ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 137 : โดนปล้น

    "ท่านเคอซวน ท่านพอจะมีวิธีช่วยพวกเขาไหม"


    "!มี"


    'ตอบง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเองอย่างงงงัน เขาไม่คิดว่าเคอซวนชายที่เจ้าเล่ห์และเห็นแก่ตัวนิดๆ จะตอบง่ายๆ กับเขาแบบนี้


    "แต่ข้าไม่คิดจะช่วยพวกเขา" เซี่ยซีหานใจแป๋วอย่างรวดเร็ว ด่าว่าเคอซวนไอ้สารเลวที่ไม่เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ในใจ หลังได้ยินคำพูดถัดมาของเคอซวน


    เคอซวนสังเกตเห็นใบหน้าซีดของเซี่ยซีหาน เขาถอนหายใจ


    "ข้าหมายถึงไม่ใช่เวลานี้"


    "แปลว่าท่านคิดจะช่วยพวกเขา ท่านอาวุโสเคอซวน ท่านคือผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่ สง่างามและมาพร้อมด้วยจิตใจที่กล้าหาญเหนือผู้ใด วันหนึ่งผู้คนจะจารึกชื่อของท่านไว้เป็นตำนาน" เซี่ยซีหานรีบประจบประแจง เขารู้ว่าเคอซวนชอบคำสรรเสริญ


    แต่วันนี้เคอซวนดูจะแตกต่างไปจากเดิมนิดๆ ใบหน้าของเขาดูนิ่งเฉย ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ปิดซ่อนอารมณ์ของตัวเองอยู่ตลอด มันดูลึกลับ นอกจากนั้นสภาพของเคอซวนยังดูลุ่มลึกราวกับเป็นผู้วิเศษที่แท้จริง เซี่ยซีหานคิดแบบนี้ ก่อนจะคิดว่าเคอซวนมันแอบไปได้ของดีอะไรมารึเปล่า


    อยู่ๆ ดวงตาของเคอซวนก็ปรากฏคล้ายอัญมณีสีน้ำเงิน แต่วันนี้มันแตกต่างจากในอดีต เพราะมันมีวงเวทย์สีทองซ้อนอยู่ด้านในด้วย


    "ข้าสัมผัสได้ถึงการพัฒนาของเจ้า ร่างกาย จิตวิญญาณ ความแจ่มชัดของสติ เพียงแต่ว่า..."


    ดวงตาของเคอซวนมองลึกไปถึงกายวิญญาณของเซี่ยซีหานได้ในตอนนี้


    "เจ้ายังติดค้างในระดับต่ำ จริงๆ ตอนนี้เจ้าควรบรรลุสู่การเป็นผู้วิเศษได้แล้ว"


    เซี่ยซีหานยิ้มเจื่อนๆ


    "ข้าไม่มีหนึ่งแสนบูลนี่"


    เคอซวนทำราวกับไม่สนใจสิ่งที่เซี่ยซีหานพูด


    "เจ้านำเงินติดตัวมาเท่าไหร่"


    ตอนนี้เซี่ยซีหานแอบคิดในใจ ไอ้แก่เคอซวน เอ็งอยากจะหาวิธีไถเงินบิดางั้นรึ


    แต่ความคิดเจ้าเล่ห์นี้ของเซี่ยซีหานก็อยู่ช่วงสั้นๆ


    ช่วงนี้เซี่ยซีหานรู้สึกว่า เคอซวนล้ำลึก อยู่ๆ ก็คล้ายรู้สึกว่า เคอซวนก้าวกระโดดอย่างมากในเวลาไม่นาน


    แต่การพูดเรื่องเงิน เซี่ยซีหานรู้สึกลำบากใจมาก เขาคือชายที่หลงใหลในเงินตรามากกว่าการมีพลังวิเศษเสียอีก "25000 บูลนี่นิดๆ"


    "เจ้าโกหก"


    "30000 บูลนี่ก็ได้"


    "ยังโกหกอยู่"


    ใบหน้าเซี่ยซีหานดำมืดขึ้นเรื่อยๆ


    "35000 บูลนี่ก็ได้ขอรับ"


    "ดูเหมือนเงินบูลนี่ของเจ้าจะงอกได้เรื่อยๆ นะไอ้เด็กน้อยซีหาน" เคอซวนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์


    ไม่รู้ทำไมสายตาของเคอซวนทำให้เซี่ยซีหานรู้สึกราวกับถูกปล้น


    "เจ้าอยากช่วยเหล่าผู้มุดอยู่ในดินนั่นจริงๆ ไหม"


    คำพูดนี้ราวกับอยู่ๆ มีคนเอามีดปักหัวใจเซี่ยซีหาน ตอนนี้เขาได้แต่แผดเสียงในใจ เงินข้ามันเกี่ยวอะไรกับการช่วยคนแคระด้วยวะ


    แต่สุดท้ายเซี่ยซีหานก็ทำหน้าเก้อเขิน พร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ ที่น่าเวทนา


    "75845 บูลนี่ กับเหรียญเหล็กอีกราวหมื่นนิดๆ ที่สามารถเอามาเปลี่ยนเป็นเงินบูลนี่ได้" เซี่ยซีหานราวจำต้องกลืนเลือดพูดออกมา


    เคอซวนหัวเราะพร้อมพูดว่า ดีดีๆ หลายคำ


    ก่อนคำสุดท้ายจะทำให้ใบหน้าเซี่ยซีหานดำมืด


    "เอาเงินทั้งหมดของเจ้ามาให้ข้า และผู้มุดอยู่ในดินทั้งหมดจะมีหวังได้รับอิสระ"


    ...


    'ไอ้แก่นิ... นิ... นิเอ็งกำลังคิดปล้นบิดาใช่ไหม' เซี่ยซีหานเริ่มลังเลในการช่วยเหล่าคนแคระที่รู้จักกันแค่ช่วงสั้นๆ กับเงินบูลนี่จำนวนมากของตัวเองที่สะสมมานาน ไม่สิได้มาจากการปล้นมากกว่า


    ในผู้ที่รักในเงินตรา ไม่มีอะไรเจ็บปวดมากไปกว่า การเอาเงินของตัวเองให้คนอื่น


    ...


    "ทำไมเจ้าเอาแต่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อย่างนั้นเล่าไอ้เด็กน้อยซีหาน" เคอซวนพูดด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข


    ตอนนี้ทั้งสองได้เดินออกมาจาก 'หอแลกเปลี่ยนเงินตรา' โดยโลกใบนี้ไม่มีธนาคาร แต่มีสิ่งที่คล้ายๆ กันอยู่ ซึ่งมันถูกเรียกว่า หอแลกเปลี่ยนเงินตรา มันคือสถานที่ที่เราสามารถรับฝากเงินและเปลี่ยนมันเป็นตั๋วได้ เพราะการถือเงินบูลนี่จำนวนมากนั้นเป็นภาระหนักเหลือเกิน


    ในการเดินทางมาเมืองหลวงของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง เมื่อเซี่ยซีหานผ่านเมืองรากไม้ เขาแลกเปลี่ยนเงินบูลนี่ทั้งหมดของตัวเองและเหรียญเหล็กเป็นตั๋วแลกเงิน โดยที่เขาไม่คิดเลยว่าตั๋วแลกเงินของตัวเอง จะกลับเป็นเงินบูลนี่จำนวนมากเร็วแบบนี้เหลือเกิน


    ที่ด้านหลังเซี่ยซีหาน ถึงขนาดต้องเช่ารถม้าในเมือง เพื่อใส่เก็บเงินบูลนี่ของตัวเอง เซี่ยซีหานเขากังวลมากๆ เขากลัวที่จะถูกปล้น


    "ท่านผู้วิเศษผู้ยิ่งใหญ่เคอซวน ท่านจะเอาเงินบูลนี่ของข้าไปทำอะไรตั้งมากมาย นี่มันเป็นจำนวนถึง 25000 บูลนี่ นอกจากนั้น... นอกจากนั้น..." เซี่ยซีหานมองตั๋วเงินบูลนี่ของตัวเองจำนวนห้าหมื่นที่อยู่ในมือของเคอซวน


    "สิ่งนี่ข้าจะเก็บไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับช่วยสหายตัวน้อยของเจ้า เจ้าคิดว่าในโลกใบนี้มีอะไรได้มาง่ายๆ งั้นรึ ทุกอย่างต้องมีค่าดำเนินการ อย่าบอกนะว่า สหายตัวเล็กของเจ้าที่ข้าต้องไปช่วยนั้น มีแค่หนึ่งหรือสองตัว... ไม่สิ! ข้าเสียมารยาทเกินไป ข้าควรเรียกพวกเขาว่าหนึ่งถึงสองคน แต่ช่างมันเถอะ ไม่ว่าจะตัวหรือคน เจ้าบอกจำนวนที่แน่นอนให้ข้าได้หรือไม่"


    "459 คน กับอีก 1 ที่อาจจะอยู่ในท้อง"


    "เจ้าอย่าบอกนะว่า อีกหนึ่งที่อยู่ในท้องของหญิงคนแคระเป็นลูกของเจ้า"


    เซี่ยซีหานใบหน้าดำมืด ตัวเขาไม่ได้มีรสนิยมแปลกๆ ชอบสาวตัวเล็กกระจิ๋วเป็นหมากระเป๋าแบบนั้น เซี่ยซีหานไม่ตอบ เขาได้แต่หัวเราะ เห่อเห่อ กลบเกลื่อนเบาๆ


    "459 คน นี่เป็นขบวนการเดินทางขนาดใหญ่ และถ้าพวกเราไม่เดินผ่านเมือง พวกเราก็จำต้องมีรถลาก แต่นั่นอาจจะไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยที่สุด เจ้าเด็กน้อยเจ้าอาจจะไม่รู้ เล่าคนแคระเหล่านั้นน่าจะถูกทำพันธสัญญาแห่งทาสเอาไว้ การนำพวกเขาออกมา พวกเราจำต้องแก้ปัญหานี้ด้วย วิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดสำหรับช่วยสหายตัวน้อยของเจ้า คือพวกเราต้องได้พันธสัญญาแห่งทาสของพวกเขามาไว้กับมือของพวกเรา ข้าสามารถทำการยกเลิกพันธสัญญาเหล่านี้ได้ มันเป็นวงจรเวทมนตร์ที่ไม่ยาก แต่ปัญหาของวิธีนี้คือ พวกเราจะได้หนังสือสัญญาตัวจริงจากเหล่านายทาสมาได้อย่างไร"


    "แต่หากพวกเราไม่สนใจหนังสือพันธสัญญาแห่งทาส สิ่งที่เราต้องทำในการช่วยเพื่อนตัวน้อยของเจ้าคือ พวกเราต้องหาผู้ยิ่งใหญ่ที่เข้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งต่อจากนี้ ไม่งั้นต่อให้ข้าช่วยเจ้า พาเพื่อนตัวเล็กของเจ้าออกมาได้ พวกเขาก็จะตายกันหมด..."


    เซี่ยซีหานที่ได้ฟังเคอซวนพูดเป็นชุด ตอนนี้เขารับรู้ได้เลยว่า เบื้องหน้าของโลกใบนี้ไม่ง่ายเลย แม้แต่การจะช่วยชีวิตเหล่าคนแคระก็จำต้องมีวิธีที่วุ่นวาย


    เซี่ยซีหานปลอบใจตัวเองที่เขาไม่ได้ทำอะไรโง่ๆ โดยการใช้กำลังของตัวเองช่วยเหล่าคนแคระทั้งหมดออกมา


    ไม่งั้นพวกเขาทั้งหมดจะตาย และการช่วยของเซี่ยซีหานจะเป็นการทำร้ายเหล่าสหายคนแคระตัวน้อย


    "ข้อแรกเลยและเป็นวิธีที่ง่ายแต่ก็ทำยากที่สุดเช่นเดียวกัน พวกเราต้องหาผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณมาช่วยพวกเรา หรืออย่างน้อยๆ ให้เขาทำลายพันธสัญญาแห่งทาสให้เหล่าสหายตัวเล็กของเจ้า ไอ้เด็กน้อยเจ้ามีเพื่อนเป็นผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่อาณาจักรแห่งวิญญาณบ้างหรือไม่"


    'ข้าจะไปมีได้ไงไอ้แก่' เซี่ยซีหานได้แต่บ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะตอบอย่างสุภาพกับเคอซวนว่าไม่มี


    "งั้นก็ข้อสองใช้สมบัติวิเศษทำลายคำสาป แน่นอนว่าตอนนี้ข้าไม่มีมัน และเจ้ามีไหม"


    เซี่ยซีหานด่าเคอซวนว่าไอ้แก่ในใจอีกครั้ง มันจะไปมีของแบบนั้นได้ไงเล่า ไอ้แก่นี่ก็ถามไม่คิดเลย


    เคอซวนยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนเอามือตีที่ตั๋วเงินบูลนี่ของเซี่ยซีหานเบาๆ หลายครั้ง "โชคดีที่เจ้ามีไอ้นี่ สิ่งนี้อาจจะเป็นตัวช่วยที่ดีของเราในการหาสมบัติวิเศษที่ทำลายคำสาปได้ หากเราได้มันมา เจ้าเพียงแค่เอาสมบัตินั่นไปลบคำสาปในตัวสหายเจ้า สมบัติทำลายคำสาปนั่นแน่นอนว่ามันไม่ได้หาง่ายๆ แต่มันก็ไม่ใช่สมบัติลึกลับอะไร อย่างมากมันก็มีเงื่อนไขใช้งานแย่ๆ หนึ่งถึงสองอย่าง และนี่อาจจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดที่เราสามารถใช่มัน เพื่อปลดปล่อยพันธสัญญาแห่งทาสในร่างสหายของเจ้า"


    "แต่เจ้าเด็กน้อย สิ่งที่ข้าพูดทั้งหมดนั้นเจ้าจะลืมไปได้เลย ถ้าเจ้าสามารถใช้หรือมีสหายที่ใช้พลังวิเศษเกี่ยวกับวิญญาณได้ พันธสัญญาแห่งทาสส่วนใหญ่เป็นคำสาปที่เกาะเกี่ยวในร่างวิญญาณ โดยทั่วไปหากไม่ใช่คำสาปที่ลึกซึ้ง ผู้วิเศษที่ชำนาญพลังวิเศษเกี่ยวกับวิญญาณสามารถทำลายคำสาปได้ทั้งหมด"


    เซี่ยซีหานตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะดีใจหรือเสียใจ นั่นเพราะตัวเขายังไม่ได้ตระหนักรู้รูนทักษะจาก 'ต้นร้อยวัน' สิ่งนี้คือรูนทักษะด้านวิญญาณอันลึกลับของแท้


    'ทำไมข้าถึงไม่ตระหนักรู้มัน' เซี่ยซีหานพูดพร้อมกัดฟัน


    เคอซวนหันไปเห็นเซี่ยซีหาน เขาเห็นใบหน้าแปลกๆ ของเซี่ยซีหาน "เจ้าเป็นอะไร ใบหน้าเจ้าตอนนี้ดูน่ารังเกียจมาก"


    เซี่ยซีหานไม่ตอบอะไร เขาตกอยู่ในภวังความเจ็บปวดของการถูกปล้น นอกจากนั้นยังรู้สึกเสียดายที่ทำไมตัวเองไม่เลือกตระหนักรู้รูนทักษะต้นร้อยวัน ไม่ใช่เพราะมันมีประโยชน์ แต่มันอาจจะทำให้เขาไม่ต้องถูกไอ้แก่นี่ปล้นเงินหลายหมื่นบูลนี่!!!