนั้นเป็นฝ่ายดีก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นฝ่ายเลว นี่อาจเป็นภัยคุกคามสำหรับมวลมนุษยชาติ
ขอเพียงไม่ได้ปะทะกับยอดฝีมือขอบเขตแกนทองคำระดับปลายหรือสูงสุด
เขาก็ไม่ได้กังวลอะไร
วันนี้หลิวเย่ตัดสินใจกลับค่ายทหารเพื่อพบกับทีมกองกำลังพิเศษ
หลิวเย่โทรหาโจวเริ่นเพื่อนัดหมายเสริมความแข็งแกร่งให้กับอาวุธของพวกเขา
ครึ่งชั่วโมงต่อมาเขาขับรถไปถึงหน้าประตูทางเข้าค่ายทหารเมืองจิน
“โอ๊ะ!กัปตัน! กัปตันใช่ไหม?” เสียงตื่นตกใจดังมาจากทหารที่เฝ้าหน้าประตู
“อืม!เปิดประตูให้ฉันได้แล้ว” หลิวเย่เข้าใจอาการตกใจนั้น
ในตอนนี้ทุกคนในค่ายทหารคงรู้จักเขากันทุกคนและอาจได้ทราบข้อมูลบางอย่างมา
“รับทราบ!”ทหารที่ฟื้นสติได้รีบยกมือทำความเคารพและเปิดประตูให้หลิวเย่อย่างนอบน้อม
เมื่อหลิวเย่ไปจอดรถที่หน้าอาคารสำนักงานใหญ่
ทันใดนั้นฉีจูเอ๋อ หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และการสื่อสารซึ่งเดินติดต่อแผนกต่างๆเพื่อติดตามข่าวคราวของหลิวเย่
เมื่อเธอมองเห็นเขาลงจากรถยนต์ที่หน้าอาคารสำนักงานแฟ้มงานที่เธอหอบมาด้วยหล่นลงพื้นทันที
“ตุ๊บ!”เธออ้าปากค้างด้วยความตกใจและดีใจ
“อ๊า!กัปตัน! คุณมาแล้ว! คุณมาแล้ว!” เธอวิ่งเข้ามากอดเขาเต็มแรงโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
หลิวเย่ตัวแข็งทื่อกับสัมผัสอ่อนนุ่มของภูเขาลูกใหญ่สองลูกที่มาปะทะหน้าอกเขาเต็มรัก
“เอ่อ!ใช่! ฉันมาแล้ว!”เขารีบจับไหล่สองข้างของเธอแล้วผลักออกอย่างนุ่มนวล
เสียงกรีดร้องดังลั่นของฉีจูเอ๋อดังเข้าหูใครหลายคนในอาคารนั้น
หูตงรองหัวหน้าแผนกฝึกทหาร วิ่งเข้ามากอดหลิวเย่เป็นคนที่สอง “อ๊า!กัปตัน! ในที่สุดคุณก็มา!พวกเรารอคอยคุณอยู่
ทุกวัน!”
สัมผัสกอดจากหูตงแข็งกระด้างช่างต่างจากสาวสวยเสียจริง หลิวเย่ส่ายหัวในใจ
โจวหง เจ้าอ้วนว่านเต๋อฉี เสว่จงกวน ทุกคนรีบวิ่งเข้ามากอดเขาด้วยความยินดีและโล่งใจ
“กัปตัน คุณปลอดภัยไหม?”
“กัปตันฉันคิดถึงคุณ+”
“กัปตันต่อไปฉันจะเชื่อฟังคุณ!”
“กัปตันมาให้ฉันกอดหน่อย!”
คำพูดแสดงความยินดีและห่วงใยมาจากพวกเขาทุกคน
ในตอนนี้ทุกคนในทีมล้วนให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจหลิวเย่
ขณะที่พวกเขานั่งเฮลิคอปเตอร์กลับค่ายทหารพร้อมกับเป้าหมายที่ช่วยเหลือไว้ได้นั้น
พวกเขาแต่ละคนได้แลกเปลี่ยนทัศนคติในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้
ทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าหากไม่ได้หลิวเย่ พวกเขาอาจไม่มีชีวิตรอดปลอดภัยกลับบ้าน
ความซาบซึ้งใจก่อเกิดความเคารพและศรัทธาโดยธรรมชาติ
“เอาล่ะ!เอาล่ะ! ฉันสบายดีและปลอดภัยกลับมาแล้ว!”
เจ้าอ้วนได้โอกาสรีบเสนอทันที“กัปตันกลับมาปลอดภัย แบบนี้พวกเราต้องฉลองกันหน่อยดีไหม?”
หลิวเย่ได้ยินข้อเสนอของเจ้าอ้วนเขาพลันนึกถึงเหล้านมม้าและนมแพะ ที่อยากให้ลูกทีมของเขาได้ฉลองร่วมกัน
“พวกเราไปกินที่ภัตตาคารเม่ยซวงกันเถอะฉันเลี้ยงเอง!” หลิวเย่อาสาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารทันที
โจวหงเอ่ยขัดขึ้นมาทันที“ไม่! ไม่! เจ้าภาพรอบนี้ไม่ใช่กัปตัน! ต้องเป็นพวกเราทุกคนสิ! จริงไหม?” โจวหงกล่าวแล้ว
เหลียวมองคนอื่นๆ ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
พวกเขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนคล้ายจะนึกอะไรบางอย่างออกต่างพากันพยักหน้าตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์
“ทำไมไม่ให้ฉันเลี้ยงล่ะ?”หลิวเย่ถามด้วยความงุนงง
“อะแฮ่ม!มันเป็นอย่างนี้กัปตัน คุณจะได้เลี้ยงพวกเราคืนแน่ๆเมื่อผ่านพิธีรับเหรียญกล้าหาญจากผู้บัญชาการ”
เสว่จงกวนกระแอมไอก่อนเป็นตัวแทนกล่าวแทนเพื่อนๆ
“อ้อ!อย่างนี้นี่เอง!” หลิวเย่พยักหน้าตกลงเมื่อหันมองรอบกายแล้วทุกคนมีรอยยิ้มสื่อความหมายเดียวกัน
“แต่พวกคุณควรกินและดื่มพอประมาณนะเราจำเป็นต้องรักษาระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด”หลิวเย่กำชับพวกเขาด้วยความเป็นห่วง
“รับทราบ!”เสียงขานรับคำสั่งดังสนั่นทั่วอาคาร
จากนั้นพวกเขาแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนและนัดรวมกันที่ร้านเม่ยซวงเวลา18.00 น.
หลิวเย่เข้ามาในห้องทำงานและเปิดคอมพิวเตอร์
ในเวลานี้เขาต้องรายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน
“ทำความเคารพผู้บัญชาการ!”
“สวัสดี!กัปตันหลิวเย่!” ชายวัยกลางคนกล่าวทักทายด้วยสีหน้ายินดีและแจ้งข่าวที่ได้จัดเตรียมไว้
“การปฏิบัติภารกิจแรกของคุณทำได้ดีมากทางกองทัพมีมติจะมอบเหรียญกล้าหาญให้กับคุณและเลื่อนยศจากพันตรีเป็นพันโทพิธีกำหนดไว้ในอีกสองวันที่กองบัญชาการกองทัพของประเทศ”
“รับทราบ!ขอบคุณผู้บัญชาการ!” หลิวเย่ทำความเคารพขอบคุณพวกเขา
มีความรู้สึกภาคภูมิใจเกิดขึ้นภายในจิตใจของเขา!
สักวันหนึ่งเขาจะบอกข่าวดีนี้กับแม่ของเขา!
แต่ตอนนี้เขายังมีภารกิจอื่นที่ต้องทำอีกมาก
หลังจากทักทายและนัดหมายการเข้ารับเหรียญกล้าหาญและเลื่อนยศที่กรุงปักกิ่งแล้ว
หลิวเย่ขับรถไปหาโจวเริ่นและเสี่ยวเฉา
บ่ายนี้เขามีนัดเสริมความแข็งแกร่งให้กับอาวุธของพวกเขาก่อนที่จะไปทานอาหารเย็น
……….
ครึ่งชั่วโมงต่อมาณ วิลล่าริมทะเลสาบของหลิวเย่
เสี่ยวเฉาเดินไปมาอยู่หน้าวิลล่าในขณะที่โจวเริ่นพาชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งมารอต้อนรับหลิวเย่
“เอี๊ยด” เสียงเบรกห้ามล้อดังลั่นหน้าวิลล่า
หลิวเย่ก้าวลงจากรถและมองเห็นเสี่ยวเฉายิ้มกว้างกับโจวเริ่นที่มีสีหน้ายินดี
มองไปอีกด้านพบชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ
“โอ้!บอสหลิวมาแล้ว!” เสี่ยวเฉาเอ่ยทักทายเสียงดัง
“ทำความเคารพบอสหลิว!”โจวเริ่นและชายฉกรรจ์ทำความเคารพหลิวเย่อย่างแข็งขัน
“อืมสวัสดีทุกคน” หลิวเย่พยักหน้าเล็กน้อย
“รายงานบอสหลิว!”โจวเริ่นรีบก้าวเข้ามารายงานความก้าวหน้า
“ว่ามา”เขาพยักหน้ารับทราบ
“ตอนนี้มีผู้มาสมัครเพิ่มอีก52 คน บาดเจ็บจากการสู้รบ 31 คน ป่วยเป็นโรคต่างๆ 4 คน ร่างกายปกติดี 17 คนผลการฝึกร่างกายที่ผ่านมาระดับความแข็งแกร่งของชุดแรกอยู่ที่ระดับ 8 ชุดที่สองที่สามารถฝึกได้ครบทุกขั้นตอนทั้ง17 คน ความแข็งแกร่งอยู่ที่ระดับ 3 สมาชิกหนึ่งร้อยคนมีอาวุธประจำตัวคือมีดทหาร มีดสั้นปืน แส้ และมีดดาวกระจาย”
“อืมพวกคุณทำได้ดีมาก! จงตั้งใจฝึกต่อไป! เพราะนอกเหนือจากแบบฝึกประยุกต์ที่ฉันให้ไปนี้แล้วมันยังมีแบบฝึกที่เหนือกว่าและแข็งแกร่งกว่านี้อีก”
เมื่อหลิวเย่พูดเช่นนี้แววตากระหายใคร่รู้ปรากฏในสายตาของโจวเริ่นและลูกทีมทุกคน
หลิวเย่กล่าวเพิ่มเติม
“หลังจากที่ฉันเสริมความแข็งแกร่งของอาวุธให้แล้วทีมชุดแรกทั้ง 48 คนให้แบ่งออกเป็นสองชุด”
“ชุดที่หนึ่ง 20คนให้ไปรักษาความปลอดภัยโรงงานบะหมี่เม่ยเว่ยทั้งสองแห่ง”
“ชุดที่สอง 24คนให้ไปรักษาความปลอดภัยร้านอัญมณี “หรงเหยา” พร้อมกับดูแลความปลอดภัยในการก่อสร้างให้เสร็จทันตามกำหนดเวลา”
“ส่วนชุดที่สามที่มาใหม่52 คนแบ่งรักษาความปลอดภัยที่วิลล่าแห่งนี้และวิลล่าที่กำลังสร้างเป็นสำนักงานของบริษัทซ่งเจียง”
“สุดท้ายอีก 4คนที่เหลือให้คัดเลือกคนที่ฝีมือดีและมีไหวพริบไปคอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้แม่ของฉัน”
“รับทราบ!”โจวเริ่นและชายฉกรรจ์ทั้งหมดขานรับเสียงดัง
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปรักษาคนเจ็บป่วยกันเถอะ”หลิวเย่พยักหน้าให้โจวเริ่นเดินนำไปยังห้องคนที่บาดเจ็บ
ในขณะนั้นเสี่ยวเฉาที่รอจังหวะอยู่รีบเดินเข้ามาหาหลิวเย่ทันที “บอส! บอสอย่าลืมฉันสิ!”
หลิวเย่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้คุยกับเสี่ยวเฉาจึงหันหน้ามาหาและถามว่า “มีอะไรเสี่ยวเฉา? ว่ามา!”
“เป็นอย่างนี้บอสอะแฮ่ม! การก่อสร้างเริ่มต้นได้ดีและรวดเร็ว คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จในเดือนหน้าแต่พอดีทางเรารับคนเพิ่มเข้าบริษัทซ่งเจียง เลยทำให้.....อ่า.....”เสี่ยวเฉาเริ่มพูดตะกุกตะกัก
หลิวเย่หรี่ตาลงเล็กน้อยและทันใดนั้นเขาเข้าใจทันที“อ่า! ถ้าอย่างนั้นฉันจะโอนไปให้อีก 30 ล้านพอไหม?”
“โอ้!พอ! พอบอสหลิว! ไม่มีปัญหา!” เสี่ยวเฉาโค้งขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า
หลิวเย่ส่ายหัวเล็กน้อยที่เขาละเลยลูกน้องไป
โจวเริ่นเดินนำเขาไปยังห้องโถงใหญ่ทางด้านหลังวิลล่าซึ่งต่อเติมเป็นการเฉพาะ
เมื่อมาถึงห้องโถงใหญ่ที่มีชายฉกรรจ์จำนวน99 คนยืนรอคอยเขาอย่างเป็นระเบียบ
“ทำความเคารพบอสหลิว!”พวกเขาส่งเสียงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน
หลิวเย่พยักหน้าเล็กน้อยพลางกวาดสายตามองพวกเขาทุกคน
พบว่าสายตาของพวกเขามีแววตาที่ตื้นตันใจซาบซึ้ง ตื่นเต้น กังวล หวาดระแวง คละเคล้ากันไป
เขาไม่ได้สนใจประเด็นเล็กน้อยเหล่านี้
เสียงของโจวเริ่นหันไปสั่งลูกทีมของตนทันที“แบ่งโซนคนเจ็บ คนป่วยออกแยกกันให้ชัดเจน ส่วนอาวุธ.....”
โจวเริ่นหันมามองหน้าหลิวเย่คล้ายขอความคิดเห็นจากเขา
หลิวเย่จึงออกคำสั่ง“นำอาวุธจัดกลุ่มแยกประเภทแล้วไปวางไว้ในห้องหนังสือ”
จากนั้นเขาหยิบน้ำอมฤตขวดสีฟ้าสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ให้กับโจวเริ่นและบอกเขาว่า
“ให้พวกเขากินในวันพรุ่งนี้เมื่อฉันรักษาพวกเขาเสร็จแล้ว สำหรับคนปกติที่มาใหม่ให้ทานได้เลย”
และหยิบน้ำอมฤตขวดสีเหลืองสำหรับรักษาโรคให้คนทั้ง34 คน “ส่วนขวดนี้ให้พวกเขาที่บาดเจ็บและป่วยทานได้เลยแล้วฉันจะช่วยรักษาอีกแรง”
ภาพที่หลิวเย่หยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีต่างๆออกมาจากอากาศทำให้คนที่มาใหม่ทั้ง 52 คนต่างตื่นตกใจและอ้าปากค้าง
แต่คนเก่าที่เคยเห็นภาพนี้แล้วพวกเขายังคงมีอาการตื่นเต้นเหมือนดูมายากล
ในความคิดของคนที่มาใหม่นั้นอันที่จริงพวกเขากังวลและหวาดระแวงว่าคำเชิญชวนจากเพื่อนทหารและกัปตันทีมหมาป่า
เงินจะเชื่อถือได้หรือไม่?
เมื่อเห็นภาพอันน่าอัศจรรย์เช่นนี้!
พวกเขากลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอเริ่มเกิดความเกรงกลัวต่อบอสหลิว! เจ้านายคนใหม่นี้!
จากนั้นหลิวเย่ทำการรักษาคนที่ได้รับบาดเจ็บไม่ว่าจะเป็นกระดูกแตกหักอวัยวะได้รับบาดเจ็บ
สองชั่วโมงผ่านไป
คนที่บาดเจ็บและป่วยทั้งหมดมีสีหน้าเปลี่ยนแปลงไปเมื่อพวกเขาพบว่าอาการบาดเจ็บหรือการป่วยนั้นได้หายไป
ปลิดทิ้งราวปาฏิหาริย์!
สวรรค์!
นี่มันเป็นการกระทำของเทพ!
โอ้!เทพอย่างแท้จริง!
ความซาบซึ้งและตื้นตันใจที่มีคนเห็นคุณค่าและรักษาพวกเขาให้หายขาดเหมือนกับได้ชีวิตใหม่
ความรู้สึกอบอุ่นใจแผ่ซ่านทั่วร่างกายของใครหลายคน
พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนอดีตทหารชุดแรกที่มาทำงานนี้ถึงได้จงรักภักดีต่อหลิวเย่นัก
ในตอนนี้ที่พวกเขาหายเป็นปกติดีพวกเขามีความตั้งใจที่จะตอบแทนหลิวเย่ด้วยความซื่อสัตย์และจงรักภักดีเช่นกัน
“ขอบคุณบอสหลิว!”
“ขอบคุณบอสหลิว!”
“ขอบคุณบอสหลิว!”