ตอนสายของวัน อากาศปลายฤดูใบไม้ผลิไม่ร้อนไม่หนาว กำลังพอดี ผู้คนพากันออกไปใช้ชีวิตทว่าในบ้านอิฐหลังเล็กดูรกร้างเงียบเชียบ ร่างเล็ก ๆของเด็กชายวัยหนึ่งขวบครึ่งปีนป่ายขึ้นไปบนเตียงเตาก่อนจะคลานดุ๊กดิ๊กเข้าไปใกล้ชายหนุ่มหน้าหวาน
มือน้อยๆ วางแ่เบาลงบนแก้มเนียนนุ่ม
“แม่ะ”เสียงเรียกเล็ก ๆ ดังออกมาจากปากของเด็กชายตัวจิ๋ว
“แม่ะหิว” เ้าตัวเล็กขยับมือเล็กน้อยเป็จังหวะเงอะงะอย่างเด็ก ๆ
เด็กน้อยขมวดคิ้วน้อยๆ จนหน้ายู่ ปากก็เบ้ออกคล้ายจะร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้ร้องออกมาเพราะกลัวโดนตี
“แม่ะจ๋า”
“หิว”
ท้องเล็กๆ ร้องโครกครากน่าสงสาร แต่เรียกเท่าไรคนโตกว่าก็ไม่ยอมตื่นเด็กน้อยไม่ย่อท้อแม้ในใจจะรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย
มือเล็กยังคงขยับเบาๆ บนใบหน้างามของเกอหนุ่ม
“อื้อ!”
ในที่สุดเ้าของร่างที่นอนหลับสนิทก็ขยับตัวเสียที
เด็กน้อยใจชื้นขึ้นมาหน่อยในที่สุดมารดาก็ตื่นขึ้นมาเสียที
ร่างบอบบางขยับบิดตัวไล่อาการเมื่อยขบก่อนที่เปลือกตาสีไข่ไก่จะเปิดปรือขึ้น ดวงตาสีนิลสนิทลืมตาตื่นเต็มตา กวาดมองไปรอบ ๆ อย่างไม่แน่ใจนัก
ที่นี่ที่ไหน
เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดก่อนที่หางตาจะเหลือบไปเห็นสิ่งมีชีวิตตัวจ้อย
นั่นลูกใครทำไมปล่อยให้มานั่งมองคนแปลกหน้าแบบนี้?
“หนู?”
“อื้อแม่ะ” มือเล็ก ๆ กอบกุมกันแน่นเมื่อคนที่ตนเรียกว่าแม่ตวัดมามอง
“อื้อ!อ๊ากกก!!!” มือเรียวยกขึ้นกอบกุมศีรษะเมื่อความเ็ปไร้ที่มาก่อเกิดขึ้นในหัวหัวเขาแทบะเิ ภาพความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อนกินเวลาไปหลายนาที
นี่มันเื่บ้าอะไรกันตกงานอยู่ดี ๆ เขาก็ต้องมาเป็ตัวประกอบในนิยายเื่ที่เพิ่งอ่านมาเนี่ยนะบ้าไปแล้วหรือ์!
พักพิงเป็หนุ่มออฟฟิศวัยยี่สิบสี่ปี ที่เพิ่งตกงานหมาด ๆเขาเอาความเครียดที่กลายเป็คนว่างงานไประบายกับการอ่านนิยายจีนยุค 70 ตอนปลายที่มีพันกว่าตอนอดหลับอดนอนจนตาดำคล้ำเพื่อที่จะปล่อยใจก่อนจะเริ่มหางานใหม่ในสัปดาห์หน้าหลังจากร่อนเรซูเม่ไปหลายบริษัทแต่ไม่มีบริษัทไหนตอบกลับมาสักที
นิยายเื่ที่เขาอ่านก็เป็นิยายน้ำเน่าเต่าเผาทั่วไปพระเอกนางเอกร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคมีตัวร้ายขัดขวาง แล้วก็จบแฮปปีเอนดิงพล็อตน้ำเน่าจำเจแต่ก็อ่านอยู่ดี
ไม่คิดว่าตัวเองจะหัวใจวายตายแล้วทะลุเข้ามาในนิยายที่เพิ่งอ่านไปเข้ามาเป็ใครไม่เข้าทำไมต้องเข้ามาเป็แม่เลี้ยงตัวร้ายด้วยล่ะ
หลัวซีซีเกอจอมเกียจคร้านแห่งหมู่บ้านสกุลซูที่ถูกจับแต่งงานกับพลทหารพ่อม่ายลูกติดเพราะเมียมีชู้เฮ้อ! อนาจใจจริง ๆ
จากพักพิงเกย์หนุ่มสู่เกอละอ่อนวัยสิบเก้าปีเฮอะ ๆ
หลัวซีซีใช้เวลาจูนสมองตัวเองอยู่ครู่ใหญ่แล้วจึงลุกขึ้นนั่งสายตามองสำรวจเ้าเด็กตัวเล็ก นี่คงจะเป็ ถังซือเป่าว่าที่ตัวร้ายในนิยายเืหมานั่นแน่ ๆ
แม้ตัวเขาจะเป็คนไม่อินังขังขอบกับเด็กๆ แต่เมื่อสบตากลม ๆดูใสซื่อของซือเป่าน้อยผนวกกับหน้าตาเนื้อตัวสกปรกมอมแมมของอีกฝ่ายแล้วก็อดที่จะเวทนาไม่ได้
อยู่กันยังไงให้สกปรกขนาดนี้น้ำมูกแห้งเกรอะกรังใต้จมูก และข้างแก้ม ดวงตาลึกโหล ตัวผอมยังดีที่หัวไม่โตผิดปกติ
“อะแฮ่ม!”หลัวซีซีกระแอมไอเพื่อหาเสียงตัวเอง
“ซือเป่าหิวหรือยัง”มองดูแสงที่ลอดเข้ามาก็น่าจะสายพอสมควรแล้วเขาจึงได้เอ่ยถามเด็กถั่วงอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนระดับลงนิดหน่อยขอย้ำว่านิดเดียวเพราะเขาไม่ค่อยพิศมัยเด็กมากนัก
ไหนๆ ก็ไหน ๆ แล้วจะยอมเป็แม่ให้ละกันเพื่อที่เ้าถั่วงอกจะได้ไม่ต้องมีตอนจบน่าอนาจแบบในนิยาย
ซือเป่าน้อยเหลือบตามองแม่เลี้ยงด้วยความดีใจในที่สุดแม่ก็ถามเขา
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกๆ “หิว กั๊บ”
“อืมงั้นพี่ เอ่อ... แม่จะทำอะไรให้กินละกัน”
ซือเป่าน้อยตาวาวแม่เลี้ยงแทนตัวเองว่าแม่ทั้งที่ปกติจะแทนตัวเองว่าฉันมาตลอดถึงซือเป่าจะอายุยังน้อยแต่เขาก็รู้ว่าเด็กทุกคนล้วนมีแม่ป้าสะใภ้ทั้งสองคนมักบอกว่าเขาไม่มีแม่ แม่ทิ้ง มาตลอด
แต่วันนี้เขามีแม่แล้วซือเป่ายิ้มกว้างจนเห็นฟันแปดซี่ด้านหน้า ้าสี่ ด้านล่างสี่ ดูสดใสกว่าทุกวัน
หลัวซีซีลุกขึ้นยืนทอดสายตามองร่างผอมๆ ของเด็กน้อย “ซือเป่าลงเองได้ไหม”
ซือเป่าแย้มยิ้มอีกครั้งพยักหน้าเร็วๆ ก่อนคลานลงจากเตียงเตา
เกอหนุ่มพยักหน้าพึงพอใจ“แม่จะไปที่ครัว ทำอาหารให้ซือเป่า ห้ามดื้อนะรู้ไหม”นิ้วชี้เรียวยกชี้ขึ้นประมาณว่ากำลังคาดโทษอยู่
ซือเป่าเห็นหน้าแม่ดุๆ ก็ก้มหน้างุดตาละห้อยเดินเตาะแตะไปสวมกอดขาแม่เลี้ยง
“เป่าม่ายดื้อ”เสียงเล็กเอ่ยติดขัดตามประสาเด็ก
“เด็กดี”ร่างโปร่งบางของเกอหนุ่มก้มลงช้อนเ้าเด็กถั่วงอกขึ้นอุ้มก่อนจะพาเดินไปที่ครัวตามความทรงจำร่างเดิม
ในครัวแทบไม่มีอะไรเลยข้าวของก็ระเกะระกะเต็มไปหมด แทบจะเรียกว่ารังหนูแทนบ้านคนคนหน้าหวานส่ายหน้าเชื่องช้า
ซือเป่ากอดคอแม่แน่นมองแม่ที่กำลังทำหน้ายุ่ง ๆ แล้วนึกหวั่นใจ กลัวแม่จะกลับไปไม่สนใจเขาอีก!
“แม่ะ”ลองเรียกดูสักหน่อย
“หืม? ว่าไงซือเป่า”
เด็กน้อยส่ายหน้าหวือแล้วยิ้มแฉ่ง
หลัวซีซีวางเด็กถั่วงอกลงบนพื้นดินที่อัดจนแน่น
“อยู่นิ่งๆ แม่จะหาอะไรมาทำให้กิน”
“เป่านิ่ง!”ร้องรับจบก็เกาะขาเก้าอี้ไม้ยืนนิ่ง ๆ ตามคำแม่