ทางด้านหลิวซิ่วฉินกำลังกุมมือเจียงอิ๋งอิ๋งพลางปาดน้ำตา"ลูกเอ๋ย แม่ไม่สบายใจเลย! ตระกูลเสิ่นยากจนถึงขนาดนั้นจะเอาอะไรมาให้ลูกได้กินอิ่มหนำกันเล่า..."
เจียงหงอิงพูดขัดขึ้นว่า"แม่คะ อย่าทำให้น้องเล็กลำบากใจเลยค่ะ!หนูว่าน้องเล็กดูดีเลยทีเดียว ดีกว่าก่อนแต่งงานตั้งเยอะนะคะ!"
หลังจากแต่งงานไปแล้วนิสัยใจคอก็เปลี่ยนไปใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มพริ้มพรายไม่ดีกว่าตอนที่คอยเอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงใส่คนในบ้านทุกวันหรอกหรือ?
เจียงอิ๋งอิ๋งออดอ้อนซบไหล่หลิวซิ่วฉิน"แม่จ๋า แม่ไม่รู้หรอกว่าหนูคิดถึงแม่แค่ไหนเมื่อก่อนหนูไม่รู้ความแต่พอแต่งงานไปถึงได้รู้ว่าแม่ของหนูคือแม่ที่ดีที่สุดในโลกเลย!"
พอพูดจบเธอก็เหลือบตาคู่งามมองไปยังพี่สาวทั้งสองคน "พี่ใหญ่พี่รองก็ดีกับหนูมากหนูมีความสุขที่สุดเลยค่ะ!"
เจียงหงอิงหัวเราะร่า"นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าปากจะหวานขึ้นขนาดนี้?"
เจียงจิ้งจิ้งเป็คนพูดน้อยแต่ตอนนี้ก็หัวเราะออกมาเช่นกัน "น้องเล็กเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ"
มีเพียงหลิวซิ่วฉินที่ทั้งปลาบปลื้มระคนกังวลใจ"ลูกรัก หรือเพราะชีวิตที่บ้านเสิ่นมันลำบากลูกถึงได้ถูกบีบให้ต้องเปลี่ยนนิสัยไปแบบนี้?"
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มตาหยีพลางเขย่ามือแม่"แม่จ๋า ลูกสาวที่แม่ให้กำเนิดขึ้นมาจะยอมให้ใครมารังแกได้ยังไงกัน?"
คำพูดประโยคเดียวในที่สุดก็ทำให้หลิวซิ่วฉินหัวเราะออกมาได้เธอขยับพัดในมือพลางถอนหายใจ "เอาเถอะๆเดี๋ยวตอนกลับก็เอาปลาที่เหลืออีกตัวติดมือไปด้วยนะ"
"ไม่ได้หรอกค่ะ"
เจียงอิ๋งอิ๋งปฏิเสธ"กลับมาเยี่ยมบ้านเดิมทั้งที จะหอบของกลับไปได้ยังไงกัน?"
"บอกให้เอาไปก็เอาไปเถอะ พูดมากจริง!"
หลิวซิ่วฉินทำหน้าดุก่อนจะเหลือบมองลูกสาวอีกสองคน "พวกแกก็อย่าได้น้อยใจไปอิ๋งอิ๋งเพิ่งแต่งงานออกไปแถมอายุยังน้อยฉันที่เป็แม่ก็ต้องลำเอียงช่วยเหลือน้องบ้างเป็ธรรมดา"
ความลำเอียงของแม่ไม่ใช่เื่แปลกใหม่พี่สาวทั้งสองคนย่อมไม่เก็บมาใส่ใจอยู่แล้ว
ก่อนจะกลับพี่สามเจียงหม่านชางแอบยัดห่อผ้าให้เธออย่างมีลับลมคมใน"น้องเล็ก นี่เป็ของดีนะ พี่สามอุตส่าห์ลำบากลำบนหามาให้กลับไปแล้วค่อยเปิดดู รับรองว่าน้องต้องชอบแน่!"
เจียงอิ๋งอิ๋งใจกระตุกวูบห่อผ้านั้นไม่ใหญ่และเบามาก ััดูเหมือนจะเป็ผืนผ้า
เธอทนไม่ไหวจึงแอบเปิดดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นปรากฏว่าเป็ผ้าใยสังเคราะห์ที่พับซ้อนกันหนาเตอะ พื้นสีขาวลายดอกชมพูให้ความรู้สึกเรียบหรูดูแพงแบบสมัยใหม่
ใน่เวลานี้ผู้คนส่วนใหญ่มักจะตัดเย็บเสื้อผ้าใส่เองเสื้อตัวหนึ่งใส่สามปี ซ่อมไปสามปี แล้วก็ปะชุนใส่อีกสามปี
ยิ่งไปกว่านั้นคนในชนบทที่ต้องลงไปทำงานในไร่นาก็สวมใส่แต่ผ้าเนื้อหยาบ ไม่สีน้ำเงิน สีดำก็สีเทา...
ผ้าใยสังเคราะห์เป็งานฝีมือสมัยใหม่ที่เพิ่งเข้ามามีบทบาทหากนำมาตัดเป็เสื้อผ้าได้ก็นับว่าเป็ของฟุ่มเฟือยเลยทีเดียว
ระหว่างทางกลับบ้านเสิ่นเหยายังคงความเงียบขรึมตามนิสัยเดิม ซึ่งเจียงอิ๋งอิ๋งก็ไม่ได้ใส่ใจ
เธอแอบตรวจสอบค่าโชคชะตาของตัวเองเงียบๆหลังจากกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมในครั้งนี้ เธอสะสมแต้มได้ถึงแปดแต้มแล้วของที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ก็มีหลากหลายยิ่งขึ้น
นอกจากอาหารแล้วยังมีโชคลาภด้านการเงินอีกด้วย
เจียงอิ๋งอิ๋งใจสั่นเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่รีบร้อนแลกสิ่งของใดๆ เพราะเพิ่งได้ปลาและข้าวสารมาจากที่บ้านเื่ของกินจึงยังไม่เป็ปัญหาในตอนนี้
เธอตัดสินใจที่จะรอไปก่อน
ทว่ายังไม่ทันจะถึงบ้านก็ได้พบกับคนผู้หนึ่งเข้าเสียก่อน
นั่นคือลูกสาวของคุณอาของเจียงอิ๋งอิ๋งซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ แต่ชื่อเสียงกลับต่างกันลิบลับ
เรียกได้ว่าเป็หญิงสาวในอุดมคติของบรรดาชายหนุ่มในหมู่บ้านเลยทีเดียว
ใบหน้ารูปไข่ผิวไม่ขาวจัดแต่ดูสุขภาพดี ดวงตากลมโตฉายแววใสซื่อบริสุทธิ์โดยเฉพาะเปียผมสองข้างที่ดำขลับหนานุ่มยาวถึงกลางหลัง
เจียงอิ๋งอิ๋งพลันนึกถึงเพลงเก่าเพลงหนึ่งขึ้นมา...‘ในหมู่บ้านมีหญิงสาวนางหนึ่งนามเสี่ยวฟาง...’
ช่างประจวบเหมาะเสียจริงเพราะหญิงสาวคนนี้ก็ชื่อเจียงเสี่ยวฟางเช่นกัน
"พี่คะ จะกลับกันแล้วหรือคะ?" เจียงเสี่ยวฟางระบายยิ้มบนใบหน้าพลางเข้ามาคล้องแขนเธออย่างสนิทสนม"ฉันยังมีเื่ในใจอยากจะระบายให้พี่ฟังอยู่เลยนะคะ!"
พอพูดจบดวงตากลมโตก็ชำเลืองมองเสิ่นเหยา "นี่คงจะเป็พี่เขยสินะคะ?"
ช่างเป็คำถามที่รู้อยู่เต็มอกแท้ๆ
เจียงอิ๋งอิ๋งแอบสบถในใจแต่บนใบหน้ายังคงประดับยิ้มละมุน "น้องเสี่ยวฟางจะไปไหนหรือจ๊ะ?"
พอเสี่ยวฟางได้ยินสีหน้าก็หม่นหมองลงทันที "พ่อป่วยอีกแล้วค่ะงานในไร่ก็ค้างอยู่เต็มไปหมด ฉันเลยต้องรีบลงนาไปทำงานน่ะค่ะ"
เธอพูดพลางมองเจียงอิ๋งอิ๋งด้วยสายตาอิจฉา"พี่นี่วาสนาดีจริงๆ นะคะ พี่เขยทั้งเก่งทั้งขยันงานในไร่ก็ฝีมือชั้นยอดเลย เฮ้อ... วันหน้าหวังว่าฉันจะได้แต่งงานกับคนดีๆแบบนี้บ้าง!"
หืม...เจอคนประเภทเดียวกันเข้าให้แล้วหรือ? ยัยเด็กนี่ก็เป็‘แม่ชาเขียว’ ชั้นยอดเหมือนกันนี่นา!
เจียงอิ๋งอิ๋งอยากจะกลอกตาอยู่ในใจทว่าภายนอกกลับมองเสิ่นเหยาด้วยสายตาเอียงอาย "เสี่ยวฟางจ๊ะผู้ชายอย่างพี่เขยของเธอน่ะมีไม่มากหรอกนะ เธอจะแต่งงานทั้งทีอย่าตั้งมาตรฐานไว้สูงเกินไปนักเลย"
เป็ไปตามคาดสีหน้าของเสี่ยวฟางเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แม้หน้าตาของเธอจะเทียบเจียงอิ๋งอิ๋งไม่ได้แต่ก็ดูหมดจด เป็หญิงสาวที่เพียบพร้อมและน่าจะไม่เื่มาก
ตอนเด็กๆเธอเคยเรียนหนังสืออยู่ไม่กี่ปีและเมื่อปีที่แล้วยังได้เข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกด้วย
ถึงแม้จะสอบไม่ติดแต่เธอก็ถือตัวว่าสูงส่งกว่าคนอื่นั้แ่นั้นมา สายตาที่มองผู้ชายจึงสูงขึ้นมากตั้งใจมั่นว่าจะต้องแต่งงานกับคนในเมืองเท่านั้น
เมื่อปีที่แล้วเธอเคยรู้จักกับคนงานในตัวอำเภอคนหนึ่ง และได้ติดต่อกันอยู่พักหนึ่ง
น่าเสียดายที่สุดท้ายก็ไม่เป็ดังหวัง...
ในยามนี้คำพูดของเจียงอิ๋งอิ๋งจึงเปรียบเสมือนมีดสั้นที่กรีดลึกลงไปกลางใจเธอ
"พี่ใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีก็พอค่ะอีกอย่างนี่ก็ใกล้จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว ต่อให้พี่เขยเก่งแค่ไหนก็ต้องมีคนช่วยน้องขอเตือนพี่สักคำ ในเมื่อแต่งงานไปแล้วก็ควรจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานในไร่ไปอย่ามัวแต่คิดฟุ้งซ่านเลยค่ะ"
เสี่ยวฟางพูดทิ้งท้ายอย่างลำพองใจเจียงอิ๋งอิ๋งสวยแล้วอย่างไร? แม้แต่ปัญญาชนเฉิงก็ยังไม่ชายตาแลเลยไม่ใช่หรือ?
ส่วนตัวเธอนั้นต่างออกไปเธอสาบานกับตัวเองไว้แล้วว่าจะต้องหาแฟนที่เป็คนเมืองให้ได้!
แถมเมื่อสองวันก่อนเธอยังได้รู้จักกับระดับ ‘หัวหน้าแผนก’ อะไรสักอย่างนี่ด้วย...
เจียงอิ๋งอิ๋งกระตุกแขนของเสิ่นเหยาเบาๆพลางส่งเสียงออดอ้อน "พี่เหยา...แบบนี้จะทำยังไงดีคะ ฉันทำงานไม่ค่อยเก่ง พี่คงไม่นึกรังเกียจฉันใช่ไหมคะ?"
พอพูดจบเธอก็เหลือบมองไปยังข้าวสารและปลาที่เขากำลังแบกอยู่อย่างจงใจ
แม้เสิ่นเหยาจะเป็คนพูดน้อยแต่ก็ไม่ใช่คนโง่ไม่ว่าเขารู้สึกว่าเจียงอิ๋งอิ๋งขัดหูขัดตาอย่างไรแต่เมื่อก้าวออกจากบ้านเธอก็คือภรรยาของเขา
ในาระหว่างผู้หญิงสองคนไม่มีเหตุผลใดเลยที่เขาจะเข้าข้างคนอื่น ยิ่งไปกว่านั้นข้าวสารและปลาที่พ่อตาแม่ยายให้มาก็ช่วยแก้ปัญหาเื่เสบียงในบ้านได้จริงๆ
บวกกับเมื่อวานเพิ่งได้กินเนื้อแดดเดียวและเนื้อกระต่ายของเจียงอิ๋งอิ๋งไป
เขาจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ"ที่บ้านเคยบอกตอนไหนว่าให้เธอทำงาน? อยู่บ้านพักผ่อนไปเถอะ"
สีหน้าของเสี่ยวฟางพลันบิดเบี้ยวขึ้นมาทันทีเธอขบฟันแน่นก่อนจะปั้นยิ้มออกมา "พี่เขยช่างเป็คนที่รักภรรยาจริงๆเลยนะคะ..."
เจียงอิ๋งอิ๋งยังคงคล้องแขนเสิ่นเหยาไว้พลางส่งยิ้มให้เธออย่างรื่นรมย์"น้องไม่ต้องอิจฉาไปหรอก พี่น่ะวาสนาดีมาั้แ่เกิด..."
นี่กะจะคุยให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยใช่ไหม?
ใบหน้าของเสี่ยวฟางมืดครึ้มลงทันควันเธอส่งเสียงในลำคออย่างเ็า "งั้นก็เชิญพี่ใช้ชีวิตให้ดีเถอะค่ะฉันไปก่อนล่ะ!"
กระทั่งเธอเดินจากไปแล้วเสิ่นเหยาจึงดึงมือหญิงสาวออกจากแขน น้ำเสียงดูไม่สบอารมณ์นัก"ระวังหน่อย กลางวันแสกๆ ทำเื่น่าอายแบบนี้ได้ยังไง?"
เจียงอิ๋งอิ๋งตอบรับเพียง"อ้อ" คำหนึ่งแล้วยอมเว้นระยะห่างจากเขาอย่างว่าง่าย
เสิ่นเหยาใช้หางตาเหลือบมองไปพลันรู้สึกขัดใจขึ้นมาอีก... จะเว้นระยะห่างไปทำไมตั้งไกลขนาดนั้น?
เมื่อทั้งสองคนกลับถึงบ้านหลี่เสวี่ยเหลียนเห็นข้าวสารและปลาที่หอบกลับมาก็ซาบซึ้งจนอยากจะปาดน้ำตาอีกรอบเธอรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าตัวเองบังเอิญคว้าลูกสะใภ้ที่ดีมาได้จริงๆ
ไม่ได้การล่ะ...ต้องรีบให้ทั้งคู่เข้าหอกันได้แล้ว...
ทว่าในเวลานี้เจียงอิ๋งอิ๋งกลับมุดตัวเข้าไปในห้องเสียแล้วในใจมัวแต่จดจ่ออยู่กับการพิจารณาผ้าใยสังเคราะห์ผืนนั้นอย่างตื่นเต้น...