Tower Defense War Era

    ตอนที่ 5 เผ่าลิชาร์ดแมน

    ​

    วันที่ 2 กุมภาพันธ์

    ***เวลา 9:00 น. ตามเวลาโลกมนุษย์

    เด็กสาวได้ลืมตาตื่นขึ้น

     

     

    “ที่นี่… ที่ไหนอ๊ะ? ”

    ลูกสาววัยเจ็ดขวบของฮาร์ดีกระพริบตาด้วยความสงสัย

    ในใจของเธอกำลังคิดว่าตัวเองยังกำลังหลับฝันอยู่

    นี่ไม่ใช่โลกที่เธอรู้จัก

     

     

    พื้นที่รอบตัวของเธอคือพื้นที่โปรงใสอันไร้ขอบเขต ราวกับว่าตัวเธอเองกำลังยืนอยู่บนอากาศ

    ข้างใต้ลงไปคือพื้นดินอันแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยทรายกับดินแตกระแหง

    ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใด ๆ ปรากฏให้เห็นบนโลกสีน้ำตาลนั้น

     

     

    เหนือขึ้นไปคือท้องฟ้าสีเขียวที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต

    มันเต็มไปด้วยหมู่เมฆสีดำ

    มีสายฟ้าสาดแสงโกลาหล

    มีสายลมก่อตัวหมุ่นเวียนดั่งพายุ ก่อตัวขึ้นกระจายไปทั่วทุกตารางนิ้ว

    ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใด ๆ ปรากฏให้เห็นบนท้องฟ้านั้น

     

     

    เลยออกไปสุดเส้นขอบฟ้า จะพบกับหุบเขาสูงชันสีน้ำตาลที่ไร้ชีวิต

    เหนือขึ้นไปเลยท้องฟ้า สูงขึ้นไปถึงอวกาศ จะพบกับแสงอาทิตย์ที่แรงกล้า คอยแผดเผาโลกทั้งใบให้ร้อนระอุเหือดแห้ง

    โลกใบนี้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดปรากฏให้เห็นตรงหน้า เรียกได้ว่าแทบไม่ต่างอะไรไปจากดินแดนของคนตาย

     

     

    รอบดวงอาทิตย์เพียงหนึ่งเดียวของโลกนี้ มีดาวบริวารทั้งสิ้นทั้งหมด 3 ดวง โดยหนึ่งในดาวทั้งสามดวง คือดาวที่เธอกำลังยืนอาศัยอยู่

    ดาวทั้งสามมีขนาดที่ใหญ่โตเทียบเท่ากัน

    มันเป็นดาวที่โคจรซึ่งกันและกัน เป็นระบบดาวหลายดวง (Multiple Systems) ที่มีวงรัศมีโคจรใกล้กันมากจนทำให้แม้แต่เวลากลางวัน ก็ยังสามารถมองเห็นดาวอีกสองดวงได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า

     

     

    “ดาวสีฟ้า… กับสีเทา? ”

    เด็กสาวไม่รู้จักดวงดาวเหล่านั้น

    เด็กสาวไม่รู้จักท้องฟ้ากับแผ่นที่ดูราวกับเป็นดาวแห่งความตายตรงหน้า

    ท้องฟ้าที่เธอรู้จัก มันไม่ใช่แบบนี้

     

     

    เด็กน้อยไม่รู้ว่าที่นี่คือดาวแม่ของชาวต่างดาวที่จับเธอมา

    ไม่รู้ว่าดาวทั้งสามมันเคยมีอดีตเป็นหนึ่งเดียวจนกระทั้งถูกดาวหางชนแตกออกเป็นสามส่วน

    ไม่รู้ว่าผู้ปกครองระบบสุริยะแห่งนี้ เป็นของเผ่า [ลิซาร์ดแมน] ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งต้องอดทนต่อสู้เอาตัวรอดบนดาวที่มีสภาพแวดล้อมแสนเลวร้าย

    ไม่รู้แม้กระทั้งชื่อดาวที่ตัวเองอยู่ ว่ามันมีนามอันแสนไพเราะว่า [ดียิเคอร์ - อีฉิง]

    รวมไปถึงไม่รู้ว่าดาวสีเทากับสีฟ้าบนฟากฟ้า มันมีนามว่า [ดีเอร์เคอร์ - อีฉิง] กับ [ดีซันเคอร์ - อีฉิง]

    เธอไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง

     

     

    ***เวลา 9:15 น. ตามเวลาโลกมนุษย์

    เด็กทั้งสองคนได้ลืมตาตื่นพบกับโลกใบใหม่

     

     

    ภายในห้องโปรงแสงคับแคบว่างเปล่าแห่งนี้ มีเพียงแค่เธอกับน้องชายอยู่กันเพียงสองคนเท่านั้น

    "ทะ-- เทร่า! ตื่นได้แล้ว! "

    "งำ ๆ … เช้าแล้วหรือครับพี่เวลคิน? "

    “ไม่ใช่แบบนั้น! รีบตื่นขึ้นมาก่อนเร็ว! ”

     

     

    บุตรแฝดทั้งสองคนของ ฮาร์ดี ชาร์สเซอร์ มีนามว่า เทร่า กับ เวลคิน

    เทร่าคือพี่สาวคนโต เพราะถือว่าตัวเองคลอดออกมาจากท้องแม่ก่อนเวลคิน

    เธอมีดวงตาสีฟ้าที่ได้จากพ่อ และได้ผมสีดำอมน้ำตาลมาจากแม่

    ส่วนเวลคินมีดวงตาสีดำที่ได้จากแม่ และได้ผมสีทองอมน้ำตาลมาจากพ่อ

    sds​

     

     

    สองบุตรแฝดกำลังลืมตาตื่นขึ้นมา

    มันเป็นวันแรก นับจากวันที่เข้าสู่ห้วงนิทราอันยาวนานนับหนึ่งเดือนเต็ม ที่พวกเขาได้เริ่มขยับร่างกาย

    ต้องขอบคุณเทคโนโลยีของชนเผ่าลิซาร์ดแมน ที่ทำให้เด็กน้อยทั้งสองคน ยังมีสภาพร่างกายสมบูรณ์ ทั้งที่หลับไหลมาอย่างยาวนานเช่นนี้

     

     

    “พี่ครับ~... เหวอ! ที่นี่ที่ไหนกันเนีย!? ”

    “พี่เองก็ไม่รู้ พอรู้ตัวอีกที พวกเราก็มาอยู่ตรงนี้แล้ว”

    “ไม่ใช่ว่าพวกเรากำลัง--- จะไปเข้าห้องน้ำกันหรือครับ? ”

    “นั่นสินะ ตอนนั้นพวกเราขอแม่ออกมาเข้าห้องน้ำ หลังจากนั้นก็วูบ~ หมดสติไปเลยสินะ”

     

     

    เด็กน้อยทั้งสองคนเริ่มระลึกชาติก่อนที่ตัวเองจะหมดสติไป

    พวกเขาจำได้ว่ากำลังจะไปเข้าห้องน้ำหลังจากเล่นน้ำทะเลจนเหนื่อยล้า

    แต่ทันทีที่วิ่งไปถึงห้องน้ำที่ตั้งแยกออกมาจากหาดทรายขาว พวกเขาก็วูบหมดสติไปในทันที

     

     

    เด็กน้อยไม่รู้ว่านั่นคือตอนที่หน่วยสำรวจของเผ่าลิซาร์ดแมนกำลังดำเนินภารกิจ [ลักพาตัวชาวต่างดาว]

    อาจเป็นโชคดีในโชคร้าย ที่พวกเขาถูกลักพาตัวมาก่อนเหตุการณ์ชายหาดนองเลือด เลยทำให้พวกเขายังไม่ทราบว่าแม่ของตัวเองได้ถูกสังหารไปแล้ว

     

     

    “ถูกพามาสถานที่ไม่รู้จัก”

    “แถมยังเหมือนสถานที่ไม่ใช่บนโลกละ”

    “ไม่มีวีแววของพ่อกับแม่ด้วย~♫~♬”

    “ถ้าอย่างนั้นแปลว่า~♪~♩”

    สีหน้าของเด็กน้อยทั้งสองกำลังเปลี่ยนไป

    ซึ่งมันไม่แปลก

    ถูกพาตัวห่างจากอ้อมอกของบิดามารดา มันคงจะทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัว---

    ““พวกเราสามารถเล่นซนได้เต็มที่เลยสินะ! ””

    ---รู้สึกหวาดกลัว ไม่ได้เลยสักนิดกระเบียดนิ้วเดียว...

     

     

    ***เวลา 9:30 น. ตามเวลาโลกมนุษย์

    ชาวต่างดาวออกให้อาหารสัตว์ทดลอง

     

    “น่าเบื่อ… ทำไมตรูต้องมาทำงานดูแลพวกสัตว์ทดลองด้วยฟะ”

    ลิซาร์ดแมนเกล็ดเขียวคนหนึ่งกำลังบ่นด้วยความเบื่อหน่ายอยู่บนทางเดินทองคำ

    มันเป็นทางเดินโลหะที่บุปิดผิวด้วยทองคำอย่างฟุ่มเฟือย จนราวกับจะล้อเล่นชาวมนุษย์ที่นับถือให้ทองคำเป็นแร่มีค่า

     

     

    ที่บนผนังซ้ายกับขวาของทางเดินแห่งนี้ มีประตูเหล็กหุ้มทองคำบานใหญ่ตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก

    เส้นทางภายในเองก็มีความคดเคี้ยวคล้ายเขาวงกตชวนสับสน

    ทางออกเพียงหนึ่งเดียวซึ่งพามาสู่สถานที่อันคดเคี้ยวแห่งนี้ ยังถูกปิดแน่นด้วยประตูสามชั้น พร้อมยามมากความสามารถเฝ้าระวังเอาไว้

    ถ้าหากหลบหนีสายตาของทหารยามออกมาได้ จะพบกับห้วงเวหาสีดำอันไร้ที่สิ้นสุด ไม่มีแม้แต่แผ่นดินให้หยั่นขา นอกจากผืนเฆมสีดำที่เต็มไปด้วยลมพายุกับสายฟ้าฟาด

    เพราะสถานที่แห่งนี้มันกำลังลอยอยู่ระหว่างชั้นบรรยากาศของโลกนั่นเอง

    มันเป็นสถานที่มีการเฝ้าระวังสูงสุด ที่แม้แต่มดเพียงตัวเดียว ก็มิอาจหลบหนีออกไปได้

     

     

    “ไหน… ดูรายการหน่อยซิ? [ไอสัตว์นรก] ตัวอ่อนหนึ่งตัว [หางดาบ] ตัวอ่อนหนึ่งตัว กับตัวโตเต็มวัยอีกสาม [ลิงไร้ขนมีปีก] ตัวโตเต็มวัยหนึ่งตัว [ลิงไร้ขน] ตัวอ่อนอีกสองตัว ใช้เวลาทั้งเดือน แต่จับกลับมาได้แค่นี้? ไอพวกหน่วยสำรวจต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ หึ! ถ้าเป็นข้านะ กับอีกแค่สัตว์ต่างดาว จะจับกลับมาให้ได้ถึงร้อยตัวในเวลาหนึ่งเดือนให้พวกแม่งดูเอง! ”

    เขาพูดด้วยอารมณ์แห่งความริษยา

     

     

    มือที่ควรถืออาวุธกลับต้องมาถือถาดอาหารของสัตว์ต่างดาว

    ขาที่ควรกำลังเหยียบย่ำอยู่บนพื้นดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด กลับต้องมาเดินบนพื้นทองคำหนาที่เย็นเฉียบ

    สำหรับลิซาร์ดแมนเกล็ดเขียวซึ่งเป็นสายเลือดนักรบชั้นสูงอย่างเขา มันไม่มีความอัปยศใดในชีวิต มากเท่ากับการต้องมาทำงานเป็นภารโรงดูแลสัตว์ทดลองเช่นนี้

     

     

    เผ่าลิซาร์ดแมนของเขาถูกแบ่งเป็นสามเผ่าย่อยตามสีเกล็ดของร่างกาย

    เกล็ดเขียว คือชาตินักรบ มีความภาคภูมิใจของร่างกายซึ่งมีความแข็งแรงมากที่สุด จากทั้งสามเผ่าที่พวกเขามี

    เกล็ดน้ำตาล คือพวกเผ่าที่มีร่างกายอ่อนแอที่สุด เป็นกลุ่มที่นิยมการทำการเกษตร และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยอยู่หลังเผ่าเกล็ดเขียว

    เกล็ดเทา คือพวกหนอนหนังสือ เป็นเป็นพวกยึดถือปรัชญาการใช้ชีวิต และนิยมการทดลองโดยชาติกำเนิด

    ถึงจะแบ่งตามภาพรวมของเผ่าตามสีของเกล็ด แต่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นไปตามที่กล่าวเอาไว้

     

     

    เกล็ดเทาบางคนที่นิยมการต่อสู้ก็มี

    เกล็ดน้ำตาลที่แข็งแรงกว่าเผ่าเกล็ดเขียวก็มี

    รวมไปถึง

    พวกเกล็ดเขียวไม่ได้ต่อสู้เก่งกาจ จนต้องหันมาทำงานเป็นภารโรงดูแลสัตว์ต่างดาว อย่างเช่นชายที่กำลังริษยาผู้อื่นตรงนี้

     

     

    “รายแรก ให้อาหาร [ลิงไร้ขนมีปีก] มีปีกก่อน”

    ลิซาร์ดแมนเกล็ดเขียวหยิบถาดอาหารผิวสีทองออกมาจากกระเป๋า แล้วโยนเข้าไปในช่องขนาดเล็กบนประตูอย่างไม่ใส่ใจนัก

    ทันทีที่อาหารถูกหย่อนเข้าไป ก็มีเสียงดังเกิดขึ้นตามมา

     

    sds​

     

    “พวกแกเป็นใคร! ---*งำ~*--- ปล่อยฉันออกไปเดียวนี้นะดอง! ---*งำ~*--- รู้ไหมว่าฉันคือใคร? ---*งำ~*--- [ลิลลี่ ออฟซิเดียน] ! ---*งำ~*--- ถ้าไม่รีบปล่อยตัวกลับไป ---*งำ~*--- ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของพวกแกแน่! ---*งำ~ อร่อยจังดอง*---”

    เขาได้ยินเสียงตะโกนด่าพร้อมกับทานอาหารดังมาจากข้างในห้อง

    แต่เขาไม่ได้ให้ความใส่ใจอะไรมากมายนัก เพราะเขาฟังภาษาชาวต่างดาวไม่ออกอยู่แล้ว

     

     

    “จับสิ่งมีชีวิตที่ท่าทางอ่อนแอแบบนี้กลับมา สงสัยว่าทีมสำรวจจะตกต่ำลงไปมากจริง ๆ เห็นว่าไปแอบจับมาตอนที่เจ้านี่กำลังนอนกลางวันอยู่บนยอดต้นไม้ด้วยนี่นะ? ”

    นายลิชาร์ดแมนว่าเช่นนั้นไปพร้อมกับแอบมองข้างในผ่านกระจกบนประตู

     

     

    สิ่งมีชีวิตต่างดาวตัวนี้ มีรูปร่างคล้ายกับเด็กเผ่าที่พวกเขาเรียกว่า [ลิงไร้ขน]

    มีความสูงเพียงหนึ่งเมตรกว่า มีปีกโปรงแสงใจกลางหลัง สวมชุดที่คล้ายกับกลีบดอกลิลลี่ มีผมสีเขียวทรงวินเทล กับดวงตาสีเขียวมรกตที่เข้าคู่กัน

    สำหรับเขาแล้ว มันช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก

    ลิชาร์ดแมนไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตตัวนี้คือเผ่า [ภูติ] เผ่าที่ถ้าหากว่าได้ลองสัมผัสใช้ชีวิตร่วมกัน จะไม่มีวันกล้าพูดออกมาได้เต็มปากอย่างแน่นอนว่า [น่ารัก]

     

     

    “รายถัดไป--- เจ้าพวก [หางดาบ] ”

    นายลิชาร์ดแมนเดินไปที่กรงขังถัดไป

    เนื่องจากเผ่าหางดาบตัวเต็มวัยมีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตถึงสี่เมตร อีกทั้งยังดุเป็นพิเศษ เลยทำให้เฉพาะตัวเต็มวัยถูกจับแยกออกไปขังที่อีกยานลำหนึ่ง

     

     

    ในห้องขังเขาวงกตแห่งนี้ มีแค่ร่างตัวอ่อนของพวกหางดาบอาศัยอยู่เท่านั้น

    ข้างในห้องขังแยกเดียวขนาดเล็ก มีตัวอ่อนสีเงินคล้ายลูกออดนอนนิ่งอยู่ตัวหนึ่ง

    มันตัวสั่นอย่างขลาดเขลา อีกทั้งพยายามใช้หางเจาะประตูอย่างเอาเป็นเอาตาย

    แต่ด้วยความที่ร่างกายยังไม่โต เป็นเจ้าตัวน้อยขนาดสามสิบเซนติเมตร เลยทำให้มันยังไม่มีกรงเล็บ เขี้ยว หรือแม้แต่หางที่คมกริบพอจะทะลวงแผ่นเหล็กหนาตรงหน้าได้

     

     

    “นี่ อาหารของแก! ”

    ลิชาร์ดแมนเทอาหารเหลวเข้าไปในห้องผ่านรู

    จากการศึกษา พวกเขาพบว่าเจ้าเผ่าหางดาบ มันจะไม่ใช้จานหรืออุปกรณ์ในการทานอาหารเด็ดขาด

    เผ่าที่ถูกลิชาร์ดแมนเรียกว่าหางดาบตัวนี้ แท้ที่จริงคือเผ่าพันธุ์ที่ถูกพวกมนุษย์เรียกว่า [เลือดกรด] นั่นเอง

     

     

    “ต่อไป [ลิงไร้ขน] ให้ตายสิ ต้องเปิดห้องบ้านั้นเข้าไปอีกแล้ว เจ้าพวกหน่วยสำรวจ ทำอะไรไม่รอบคอบกันเลยนะ”

    ลิชาร์ดแมนส่ายหัวด้วยความไม่พอใจ

    เผ่า [ลิงไร้ขน] ที่เขากำลังพูดถึง มันก็คือเผ่า [มนุษย์]

    การที่ฤทธิ์ยาสลบที่พวกเขาใช้เพื่อจับสัตว์ทดลอง มันมีผลยาวถึงหนึ่งเดือนเต็ม แสดงให้เห็นว่าทีมสำรวจใช้ยาเข้มข้นเกินกว่าเหตุ

    ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะยากับสารอาหารรูปแบบพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะหน้า เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยสองตัวนั้นคงได้เยือนโลกหน้าไปแล้ว

     

     

    ลิชาร์ดแมนเกล็ดเขียวเดินมาหยุดตรงหน้าห้องขังรูปแบบพิเศษ

    ห้องขังนี้ เป็นห้องขังที่จะฉายภาพทิวทัศน์ภายนอกขึ้นผนังเอาไว้ตลอดเวลา

    ที่ใช้ห้องขังแบบพิเศษนี้กับเด็กน้อยทั้งสองคน ก็เพื่อทดสอบดู ว่าสิ่งมีชีวิตที่พวกเขาจับมา มันจะตอบสนองเช่นไรต่อสภาวะที่ตัวเองไม่คุ้นชินยามเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นครั้งแรก

     

     

    ***เวลา 9:45 น. ตามเวลาโลกมนุษย์

    ลิชาร์ดแมนผู้โชคร้ายพบกับลูกมนุษย์โลก

     

     

    “เอาละ”

    นายลิชาร์ดแมนเปิดประตูเข้าไปข้างในห้อง

    เผ่าลิงไร้ขน… หรือก็คือเด็กมนุษย์สองคนกำลังนอนนิ่งอยู่บนพื้นเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา

    “ (มีคนมาจริง ๆ ด้วย!) ”

    “ (ดูจากเงาแล้ว ไม่น่าใช้มนุษย์นะ พวกเรามาต่างโลกจริง ๆ ด้วยละพี่! น่าตื่นเต้นเหมือนในนิยายเลย~)

    “ (จุ จุ! เงียบก่อน เดียวพอมันเข้ามาใกล้ พี่เล่นข้างขวา น้องเล่นทางซ้ายนะ~) ”

     

     

    นายลิชาร์ดแมนผู้โชคร้าย ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าวันนี้ เด็กน้อยทั้งสองคนได้ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว

    เขาเดินเข้าไปใกล้ คุกเข่า แล้วจับแขนของคนที่เป็นเด็กผู้ชายก่อน

    ใช้มือขวาจับพลิกร่างอย่างอ่อนโยน ระวังไม่ให้ผิวที่ดูบอบบางต้องบาดเจ็บ แล้วเตรียมเข็มบรรจุสารอาหารฉีดเข้าไปผ่านทางแขน---

    “เจี๊ยกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!?! ดวงตาข้า! ”

    ---ก่อนจะถูกเด็กตัวน้อยทั้งสองคน เอานิ้วจิ้มเข้าไปในเบ้าตาสีเขียวเต็มแรง

     

     

    “เหวอ! ลิชาร์ดแมน? เอาจริงดิ! ตัวจริงเสียงจริง! เท่โคตร! ”

    “เป็นต่างโลกจริง ๆ ด้วย! ว่าแต่เผลอจิ้มตาเข้าไปแล้วยังไงละ… เอาไงดี? ตอนแรกคิดแค่อยากจะแกล้งจิ้มน่องขาให้ตกใจเล่น แต่ดันกลายเป็นเข้าลูกตาแทนซะงั้น”

    “ใครจะไปรู้ว่าพี่แกจะย่อตัวลงมาพอดีละ จริงไหมพี่? ”

    “นั่นสินะ”

    ทั้งสองคนไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความรู้สึกผิดอยู่ในหัวของตัวเอง...

     

     

    “คงโดนโกรธใส่แน่เลย~”

    “งั้นเผ่นโลด”

    โดยไม่รอช้า เด็กน้อยทั้งสองคนรีบวิ่งออกจาก---

    “เดียวก่อน พี่แกสวมเสื้อผ้าเหมือนพวกเราด้วยละพี่”

    “งั้นจับถอดกางเกงใน กับดึงเสื้อผ้าขึ้นมาฝูกมัดปิดหัว กันดีไหม? ”

    “น่าสนุก! ความคิดเยี่ยมไปเลยพี่! ”

    ทั้งสองพี่น้องไม่ได้คิดทำเพื่อขัดขวางการเคลื่อนไหวของนายลิชาร์ดแมน

    พวกเขาแค่อยากแกล้งคน ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น...

     

     

    คนพี่ใช้สองมือดึงเสื้อถลกขึ้นสูงปิดหน้า

    คนน้องใช้สองมือถลกกางเกงลงพร้อมกับกางเกงใน

    “เล็กจัง”

    คนพี่ดึงแขนเสื้อมาผูกปม

    คนน้องถอดกางเกงกับกางเกงในออกมาจนล่อนจ้อนท้าลมหนาว

    “อ๊ะ? ตรงนี้มีของที่ดูคล้ายบัตรเข้าออกด้วยพี่”

    “งั้นขอยื้มมาใช้สักครู่นะคะคุณพี่ลิชาร์ดแมนตัวเขียว”

    ทั้งหมดนี้ ทั้งสองคนใช้เวลาร่วมกันลอกคราบชายผู้โชคร้ายภายในเวลาห้าวินาทีเท่านั้น

    “ไปก่อนนะครับพี่ลิชาร์ดแมน! ”

    ก่อนจะหายตัวไปในทางเดินทองคำในเวลาถัดมา…

     

     

    “ไอพวกตัวอ่อนเวรตะไลนั่น! ”

    เขาไม่เคยถูกหยามหน้าเท่านี้มาก่อนในชีวิต

    ถูกจิ้มตา แล้วใช้จังหวะนั้นถกเสื้อขึ้นมาปิดหน้า

    แถมยังถูกจับถอดกางเกงในตัวเก่งอีกต่างหาก

    ลิชาร์ดแมนเกล็ดเขียวเริ่มโกรธจนควันออกหู อีกทั้งดวงตาจระเข้ยังเริ่มคมกริบดั่งใบมีด

    เขารีบใช้สองมือฉีกเสื้อผ้าออก แล้ววิ่งออกมาจากห้องเพื่อตามไล่ล่าเด็กทั้งสองคน

     

     

    “หยุดเดียวนี้! ”

    เขาโกรธจนลืมไปแล้วว่ากำลังล่อนจ้อนทั้งท่อนล่างกับท่อนบนอยู่

     

    ในเวลาเดียวกัน เจ้าน้องชายของลิชาร์ดแมนที่มีขนาด [เล็ก] กำลังโบกสะบัดเป็นวงกลมกลางอากาศ

    ทุกทวงท่าของเรือนร่างลิชาร์ดแมนเพศชายที่สวยงามนั้น กำลังถูกกล้องวงจรปิดของยานบันทึกเก็บเอาไว้ด้วยความละเอียดชนิดที่มองเห็นรูขุมขนบนร่างกาย

     

     

    ส่วนยามกับนักวิจัยที่กำลังนั่งดูผ่านตรงหน้าจอในห้องสังเกตการณ์ในเวลานั้น---

    “ปล่อยเอาไว้แบบนี้สักพักดีไหม? ฮะ ฮะ ฮะ! ”

    “ยังไงก็ไม่มีทางหนีออกจากโซนขังคุกได้อยู่แล้วนี่? ตลกชะมัด วะ ฮะ! ฮะ! ฮะ! น้ำตาตรูเล็ดออกมาแล้วเนี่ย! ”

    “ถึงส่วนหนึ่งจะเป็นความผิดพวกเราที่ไม่เตือนมันว่าตัวอ่อนต่างดาวตื่นแล้วก็ตามทีเถอะ… แต่เห็นแบบนี้ มันรู้สึกผิดไม่ได้จริง ๆ วะ ฮะ ฮะ ฮะ! ”

    “ใช่ ช่าย~ พวกเรารู้สึกผิดกันจริง ๆ นะ~ ฮะ ฮะ ฮะ! ”

    “เอาน่า~ ถือว่าเป็นการทดสอบความสามารถทางกายพื้นฐาน ความฉลาด แล้วก็ภาษาของพวกลิงไร้ขนไปในตัวด้วยเลยยังไงละ! โอ๊ย~ สภาพเจ้านั่นดูไม่ได้เลยสักนิด! เป็นพวกชนเผ่าเกล็ดเขียวจริง ๆ หรือเปล่าเนี่ย? ฮะ ฮะ ฮะ! ”

    ---กำลังหัวเราะกันหนักมาก...

    การไล่ล่าระหว่างลิชาร์ดแมนผู้โชคร้ายกับเด็กน้อยตัวแสบทั้งสองคน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

    ​