เทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี

    ตอนที่ 41 ศึกรวมสถานศึกษา


    สถานศึกษามอวู้ดส์ท้องฟ้าครึ้มมีแสงแดดอ่อนๆ เมื่อกติกาการประลองและของรางวัลถูกประกาศออกมาครบแล้ว

     

    "ขอประกาศให้เริ่มประลองได้และการประลองในครั้งนี้จะจบลงทันทีเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน"

     

    เฮ้!มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นทุกทิศทาง

     

    หลังจบการประกาศชายหนุ่มร่างกำยำในชุดเขียวก็ก้าวขึ้นสู่เวทีนี่เป็นธรรมเนียมที่ต้องให้เจ้าภาพขึ้นประลองก่อนเป็นคนแรก

     

    "กระผมชาร์ล วัลเลย์ สถานศึกษามอวู้ดส์ขอรับการชี้แนะจากทุกท่าน"

     

    เมื่อชาร์ลกล่าวจบก็มีเด็กชายในชุดสีแดงก้าวขึ้นมา

     

    "โอราส มาฟ สถานศึกษาอาเทน"

     

    อาวุธของทั้งคู่เป็นกระบี่เมื่อผ่านการคำนับซึ่งกันและกันทั้งสองใช้ทักษะเคลื่อนไหวพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันที

     

    เงาสีแดงกับเงาสีเขียวเข้าปะทะกันเกิดเสียงโลหะกระทบกันกังวานไปทั่วเวทีประลอง

     

    โอราสเหมือนจะเสียเปรียบอยู่นิดหน่อยเรื่องพละกำลังเขาพยายามเน้นทักษะการเคลื่อนไหววนรอบตัวของชาร์ล

     

    เด็กชายชุดเขียวเองก็ไหวตัวทันเขาแทงกระบี่ลงพื้นเวทีทันใดนั้นเงารากไม้กระจายออกทั่วทิศทางทำให้
    โอราสต้องฝืนรับเงารากไม้นั้นเอาไว้เอาไว้

     

    ตัวโอราสกระเดนออกไปอย่างแรงขณะที่ร่างเกือบจะตกเวทีแล้วนั้นเขานำกระบี่กดลงพื้นเสียงลากยาวเสียดหูดังออกมาทำให้โอราสพยุงตัวเอาไว้ได้

     

    แต่ชาร์ลไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือเขาพุ่งตัวเสือกแทงเข้ามาทันที  โอราสยังไม่ยอมแพ้เงาหมาป่าสีแดงถูกส่งออกมาจากกระบี่ของเขา
    "ทักษะหมาป่าโลหิต"คือชื่อของกระบี่นี้

     

    ฝั่งชาร์ลก็ไม่น้อยหน้ากระบี่ในข้อมือหมุนวนสามรอบ

     

     "รับไปกระบี่กวางเขียว"เขากล่าวก่อนส่งปราณที่บีบอัดเป็นกวางสีเขียวเข้าปะทะกับหมาป่าสีแดง

     

    ในเสี้ยวอึดใจเงาหมาป่าสีแดงขย้ำฝ่ายกวางเขียวได้สำเร็จแต่ก็เหลือเพียงเงาเลือนรางเท่านั้นจากนั้นกระบี่ของโอราสได้จ่ออยู่ที่คอของเด็กชายชุดเขียวแล้ว

     

    "โอราส มาฟ สถานศึกษาอาเทนชนะ" เสียงประกาศดังขึ้น

     

     กฎของผู้ชนะคือต้องสู้ต่อไปหรือไม่เลือกยอมแพ้ด้วยตนเองหากยอมแพ้ทันทีก็จะกลายเป็นชนะหนึ่งแพ้หนึ่งยังสามารถขึ้นมาประลองต่อได้
    แต่ละคนมีสิทธิ์ขึ้นมาบนเทวีนี้เพียงสามครั้งเท่านั้น ผลการประลองจะถือว่าสิ้นสุด

     

    "กาเชิง สถานศึกษามอวู้ดส์ขอขึ้นประลอง" กาเชิงคือชายที่ถูกหักแขน

     

    เมื่อวานนี้เพียงคืนเดียวด้วยผลจากเวทฟื้นฟูทำให้แขนเขาหายดีเป็นปกติ

     

    กาเชิงเป็นผู้ใช้หมัดเขาพุ่งหมัดเข้าใส่กระบี่โอราสอย่างไม่เกรงกลัวครานี้เขาใส่สนับมือมาด้วย

     

    เสียงโลหะกระทบกันดังไปทั่วบริเวณปราณที่แผ่พุ่งออกมาจากคนทั้งสองลูคัสสัมผัสได้ว่าทั้งสองคนนั้นอยู่ในระดับรวมปราณขั้นสอง

     

    ผ่านไปไม่กี่อึดใจเงาหมาปาสีแดงปรากฏขึ้นอีกครั้งเห็นได้ชัดว่าครั้งนี้มันมีขนาดเล็กกว่าเดิมมากเพราะปราณของ
    โอราสถูกใช้ในการต่อสู้ครั้งก่อนจนเกือบหมด

     

    ทำให้กาเชิงใช้หมัดทะลวงเข้าสู่อกส่งโอราสกระเดนตกเวทีไป

     

    "กาเชิง สถานศึกษามอวู้ดส์ชนะ"

     

    เฮ้!เสียงดังขึ้นจากกองเชียร์ของสถานศึกษามอวู้ดส์

     

    "ขอท้าประลองตั๋วซันสถานศึกษาโนเบอร์" กาเชิงกะใช้เวทีนี้เพื่อล้างตา

     

    ตั๋วซันที่ถูกเรียกชื่อก้าวขึ้นเวทีประลองด้วยอาการสงบนิ่งแต่สายตานั้นยั่วยุคู่ต่อสู้อย่างเปิดเผย

     

    "พี่ชายกาเชิงยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ"ครั้งนี้ตั๋วซันถือค้อนยักษ์สีเงินขึ้นมาด้วย นี่คืออาวุธประจำตัวของเขา

     

    "ไม่ต้องพูดมาก"กาเชิงไม่ทำความเคารพฝ่ายตรงข้ามแต่กลับพุ่งเข้าใส่ตั๋วซันอย่างไม่เกรงกลัวก่อนที่หมัดจะถึงตัวตั๋วซันนั้น

     

    ตู้ม!ค้อนสีเงินทุบลงไปยังจุดที่กาเชิงพุ่งเข้ามาพอดิบพอดี

     

    "โซลเยอร์ขั้นหก" อากิโกะอุทานขึ้น

     

    เพียงการโจมตีเดียวหน้าอกของกาเชิงยุบตัวลงไป

     

       ทำให้การประลองต้องยุติลงทันทีพร้อมพาตัวกาเชิงออกไปทำการรักษาแม้การประลองจะไม่ได้ห้ามให้ทำร้ายกันถึงชีวิต
    แต่สี่สถานศึกษาก็เป็นพันธมิตรกันไม่ควรจะรุนแรงจนเกินเลยนัก

     

    "ตั๋วซัน สถานศึกษาโนเบอร์ชนะ

     

    เมื่อเสียงประกาศจบลงฝั่งมอวู้ดส์ก็รีบเอ่ยคำขอประลองทันที

     

    “มีน่าสถานศึกษามอวู้ส์ขอประลอง”

     

       เด็กหญิงชุดเขียวมาหวังกู้หน้าให้สถานศึกษามอวู้ดส์“ฮ่า” แส้สีเลือดหมูฟาดออกไปทันทีตั๋วซันขมวดคิ้วก่อนหลบได้อย่างทันท่วงทีเวทีหินถึงกับแตกเมื่อสัมผัสกับแส้นั่นตั๋วซันไม่รีรอกระโจนเข้าใส่มีน่า ค้อนในมือส่องประกาย
    “ค้อนล้านปอนด์” นี่คือชื่อทักษะของเขาตู้ม! พื้นเวทีหินแหลกละเอียดก่อนเวทีจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในสภาพเดิม

     

       โชคดีที่มีน่าหลบได้ตอนนี้แส้ของเธอราวกับงูพันรัดอยู่ที่ค้อนสีเงินตั๋วซันใช้พละกำลังที่มากกว่ากระชากร่างเธอเข้าหาตัว
    ก่อนใช้หมัดขวาชกเข้าใบหน้าของเด็กหญิงจนฟันหลุดร่วงเธอกระเดนออกไปจากเวทีเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในที่สุด

     

    "ตั๋วซัน สถานศึกษาโนเบอร์ชนะ"

     

    หลังจากนั้นก็มีชายร่างใหญ่จากสถานศึกษาอาเทนขึ้นมาแต่ก็ต้องพ่ายให้แก่ตั๋วซันในกระบวนท่าเดียว

     

    “ชายคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ”เรนนี่ บลูมเบิร์ก พูดขึ้นมือของเธอกำลังสั่นด้วยความกลัว

     

    ทั่วเวทีประลองเงียบลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงประกาศผล

     

    “เฮ้อแดนเหนือไม่คิดจะขึ้นมาบ้างเหรอ” ตั๋วซันทำท่าทางเบื่อหน่ายก่อนเงี่ยหูมาทางสถานศึกษาอีเดนด้วยท่าทางเยาะเย้ยอย่างเปิดเผย

     

    เมื่อเห็นตั๋วซันทำเห็นนั้นฝั่งสถานศึกษาโนเบอร์เองก็หัวเราะกันออกมาเสียงดังเฉินเป็นผู้ที่ก้าวขึ้นไปบนเวที

     

    "หยางเฉิน สถานศึกษาอีเดน" เด็กชายซ้อมพูดประโยคนี้ทั้งคืนโดยอาจารย์ของเขาก็คือฟุสฟรานเชสเตอร์นั่นเอง

     

    "น้องชายก็เห็นแล้วว่า คนที่ขึ้นยืนต่อหน้าพี่สภาพเป็นอย่างไรทางที่ดียอมแพ้เสียโดยง่ายจะดีกว่า"ตั๋วซันถือค้อนไว้ข้างลำตัวก่อนเดินเอามืออีกข้างที่ว่างอยู่แตะไหล่เฉินราวกับอาจารย์ชี้แนะลูกศิษย์

     

    ลูคัสแทบจะหลุดขำออกมาแม้เฉินและตั๋วซันจะมีระดับอาณาจักรที่ 2 ขั้นหกเท่ากันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกัน

     

    ฉั่วะ!ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจค้อนในมือขวาของตั๋วซันร่วงสู่พื้น

    "อ๊ากกก" มือข้างซ้ายกุมไหล่ขวาที่ถูกตัดออกไปเลือดไหลทะลักออกจากบาดแผลเป็นภาพที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง

     

       ผู้คนโดยรอบไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมาทำให้เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของตั๋วซันดังลั่นไปทั่วบริเวณในขณะที่เฉินกำลังจะสะบัดมีดลงไปอีกครั้ง

     

    "เจ้าหนุ่มหยุดมือเขาแพ้แล้ว"เสียงชายชราส่งมาจากฝั่งสถานศึกษาโนเบอร์ฉางยีนั่นเองเขาเป็นตัวแทนกล่าวยอมแพ้ให้สถานศึกษา

     

    สวบ!แต่เฉินยังไม่หยุดเขาตัดขาขวาของตั๋วซันออกอีกข้างเหล่าผู้ชมล้วนเอามือปิดตาด้วยความหวาดกลัวเด็กชายคนนี้โหดเหี้ยมจริงๆ

     

    "อ๊ากกก ข้ายอมแพ้"เมื่ออีกฝ่ายกล่าวยอมแพ้เฉินหยุดมือแล้วเดินกลับไปตรงกลางเวทีประลอง

     

    "หยางเฉิน สถานศึกษาอีเดนชนะ"

     

    "ข้าบอกยอมแพ้แล้วทำไมแกถึงไม่หยุดสหายฟรองซ์ทัวร์ทำไมลูกศิษย์ท่านจึงโหดเหี้ยมเช่นนี้"ฉางยียืนขึ้นพร้อมกล่าวประท้วงออกมา

     

    "ใจเย็นสหายฉางจากที่ตัวเราฟังกฎระเบียบมีกฎกล่าวไว้ชัดเจนว่าผู้ประลองต้องเป็นคนกล่าวคำยอมแพ้ออกมาด้วยตัวเองคนนอกไม่มีสิทธิ์ถูกต้องไหมท่านหลี่"คำกล่าวนี้ถูกส่งออกมาจากหญิงสาววัยกลางคนจากกระโจมของสถานศึกษาอาเทน

     

    อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวรยุทธมู่หลิงเป็นอาสาวแท้ๆของมู่เฉิง

     

    เธอเองก็ไม่ชอบใจพฤติกรรมของตั๋วซันเท่าไหร่จึงออกหน้าแทนสถานศึกษาอีเดน

     

    "เป็นจริงอย่างสหายมู่ว่าสหายฉางใจเย็นลงก่อนเถิดแขนขาของศิษย์ท่านยังรักษาได้โปรดนำตัวเขาลงมาจากเวที"
    หลี่เต้ากล่าวขึ้นเพื่อให้ความเป็นธรรม

     

       ประโยคนี้ทำให้ฉางยีกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกไอ้หนูนั่นก็ไม่ได้ทำผิดกฎจริงๆ เขาจึงเก็บความแค้นนี้ไว้ในใจก่อนนั่งลงจากนั้นฉางยีหันไปกำชับกับหยวนซีให้จัดการเฉินอย่างเด็ดขาด

     

    "ขอท้าผู้ที่แข็งแกร่ง" เฉินพูดออกมาห้วนๆตัวเขาเองไม่ได้สนใจว่าการประลองในครั้งนี้ตนจะได้อันดับที่เท่าไหร่ขอเพียงได้สู้กับคนที่แข็งแกร่งก็เพียงพอแล้ว

     

       จากนั้นก็มีคนขึ้นมาขอสู้กับเฉินอีกสามรายทั้งหมดล้วนเป็นคนของฝ่ายสถานศึกษาโนเบอร์ซึ่งก็พ่ายแพ้ให้กับเฉินในสภาพน่าอนาถกลับไป

     

    "หยวนซี สถานศึกษาโนเบอร์ขอขึ้นประลอง"ความจริงหยวนซีไม่อยากรีบขึ้นมาบนเวทีสักเท่าไหร่ตนอยากจะเก็บปราณไว้ประลองในรอบหลังเพื่อจะได้ทำสถิติให้ดี

     

    "ยอมแพ้" เฉินเดินลงจากเวทีโดยไม่มองคู่ต่อสู้

     

    ลูคัสแอบปรบมือให้เฉินเงียบๆในเมื่อรู้ว่าเสียเปรียบก็ไม่ต้องสู้ไม่ใช่เดินหน้าลูกเดียวนี่คือสิ่งที่คนมีสมองพึงกระทำ

     

       เหตุการณ์นี้ทำให้หยวนซียืนอึ้งอยู่บนเวทีประลองแต่จะไปท้วงติงอะไรก็ไม่ได้ ไม่มีกฎให้อีกฝ่ายห้ามยอมแพ้
    ฝ่ายเฉินเองก็เอาชนะคู่ต่อสู้มาถึงสี่คนรวดแล้วด้วย หากเขาไปยุยงไม่เท่ากับว่าหักหน้าตัวเองหรอกหรือ

     

     หยวนซีกวาดสายตาไปรอบด้านในที่สุดเขาก็เหลือบมองไปเห็นลูคัสในขณะที่ปากกำลังจะเอ่ยท้านั้น

     

    "มู่เฉิง สถานศึกษาอาเทนขอขึ้นประลอง" ยิงสาวในเกราะแดงทุกย่างก้าวของเธอนั้นสร้างความเร่าร้อนให้กับตัวบุรุษหนุ่มโดยรอบเป็นอย่างมาก

     

    "เทพธิดามู่" "เทพธิดามู่" "เทพธิดามู่"เสียงเชียร์จากฝั่งอาเทนและมอวู้ดส์ดังผสมกันตอนนี้ทุกคนพร้อมใจกันร้องเรียกชื่อเธอ

     

    "เทพธิดามู่เฉิง" แม้แต่ไบรอันก็เอากับเขาด้วย

     

    "ผู้หญิงคนนั้นน่ะหรือเทพธิดาที่พูดถึงกัน...สวยมาก" ฟุสอุทาน

     

    ลูคัสส่ายศีรษะเหมือนดั่งเคยพลางคิดว่าโลกนี้มันเกิดอะไรขึ้น

     

       เมื่อมู่เฉิงก้าวขึ้นมาด้านบนเวทีกระบี่หนักสีแดงสดดั่งเปลวเพลิงถูกนำออกมาจากแหวนเก็บของขนาดกระบี่แดงนั้นเกือบเท่ากับดาบใหญ่ของลูคัสเลยทีเดียว

     

    "เทพธิดามู่ ความจริงข้าน้อยก็ไม่อยากจะสู้กับท่านดังนั้นช่วยออมมือด้วย" หยวนซีกล่าวออกมาด้วยความสุภาพ แต่ภายในใจนั้นรู้สึกลิงโลดเป็นอย่างยิ่งเขาอยากเอาชนะเธอและในที่สุดเธอก็จะประทับใจในความสามารถของตัวเขาจนสารภาพรักออกมาในที่สุด

     

       แต่สุดท้ายฝันของหยวนซีก็ต้องสลายไปเมื่อเงามังกรแดงตัวเขื่องกำลังพุ่งลงมาจากฟากฟ้านอกจากมังกรที่พุ่งลงมาแล้วยังมีกระบี่หนักของ
    มู่เฉิงที่กำลังร่วงลงมาในแนวดิ่งหมายผ่าร่างของหยวนซี

     

       โฮก! มังกรแบบชาวตะวันตกสีแดงดูสมจริงเป็นอย่างมากมันคำรามออกมาราวกับมีชีวิตหยวนซีเหงื่อตก
    ดูจากปราณที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างกายมู่เฉิง เขาวิเคราะห์ได้ทันทีว่าเด็กสาวตรงหน้ามีระดับการบ่มเพาะมากกว่าตัวเขาอย่างแน่นอน

     

    "ยอมแพ้"

     

       มังกรที่กำลังจะกลืนร่างหยวนซีสลายไปในชั่วพริบตาเหงื่อเย็นซึมเต็มแผ่นหลัง เขาปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุด
    ก่อนหันร่างแล้วเตรียมก้าวออกจากเวทีประลอง เมื่อเสียงประกาศชัยชนะสิ้นสุดลง

     

    "ลูคัสแห่งแดนเหนือข้าขอท้าประลองท่าน"

    .

    คล้ายกับเรื่องเทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี ที่คุณอ่าน