“ไม่รู้สิ พวกเราเองก็ไม่มีร้านในใจด้วยสิ” ปอนเพื่อนสาวอีกคนของพีพีที่พูดออกมาไม่ใส่ใจมากนัก เพราะสำหรับตัวเธอแล้วจะเอายังไงก็ได้
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไม่ลองสุ่มๆ ร้านดูละ เพื่อพวกเราจะเจอร้านดีๆ ก็ได้” แม็กผู้ชายคนเดียวในกลุ่มที่เห็นว่าไม่มีใครมีร้านในดวงใจของตัวเองก็ลองแนะนำพวกเธอดู
“ก็อย่างที่แฟนของฉันว่า ถึงร้านขายชุดออกงานในที่นี้มันจะแพงไปหน่อยแต่มันก็ไม่น่าจะเกิดกำลังของเราไปได้หรอก” ณีแฟนสาวของแม็กกล่าวสนับสนุนแฟนของตัวเอง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครคัดค้านพวกเธอก็ลองเดินสุ่มๆ แต่เมื่อพวกเธอเห็นการตกแต่งของร้านที่ดูดีตรงหน้าแล้วก็รู้สึกสนใจแล้วลองถามเพื่อนๆ ดู
“ฉันเห็นร้านนั้น ตกแต่งดูดีมากๆ พวกเราลองเข้าไปหน่อยไหม” พีพีเธอชี้แล้วถามความคิดเห็นของเพื่อนๆ
“ก็ดีนะ ร้านที่ตกแต่งหรูหราขนาดนี้ต้องมีเสื้อผ้าที่คุณภาพที่ดีแน่ๆ” เมื่อเห็นว่าไม่มีคัดค้านความคิดเห็นของเธอก็พากันเข้าไป“ว้าวเนื้อผ้าดีมากเลยอะแก” พีพีที่ลองสัมผัสกับเนื้อต่างพูดออกมาอย่างชื่นชม แต่ก่อนที่พวกเพื่อนๆ ของเธอจะลองจับดูบ้างก็ได้มีเสียงตะโกนดังออกมาก่อน
“กรี๊ด....นี้พวกเธอทำอะไรเนี่ย” พนักงานขายที่เธอพึ่งเข้าไปหลังร้านเพราะเธอรู้สึกเบื่อๆ ที่วันนี้ไม่มีลูกค้าที่ดูจะมีตังเข้ามาในร้านเธอบ้างเลย
แต่เมื่อเธอออกมาที่หน้าร้านอีกครั้งเธอกลับพบวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ดูยังไงก็เป็นพวกที่ไม่มีเงินที่จะซื้อของของเธอเลยด้วยความที่วันนี้เธออารมณ์ไม่ดีมากๆ ที่ไม่สามารถขายของได้เลย เมื่อเห็นพีพีและพวกเพื่อนๆ กำลังจับชุดราตรีชุดหนึ่งที่มีราคาหลักเกือบแสนถึงกับทำให้เธอปรี๊ดแตกถึงแม้มันจะเป็นชุดที่โชว์ให้ลูกค้าดูและสัมผัสเนื้อผ้าก็ตาม
แต่ในความคิดของเธอเด็กตรงหน้าพวกนี้ในสายตาของเธอนอกจากจะไม่มีเงินที่จะมาซื้อชุดนี้แล้วพวกเธออาจจะทำชุดราตรีราคาเกือบแสนชุดนี้เสียหายด้วย
พีพีและเพื่อนๆ ของเธอถึงกับมึนงง เมื่อเห็นพนักงานฝ่ายขายทำไมต้องวิ่งมาปัดมือพวกเธอด้วยแถมยังพลิกไปพลิกมาดูว่าชุดราตรีข้างหน้าเธอเสียหายหรือไม่
“พวกเธอรู้ไหมว่าชุดราตรีชุดนี้เท่าไร ถ้าพวกทำชุดนี้เสียหายพวกเธอจะชดใช้ยังไง” พนักงานฝ่ายขายถึงกับทำหน้าถมึนมองมายังพวกเธอด้วยสีหน้าโกรธแค้น
“แล้วไม่ต้องบอกว่าพวกเธอตั้งใจมาซื้อชุดราตรีชุดนี้นะ เพราะจากสารรูปของพวกเธอแล้วดูยังไงก็ไม่มีปัญญาชุดนนี้แน่นอน” พนักงานพูดและมองพีพีและเพื่อนๆ อย่างเหยียดหยาม
พีพีที่ยืนอยู่ตรงหน้ารับคำสบประหม่าของพนักงานฝ่ายขายไปเต็มก็ถึงกลับปรีดแตกแล้วพุดสวนไปว่า
“นี่มันอะไรกันห๊ะ...ทำไมถึงบอกพวกเราว่าไม่มีปัญญาซื้อแค่เสื้อผ้าชุดเดียวเนี่ยนะพวกเราไม่มีปัญญาซื้อ” พีพีพูดออกมาด้วยอารมณ์โกรธ
“ก็ใช่นะสิ พวกเธอรู้รึเปล่าชุดราตรีชุดนี้มันราคาเท่าไร” พนักงานฝ่ายขายพูดอย่างถือดีและโอ้อวดชุดราตรีชุดนี้เหมือนมันเป็นของตน
ปอนที่เห็นเรื่องนี้มันจะไม่จบง่ายๆ ก็ได้ดึงแขนพีพีออกมาเพราะพวกเธอไม่อยากจะเถียงกับพนักงานปากเสียเหล่านี้
“อะไรของเธอเนี่ยยัยปอน” พีพีที่โดนเพื่อนจับแขนออกมาก็ไม่ยอมให้เพื่อนลากออกไปง่ายๆ สลัดแขนหลุดออกมาแล้วพูดต่อว่า
“ทำมาบอกว่าแพงอย่างนั้นแพงอย่างนี้ฉันละอยากรู้จริงๆ ว่าไอ้ชุดที่เธอพูดมันจะราคาสักเท่าไรกันเชียว” พีพีพูดมาด้วยน้ำเสียงดูถูก ในความคิดของเธอชุดราตรีชุดนี้อย่างมากก็ไม่เกินห้าหมื่นซึ่งราคาแค่เธอพอจะควักเนื้อตัวเองมาซื้อมาตบหน้าพนักงานนี้ได้อยู่
“เหอะ ราคาเท่าไรนะเหรอแหกดูสิว่ามันราคาเท่าไร” พนักงานฝ่ายขายชี้ไปที่ป้ายราคาที่แขวนไว้อยู่
“กะ..เก้าหมื่นเจ็ดพันบาท” พีพี ถึงกับเสียงสั่นเธอไม่คิดเลยว่าชุดราตรีชุดนี้จะแพงขนาดนี้เมื่อพีพีได้เห็นราคาจริงถึงกับมองหน้าอีกฝ่ายเงียบเพราะเธอเองนั้นไม่มีปัญญาซื้อจริงๆ
“เหอะ เงียบทำไมดูก็รู้แล้วว่าพวกเธอมันไม่มีปัญญาซื้อ แถมยังมาอวดดีถามราคามันอีก” พนักงานขายที่เห็นอีกฝ่ายเงียบไปเธอก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่มีเงินอย่างที่เธอคิดจริงๆ ก็ยิ่งรู้สึกดูถูกพวกเธอมากกว่าเดิม
แม็กที่ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของพนักงานหญิงคนนั้นก็ได้เสนอหน้าตัวเองทันที
“แล้วถ้าผมจะซื้อแทนครับ” แม็กเดินมาข้างหน้าแล้วถามอีกฝ่ายอย่างใจเย็น
“แม็ก...” ณีที่เห็นแฟนหนุ่มของตัวเองออกหน้าให้เพื่อนๆ ของเธอก็รู้สึกดีใจถึงเธอจะรู้ว่าทางบ้านของแม็กนั้นค่อนข้างดีแต่ถึงอย่างนั้นตัวแม็กเองก็ไม่ได้เงินจากทางบ้านมากนัก แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ความฝันการมีครอบครัวของเธอเป็นจริงเช่นกัน
“แม็กพอเถอะ ไม่ต้องช่วยเราหรอกราคาชุดมันแพงขนาดนั้นเรากลับกันดีกว่า” พีพีกล่าวห้ามแม็กเพราะเธอไม่อยากให้แฟนของเพื่อนมาเสียเงินกับเรื่องงี่เง่าพันธุ์นี้
แม็กที่มองพีพีก็ลังเลถึงเขาจะมีเงินซื้อชุดนี้ก็จริงแต่เงินเก็บที่เขามีก็ไม่ใช่ว่าจะเยอะ
“เหอะ ถ้ารู้ตัวก็กลับไปซะ แล้วนายไม่ต้องมาทำอวดรวยต่อหน้าฉันทั้งๆ ที่ตัวเองก็แทบจะไม่มีกิน” พนักงานขายไล่แม็กและพีพีออกไปพร้อมกับสีหน้าเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ตัดมาที่เอกที่ยืนดูมาสักพักแล้วเมื่อเห็นว่าเรื่องราวมันเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ เอกก้ได้กระชับกับเด็กๆ แล้วสอนพวกเธอไปในตัว
“น้ำทิพย์กลับไมค์ห้ามทำตามผู้หญิงเด็ดขาดเลยนะครับ” เอกสอนพวกเขาให้เห็นถึงตัวอย่างที่ไม่ดีแล้วบอกต่อพวกเธอ
คร้าบ/ค่า-!
เอกที่เดินมาถึงหน้าร้านแต่ในขณะที่เขากำลังจะเปิดปากพูดเสียงของน้ำทิพย์และไมค์ก็ดังขึ้นมาก่อน
“อึ๋ย...คุณพ่อคะทำไมคุณป้าคนนั้นถึงทำท่าดุเหมือนแม่มดเลยนะคะ” น้ำทิพย์ที่เห็นท่าทางที่ดุร้ายของพนักงานขายก็ถึงกับหวาดกลัวแล้วหันมาเกาะขาเอกแทน
ทั้งพีพีและเพื่อนรวมถึงพนักงานขายที่กำลังโต้เถียงกันอยู่นั้นถึงกับหยุดชะงักเมื่ออยู่ๆ พวกเธอได้ยินเสียงจากไหนไม่รู้มาว่าพนักงานขายเหมือนแม่มด ทำให้พีพีและเพื่อนๆ ที่กำลังเศร้าอยู่นั้นถึงกับยิ้มขำออกมา
ส่วนพนักงานขายที่กำลังจะด่าน้ำทิพย์ส่วนคืนก็ได้ยินเสียงไมค์พูดขึ้นมาก่อน
“ใช่ๆ เหมือนแม่มดในหนังผีเลยคุณพ่อครับพวกเราอย่าไปหาแม่มดนี้เลยไมค์กลัว” ไมค์ที่เห็นด้วยกับน้องก็รู้สึกหวาดกลัวพนักงานขายคนนี้เป็นอย่างมาก
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ x5-!
(__) พนักงานขาย
ในตอนแรกพีพีและเพื่อนๆ จะไม่หัวเราะใส่พนักงานแล้วแต่เมื่อได้ยินคำพูดของเด็กชายคนหนึ่งพวกเขาถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดังแม็กและพีพีรวมถึงคนในกลุ่มเธอถึงกับยกนิ้วโป้งให้กับไมค์อยู่ในใจว่า
“นายแน่มาก”
แต่ก่อนที่พวกเขาจะหัวเราะกับคำพูดของไมค์ไปมากกว่านี้พนักงานขายที่ทนไม่ไหวกับคำพูดของไมค์ก็ถึงกับวิ่งไปหาไมค์แล้วง้างมือจะตบไมค์ให้ราบจำข้อหามาว่าเธอเป็นแม่มด
พีพีและพวกของเธอที่เห็นว่าพนักงานขายจะทำอะไรก็ตาโตตกใจต่างก็วิ่งจะมาห้ามเธอ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ....” แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเมื่อฝ่ามือของอีกฝ่ายหวดลงไปแล้ว
เพี๊ยะ-!
กรี๊ดดดดดดด-!
แต่ดูเหมือนว่าเสียงที่ถูกตบจะไม่ใช่เสียงของไมค์ แต่เป็นเสียงของพนักงานขายมากกว่า และก่อนที่เธอจะลงมือกับไมค์ด้วยความโกรธเข้าครอบงำเลยทำให้เธอไม่ได้สังเกตเอกที่ยืนอยู่ข้างๆ
แต่ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นมาว่าเอกอีกครั้งเธอก็รู้สึกร่างกายของเธอเหมือนมีอะไรมากดทับ แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นไปเธอก็ได้เห็นสายตาที่น่ากลัวของเอกปรากฏออกมา
“กล้าดียังไงคิดจะมาทำร้ายลูกของฉัน ค่อยดูเหอะว่าฉันจะจัดการเธอยังไง” เอกถึงกับโกรธจัดเพียงแค่คำพูดของเด็กแค่นี้ถึงกับต้องลงมือกันเลยเรอะ
(อ้าวๆ ดันมาเล่นกับลูกเฮียเอกแบบนี้ได้ยัง) ตอนนี้ตอนดิบนะครับ เดี๋ยวผมจะทำการทยอยแก้ไข้คำผิดตั้งแต่ตอนแรก รวมถึงอีกเรื่องด้วย