ยามสายของเช้าวันที่ไม่มีหิมะตกอีกแล้ว
รอยเท้าของคนแปดคน กำลังมุ่งหน้าสู่ป่าดารันธาร์ทางตะวันตก
ชุดเกราะที่สวมใส่และอาวุธในมือ บ่งบอกถึงความเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับเหตุไม่คาดคิด
แจ็คที่ออกไปหาซื้อน้ำยาที่จำเป็ั้แ่เช้า รับหน้าที่สำรวจทางข้างหน้ากับฮอร์ค แต่ในครั้งนี้นายน้อยกำชับอย่าออกห่างไปไกล ขอให้อยู่ในระยะที่ะโถึงกันได้ เพราะหากเกิดเหตุขึ้น จะได้เข้าช่วยเหลือได้ทันที
แม้ว่าหมู่บ้านที่พวกเขาจากมาจะอยู่ใกล้ชายป่ามาก แต่สาเหตุที่ไม่ค่อยมีสัตว์ร้ายออกมารุกราน เนื่องจากได้มีการสร้างข่ายเวทมนตร์ป้องกันสัตว์ร้ายเอาไว้ สามารถป้องกันได้ั้แ่ระดับสัตว์กึ่งเวท ไปจนถึงสัตว์เวทขั้นสูง
ส่วนสัตว์อสูรที่มีระดับราชันสัตว์ขึ้นไป ไม่ค่อยได้ปรากฏตัวออกมาบ่อยนัก และหากปรากฏตัวออกจริง คนในหมู่บ้านก็สามารถหนีออกไปได้ทันจากสัญญาณเตือนภัยที่ติดตั้งเอาไว้ในข่ายเวทมนตร์
หลังจากเข้าสู่ชายป่ามาได้ไม่นาน นิโคลัสเห็นกวางหนุ่มกำลังกินอาหารห่างไปไม่ไกล เขาจึงนำธนูออกมาและกำลังจะเล็งแต่พลันมีเสียงดังขัดขึ้นก่อน
“หยุดสิ่งที่เ้ากำลังทำ ในจักรวรรดินี้มีธรรมเนียมห้ามล่าสิ่งที่อ่อนแอกว่าตนเอง หากไม่ใช่เพื่อเป็อาหาร ก็อย่าได้ล่า”
จอมเวทรอยเอ่ยเตือนขึ้น เพราะเขาคุ้นเคยกับจักรวรรดินี้ดีกว่าทุกคน
“มิน่า ่ที่เราเดินผ่านมา ข้าเห็นสัตว์เล็กได้ตลอดทาง นี่ขนาดยังหนาวอยู่นะ ถ้าหิมะหมดน่าจะชุกชุมมาก”
“ธรรมเนียมไม่ให้ล่าสิ่งที่อ่อนแอกว่าตนเอง เพื่อให้คนระดับที่ต่ำกว่ามีโอกาสได้ล่าบ้างใช่ไหมขอรับ”
“ใช่ มันแตกต่างจากจักรวรรดิโซลมาของเ้า ที่ใครอยากทำอะไรก็ทำ ไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติและข้อบังคับมากมายเช่นที่นี่”
“ก็คงเพราะจักรพรรดิองค์ก่อนชราภาพมากแล้ว ไม่มีเวลาดูแลงานต่าง ๆ ปล่อยให้ลูก ๆ ดูแลกัน ต่างคนต่างมุ่งแต่แสวงหาผลประโยชน์และพรรคพวกเพื่อหวังบัลลังก์ ยิ่งตอนนี้จักรพรรดิองค์ใหม่ที่บ้าอำนาจ สามัญชนน่าจะลำบากขึ้น”
ชายหนุ่มรำพึงเบา ๆ คล้ายเห็นใจคนธรรมดาที่ต้องเผชิญชะตากรรม
“โชคดีที่มันไปยุ่งกับตระกูลเ้า ทำให้ต้องเสียเวลาไปกับสัตว์อสูรทางป่าอัมบราฟิล ไม่เช่นนั้นข้าคาดว่าไม่กี่ปี มันต้องรุกรานจักรวรรดิวาลเดียแน่นอน”
“แต่มันเป็โชคร้ายของตระกูลข้านะ”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย
“โอ้! ขอโทษด้วย ข้าพลั้งปากไปหน่อย พออยู่ที่นี่มันเหมือนได้กลับบ้านเลยลืมคิดไป”
พ่อบ้านชราขอโทษด้วยความเสียใจจริง ๆ นานแล้วที่เขาไม่ได้กลับมาที่นี่ ความรู้สึกเก่า ๆ มันเลยเริ่มหวนคืนมา
“เรารีบเดินไปกันเถอะ แถวนี้ไม่มีอะไรให้เ้าล่าหรอก”
กล่าวจบชายชราก็เดินหน้าออกไป
เมื่อเดินตัดผ่านป่าโปร่งลึกเข้าไปเรื่อย ๆ เริ่มเห็นต้นไม้ขึ้นหนาแน่น
รอยเท้าสัตว์ที่แต่เดิมที่มีเพียงสัตว์เล็ก ก็เริ่มมีรอยเท้าสัตว์ใหญ่ให้เห็นมากขึ้น
ทั้งรอยเท้ารูปกีบเท้าและกรงเล็บ รวมถึงรอยลากเลื้อยของสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่าง ๆ มีปรากฏให้เห็นอยู่เป็ระยะ
“ั้แ่ตรงนี้ พวกเ้าเริ่มล่ากันได้แล้ว”
“นิค เ้าดูนี่”
ชายชราเรียกนิโคลัสให้ดูที่ พุ่มไม้ด้านข้างทางเดิน ที่เห็นว่ามีกิ่งไม้สี่ห้ากิ่งหักอยู่ เหมือนกับถูกคนเดินชนจนหัก
“นี่คือสัญลักษณ์ของกลุ่มเรา เ้าเห็นไหมว่ามีสองกิ่งที่หักถึงโคนกิ่งส่วนกิ่งอื่น ๆ สั้นยาวสลับกันไป สองกิ่งที่หักถึงโคนนั้นจะหักขึ้นข้างบนก่อนปล่อยห้อยลงมา หากคนไม่สังเกตจริง ๆ จะไม่เห็นความผิดปกตินี้ ข้าให้แจ็คทำไว้ตามทางที่เราเดินผ่าน เ้าจำเอาไว้แล้วกัน”
“ที่จริงมีสัญลักษณ์ลับอื่น ๆ อีก แต่ตอนนี้เ้ายังไม่จำเป็ต้องรู้ ไว้ว่าง ๆ เ้าให้แจ็คสอนให้ก็ได้”
“ขอรับ”
เื่การสะกดรอยและลบร่องรอย เขาเองก็มีความชำนาญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากลุ่มนี้ เข้าสังเกตเห็นนานแล้วว่ากิ่งไม้ที่หักมีรูปแบบเดิม ๆ ซึ่งตรงตามที่พ่อบ้านกล่าว
“นายน้อย แจ็คพบบางอย่างข้างหน้า”
แฮร์รี่ที่เดินนำหน้ากลุ่ม พลันเอ่ยขึ้นเบา ๆ และทำท่าทางให้ทุกคนอย่าส่งเสียง
เมื่อเดินไปข้างหน้าอีกไม่กี่เมตร เห็นแจ็คกำลังนั่งหมอบหลบหลังพุ่มไม้ และทำท่าทางให้ทุกคนสังเกตไปที่เบื้องหน้า
หมูป่าเขี้ยวสีแดงตัวเขื่อง มีขนหยาบหนาคลุมกาย แผ่นหลังสูงกว่าระดับเอวชายหนุ่มเล็กน้อย กำลังตั้งหน้าตั้งตาขุดดินที่บริเวณใต้ต้นไม้ ห่างออกไปราวยี่สิบเมตร คาดว่ากำลังหารากไม้กินใน่ฤดูหนาวที่หาอาหารได้ยาก
“หมูป่าเขี้ยวโลหิตตัวนี้อยู่ระดับสัตว์กึ่งเวทหรือยังท่านตา”
ชายหนุ่มขอความเห็นเพราะเขายังไม่สามารถวัดระดับของสัตว์กึ่งเวทได้ แม้ว่าสัตว์กึ่งเวทเป็ระดับเดียวกันกับ นักเวทฝึกหัดก็ตาม
“เป็สัตว์กึ่งเวทขั้นต้นเช่นเดียวกับเ้า เ้าจะทำยังไง อยากลุยเดี่ยว หรือจะรุม”
นักเวทฝึกหัดคิดเพียงครู่เดียวแล้วเอ่ยทันที
“โชคดีที่ลมพัดมาทางเรา แจ็คอ้อมไปรอเยื้อง ๆ ฝั่งตรงข้ามถ้าข้าเริ่มยิงเมื่อไหร่ ท่านเข้าปิดด้านตรงข้ามเอาไว้ด้วย”
“พี่เลวานไปทางซ้าย พี่บอริสไปทางขวา พวกท่านเพียงช่วยล้อมป้องกันมันหนี ส่วนข้าจะเป็คนโจมตีมันเอง”
ทั้งสามคนพยักหน้ารับและจากไปโดยไร้เสียง
จากนั้นนิโคลัสได้ถามซิลฟี่ที่อยู่ในมิติสัตว์เลี้ยงทันที
“ซิลฟี่ เวลาที่เ้าอยู่ที่นี่ เ้ายังสามารถตรวจจับอันตรายรอบตัวอยู่ได้ไหม”
“ได้อยู่ แต่ระยะทางไม่ไกลเท่าข้าอยู่ข้างนอก น่าจะลดลงครึ่งหนึ่ง เหลือราวสิบห้าเมตร”
“ตกลง รบกวนเ้าช่วยดูให้ด้วยนะ จนกว่าข้าจะเสร็จ”
นิโคลัสดึงสติกลับสู่ภายนอก คนอื่นเพียงคิดว่าเขากำลังทำสมาธิอยู่ เพราะเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
เวลานี้ เลวานและบอริสประจำตำแหน่งแล้ว โดยที่ยังไม่ถูกหมูป่าเขี้ยวโลหิตสังเกตเห็น
ทันทีที่เขาเห็นแจ็คเข้าประจำตำแหน่งแล้ว
“พี่แฮร์รี่ ไม่ต้องขยับไปไหนนะ ตั้งโล่อยู่ระยะนี้ ข้าจะยิงไปสองสามดอกแล้วข้าจะเข้าระยะประชิด ท่านคอยฟังข้าหากมีภัยคุกคามจากข้างหลัง ท่านต้องไปช่วยด้านนั้นทันที”
นิโคลัสยกธนูขึ้นรั้งสายและเล็งไปที่หัวของหมูป่า การใช้ธนูทดกำลังยืนเล็งเช่นนี้ นับว่าง่ายดายสำหรับเขาอย่างมาก
ฟุ่บ!
สิ้นเสียงปล่อยสายธนู ทำให้หมูป่าตื่นตัวขึ้นทันที ธนูดอกนั้นพลาดเป้า จากที่เล็งหัว กลับเบนไปโดน่หลังคอหนา ๆ ของมันแทน
มันกรีดร้องด้วยความโมโหและหันหน้ามาทางชายหนุ่มและวิ่งเข้าใส่ในทันที
เขาไม่ลังเลรีบปล่อยดอกที่สอง สาม และ สี่ ออกไปอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดมันเอาไว้ แต่มีเพียงสองดอกที่ยิงถูกบริเวณต้นขาหน้าทั้งสองข้างโดยแทบไม่ได้ทำให้มันาเ็เลย
“ทำไมหนังมันหนาจัง แฮร์รี่กันมันไว้!”
กล่าวจบชายหนุ่มรีบเก็บธนูและเรียกหอกเหล็กออกมาถือไว้ รอจังหวะที่มันพุ่งเข้ากระแทกกับโล่ของแฮร์รี่ ะโข้ามตัวหมูป่าพร้อมกระชับหอกเหล็กที่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งไปมาทั่วตัวหอก เมื่ออยู่เหนือหมูป่า ชายหนุ่มทิ้งตัวลงและกระแทกหอกเหล็กตรงไปที่สันหลังของมัน ก่อนที่จะข้ามตัวมันไปและชักหอกคืนมา
เสียงกรีดร้องดังก้องป่าอีกครั้งแม้ไม่เกิดาแฉกรรจ์ แต่ร่างที่ชักกระตุกทำให้เขามีเวลาโจมตีต่อเนื่อง
ครั้งนี้อดีตนักฆ่าไม่เลือกโจมตีส่วนบนที่ปกคลุมไปด้วยขนหยาบหนาอีกแล้ว แต่เลือกโจมตีไปที่ขาหลังทั้งสองข้างของมันแทน
เขาหมุนตัวทันทีเมื่อถึงพื้นเพื่อเพิ่มแรงเหวี่ยงหอกเหล็กและกวาดมันไปที่ขาหลังของหมูป่าอย่างแรง
พัวะ!
ทันทีที่หอกเหล็กกระแทกถูกขาหลังขวา ทำให้ร่างใหญ่ทรุดตัวลงทันที
ความได้เปรียบของหมูป่าเขี้ยวโลหิตคือร่างที่ใหญ่โตและเขี้ยวของมันผสานกับแรงเฉื่อยยามวิ่งเข้าหา แต่หากขาหลังได้รับาเ็ความอันตรายของมันก็หายไปจนหมดสิ้น รอเพียงการถูกเชือดเฉือนเท่านั้น
อดีตนักฆ่าผู้นี้ไม่เคยล้อเล่นกับเหยื่อของเขาแม้แต่ครั้งเดียว คิดที่จะจบการต่อสู้ครั้งนี้อย่างรวดเร็วอีกครั้ง
เขาร่ายเวท ‘อัลเวร่า ช็อค’ โดยไม่ได้เปล่งเสียงดังเช่นเมื่อสักครู่ ปรากฏกระแสไฟฟ้าที่หอกเหล็กขึ้นทันที
และกำลังจะจ้วงแทงไปที่หลังของมัน
‘นิค! ข้างหลังบอริส!’
เสียงตื่นใของซิลฟี่ดังขึ้นในความคิด และเขาไม่เสียเวลาแม้แต่น้อยะโไปทางบอริสทันที
“บอริสด้านหลัง!”
สิ้นเสียงชายหนุ่ม ปรากฏหมูป่าเขี้ยวโลหิตที่ตัวใหญ่กว่าตัวที่นายน้อยกำลังเผชิญหน้าอยู่ พุ่งเข้าหาบอริสทางด้านหลัง
โชคดีที่เขารู้สึกตัวก่อนที่นายน้อยะโบอก ทำให้สามารถะโหลบพร้อมหมุนตัวฟาดดาบไปที่ด้านหลังสวนกลับการโจมตีที่เข้ามา
ด้านแฮร์รี่รีบวิ่งเข้าไปช่วยบอริสในทันที
ด้านนายน้อยที่เสียเวลาร้องบอกไปเพียงเสี้ยววินาที ทำให้หมูป่าตรงหน้าหันหน้ากลับมาพุ่งเข้าหาในระยะประชิด ทำให้เ้าตัวต้องพุ่งตัวออกด้านข้างและกรีดปลายหอกผ่านข้างลำตัวมันไป ครั้งนี้กระแสไฟฟ้าไม่ได้เข้าถึงกล้ามเนื้อทำให้มันพุ่งผ่านไปได้และมุ่งหน้าไปทางบอริสในทันที
“เลวานเข้ามาช่วยด้วย”
เขากล่าวพลางวิ่งไล่ตามหลังหมูป่าตัวแรกไป พร้อมกับร่ายเวท ‘อัลเวร่า ช็อค’ อีกครั้ง
เพราะขาหลังที่ได้รับาเ็ทำให้มันไม่สามารถวิ่งได้เร็วเหมือนเดิม ชายหนุ่มตามทันและะโขึ้นสูงใช้แรงตกและน้ำหนักตนเองแทงไปที่หลังของมัน
ครั้งนี้ไม่พลาดอีกแล้ว หอกจมลึกเข้าหลังของมัน กระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่างจนสั่นกระตุกและทรุดลงอีกครั้ง
เลวานที่ตามเข้ามาทันหันมองไปที่นายน้อยเป็เชิงถามว่า ‘ให้ทำอย่างไร’
“จัดการมัน”
สิ้นคำสั่งสั้น ๆ ประกายดาบวาบผ่านลำคอหมูป่าเขี้ยวโลหิตพร้อมกับเืที่พุ่งกระจายและหัวที่ตกลงพื้น
“ทางนั้นถ้าไล่มันได้ก็ไล่มันไปเถอะ แต่ถ้ามันไม่ไปก็จัดการมันให้จบ ๆ ไป”
นิโคลัสรีบหันไปสั่งบอริส เพราะเขาไม่ได้อยากฆ่าโดยไม่จำเป็
“ขอรับ”
สิ้นเสียงรับคำของบอริส ปรากฏรังสีฆ่าฟันขึ้นรอบเขาทันที เมื่อหมูป่าตัวรู้สึกตัว มันแสดงอาการตื่นตระหนกอย่างหนักแล้วหันกลับวิ่งหนีไปทันที
เมื่อทุกคนกลับมารวมตัวกันแล้ว จอมเวทชราเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”
นิโคลัสครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนเอ่ยตอบ
“มันง่ายไปสำหรับกลุ่ม และค่อนข้างยากสำหรับข้าคนเดียว ถ้าข้าสู้คนเดียวโดยไม่มีการเตรียมกับดักไว้ก่อน ข้าอาจได้รับาเ็ได้ เพราะขนและหนังของมันค่อนข้างหนา ธนูและมีดสั้นเจาะไม่เข้า ดาบข้าก็ยังไม่มีแรงพอ มีเพียงหอกที่ใช้น้ำหนักของข้าเข้าช่วยด้วยถึงจะเจาะเข้าไปได้ แต่ถ้าข้าไม่ใช้เวทช่วย ก็จะลำบากกว่านี้แน่”
นายน้อยผู้เริ่มโต ค่อย ๆ คิดและกล่าวอย่างช้า ๆ เพื่อจัดระเบียบความคิด
ชายชราพยักหน้ารับเบา ๆ ยามฟังที่เขากล่าว
“อย่างน้อยเ้าก็ดีกว่าพวกคุณหนูที่หลงตัวเอง เ้าประเมินพลังตนเองอย่างตรงไปตรงมา ไม่เย่อหยิ่งและไม่ลดค่าตนเอง”
“จำไว้ พลังของคนเพียงคนเดียว ไม่สามารถเอาชนะคลื่นสัตว์อสูรได้ ต่อให้เ้าเป็เหมือนท่านผู้เฒ่าก็ไม่สามารถทำได้”
“เ้าร่ายเวทโดยไม่เปล่งเสียงได้ดีขึ้นมาก แม้แต่อีรินยังทำไม่ได้อย่างเ้าเลย”
จอมเวทเอ่ยชมนายน้อยด้วยความภาคภูมิใจ ลูกศิษย์คนนี้คุ้มค่าแก่การอบรมจริง ๆ เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น สามารถร่ายเวทพื้นฐานโดยไม่ต้องเปล่งเสียงได้ จัดอยู่ในอัจฉริยะระดับสูงทีเดียว
“นี่เป็เพียงเวทพื้นฐานเท่านั้นเอง มีเพียงไม่กี่คำเท่านั้น มันไม่ได้ยากอะไรมากมายเลยท่านตา”
เขาไม่ค่อยเข้าใจ เพราะเมื่อเขาเริ่มฝึกการร่ายเวทโดยไม่เปล่งเสียงตามคำสั่งพ่อบ้าน มันก็ไม่ยากอย่างที่คิด คำเพียงไม่กี่คำ ใคร ๆ ก็จำขึ้นใจได้แล้ว จากนั้นเพียงคิดถึง ชุดอักษรเวท แล้วเขียนมันด้วยมานา
“นายน้อย ท่านอย่าได้กล่าววาจาที่ทำให้พวกข้าดูแย่ขนาดนั้นได้ไหม ข้าแทบหมดกำลังใจเลย มันยากจริง ๆ นะ แค่ยามคิดในใจแล้วมีแมลงบินผ่าน คำร่ายก็กระจายแล้ว มันเหมือนตอนที่เราเริ่มฝึกอ่านเวทใหม่ ๆ มันเลือนรางไม่แจ่มชัด ไม่สามารถท่องออกมาได้เลย”
“แม้การร่ายเวทไม่ใช้เสียงดูเหมือนง่ายสำหรับนายน้อย แต่ในสายตาของนักเวทส่วนใหญ่ มันคือเขตแดนของจอมเวทและปราชญ์เวทเท่านั้น พวกนักเวทอย่างข้าทำได้เพียงแค่ฝันเท่านั้นแหล่ะ”
อีริคเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอ่อนแรง
“เป็เช่นนั้นหรือ”
เขารับคำโดยยังคงครุ่นคิดอยู่
“เมื่อเ้าไปสอบที่สถาบันไม่ต้องแสดงการร่ายเวทแบบนี้ออกไป เพียงเปล่งเสียงร่ายเวทอย่างเดียวเ้าก็เข้าได้โดยไม่ปัญหาแล้ว”
อดีตอาจารย์าุโรับรองด้วยตนเอง
“แล้วถ้าข้า้าติดสิบอันดับแรก ข้าต้องทำอย่างไรขอรับ”
ชายหนุ่มมุ่งมั่นที่จะเป็สิบอันดับแรกให้ได้
“เ้าก็ต้องฆ่าหมูป่าตัวนี้ด้วยตัวเ้าเอง โดยไม่ได้รับาเ็ ข้าคิดว่าเ้าทำได้แน่นอนด้วยศักยภาพทั้งหมดตอนนี้ของเ้า”
ชายหนุ่มรู้สึกเริ่มมีความมั่นใจขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ต้องหยุดชะงักและเครียดขึ้นทันที่ เมื่อจอมเวทชราได้เริ่มกล่าวต่อ
คำพูดนั้นราวกับขวานผ่ากลางอก เขาเพิ่งได้ลิ้มรสความมั่นใจ…แต่ถูกกระชากกลับมาอย่างหมดรูป
“แต่เพราะเ้าจะใช้ได้เพียงแค่ เวทมนตร์ เท่านั้นในการสอบเข้า ข้อได้เปรียบด้านอื่นทั้งหมดของเ้าจึงหายไป”
“ด้วยพลังเวทย์ของเ้าเพียงเท่านี้ เต็มที่ก็ได้แค่ หนึ่งในร้อย…”