เมื่อจัดการกับเื่ในครอบครัวเสร็จแล้วอีกเื่หนึ่งที่อภิสราปล่อยไว้เฉย ๆ ไม่ได้ก็คือเื่ของณัฐวีณ์ หญิงสาวจึงขับรถคันเก่งของตัวเองตรงไปยังบริษัทของชายหนุ่มทันที แม้จะรู้ว่าไม่มีสิทธิ์ถามเหตุผลที่เขาตัดสินใจแบบนั้นแต่ก็ยังอยากรู้ว่าเพราะอะไรทำไมเื่ถึงได้กลับกลายเป็แบบนี้
เพียงไม่นานรถของอภิสราก็มาถึงบริษัทขนาดใหญ่ของณัฐวีณ์เพราะเวลานี้เป็่ที่คนกำลังทำงานการจราจรจึงไม่ติดขัด ขับเพียงไม่นานก็มาถึงที่หมายได้แล้ว อภิสราขึ้นไปยังชั้นสูงสุดซึ่งเป็ที่ทำงานของณัฐวีณ์ได้โดยไม่ต้องนัดล่วงหน้าซึ่งเป็สิทธิ์พิเศษที่ชายหนุ่มมอบให้แก่เธอ แม้จะรู้ว่านอกจากตัวเองยังมีผู้หญิงอีกคนที่ได้รับสิทธิ์นี้แถมยังมากกว่านี้มากมายด้วยก็ตาม ร่างสูงสง่าของอภิสราเดินมาถึงโต๊ะของเลขาหน้าห้องของคนที่เธออยากพบ หญิงสาวถอดแว่นกันแดดราคาแพงของตัวเองลง แล้วยิ้มนิด ๆ ให้กับผู้หญิงที่กำลังเงยหน้าขึ้นมามองเธอซึ่งเธอก็ส่งยิ้มตอบ
“ตอนนี้พี่วีว่างไหมคะ ฉันอยากจะเข้าพบตอนนี้ได้หรือเปล่า” อภิสราถามออกไปไม่เอาแต่ใจตัวเองเหมือนก่อนหน้านี้ที่คุยกับเลขาของบิดาด้วยรู้ว่าไม่สมควรทำแบบนั้นและตอนนั้นเธอก็กำลังเดือดมากด้วย เลขาสาวพูดพร้อมรอยยิ้มมาให้เธอ
“ไม่ว่างนะคะ ตอนนี้ท่านประธานคุยธุระอยู่แต่เดี๋ยวดิฉันจะเรียนท่านให้ทราบค่ะ คุณอภิสรารอซักครู่นะคะ” อภิสราพยักหน้ารับ ทำให้เลขาสาวต่อสายไปยังเ้านายใหญ่ของตัวเองทันทีเมื่อเธอรายงานว่าตอนนี้ใครกำลังรอเขาอยู่หน้าห้อง
“ค่ะท่านประธาน ดิฉันจะบอกคุณอภิสราให้ค่ะ” ว่าแล้วเลขาสาวก็วางสายจากท่านประธานของเธอแล้วหันกลับมายิ้มให้กับอภิสราอีกครั้งพร้อมบอกกับเธอว่า
“ท่านประธานบอกว่ากำลัง้าพบคุณอภิสราพอดี เชิญค่ะ” อภิสราพยักหน้ารับแม้จะแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ ๆ พี่วีของเธอก็บอกว่าอยากพบเธอพอดี อภิสราเดินตามเลขาสาวไปเมื่ออีกฝ่ายเคาะประตูและเปิดออกเธอก็เดินเข้าไปหาผู้ชายอีกคนที่เธอขับรถมาพบด้วยรอยยิ้ม
แต่สิ่งที่ทำให้เธอใอีกครั้งก็คือ แขกในห้องของณัฐวีณ์ที่กำลังยิ้มเ้าเล่ห์มองเธอก่อนที่มันจะกลับกลายเป็สายตาดูถูกอย่างที่เขาชอบใช้กับเธอเสมอ
ภาคิน !!
“คุณภาคิน ! คุณมาทำอะไรที่นี่ แล้วยังกล้ามาให้พี่วีเห็นหน้าอีกหรอ” อภิสราพูดพร้อมกับเดินไปยืนอยู่ข้าง ๆ ณัฐวีณ์ที่กำลังนั่งอยู่ซึ่งไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของชายหนุ่มว่าเป็เช่นไร
“หืม ! ทำไมผมจะไม่กล้ามาที่นี่ล่ะ ในเมื่อผมไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อยคำถามนี้ความจริงต้องถามผู้หญิงเ้าเล่ห์อย่างคุณมากกว่า”
“นี่คุณกล้าดียังไงมาว่าฉันเ้าเล่ห์ พี่วีดูสิคะผู้ชายคนนี้ว่าไหมยังไงแล้วนี่พี่วียอมให้เขาเข้ามาได้ยังไงคะ ลืมไปแล้วหรอว่าผู้ชายคนนี้หักหลังพี่อย่างไรบ้าง” อภิสราหันไปฟ้องณัฐวีณ์ที่นั่งอยู่และก็ต้องใเมื่อมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายที่บึ้งตึงแถมดวงตาคมคู่นั้นยังมองเธอด้วยสายตาราวกับใบมีดที่ทำให้เธอใ อารมณ์ที่กำลังจะเดือดของหญิงสาวจึงอ่อนลงถนัดตา
“พี่วีทำไมมองไหมแบบนี้ละคะ” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมองเธอด้วยสายตาแบบนี้ที่เขาไม่เคยใช้กับเธอมาก่อน
“ไม่ต้องไปโทษไอ้คินมันหรอกไหม พี่รู้ความจริงหมดแล้ว” ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบยิ่งทำให้อภิสราไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม ความจริง ความจริงอะไรกันหญิงสาวทวนคำพูดของชายหนุ่มในใจ
“พี่วีหมายความว่ายังไงคะไหมไม่เข้าใจ แล้วไหมไปโทษนายนี่ั้แ่เมื่อไหร่ในเมื่อเขาทำเื่แบบนั้นจริง” เมื่อเห็นว่าอภิสรายังคงยืนกรานไม่ยอมรับความผิดภาคินจึงได้ออกปากไขความกระจ่างนี้ให้เธอเอง
“ก็เื่บ้า ๆ วันนั้นไงครับ ที่คุณอุส่าลงทุนจัดฉากว่าผมกับขวัญมีอะไรกันแล้วเอาไอ้วีมาดูเนี่ย ยอมรับนะว่าแผนสูงแต่น่าเสียดายที่ความจริงยังไงก็ยังเป็ความจริง ตอนนี้เรารู้ความจริงแล้วว่าเื่ทั้งหมดมันเป็แผนของคุณ ทีนี้เลิกทำตัวเป็คนใสซื่อได้หรือยัง”
“อะไรนะ ?ฉันนะหรอเป็คนทำ ? นี่อย่ามาปั้นเื่โกหกใส่ร้ายกันอย่างนี้สิ ! พี่วีอย่าไปเชื่อนายนี่นะไหมไม่เห็นรู้เื่อะไรด้วยเลย” อภิสราหันไปร้องบอกณัฐวีณ์แต่ชายหนุ่มยังคงหน้านิ่งไม่มีท่าทีว่าจะเชื่อคำพูดของเธอเลย
“ไอ้วีมันไม่โง่เชื่อคุณอีกแล้วแหละ ผู้หญิงคนนี้จัดการเอาเองนะฉันมีธุระต้องไปทำต่อส่วนขวัญน่ะ รีบไปง้อเธอด้วยนายทำให้เธอเจ็บมานานแล้ว” พูดจบภาคินก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานของณัฐวีณ์ทันทีไม่สนใจเสียงของอภิสราที่บอกให้เขากลับมาก่อน เมื่อร่างสูงหายไปหลังจากที่ประตูห้องทำงานปิดลงอภิสราก็หันมามองณัฐวีณ์หวังว่าเขาจะไม่เชื่อเื่ที่ผู้ชายคนนั้นพูด
“พี่ไม่คิดว่าไหมจะกล้าทำอะไรแบบนี้ ตลอดเวลาที่พี่ไม่ว่าไม่เด็ดขาดกับไหมเพราะพี่รักไหมเหมือนน้องสาวแท้ ๆ ขวัญเองก็เข้าใจจุดนี้ดีเลยไม่ถือสาสิ่งที่ไหมทำ แต่ครั้งนี้มันมากเกินไป พี่ไม่คิดว่าไหมจะทำมันลงไปได้และถ้าไหมทำเพราะคิดว่าพี่จะหันไปสนใจไหมได้ล่ะก็...ไม่มีวัน ! ไหมคือน้องสาวของพี่และมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไหมกลับไปซะเถอะ และอย่ามาให้พี่เห็นหน้าอีก” อภิสราอึ้งกับสิ่งที่ชายหนุ่มพูด ใช่ ! เธอรู้ดีว่าณัฐวีณ์คิดกับเธอเพียงแค่น้องสาวเท่านั้น แต่เธอยังแอบคิดว่าไม่แน่เขาอาจจะคิดกับเธอมากกว่านั้น ทำให้เธอตามตื้อเขาตลอดหวังจะทำให้เขาสนใจเธอ แม้ว่าตอนที่ชายหนุ่มคบกับขวัญฤทัยแล้วเธอก็ยังไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายพวกเขาก็จะแต่งงานกันและมันกำลังจะทำให้เธอหยุด แต่ก็เหมือน์จะให้โอกาสเธอมันถึงได้เกิดเื่อย่างวันนั้นขึ้นมา และที่สำคัญเธอไม่รู้เื่ !
“พี่วี ไหมไม่ดะ...”
“ออกไปซะและอย่ามาให้พี่เห็นหน้า ! ถ้าไม่อย่างนั้นแม้แต่ความเป็พี่น้องพี่ก็คงให้ไม่ได้อีกแล้ว” ณัฐวีณ์พูดเสียงเฉียบขาด ทีแรกอภิสราจะขัดขึ้นมาแต่เมื่อมองไปยังดวงตาเย็นเฉียบของชายหนุ่มเธอก็ไม่กล้า เพราะรู้ว่าตอนนี้ถ้าเธอยังไม่ทำตามที่เขาพูด ณัฐวีณ์จะทำอย่างที่พูดจริง ๆ
“งั้นไหมกลับก่อนนะคะ แต่ไหมยืนยันคำเดิมไหมไม่รู้เื่” พูดจบอภิสราก็หมุนกายออกไปทันที ใบหน้างามร้อนผ่าวดวงตาเหมือนจะมีน้ำใส ๆ คลออยู่แต่เธอก็ทำให้มันกลับเข้าไปในดวงตาได้จนไม่มีใครสังเกตเห็น พร้อมทั้งหยิบแว่นกันแดดของตัวเองออกมาสวมใส่
ที่เื่ทุกอย่างเป็อย่างนี้เพราะผู้ชายคนนั้นคนเดียว คุณภาคิน !!
ผู้ชายคนนั้น้าจะทำากับเธอใช่ไหมถึงได้สร้างเื่นี้ขึ้นมา ไม่เคยมีใครทำกับเธอแบบนี้และเธอจะต้องเอาคืน !
เมื่อร่างบางของอภิสราเดินออกไปแล้วใบหน้าที่เคยนิ่งสงบของณัฐวีณ์ก็เปลี่ยนเป็กังวลขึ้นทันทีเมื่อเขาเป็ห่วงขวัญฤทัยและรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ทำกับหญิงสาวและเข้าใจเธอผิดไป ตอนนี้เื่สำคัญของเขาไม่ใช่การมาโกรธและคิดโทษอภิสราที่สร้างเื่ทุกอย่างขึ้นมา แม้ว่าเขาจะโกรธเธอมากแต่ตอนนี้เขาต้องไปหาขวัญฤทัยและง้อเธอให้เร็วที่สุด !
ตอนนี้ร่างสูงของชายหนุ่มแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ เขาอยากจะขับรถไปหาร่างบางที่โหยหาบอกขอโทษเธอซ้ำ ๆ จากใจเต็มทน แต่เขารู้ว่าขวัญฤทัยไม่ชอบให้เขาไปหาในเวลางานของเธอเท่าไหร่นัก และเขาไม่อยากจะทำให้เธอไม่ชอบใจมากเข้าไปอีก
“เอาเถอะ ! ยังไงวันนี้แกก็ไปรับขวัญกลับอยู่แล้วนี่หว่า รออีกหน่อย ๆ”
แม้จะพูดบอกกับตัวเองแบบนั้นแต่ดูเหมือนว่าหัวใจและความรู้สึกของชายหนุ่มจะไม่ได้นั่งติดเก้าอี้เหมือนร่างกายแต่กำลังโบยบินออกไปหาเ้าของหัวใจที่เขาแสนรัก…อย่างขวัญฤทัยเสียแล้ว
ร่างบางที่ออกมาจากห้องทำงานของณัฐวีณ์พยายามมองหาชายหนุ่มอีกคนที่ออกมาจากห้องก่อนหน้าเธอ แต่สุดท้ายก็ต้องจนใจเมื่อไม่เห็นภาคินหญิงสาวเดินลงมายังชั้นล่างของตึกขนาดใหญ่ แล้วสายตาคู่สวยที่ถูกตกแต่งมาอย่างดีหันไปมองเห็นใบหน้าของคนที่ตัวเองอยากพบเจอ
หญิงสาวเลี้ยวเข้าไปในร้านกาแฟที่มีผู้คนนั่งอยู่ภายในร้านบางตา แล้วไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะของใครคนนั้นที่ทำท่าจิบกาแฟสบายอารมณ์ ภาคินที่กำลังผ่อนคลายด้วยการจิบกาแฟจากการคลี่คลายเื่ราวไม่เป็เื่ของผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามปั้นน้ำเป็ตัวและเกือบทำให้เขาต้องเสียเพื่อนที่รู้จักกันมาเป็สิบปี ต้องขมวดคิ้วเมื่อใครบางคนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะของตนเอง เมื่อเงยหน้ามองเห็นใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์จนดูเซ็กซี่ก็คลายปมคิ้วพร้อมทั้งยิ้มยียวนอย่างผู้ชนะส่งไปให้อภิสรา
“ดื่มกาเเฟหน่อยไหมคุณ” เสียงทุ้มพูดเพียงแค่นั้นแล้วไม่สนใจหญิงสาว ยังคงจ้อมมองข่าวสารเื่ราวต่างๆ ผ่านหน้าจอโทรศัพท์ในมือต่อ อภิสราที่เห็นท่าทางยียวนของชายหนุ่มต้องพยายามสูดหายใจเข้าออกลึก ๆ ระงับอารมณ์ที่ตีขึ้นมาที่อกด้วยความไม่พอใจผู้ชายตรงหน้า
“คุณไปเอาหลักฐานจอมปลอมพวกนั้นมาจากไหน” อภิสราถามด้วยน้ำเสียงหวนจัดแต่คนถูกถามกลับทำราวกับเสียงของเธอไร้ความหมายยังคงไม่สนใจ อภิสราวางกระเป๋าสะพายใบสวยลงที่เก้าอี้ตรงข้ามภาคิน พร้อมทั้งหย่อนตัวลงนั่งตรงข้ามชายนุ่ม
“ฉันอยากเห็นหลักฐานที่คุณเอามาให้พี่วีดู อยากรู้ว่าคุณสร้างหลักฐานปลอมเก่งแค่ไหนกันพี่วีถึงได้เชื่อสนิทใจว่าฉันเป็คนจัดฉากทุกอย่างขึ้นมา !” ภาคินเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ของตนแล้วมองมาที่หญิงสาวตรงหน้า เขาหงุดหงิดกับคำพูดของเธอเสียจริงถึงขนาดนี้ยังไม่ยอมรับการกระทำของตัวเองอีก
“หลักฐานปลอม ? คุณผิดแล้วคุณก็รู้ตัวดีนี่ว่าอะไรกันแน่ที่เป็เื่จริง ส่วนไอ้การกระทำบ้า ๆ แล้วก็ไร้ความรอบคอบของคุณ มันไม่ได้ทำให้ความรักของไอ้วีสั่นคลอนได้หรอก ที่สำคัญคุณคิดผิด...ที่ดึงผมเข้ามาในเกมนี้”
“เกมบ้าบออะไร ฉันแค่้ารู้ว่าหลักฐานที่คุณบอกมันเป็ยังไง !” หัวสมองหญิงสาวพยายามปรับให้ทันกับคำพูดของชายหนุ่ม แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าสิ่งที่เ้าตัว้าบอกคืออะไร
“คุณแพ้แล้วก็ยอมรับความจริงปลอยไอ้วีไปมีความสุขกับคนที่มันรักเถอะ ความรักมันบังคับกันไม่ได้นะครับเื่แบบนี้ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดังในเมื่อคุณไม่ใช่สำหรับมันเกมก็โอเวอร์” อภิสรากรอกตามองภาคินที่ทำราวกับอาจารย์สอนปรัชญาความรักกับเธอและแน่นอนเธอไม่้าฟังเสียหน่อย
“คุณเองก็ไม่ได้รู้จักความรักดีพอ เพราะงั้นอย่าเอาเื่นี้มาสอนฉันและที่ฉัน้าคุยกับคุณคือเื่นักสืบที่คุณจ้างให้มาหาหลักฐานบ้าบอนั้น ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริงว่าไม่ได้สร้างหลักฐานปลอมก็เอาเบอร์ติดต่อนักสืบคนนั้นมา” เมื่อฟังจบภาคินมองหญิงสาวตรงหน้าที่ยังคงความดื้นรั้นเอาไว้เต็มที่แล้วส่ายศีรษะ ร่างสูงลุกขึ้นยืนพร้อมมองลงมาที่อภิสราใบหน้างามเชิดขึ้นและจ้องภาคินด้วยสายตาไม่ยอมแพ้
“ผมไม่มีอะไรจะให้คุณ”
พูดจบเพียงแค่นั้นภาคินก็เดินจากไป ทำให้อภิสรารีบลุกขึ้นตามร่างสูงทันทีแต่เหมือนวันนี้จะเป็วันซวยของเธอเมื่อระหว่างลุกเพราะความรีบร้อนที่อยากจะก้าวตามขายาว ๆ ของภาคินให้ทันทำให้ไม่ทันระวังจึงชนเข้ากับพนักงานสาวของร้านที่กำลังเดินมาเก็บโต๊ะของลูกค้าที่เพิ่งเดินออกไป
“อุ้ย ! ขอโทษค่ะ” อภิสราเอ่ยขอโทษยังไม่ทันฟังคำขอโทษกลับหญิงสาวก็รีบสาวเท้าก้าวตามแผ่นหลังกว้างที่เธอเห็นอยู่ไม่ไกลกำลังเดินออกห่างไปทุกที อภิสราก้าวตามร่างสูงของภาคินมาถึงส่วนอาคารจอดรถ
แม้ตลอดทางเธอจะเรียกชื่อเขาเท่าไหร่ชายหนุ่มก็ไม่มีทีท่าจะสนใจหรือหยุดเท้าเพื่อรอเธอ จนในที่สุดเมื่อเห็นคนที่ตามมาตลอดทางกำลังจะเปิดประตูขึ้นรถอภิสราจึงไม่สนใจรองเท้าส้นสูงที่ตนสวมอยู่หญิงสาววิ่งตรงมาหาภาคินทันที และมันก็ทันเมื่อมือบางรีบปิดประตูรถคันหรูของเขาพร้อมทั้งแทรกตัวกั้นไม่ให้ชายหนุ่มขึ้นรถได้
“อะไรของคุณอีก ที่เดินตามแล้วเรียกผมตลอดทางยังไม่อายพอหรือยังไง” คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าหากันจริงจัง เพราะดูเหมือนสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าของตนจะไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ อย่างที่คิดเสียแล้ว อภิสราเชิดหน้าขึ้นหญิงสาวจ้องมองไปที่ภาคินอย่างคนเหนือกว่า ถ้าเธอไม่ได้คำตอบที่อยากได้ก็อย่าหวังว่าเขาจะได้ขึ้นรถเลย
“ไม่อาย ก็แล้วถ้าคุณอายทำไมไม่หยุดรอฉันละ ฉันไม่อ้อมค้อมนะคุณภาคินแค่คุณให้เบอร์ติดต่อนักสืบกับฉันมาแค่นั้นก็จบ”
“อภิสราคุณไม่จบจริง ๆ ใช่ไหม ต่อให้คุณได้เบอร์นักสืบคนนี้แล้วไปหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองยังไงหลักฐานต่าง ๆ ก็ยังเหมือนเดิมเลิกมาทำตัวเรียกร้องความสนใจซักที เอ่ หรือเพราะเป้าหมายอย่างไอ้วีไม่สำเร็จคุณเลยเปลี่ยนเป้าหมายใหม่มาเป็ผม ถึงได้ตามผมอย่างนี้” ไม่พูดเปล่าดวงตาคมยังเปลี่ยนจากสายตาหงุดหงิดมาเป็แพรวพราวราวเสือหนุ่มที่พร้อมจะขย้ำกวางสาว ภาคินใช้มือปิดกั้นทางหนีของอภิสราทั้งสองข้าง หญิงสาวมองไปรอบตัวก็พบว่าลานจอดรถชั้นนี้เหมือนจะมีเพียงเธอและเขาอยู่กันสองคน
“สนใจคุณ ? เสียใจด้วยที่คุณไม่ใช่แบบที่ฉันชอบ” แม้จะอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบแต่เมื่อเจอคำยั่วยุของภาคินเธอก็อดไม่ได้ที่จะไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะหวั่น ๆ เมื่อร่างสูงเริ่มโน้มใบหน้าหล่อเหลาพร้อมแววตาพราวระยับเข้าใกล้เธอ
“ไม่สน คุณแน่ใจหรอ เพราะถ้าสนก็ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลาแค่คุณบอกคืนนี้ที่คอนโดผมก็พร้อมต้อนรับ จะว่าไปคุณเองก็สวยเซ็กซี่ ถึงปากกับนิสัยจะใช้ไม่ได้แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับการสนุกแบบชั่วคราวของเรานี่” ภาคินยิ้มยั่วช่างเป็รอยยิ้มที่มีเสน่ห์แบบที่เ้าตัวชอบใช้มือหนาข้างขวาเปลี่ยนจากยันประตูรถของตนไว้มาจับปอยผมนุ่มสวยหวังเย้าแหย่หญิงสาว พร้อมใบหน้าคมที่โน้มเข้ามาใกล้ใบหูเล็กของอภิสราคราวนี้กลายเป็หญิงสาวเสียเองที่รับรู้ถึงจังหวะผิดปกติการเต้นของหัวใจที่ถี่เร็วราวกับกลองชุด นึกต่อว่าตัวเองในใจจะตื่นเต้นกับการกลั่นแกล้งของคนตรงหน้าทำไมกัน
“ว่าไง ถ้าคุณตอบตกลงผมก็พร้อมจะไปต่อทันที” ภาคินกระซิบประโยคนี้ที่ข้างใบหูของอภิสราพาให้ขนกายสาวรุกขึ้นมาเกิดอาการทำอะไรไม่ถูกชั่วครู่ ก่อนที่จะตั้งสติรวบรวมแรงไว้ที่สองมือบางผลักเข้าที่หน้าอกคนตัวสูงอย่างแรงจนชายหนุ่มต้องถอยออกไปเผยอิสระให้หญิงสาว อภิสราจึงรีบดีดตัวออกห่างจากร่างสูงของภาคินหวังสงบหัวใจที่เต้นรัวของตน
“ทุเรศ ฉันไม่เคยคิดอะไรแบบที่คุณพูดซักนิดแล้วถ้าคุณ...”
“แล้วถ้าคุณยังตามยุ่งกับผมอีก ผมจะถือว่าคุณยั่วผมคราวนี้เราคงได้สนุกด้วยกันจริง ๆ นะครับ” ภาคินขัดขึ้นแทรกอภิสราก่อนพร้อมกับที่ชายหนุ่มเปิดประตูรถของตนก้าวขึ้นไปนั่งที่คนขับ อภิสราหวังอยากดึงเขาให้กลับมาคุยให้รู้เื่และให้ในสิ่งที่เธอ้า แต่เหมือนสมองตอนนี้จะยังไม่พร้อมรับมือหากชายหนุ่มทำอะไรแบบเมื่อครู่ขึ้นมาอีก เพราะตอนนี้จิตใจเธอยังกลับมาไม่ครบทุกส่วนเสียด้วยซ้ำ กว่าจะได้สติกลับมาครบภาคินก็สตาร์ทรถแล้ว
“เดี๋ยว คุณภาคิน นี่ ! ลงมาคุยกันให้รู้เื่ก่อนนะ” มือเรียวของอภิสราทุบเข้าที่กระจกฝั่งคนขับหวังให้คนในรถออกมาคุยกับเธออีกครั้ง แต่นั้นก็ไม่เป็ผลกลับกันรถของภาคินขยับล้อแล่นออกจากซองจอดรถ ทำให้คนถูกแกล้งเช่นเธอได้แต่มองตามท้ายรถหรูอย่างไม่พอใจ
“คุณไม่ให้ฉันก็ไม่สน อย่าคิดว่าคนอย่างฉันจะจัดการเื่นี้ไม่ได้แล้วกัน”
ขิงก็ราข่าก็แรงกันนะคะคู่นี้ ^^