Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 134-136

    ตอนที่ 134  Swich Door

     

    [ ฮิฮิฮิ ] 

    ลิเดียเธอรู้สึกชอบใจ กับอาการที่ริวจิแสดงออกมา ตอนนี้เขารู้สึกหัวร้อนมากๆ ที่ดาบเพลิงสีชาตของเขาได้พังลงรวมถึงอุปกรณ์ที่เขาสวมใส่ และแหวนมิติของเขา ที่เขาเก็บทุกอย่างเอาไว้ที่นั่น พวกมันล้วนสูญหายไปกับการเลื่อนขั้นครั้งนี้ของเขา อุปกรณ์ที่เขาเก็บเอาไว้ขายตอนฉุกเฉินก็เช่นกัน  และยังไม่ใช่แค่นั้นม้วนสกิลที่เขาเก็บได้ทั้งหมด หลังจากที่เขาฆ่าคน 5 คน พวกมันก็ล้วนแต่แตกสลายหายไปหมดเช่นกัน

    เมื่อริวจิสังเกตเห็นว่าลิเดียเธอหัวเราะอย่างชอบใจ มันยิ่งทำให้เขาเจ็บใจเข้าไปอีก ดังนั้นเขาพยายามเปลี่ยนเรื่องเกี่ยวกับดาบทันที 

    [ เอ่อพอดีฉันลืมเอาอาวุธของฉันมา ว่าแต่เธอมีวิธีตรวจสอบว่าอาวุธบ้างมั้ย ] 

     

    " ฉันไม่มีหรอกนะคะ แต่ว่าร้าน Service สามารถทำแบบนั้นได้ " 

    คำพูดของลิเดีย เมื่อริวจิได้ฟังแล้วนั้น เขารู้สึกคุ้นๆ กับคำว่า Service เขาเคยเข้าไปในร้านนั้นมาแล้ว แต่เขากลับไม่พบอะไรหรือวิธีใช้มัน ทำให้ตอนนั้นเขาตัดสินใจที่จะออกมา

    [ ฉันต้องไปยังไงบ้างละ ถ้าฉันเดินเข้าไปในร้านนั้น ] 

    เขาไม่อยากบอกไปว่า เขาเคยไปร้านนั้นครั้งหนึ่งแล้ว เพราะกลัวว่าลิเดียจะต่อว่าเขาอีก ถึงแม้เธอจะเป็นแค่หุ่นยนต์แต่ หน้าตาของเธอและบุคลิกของเธอนั้น มันช่างเหยียดหย่ามซะเหลือเกิน เวลาเขาไม่รู้อะไรที่มันง่ายๆ 

    [ มันไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้นหรอก แต่คุณถามคำถามฉันเยอะขนาดนี้ ฉันต้องคิดเงินบ้างมั้ย ฮฺฮุฮุ ] 

    ที่ลิเดียพูดมันก็เป็นความจริง ริวจิเล่นถามเธอไม่ยั้ง และเขาก็ไม่ได้ตอบแทนอะไรเธอด้วย แต่ว่าริวจิก็สวนกลับโดยทันที เพื่อหวังที่จะหักหน้าเธอ แต่เขาก็เลี่ยงที่จะใช้คำพูดที่รุนแรง 

    " มันเป็นหน้าที่ของเธออยู่แล้วไม่ใช่เหรอ " 

     

    [ ฉันล้อเล่นหนะ 5555 ก็ได้ๆ ฉันจะบอก ] 

    [ มันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรขนาดนั้นหรอก เวาคุณเดินเข้าไปภายในร้าน คุณจะสังเกตเห็นตู้ใสๆ หลายๆ ตู้ใช่รึเปล่า ] 

    ริวจิพยักหน้าทันที เพื่อให้เธอพูดต่อ 

    [ งั้นหน้าที่ของคุณก็แค่หยิบอาวุธหรืออุปกรณ์ที่สวมใส่ได้เข้าไปข้างในตู้นั้น และจากนั้นก็แค่จ่ายค่าบริการตาม Rank ของอาวุธหรืออุปกรณ์ของคุณ โดยการยื่นเหรียญ Coin เข้าไปภายในตู้ เป็นอันเสร็จสิ้น ] 

     

    ริวจิแสดงสีหน้าที่เข้าใจ แต่เขาก็ยังสงสัยเรื่องราคาของการซ่อมแซมและรวมถึงราคาที่เขาอยากตรวจเช็กดูว่าอาวุธของเขาจะพังรึยัง และมันก็ได้คำตอบกลับออกมาว่า 

    อาวุธ หรือชุดเกราะ ระดับ A ค่าซ่อมแซมอยู่ที่ 1,000 Coin ค่าตรวจเช็กอยู่ที่ 100 แต่ถ้าผู้เล่นต้องการตรวจเช็กแต่ยื่นเหรียญ Coin เข้าไปข้างในตู้เกินละก็ตู้มันจะไม่มีการทอนเงินให้แต่อย่างใด และถ้า Coin นั้นมันเกิน 1,000 ระบบมันจะซ่อมแซมให้โดยอัตโนมัติ

    ส่วนระดับ S ค่าซ่อมแซมอยู่ที่ 10,000 ค่าตรวจเช็กอยู่ที่ 1,000 และระดับ SS ค่าซ่อมแซมอยู่ที่ 100,000 ค่าตรวจเช็กอยู่ที่ 10,000 ส่วนระดับที่เหนือขึ้นไปนั้น ลิเดียบอกว่าชั้นที่ 3 ไม่มีอุปกรณ์ที่สูงกว่านั้น และตู้ใสๆ ก็ไม่สามารถซ่อมแซมได้ จำเป็นต้องขึ้นไปชั้นที่สูงกว่านี้ถึงจะรู้ได้ ริวจิก็ไม่ติดใจอะไรที่ลิเดียเธอไม่บอกข้อมูลของชั้นถัดไป เพราะมันอาจจะเป็น Program ที่ Set เอาไว้กับตัวของเธอเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว 

    ในตอนนี้ริวจิไม่มีคำถามที่จะถามกับลิเดียแล้ว และเตรียมตัวที่จะลงไปข้างล่าง แต่เมื่อคิดถึงว่าแคทเทอรีนน่าเธอประสบปัญหา เพราะเธอต้องหนีซอมบี้เข้ามาภายในนี้ และเธอจะต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในนี้ไปตลอดชีวิตแน่ แต่อย่างแคทเทอรีนน่าเธอไม่มีทางยอมแน่ ทำให้ริวจิตัดสินใจถามลิเดียอีกครั้ง 

    " ลิเดีย เธอมีวิธีที่สามารถ เปลี่ยนประตูของ Market ได้มั้ย "

    คำถามริวจิมันค่อนข้างงงนิดหน่อย ทำให้ลิเดียเธอทำหน้างงเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมา

     

    [ คุณหมายถึง Swich Door รึเปล่าคะ ] 

    ริวจิไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันหมายความว่ายังไง คำว่า Swich Door แต่เขาก็ตามน้ำเข้าไปซะก่อน 

    [ แล้วมันสามารถทำได้อะไรละไอ้ที่เธอบอกมา ] 

     

    " Swich Door สามารถสลับเปลี่ยนประตูที่ผู้เล่นเข้ามาได้ " 

    ริวจิสตั้นไปทันที และพยายามไล่เรียงคำพูดออกไปเพื่อยืนยัน

    [ หมายถึงว่า มันสามารถทำให้ฉันสามารถสลับประตูทางเข้า Market ของฉันได้ใช่มั้ย ] 

    ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ริวจิก็นึกเสียดาย ถ้ามันทำแบบนั้นได้จริงๆ เขาไม่จำเป็นต้องซื้อประตู TLP ด้วยซ้ำ เขาแค่เก็บเงินมาซื้อ Swich Door ก็พอแล้ว แต่ประโยคต่อมาของลิเดียมันก็ได้ล่มความหวังครั้งนี้ของเขาไป

     

    [ ใช่แล้วค่ะ แต่ Swich Door สามารถสลับประตูทางเข้าของผู้เล่นได้ แต่โปรดระวัง ถ้าผู้เล่นใช้ Swich Door เพียง 1 ครั้ง ประตูที่ใช้เข้ามาที่ Marketของผู้เล่นนั้น จะเปลี่ยนไปเป็นประตูที่ผู้เล่นได้ Set โดยถาวร ]

    มันทำให้ริวจิแทบทรุด กับการเคลื่อนที่ไปเก็บเลเวลรอบโลกของเขา แต่หลักๆ เขาก็อยากจะช่วยแคทเทอรีนน่า แต่ลิเดียเธอก็พูดต่อ ทั้งๆ ที่ริวจิยังไม่ได้พูดตอบโต้ออกไป 

    [ Swich Door สามารถใช้ได้เพียง 1 ครั้งต่อ 1 ชิ้นและจะมีเวลาคูลดาวน์เท่ากับ 1 วันของเวลาในพื้นที่ของคุณ]

    อารมณ์ของริวจิก็ได้กลับมาอีกครั้ง เมื่อได้ยินแบบนั้น เขาสามารถใช้กลับคืนได้ ถ้าเขาใช้มัน 2 ครั้ง ทำให้เขาคิดว่า Swich Door นี่มันเหมือนกับการเปลี่ยนสัญชาติ เพราะถ้าเปลี่ยนไปแล้วและไม่มี Coin ที่จะเปลี่ยนกลับ ผู้เล่นจะต้องใช้ประตูของประเทศนั้นในการเข้ามาภายในนี่สถานเดียว  

    ทำให้ริวจิพอเข้าใจวิธีการใช้งานของมัน 

    [ แล้วราคาละ ] 

    ลิเดียตอบมาโดยน้ำเสียงนิ่งๆ 

    [ 1 แสน Coin ] 

    ถ้า 1 แสน Coin ก่อนที่เขาจะซื้อประตู TLP นั้น มันก็ไม่ใช่เงินเยอะเท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้มันเหมือนกับมันแพงซะเหลือเกินสำหรับเขา และมันจำเป็นต้องใช้ถึง 2 ครั้ง ซึ่งทำให้ราคาจริงๆของ Swich Door ก็คือ 2 แสน Coin

     

    จากนั้นริวจิก็ตัดใจ และเดินกลับออกไปโดยที่สุด 

     

    หลังจากที่เขาเลื่อนขั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น อารมณ์ของเขามันแปรเปลี่ยนไปมาอย่างกะทันหันหลายรอบมาก เขารู้สึกเหนื่อย และอยากกลับไปที่ค่ายและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่แสนแพงนี่ซะที 

     

    1 ชั่วโมงต่อมา ริวจิก็เดินอย่างชิวๆ จนมาถึงชั้นที่ 1 แต่เขาก็ไม่พบแคทเทอรีนน่า ทำให้ริวจิเดาว่าเธอน่าจะออกไปแล้ว ในตอนที่เขาเลื่อนขั้นอยู่ จากนั้นริวจิก็ได้ออกจากตลาดมืด และมุ่งหน้าไปยังค่ายอย่างรวดเร็ว โดยใช้ประตู TLP 

     

     

    ฟรึ๊งงงงง 

    ร่างของชายผมดำยาวจนถึงหลัง  ได้ปรากฏขึ้นบนลานกว้าง เขาแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีขาว และรองเท้าแตะคีบ โง่ๆ 1 คู่  แต่ผิวของเขานั้นเนียนใสของเขานั่นเอง มันชั่งไปเตะตาของผู้คนที่เดินผ่านมาซะเหลือเกิน 

     

    [ ใครอะะ หล่อจังเลย ] 

    [ เห่ยแก !! เขาต้องเป็น Hunter แน่ๆ เลย ] 

    [ จริงหรอๆ ทำไมเธอรู้ ไหนเล่าสิ่ ] 

    [ ใช่แล้วแกร เขาจะต้องเป็น Hunter คนใหม่ที่เข้ามาในค่ายของพวกเขาแน่นอน ผมมั่นใจ ฉันมี Sence  ]
     

    [ หรอ หรอ ! เขาอาจจะหล่อกว่าคุณริวจิเลยก็ได้นะ ดูผิวเขาสิ ถ้าฉันได้เขามาละก็ ]  

    [ ฉันไม่รู้นะ ฉันเร็วใครได้นะของแบบนี้ ]

     

    เสียงซุบซิบพร้อมกับสายตาวิบวับ ได้ส่งไปถึงริวจิในทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่านไป สาวๆ ที่อยู่แถวๆ นั้นต่างคุยกันว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน ทำไมช่างหล่อเหลาขนาดนี้ หลายคนก็บอกว่าเขาเป็น Hunter คนใหม่ และข่าวก็ได้กระจายออกไปอย่างรวดเร็วในบรรดาของผู้หญิง 

    ริวจิเขาได้ยินเสียงที่พวกเธอคุยกัน และได้หายใจเฮือกใหญ่ 

    [ เฮ้อ ] 

    [ ดูเหมือนว่าเราจะเปลี่ยนไปเยอะเกินไปสินะ ] 

    จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปที่ประตู TLP อีกประตูซึ่งมันมุ่งหน้าที่ยังห้องของแม่ของเขา เหตุผลที่เขาทำแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไรเลย เพราะถ้าหากเกิดเรื่องร้ายแรงหรือมีอะไรเกิดขึ้นกับแม่ของเขา ริวจิก็จะไปช่วยได้อย่างทันท่วงที 

    แต่ 

    อ๊อดดดดดดดด

    เสียงท้องร้องของเขามันได้ดังขึ้น ขัดจังหวะการเดินของเขาเสียก่อน 

    ริวจิได้แต่ขำแห้งออกมา เพราะถ้าจะหยิบอาหารออกมาจากแหวนมิติก็ทำไม่ได้แล้ว และตอนนี้เขาก็รู้สึกเสียดายแหวนมิติที่ให้แคทเทอรีนน่าไปอย่างที่สุด 

    แต่ถ้ามองโลกในโง่ดี ที่ Market น่าจะมีขาย ไว้เขาค่อยไปถามลิเดียเอาก็แล้วกัน เมื่อคิดแบบนี้ริวจิก็รู้สึกดีขึ้น เพราะแหวนมิตินั้น มันมีประโยชน์มากๆ ถ้าหากไม่มีมันแล้วละก็ การที่จะออกเดินทางใกล้ๆ และพกสัมภาระไปเยอะๆ นั้น มันค่อนข้างจะอึดอัด

     

    ริวจิกำลังลังเลว่าจะไปหาอะไรกินก่อนหรือว่าจะไปหาแม่ของเขาก่อน แต่สุดท้ายเขาก็ทนการเรียกร้องของท้องไม่ได้ ในที่สุดเด็กหนุ่มก็เลือกที่จะ เข้าไปภายในประตูที่เชื่อมติดกับห้องอาหาร ซึ่งมันสะดวกเวลาทุกคนจะรวมตัวกันกินมื้อเย็น และไม่ต้องเสียเวลาของคนที่รอด้วย  

     

    ฟริ๊งงงงง 

    ชั่วพริบตาริวจิก็ได้มาโผล่อยู่ต่อหน้าห้องอาหารอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ชั่วอึดใจเท่านั้น เขาไม่รีรอ ริวจิเปิดประตูทันที เขาไม่อยากให้แม่เขาเป็นห่วงมากนัก 

    แอ๊ดดดดดดดดดด

    ริวจิเปิดประตูออกไปเบาๆ และภาพที่ปรากฏขึ้นนั้นก็คือ ทุกคนกำลังทานอาหารค่ำอยู่นั้นเอง และในเวลาเดียวกันนั้นเอง สายตาทุกคู่ก็ได้จับจ้องมาที่เขา 

    สุซาคุ ริเอะ และ โทชิโอะ เป็น 3 คนแรก ที่ตื่นตัวและจับอาวุธของพวกเขาอยู่ข้างลำตัวของตัวเองออกไปทันที 

    [ แกเป็นใคร ! ฉันไม่เคยเห็นหน้า ] 

    สุซาคุพูดด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร ทำให้หญิงสาวทุกคนต่างตกใจและจ้องมองไปยังชายหนุ่มผมยาว แต่เมื่อชายหนุ่มได้ยินเสียงของสุซาคุ เขาไม่ตอบโต้ แต่กลับยิ้มออกมาเล็กน้อย ทำให้โทชิโอะพูดตอกทันที เมื่อเห็นท่าทีที่แสดงออกมาของเด็กหนุ่ม

    [ คุณสุซาคุถามแกก็ตอบบสิวะ มั่วยืนอึ้งอะไรอยู่ ] 

    พวกเขาทุกคนต่างจ้องมองการกระทำของเด็กหนุ่มว่า เขาจะลงมือทำอะไรในเร็วสถานการณ์ในใกล้นี้ มิโกะเธอปรี่เข้าไปเพื่อปกป้องแม่ของเธอทันที

     

    แต่มีผู้หญิงคนเดียว ที่ไม่เป็นทุกเป็นร้อน แต่กลับกัน เธอยิ้มออกมาแทน และเหมือนว่าเธอกำลังจะร้องไห้ เพราะบริเวณดวงตาของเธอในตอนนี้ มันมีน้ำก่อตัวขึ้นมาเต็มดวงตาไปหมด จนจะล้นออกมาได้ทุกเวลา 

    เมื่อมิโกะเห็นดังนั้น เธอคิดได้อย่างเดียวว่ามันจะต้องเป็นฝีมือของชายที่อยู่ตรงหน้านี้แน่นอน 

    [  แกทำอะไรกับแม่ฉัน ] 

    เธอจับดาบมาซามุเนะของเธอออกมาโดยทันที และพุ่งเข้าไปหาชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าโดยทันที 

     

    ฟู้มมมมมมมมมมมมมมมมม 

    [ Claw Thunder ]

     

    [ หยุดนะมิโกะ !! ]

    แม่ของเธอพยายามพูดห้ามเอาไว้ แต่ก่อนที่เธอจะรู้สึกตัวและพูดออกไปนั้น มิโกะก็ได้เข้าใกล้เด็กหนุ่มและเตรียมที่จะเหวี่ยงดาบปลิดชีวิตของเขาเรียบร้อยแล้ว เธอไม่มียั้งมือ เพราะชายคนตรงหน้าของเธอนี่คือคนที่เธอคิดว่า ทำให้แม่ของเธอนั้นร้องไห้

    ฟืดดดดดดดดดดด

     

     

    ดาบสายฟ้าพุ่งเข้าใส่บริเวณคอของเด็กหนุ่มผมยาว

     

    เคร๊ง

     

    มันเหมือนกันเสียงดาบปะทะกัน แต่เมื่อมองดูภาพตรงหน้าแล้วนั้น มันทำให้มิโกะเธอช็อกสุดขีด เพราะชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าของเธอนั้น เขาใช้นิ้วมือ และแค่เพียงนิ้วชี้ข้างซ้ายนิ้วเดียวเท่านั้น ในการหยุดการโจมตีสุดแรงของเธอเอาไว้ได้

    มิโกะถอยออกไปอย่างรวดเร็ว แต่มันก็มีความรู้สึกแปลกๆ ผุดขึ้นมาจากบนหัวของเธอ เพราะเธอไม่รู้สึกอันตรายเลยแม้แต่น้อย เมื่ออยู่ใกล้ตัวของชายหนุ่ม 

     

    แต่ตอนนั้น ชายหนุ่มผมยาวก็ได้เปิดปากขึ้น 

    [ นี่ไม่เจอกันแค่แปปเดียว จะฆ่าแกงพี่ชายเลยรึไง ] 

    [ ใจร้ายจังนะ ] 

     

     

     

     

    ตอนที่ 135 รสนิยมการตั้งชื่อ

     

    เมื่อได้ยินเสียงพูดที่คุ้นเคย ผู้คนที่นั่งอยู่โต๊ะอาหารถึงกับสะดุ้งเฮือกขึ้นมา พร้อมกับเสียงอุทานขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง

    [ คุณริวจิ ] 

    [ พี่ ] 

    และทุกคนที่เหล่าโต๊ะอาหารได้รู้ซึ่งแล้วว่า บุคคลที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาคือริวจิ 

     

    บริเวณใบหน้าของสุซาคุและโทชิโอะ ได้มีเหงื่อผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เมื่อนึกถึงเมื่อครูว่าพวกเขาแสดงกิริยาแบบไหนกับบุคคลที่อยู่เบื้องหน้า พวกเขาต่อว่าเด็กหนุ่มและใช้เสียงที่กระแทกกระทั้น กดดันให้เขาพูด มันรู้สึกหนาวขึ้นมันทันที ทั้ง 2 คนไม่รู้ว่าจะทำอะไรนอกเสียจากพูดขอโทษไปด้วยน้ำเสียงรีบร้อน 

    [ ขอโทษ พวกเราไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นคุณ ] 

    พร้อมกับก้มหัวลงเลย 90 องศาไปด้วยซ้ำเพื่อแสดงถึงว่า พวกเขารู้สึกผิดแค่ไหน ( คนญี่ปุ่นเวลาแสดงความเคารพหรือทักทายมักจะใช้การโค้งคำนับรวมถึงการขอโทษก็เช่นกัน ) 

    ที่ริวจิไม่ได้สนใจหรือแสดงสีหน้าออกมาว่าเขาถือโทษโกรธพวกเขาทั้ง 2 คนแต่อย่างใด เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเขาน่าจะเปลี่ยนไปมาก ถึงจะยังไม่ส่องกระจกก็เถอะ 

    ส่วนทางด้านมิโกะนั้น เธอรีบวางดาบของเธอลงทันที 

    [ พี่ หนูขอโทษ ] 

    มิโกะก้มหัวลงเช่นกัน และเธอไม่ต้องถามเลยว่าริวจิเป็นอะไรรึเปล่า เพราะการโจมตีของเธอเมื่อครู่มันถูกหยุดโดยริวจิอย่างง่ายดาย 

    ริวจิตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ และใช้มือลูบหัวของน้องสาวของเขา อย่างที่เขาเคยทำมาเสมอ

    [ ไม่เป็นไร ] 

     

    จากนั้นริวจิก็ได้เดินเข้าไปสวมกอดแม่ของเขา และบรรยากาศมันก็ได้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันทันที 

     

    เพราะตอนที่ริวจิอยู่กับแม่ของเขานั้น เขาดูเหมือนเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น เขาดูอบอุ่น 

    " ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับแม่ ไม่ต้องเป็นห่วง " 

    เมื่อได้ฟังคำยืนยันของลูกชาย ผู้เป็นแม่ก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ มันเหมือนกันว่าความรู้สึกที่เธออดกลั้นมาตลอด มันได้หลั่งไหลออกมาทั้งหมด พร้อมกับลูบหัวลูกชายเบาๆ 

    ผู้คนที่เห็นภาพเหตุการณ์ที่กำลังปรากฏขึ้นต่อหน้าของพวกเขานั้น มันทำให้พวกเขาอดยิ้มออกไม่ได้ เป็นช่างอบอุ่นและกินใจของพวกเขาซะเหลือเกิน

    หลังจากที่เข้าซีนดราม่ากันเสร็จเรียบร้อย ริวจิก็ได้บอกเรื่องวิกฤตของเรื่องอาหารให้กับพวกเขาได้รับฟัง ว่าอาหารของเขามันสูญหายไปกับการเลื่อนขั้นของเขา ซึ่งพวกเขาทั้งหมดก็เชื่อในสิ่งที่ริวจิบอก พวกเขาไม่คิดว่าริวจิจะโกหกพวกเขา และให้หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของริเอะและโกกิ ที่จะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับทุกคน ในส่วนของอาหารที่น้อยลงในช่วงนี้ เมื่อจัดการเรื่องอาหารเสร็จสิ้น ริวจิก็เริ่มกวาดกินอาหาร เขารู้สึกหิว และหลังจากรับประทานอาหารเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้ว บรรยากาศมันก็ได้กลับมารื่นเริงอีกครั้ง เมื่อระยะเวลาผ่านไป มิโกะเธอก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ และกล้าถามคำถามกับพี่ชาย 

    [ พี่คะ ผมพี่ ทำไม...]

    มิโกะพูดไม่ทันจะจบ ริวจิก็ได้พูดสวนขึ้นก็ก่อนเสีย

    '' อ๋อ เรื่องนั้นพี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน " 

    แต่เมื่อมองไปยังใบหน้าของเธอยังดูสงสัยแล้วนั้น ริวจิก็ได้พูดต่อไปอีก 

    [ น่าจะเป็นผลข้างเคียงของการเลื่อนระดับหนะ ] 

    เมื่อทั้งคู่เริ่มพูดคุยกัน มิโกะก็เริ่มถามถึงค่าสถานะที่เพิ่มมา แต่ริวจิก็บ่ายเบี่ยงที่จะตอบ เพราะถ้าเขาตอบกลับไปทั้งๆ แบบนี้ละก็ พวกเขาคงจะตกใจกันน่าดู แต่เมื่อเห็นริวจิพยายามบ่ายเบี่ยง มิโกะเธอก็ไม่ซักไซ้ เธอเปลี่ยนเรื่องไปคุยถึงเรื่องทศนิยมใหม่ของริวจิ ที่ตอนนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อผ้าสีดำอีกแล้ว มันทำให้ผู้คนที่อยู่บนโต๊ะอาหารอดขำไม่ได้ เมื่อคิดถึงชุดที่ริวจิชอบใส่ แต่อยู่ๆ เขากลับเปลี่ยนไป มันทำให้เตะตาพวกเขารวมถึงความคุ้นชินของการแต่งกายของเด็กหนุ่ม มันค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับสายตาของพวกเขา   

    ริวจิเขาไม่ได้โกหกในเรื่องนี้ เขาก็บอกว่าเป็นผลข้างเคียงของการเลื่อนขั้น แต่ก็ยังมีคนเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง เพราะริวจิพูดแต่ว่า มาจากผลจากการเลื่อนขั้น เขาอาจจะพยายามแก้เขินในการเปลี่ยนรสนิยมก็เป็นได้ นี่คือสิ่งที่ผู้คนในโต๊ะอาหารคิด แต่ก็ไม่มีใครกล้าเปิดปากพูดออกไป พวกเขาไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของเด็กหนุ่ม แค่การต้อนรับการกลับมาของเขาด้วยการจะฆ่า มันก็แย่พออยู่แล้ว  

    แต่ไม่มีใครสงสัยเลยว่า ทำไมเด็กหนุ่มถึงเลื่อนขั้นได้ไวนัก ทั้งๆ ที่ ครั้งนี้มันเป็นการเลื่อนขั้นเป็นถึงขั้นที่ 4 

     

    และอยู่ๆ ริวจิก็ได้เปลี่ยนน้ำเสียงของเขาอย่างกะทันหัน มันทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยทันที โดยที่พวกเขารีบรู้ด้วยความรู้สึก เมื่อได้ยินเสียงของเด็กหนุ่ม 

    [ ฉันมีเรื่องจะพูดขอให้ทุกคนเงียบก่อนนะ ]

     

    [ พรุ่งนี้ให้ทุกคนเตรียมตัวมาให้พร้อมนะ เราจะรวมตัวกันในเวลา 8.00 น. ของวันพรุ่งนี้  ] 

    มันเป็นแค่น้ำเสียงเรียบๆ แต่กลับทรงพลัง พวกเขาไม่พูดแทรกเลยแม้แต่น้อย ในระหว่างที่เด็กหนุ่มพูดอยู่ ถ้าจะมีใครกล้าก็น่าจะมีแค่ มิโกะ อายู และแม่ของเขาเท่านั้น 

    พวกเขาก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจพร้อมกับส่งเสียงตอบรับ จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ปล่อยให้ 3 แม่ลูกอยู่ด้วยกัน 3 คนตามลำพัง 

     

    [ผมลูกยาวมากเลยนะ ] 

    [ ครับแม่ ] 

    [ มานี่สิ เดี๋ยวแม่จะจัดการให้ ] 

     

    จากนั้นริวจิก็ได้เดินตามไปยังห้องของเธอ และอีก 30 นาที เขาก็ออกมาด้วยทรงผมเดิมที่เขาคุ้นชิน มันค่อนข้างจะรุงรังเล็กน้อย แต่ว่ามันก็เพียงพอที่จะเห็นแสงสีแดงที่จะลอดผ่านมาจากดวงตาของเด็กหนุ่มได้ 

     

    เมื่อริวจิได้ออกมาจากห้องของแม่ของเขาแล้วนั้น เขาเตรียมตัวที่จะกลับไปที่ห้องของเขาและเตรียมตัวที่จะอาบน้ำล้างตัว แต่เขาก็ได้สังเกตเห็นมิโกะเสียก่อน ที่กำลังยืนรออยู่ระหว่างทางเดินที่จะกลับไปที่ห้องของเขา

    เธอไม่รอให้ริวจิถาม เธอรีบพูดขึ้นก่อนทันที พร้อมกับเดินไปเคียงข้างของเขาในเวลาเดียวกัน ซึ่งริวจิก็เหมือนจะรู้ว่าเธอต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างแน่ ถึงได้มารอเขาอยู่หน้าห้องแบบนี้ 

     

    [ พี่คะ เกิดเรื่องอะไรไม่ดีรึเปล่า ทำไมพี่เรียกรวมตัวพรุ่งนี้ ] 

    ริวจิได้รู้ทันที เมื่อเธอได้เปิดปากพูดขึ้นมา 

    [ มันไม่มีอะไรหรอก พี่แค่อยากไปที่โครอสเซียมหน่อยหนะ ] 

     

    [ พี่จะไปสำรวจโครอสเซียม อย่างงั้นหรอ !! ]

    เหตุผลที่เธอตกใจคือ ทำไมถึงริวจิให้ไปตั้งหลายคน เพราะในคราวก่อนริวจิเข้าไปแค่คนเดียว เธอยังสงสัยกับคำพูดของเด็กหนุ่ม

    [ มันไม่ดีรึไง ] 

    [ ดีคะ ดี ดี ดีมากเลย ] 

    เธออยากจะเห็นสิ่งที่ปรากฏขึ้นในการสำรวจข้างในพร้อมกับริวจิ ซึ่งในคราวที่แล้ว เธอไม่มีโอกาสแบบนี้

     

    [ งั้นก็ไปพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้า ] 

    จากนั้นริวจิก็ได้เดินแซงหน้ามิโกะไป ขณะที่เธอหยุดเพื่อให้เขาแซงไป แต่จริงๆแล้วความรู้สึกของริวจิ เขารู้สึกว่า เขาอยากให้คนอื่นมีประสบการณ์แบบนี้บ้าง เพราะเหมือนกับว่าตอนนี้เขาทำอะไรคนเดียวจนเกินไป และคนอื่นๆ อาจจะรู้สึกน้อยใจอยู่ภายในใจ แต่พวกเขาไม่กล้าพูดออกมา .และครั้งนี้มันเป็นโอกาสอันดีเลยทีเดียว เพราะถึงจะมีอันตรายเกิดขึ้น ริวจิก็มั่นใจว่า เขาจะสามารถปกป้องทุกคนเอาไว้ได้ ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้

     

     

    เวลา 8.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2029 

     

    ริวจิ มิโกะ อายู โทชิโอะ สุซาคุ ริเอะ พวกเขาทั้ง 6 คนได้มารวมตัวกันอยู่ตรงลานกว้างของประตู TLP 

     

    เมื่อริวจิสังเกตเห็นแล้วว่า คนได้มาครบหมดแล้ว ซึ่งโกกินั้นเขาติดหน้าที่ ต้องกระจายข่าวรวมถึงตอบคำถามผู้คน และระวังเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จะเกิดขึ้น เมื่อสถานการณ์แบบนี้เขาจึงมาไม่ได้ ทำให้พวกเขาเหลือแค่ 6 คนเท่านั้น แต่ริวจิก็ลังเลที่จะพูด

    [ วันนี้ เราจะออกไปสำรวจโครอสเซียมกันนะทุกคน ] 

     

    แทนที่พวกเขาจะตกใจ แต่กลับกัน พวกเขากลับรู้สึกดีใจลึกๆ พวกเขาแต่ละคนล้วนอิจฉาริวจิที่ได้เห็น Market เป็นคนแรก ซึ่งพวกเขาก็อยากเป็นแบบนั้นบ้าง และวันนี้ พวกเขาก็ได้มันมาเรียบร้อย

    พวกเขาหยักหน้าแบบไม่ลังเล ทำให้ริวจิตกใจไม่น้อย ในตอนแรกในกะว่าพวกเขาจะแสดงอาการหวาดกลัวออกมาให้เขาเห็นสักเล็กน้อย แต่นี่มันไม่ปรากฏออกมาเลยแม้สักนิดเดียวก็ตาม

     

    จากนั้นเมื่อเห็นว่าไม่มีใครคัดค้าน เขาก็นำหน้าไปทางทิศใต้ ที่เป็นที่ตั้งของโครอสเซียมที่อยู่ตรงข้ามจากทิศเหนือที่ Black Market ตั้งอยู่ 

    ฟึบ 

    ฟึบ 

    ระยะเวลาไม่นานประมาณ 10 นาที พวกเขาก็ได้มาถึงหน้าโครอสเซียม มันใช้การเดินทางเกือบๆ จะเท่ากับ Black Market 

     เมื่อเขามาถึงหน้าโครอสเซียม พวกเขาทุกคนก็ต่างเห็นประตู 1 บาน ซึ่งมันมีลักษณะคล้ายๆ กับประตูของ Black Market แต่แตกต่างแค่สีของมันเท่านั้นเอง ซึ่งในส่วนของโครอสเซียม พวกมันมีลักษณะเป็นสีน้ำเงินครามออกปนดำอยู่นิดหน่อย ซึ่งสามารถแยกด้วยตาเปล่าได้ โดยไม่ใช่เรื่องยากอะไร ถ้าหากพวกเขาจะไม่ใช่ผู้ป่วยในทางด้านสายตา เช่นตาบอดสี 

     

    [ พร้อมนะ ] 

    พวกหน้าพยักหน้าทันที พวกเขาล้วนยืนอยู่ใกล้ประตูในระยะไม่ถึง 10 เมตร และริวจิก็เป็นคนแรกเช่นเคย ที่จะอาสาไปเปิดประตู 

    ริวจิไม่มีท่าทีกลัวเหมือนคราวก่อนที่เขาไปยัง Market  อีกต่อไปแล้ว เขามีความมั่นใจมากขึ้นมากพอสมควร เมื่อตัดสินใจได้แน่วแน่แล้ว ริวจิก็ตัดสินใจผลักประตูบานใหญ่นี้อีกไปทางด้านหน้าโดยทันที 

    แอ๊ดดดดดดดดดดดดดด

    เสียงประตูได้ดังขึ้น และสุดท้ายมันก็ได้ง้างออกจนสุด แต่พวกเขาก็ไม่สังเกตเห็นอะไรข้างใน มันก็คล้ายๆ กับ Black Market ไม่น้อย ดังนั้น 

    [ ไปกันเถอะ ] 

    แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์จริง โทชิโอะก็รู้สึกหวั่นๆ เล็กน้อย มันไม่เหมือนกับที่จินตนาการไว้สักเท่าไหร่ เมื่อมาเจอของจริง เพราะเขาเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่ม ถ้าหากเกิดเรื่องขึ้น แต่สุดท้ายเขาก็สลัดความกลัวทิ้งไปจนได้ และเริ่มก้าวตามทั้ง 5 คนเข้าไปภายใน 

    ริวจิเป็นคนแรกที่เดินในเข้ามา และเขาเป็นคนแรกที่ก้าวผ่านเข้ามาในประตู จนมิดตัว และจากนั้นมันก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ริวจิถึงกับผงะ เมื่อเขามองกลับไปทางด้านหลัง แต่เขากลับไม่เจอใครเลยแม้แต่คนเดียวที่เดินตามหลังเขามา 

    [ เกิดเรื่องแล้วสิ ] 

    ริวจิอุทานขึ้นมา และพยายามสังเกตพื้นที่รอบๆ แต่มันก็เท่านั้น เพราะมันเป็นพื้นที่สีน้ำเงินครามมืดทั่วไปหมด 

     

     

    ทางด้านของโทชิโอะ 

    เมื่อเขาสังเกตเห็นว่า 5 คนก่อนหน้านี้ ได้เข้าไปภายในประตูจนหมดแล้วนั้น เขาก็ได้ตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปในประตูในที่สุด แต่เขาก็ต้องพบสถานการณ์เดียวกันกับริวจิเช่นกัน 

     

    ริวจิใช้เวลาสังเกต และใช้สกิลตรวจจับรวมถึงใช้ตาของเขามองไปรอบๆ ก็ยังไม่พบอะไร แต่ตอนนั้นเองมันก็ได้มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น กับทั้ง 6 คน ในลักษณะเดียวกัน

     

    ฟึ้งงงงงงงงงงงง 

    รอบๆ ตัวของพวกเขาแต่ละคน มันได้เกิดคล้ายๆ กับภาพโฮโลแกรมสีน้ำเงินขึ้นรอบๆ ตัวของพวกเขา ทำให้พวกเขาได้ชักอาวุธของพวกเขาออกมา และเตรียมต่อที่จะต่อสู้โดยทันที

     

    แต่มันก็ได้มีเสียงบางอย่างแจ้งเตือนขึ้นบนหัวของพวกเขา 

     

    [ ติ๊ง ] 

    [ ขอต้อนรับสู่โครอสเซียม ] 

    จากนั้นมันก็มีช่องว่าง คล้ายๆ กับค่าสถานะ แต่มันมีเพียงแค่ 3 ช่องเท่านั้นที่ปรากฏขึ้นมา ก็คือ ชื่อ เพศ และ อายุ เท่านั้น

    [โปรดกรอกข้อมูลที่ต้องการลงใน Pap ให้ครบถ้วนด้วย ] 

    หมายเหตุ : ไม่ต้องเป็นต้องเป็นไปตามความเป็นจริง ผู้เล่นสามารถตั้งชื่อได้ตามความต้องการ 

     

    ซึ่งเมื่อพวกเขาทั้ง 5 คน ได้อ่านข้อมูลได้ครบถ้วนแล้วนั้น ก็มีสุซาคุ และโทชิโอะ ที่เลือกที่จะใช้ชื่อจริง ส่วนมิโกะ อายู และริเอะ พวกเธอได้ใช้ชื่อ 

    MK 

    Shadow Girl

    เด็กสาวผมเหลือง

    ตามลำดับ

     

     

    ส่วนริวจินั้น เขาลังเลอยู่สักพักว่าจะใช้ชื่อจริงของเขา หรือว่าจะใช้ชื่อ L ที่เป็นชื่อปลอมของเขา แต่สุดท้าย เขาก็ได้เอะใจนึกถึงเรื่องธาตุขึ้นและ และเขาได้รับธาตุเป็นความมืด ซึ่งในภาษาอังกฤษมันคือ Darkness และคิดว่ามันเท่ดี และอีกเหตุผลมันก็จะได้ย้ำเตือนเขาว่า เขาจะได้ไม่ลืมเรื่องของธาตุที่เขากำลังสงสัยอยู่ ทำให้ริวจิตัดสินใจเลือกชื่อนี้ 

     

     

     

     

    ตอนที่ 136 กฎของโครอสเซียม 

     

    [ ติ๊ง ]

     

    ชื่อ : Darkness

    อายุ : 18 ปี 

    เพศ : ชาย 

     

    ระบบมันขึ้นแจ้งเตือนขึ้นมาแบบนี้ ริวจิก็รอว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นอีกในเวลาต่อมา และระบบมันก็ขึ้นแจ้งเตือนขึ้นมาในเวลาต่อมา

     

    [ ติ๊ง ] 

    [ นับถอยหลังเคลื่อนย้ายไปสู่ Lobby ] 

    [ 3 ] 

    [ 2 ]

    [ 1 ] 

    [ 0 ] 

     

    เมื่อตัวเลขนับไปถึงศูนย์แล้วนั้น ภาพโฮโลแกรมที่ล้อมรอบตัวของทั้ง 6 คน ก็หมุนเร็วขึ้น จากนั้นก็เกิดแสงขึ้นบริเวณรอบตัว ก่อนที่ ทั้ง 6 คน จะหายไปจากพื้นที่มืดแห่งนี้ 

     

    ฟริ๊งงงง 

    รู้ตัวอีกที ริวจิก็ได้มาโผล่ที่ ห้อง ห้องหนึ่ง มันดูไม่ค่อยหรูหราอะไรมากมาย เหมือนห้องเช่าทั่วไป มีเตียง มีโซฟา ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ ระเบียง มันเหมือนห้องปกติทั่วไป ทำให้ริวจิเริ่มเดินสำรวจ ห้อง และในเวลาต่อมา เขาก็คิดว่าเขาผลัดแยกกับทุกคน และพยายามเปิดประตู แต่เขากลับไปสะดุดตา กับแผ่นกระดาษสีน้ำเงิน 2แผ่น ที่วางเอาไว้ตรงหน้าโซฟา

    ลักษณะมันดูคล้ายๆ มันแผ่น TLP แต่มันดูมีขนาดเล็กกว่าประมาณ 1 เท่า เมื่อเกิดความสงสัยเด็กหนุ่มก็เดินดิ่งตรงไปที่โซฟาทันที และหยิบม้วนกระดาษขึ้นมา และเปิดมันออกมาดูอย่างรวดเร็ว และข้างในกระดาษ แผ่น แรก มันก็เขียนเอาไว้ดังนี้ 

     

    [ คำแนะนำสำหรับโครอสเซียม ] 

    1.ผู้เล่นสามารถพักผ่อน หรือ ทำกิจกรรมส่วนตัวในส่วนของพื้นที่ Lobby ของตนได้ หรือถ้าหากผู้เล่นอยากจะจับคู่ต่อสู้ ผู้เล่นสามารถเปิดประตู และเลือกกดไปที่เมนู Ranking ได้ถ้าหากผู้เล่นต้องการ แต่ถ้าหากอยากชมการแข่งขัน ผู้เล่นสามารถเลือกเมนู Viewer จากนั้นผู้เล่นสามารถเลือกสถานที่ ที่กำลังจะเกิดการต่อสู้ขึ้นได้ในเวลานั้น แต่ถ้าหากผู้เล่นไม่ต้องการทั้ง 2 อย่าง ผู้เล่นสามารถกดเลือกไปที่เมนู Public ได้ ซึ่ง Public นั้นจะเป็นสถานที่สาธารณะ 

    2. เวลาข้างในโครอสเซียมเร็วกว่าพื้นที่ในความเป็นจริง 6 เท่า 

    3. ถ้าหากผู้เล่นตายหรือถูกฆ่าภายในโครอสเซียม ผู้เล่นจะไม่ตายจริงๆ ผู้เล่นจะฟื้นคืนชีพในอีก 24 ชั่วโมงของเวลาในโครอสเซียม แต่จะสูญเสียค่าสถานะมากหรือน้อยตามที่ผู้เล่นได้ตกลงเอาไว้ 

    4. ผู้เล่นสามารถสื่อสารกับผู้เล่นคนอื่นได้โดยการ Add เพื่อนเอาไว้ โดยส่งคำเชิญ วิธีการก็คือ กดเรียก Pap  พิมพ์รายชื่อผู้เล่นที่ต้องการลงใน เมนู Friend และรอผู้เล่นดังกล่าวตอบกลับ เป็นอันเสร็จสิ้น แต่ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ตอบรับ ผู้เล่นจะได้รับสัญลักษณ์ Follow ซึ่งผู้เล่นจะสามารถติดตาม หรือ สามารถรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังต่อสู้อยู่ที่ห้องไหน

    5 . การต่อสู้จะแบ่งไปเป็น 5 ระดับ ดังนี้ D C B A S ยิ่งระดับ Rank สูงขึ้น อัตราการเดิมพันก็ยิ่งจะสูงขึ้น และผู้เล่นจะสามารถเดิมพันได้สูงขึ้นได้เช่นกัน 

    6. ผู้เล่นสามารถตกแต่ง Lobby หรือ แลกเปลี่ยนสินค้าได้โดยใช้ Ticket ซึ่งจะได้มาจาก ผู้เล่นสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ ยิ่งสามารถชนะต่อเนื่องได้เท่าไหร่ Ticket ก็จะเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น แต่ถ้าหากผู้เล่นเป็นฝ่ายแพ้ Ticket ก็จะลดลงเช่นกัน และถ้าหากผู้เล่นแพ้ติดๆ กัน Ticket ก็จะลดลงมากเช่นกัน และยิ่ง Rank เพิ่มสูงมากเท่าไหร่ จำนวณ Ticket ที่จะเพิ่มหรือลด ก็ยิ่งจะสูงมากขึ้นเท่านั้น 

    7 . ระดับของRank นั้นจะแสดงขึ้นมาบนหัวของผู้เล่นเสมอ และไม่สามารถปกปิดได้ แต่ผู้เล่นสามารถปกปิดชื่อของตนเองได้

     

     

    หลังจากได้อ่านคำแนะนำของโครอสเซียมไปทั้งหมด 6 ข้อริวจิก็พอสรุปได้ว่า มันเป็นพื้นที่สำหรับการต่อสู้สำหรับผู้เล่นด้วยกันเอง และมันก็มี Rank แบ่งระดับความแข็งแกร่งอีกด้วย และยังมีผลตอบแทนเป็นค่าสถานะ ซึ่งริวจิก็เดาเอาไว้ว่า น่าจะเป็นค่าสถานะในการเดิมพันจากฝั่งตรงข้าม เมื่อเขาคิดดีดี แบบนี้มันก็ดีเหมือนกัน เพราะ Exp ในการอัพเลเวลของเขาสูงถึง 1 พันล้าน Exp มันสูงเว่อร์ก่อนไป และถ้าหากเขาสามารถเพิ่มค่าสถานะในการต่อสู้กับคนอื่นแบบนี้ มันก็สะดวกนี้เหมือนกัน 

    ระบบมันอธิบายค่อนข้างละเอียด ทำให้เขาใช้เวลาทำความเข้าใจได้ไม่นาน จากนั้นริวจิก็ม้วนเก็บกระดาษแผ่นแรกลงไปทันที และรีบเปิดแผ่นที่สองออกมา 

     

    [ กฎของโครอสเซียม ] 

    1. ผู้เล่นที่เข้ามาภายในโครอสเซียมแล้วนั้น จะไม่สามารถออกไปพื้นที่ข้างนอกได้ ถ้าหากไม่มี 10 Ticket ในการแลกเปลี่ยนเป็นค่าธรรมเนียม 

    มันทำให้ริวจิถึงกับงง เขาจะไม่สามารถออกไปข้างนอกได้อย่างงั้นเหรอ ถ้าหากเขาไม่มี Ticket  

    2. ระยะเวลา 1 สัปดาห์ ในเวลาของโลกความเป็นจริง ผู้เล่นจะต้องต่อสู้อย่างน้อย 3 ครั้ง ไม่อย่างงั้น โครอสเซียมจะยึดค่าสถานะที่ผู้เล่นได้รับไป และลดระดับ Rank ของผู้เล่น โดยความรุนแรงจะอยู่ที่ระดับ Rank ของผู้เล่น 

    [ นี่มันมัดมือชกชัดๆ ] 

    เมื่อริวจิค่อยๆ อ่าน อารมณ์ของเขาก็เริ่มพุ่งสูงขึ้น สูงขึ้น แต่เขาก็ยังอ่านต่อไปในข้อที่ 3 

     

    3. การจับคู่ในโครอสเซียมนั้น จะจับคู่ตามระดับ Rank ของผู้เล่น ณ ปัจจุบัน โดยที่โครอสเซียมจะ Reset Ranking ในทุกๆ 1 ปี 

    4 . ใน 1 วัน ผู้เล่นไม่สามารถประลองกับผู้เล่นคนเดิมได้ โดยจะอ้างอิงเวลาจากภายในโครอสเซียม 

     

    5 . ผู้เล่นสามารถใช้สกิล หรือ อาวุธได้ทุกประเภท ในการต่อสู้ รวมถึงวิธีการต่อสู้ ได้โดยไม่มีข้อบังคับ 

    ในส่วนนี้ริวจิไม่แปลกใจสักเท่าไหร่ เพราะในการต่อสู้จริงๆ มันก็ไม่มีกฎอะไรแบบนี้อยู่แล้ว

     

    6. ผู้เล่นไม่สามารถต่อสู้กันได้ นอกจากภายในสนามต่อสู้เท่านั้น ซึ่งการโจมตีทุกอย่างจะไร้ผล ถ้าหากเกิดการต่อสู้ขึ้นภายนอกของโครอสเซียม 

    7 . ค่าสถานะที่แท้จริงของผู้เล่นจะไม่ถูกเปิดเผย นอกเสียจากว่าอีกฝ่ายจะมีสกิลประเมิน 

     

     

     

     

    จากนั้นในที่สุดริวจิก็อ่านข้อความทั้ง 5 ข้อ ซึ่งพวกมันคือกฏของที่นี่ หรือก็คือ โครอสเซียม และในตอนนี้ริวจิก็รู้สึกได้แล้วว่า ที่นี่มันไม่ได้เป็นอันตรายอย่างที่คิด และเขาไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาที่นี่สักเท่าไหร่ เพราะขนาด Market ยังไม่มีคนเข้าไปเลย ระยะเวลามันก็ผ่านมานานแล้วด้วย

    แต่เขาไม่รู้ว่าอีกทั้งคนนั้น จะรู้สึกเหมือนเขารึเปล่า พวกเขาจะได้อ่านกระดาษนี่เหมือนกับเขารึไม่ แต่ริวจิก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเท่าไหร่นักหรอก 

    ริวจิรีบ Add รายชื่อเพื่อนไปหาทั้ง 5 คนทันที โดยอิงตามชื่อจริงของทั้ง 5 คน โดยที่เขาทำสำเร็จแค่ 2 คนเท่านั้น แต่มันก็ยังไม่มีการตอบรับจากทั้ง 2 คนแต่อย่างใด 

    ทำให้ริวจิกำลังจะออกไปจาก Lobby เพื่อจะไปตามหาพวกเขา 

     

    [ติ๊ง] 

    [ ผู้เล่นสุซาคุ ทำการตอบรับ ] 

     

    [ ติ๊ง ]

    [ ผู้เล่น Darkness และ ผู้เล่น สุซาคุ ถูกบันทึกในรายชื่อ Friend ของกันและกัน ] 

     

    " ตอบตกลงไวขนาดเลยเลยอย่างงั้นเหรอ " 

    เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่สุซาคุ ตอบรับเร็วขนาดนี้ เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าริวจินั้นใช้ชื่อของ Darkness แต่ริวจิก็ไม่แปลกใจที่เขาใช้ระบบนี่เป็นเพราะมันคล้ายๆ กับระบบ Message ในโลกของความเป็นจริง ถึงเขาจะดูหัวโบราณก็เถอะ แต่เขาก็ใช้ในการสื่อสารทุกวัน ไม่แปลกที่เขาจะสามารถใช้ได้ 

     

    ริวจิกำลังจะกดเพื่อเข้าไปเช็กดูว่า สุซาคุอยู่ที่ตรงไหน ในเขตโครอสเซียม มันก็มีเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง ในลักษณะเดิม

    [ติ๊ง]

    [ผู้เล่นโทชิโอะ ทำการตอบรับ]

     

    [ติ๊ง]

    [ผู้เล่น Darkness และ ผู้เล่น โทชิโอะ ถูกบันทึกในรายชื่อ Friend ของกันและกัน]

     

    ทำให้ความคิดนี้มันเกิดขึ้นบนหัวของริวจิ 

    [ ทำไมพวกเค้าถึงรับ Add ของรายชื่อของคนแปลกหน้านะ ] 

    ริวจิอดสงสัยไม่ได้เลยจริงๆ  แต่ตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง

     

    ตี๊ดดดดดดด

    ตี๊ดดดดดดดดดด 

     

    [ ผู้เล่นได้รับการติดต่อจากผู้เล่น โทชิโอะ ] 

    [ ตอบรับ ] [ ปฏิเสธ ] 

     

    มันไม่มีเหตุผลที่ริวจิจะต้องปฏิเสธ เขาตอบรับโดยทันที

    [ ตอบรับ ]

    และรูปภาพหน้าจอของโทชิโอะก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเขาโดยทันที มันเหมือนกับระบบที่เขาเคยใช้มาก่อน ทำให้เขาไม่ต้องปรับตัวอะไรมากนัก 

    " เป็นคุณจริงๆ ด้วย คุณริวจิ " 

    ริวจิถามกลับโดยทันที 

    [ ทำไมนายถึงรู้ว่าเป็นฉันละ ] 

    " มันไม่ใช่เรื่องยากครับ ในตอนที่ผมเข้ามาในห้องนี้ ผมตกใจมาก แต่เมื่อได้อ่านกฏของโครอสเซียมและคำแนะนำ ผมก็เลือกที่จะ Add รายชื่อของทุกคนเข้าไปใน Friend แต่มันกลับ Add ได้แค่เพียงคุณสุซาคุเท่านั้น ทำให้ผมสรุปได้ว่า พวกคุณทั้ง 4 คน ไม่ได้ใช้ชื่อจริงในการตั้งชื่อ และผมก็แค่รอเวลาที่จะมีคน Add ผมมาเท่านั้น เพราะคนที่รู้จักพวกผมก็มีแต่ พวกคุณทั้ง 5 คนเท่านั้น " 

    การอ่านสถานการณ์ของโทชิโอะนั้นถือว่ายอดเยี่ยม เขาฉลาด และวิเคราะห์เหตุการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเดาได้ว่าต้องไม่ใช่ผู้หญิงก็เพราะว่า ผู้หญิงคงจะไม่ตั้งชื่อว่า Darkness หรอก มันไม่ใช่รสนิยมของพวกเธอเลย 

    [ ฉันเข้าใจแล้ว งั้นเราไปเจอกันที่ Public นะ นายรู้วิธีการไปใช่มั้ย ] 

     

    " แน่นอนครับ ผมรู้วิธีใช้ "

     

    [  งั้นไว้เจอกันที่ Public  ] 

    " เข้าใจแล้วครับ " 

     

    จากนั้นริวจิก็ได้ตัดสายไป ถึงมันจะเป็นพื้นที่สาธารณะก็ตาม แต่ริวจิก็มั่นใจว่ามันคงไม่มีคนเหมือนเดิม มันจะได้สะดวก ในการตามหา และเขาก็เดาใจของน้องสาวของเขารวมถึงอายูว่า พวกเธอทั้ง 2 จะต้องไปที่ Public อย่างแน่นอน

     

    เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ริวจิก็ลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนที่เขาจะเดินออกไปตรงหน้าประตูห้อง และเปิดมัน 

     

    แอ๊ดดดดดดดดด

     

    [ ติ๊ง ] 

    [ ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนผิวทรงผม และหน้าตาได้ฟรี ในครั้งแรกที่เข้ามาภายในโครอสเซียม รวมถึงเสื้อผ้าที่ใส่ ] 

    จากนั้นริวจิก็สังเกตเห็นว่า ตัวเขาเหมือนอยู่ในกระจก เหมือนระบบมันเด้งแจ้งเตือนขึ้น และมันก็ได้มีเมนูให้เขาเลือกมากมาย สีผม สีตา คิ้ว รวมถึงอื่นๆ มากมาย มันเหมือนกับเขากำลังเล่นเกมแต่งตัวของผู้หญิงอยู่อย่างไงอย่างงั้น 

    ถึงแบบนั้นริวจิก็เลือกเปลี่ยนสีผมของเขา จากสีดำกลายเป็นสีขาว ส่วนอย่างอื่นเด็กหนุ่มยังคงเดิม มันทำให้สีผมของเขามันเด่นมาก  เมื่อตัดกับสีดำของเสื้อผ้าของเขาที่ริวจิกำลังสวมใส่อยู่ และเขาก็กดยืนยันในที่สุด และตอนนั้น มันก็มีเมนูขึ้นมา 3 ช่อง 

    [ Ranking ]       [ Viewer]         [ Public ] 

     

    ริวจิเลือกกดจิ้มไปที่ 

    [Public] 

     

    จากนั้นร่างของเขาก็ได้มาโผล่ตรงพื้นดินทรายแห่งหนึ่ง รอบๆ เต็มไปด้วยซากตึกปรักหักพังเต็มไปหมด  และเมื่อเด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมานั้น เขาก็ต้องพบกับสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง 

     

    เพราะว่าพื้นที่แห่งนี้มันเต็มไปด้วยคนมากหน้าหลายตา  เต็มไปหมด เขาแยกไม่ออกมาซ้ำว่าพวกเขามาจากชาติไหน และริวจิไม่สามารถระบุได้เลย เพราะพวกเขาสามารถปรับเปลี่ยนใบหน้าได้ 

     

     

     

     

    ---------------------------------------------------------------------------------------------------

    ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังให้ผมด้วยนะครับ 


     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องDoomdays ซอมบี้ล้างโลก ที่คุณอ่าน