ความมืด... มันไม่ใช่สีดำ แต่มันคือความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งกาลเวลา
ในห้วงลึกแห่งจิตสำนึกที่ลอยคว้าง อคินรู้สึกเหมือนตะกอนที่นอนก้นบ่อ
จนกระทั่งเสียงสัญญาณที่คุ้นเคยดังก้องกังวานขึ้น ราวกับระฆังแก้วที่ปลุกให้วิญญาณตื่นจากภวังค์
ติ๊ง!
แรงดึงดูดมหาศาลกระชากเขาวูบเดียวจากความว่างเปล่า อัดแน่นเข้าสู่ภาชนะที่เรียกว่า 'ร่างกาย'
"เฮือก!"
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่
ทัศนวิสัยที่เคยดำมืดค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น เส้นแสงสีฟ้าถักทอขึ้นกลางอากาศ ก่อร่างเป็นหน้าต่างโฮโลแกรมที่เขาคุ้นเคย
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 17 มีนาคม]
"กลับมาแล้ว..."
อคินพึมพำเสียงแหบพร่า พลางยกมือขึ้นขยี้ตา เขาขยับนิ้วมือกำเข้าและแบออกซ้ำๆ
เพื่อตรวจสอบความรู้สึก เขารู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด
ราวกับว่าช่วงเวลาที่เขา 'หลับ' ไปในตอนกลางวันนั้น ร่างกายนี้ได้รับการชาร์จพลังงานจนเต็มเปี่ยมจนล้นปรี่
กล้ามเนื้อทุกมัดตึงแน่น ไม่มีอาการปวดเมื่อยหรืออ่อนล้าหลงเหลืออยู่เลย
ผิดวิสัยของคนที่ควรจะนอนซมอยู่บนฟูกแข็งๆ ในท่าเดิมมาตลอดทั้งวัน
'ระบบนี่มันสุดยอดจริงๆ ... เหมือนซ่อมแซมร่างกายให้ตอนที่เราออฟไลน์'
อคินคิดในใจพลางบิดขี้เกียจ เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบที่ฟังดูน่าพอใจดังขึ้น
ทันทีที่เท้าเปล่าสัมผัสพื้นไม้หน้าบ้านต้นไม้ ความเย็นเยียบของเนื้อไม้หลังฝนตกส่งผ่านฝ่าเท้าขึ้นมาทำให้เขารู้สึกตื่นตัว
กลิ่นหอมสดชื่นของดินและไอฝนลอยมาแตะจมูก ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมขึ้นทันที
หูของเขาได้ยินเสียงจิ้งหรีดที่กรีดปีกอยู่ในพงหญ้าห่างออกไป...
ได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้ไหวเสียดสีกันแผ่วเบาจากยอดไม้ที่สูงลิบ
ดวงตาปรับโฟกัสในความมืดสลัวของยามค่ำคืนได้อย่างคมชัดราวกับสวมแว่นอินฟราเรด
ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่ความมืดมิด แต่เป็นโลกสีเทาที่มีมิติชัดเจน
อคินสูดลมหายใจลึก ก่อนจะดีดตัวลงจากชาน
บันไดบ้านต้นไม้ ร่างกายของเขาพลิ้วไหวและแผ่วเบาจนแทบไม่มีเสียงฝีเท้ากระทบพื้นดิน ราวกับแมวที่กระโดดลงจากกำแพงสูง
"ไปหาอะไรใส่ท้องกันพวกเรา กองทัพต้องเดินด้วยท้อง!"
เขาหันไปบอก 'ปาร์ตี้' ของเขา เจ้าโบ้กระดิกหางรับอย่างรู้รู้งาน
ส่วนแก๊งสามเหมียว... ส้มซ่า ปลาเผา และบัวลอย เดินนวยนาดตามมาด้วยท่วงท่าราชนิกุล
บรรยากาศในโรงอาหารยามค่ำคืนเงียบสงบกว่าตอนหัวค่ำมาก
แสงไฟนีออนส่องสว่างเป็นจุดๆ ป้แม่ครัวประจำค่ายกำลังง่วนอยู่กับการเช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์
พอเห็นหน้าอคิน แกก็ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นรอยตีนกาที่ดูอบอุ่น
"ตายยากจริงพ่อคุณ! กำลังบ่นถึงอยู่พอดี ป้าเก็บ 'ปลาทูต้มเค็ม' กับข้าวสวยร้อนๆ ไว้ให้แน่ะ อยู่ในตู้นั่น"
"โห! ป้าเม้ยรู้ใจผมที่สุดในโลกเลยครับ!" อคินรีบปรี่เข้าไปหยิบจานข้าวที่ถูกซีลพลาสติกไว้อย่างดี
กลิ่นหอมของปลาทูต้มเค็มที่โชยออกมาทันทีที่เปิดพลาสติก
ทำให้ต่อมน้ำลายของอคินทำงานอย่างหนัก... หนักกว่าปกติจนเขาต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่
'ทำไมช่วงนี้เราชอบกินปลาจังนะ...'
เขาคิดในใจแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากไปกว่าความหิว
อคินตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ รสชาติเค็มหวานของน้ำต้มปลาซึมซาบไปทั่วลิ้น
"ส่วนของพวกเอ็ง... เอานี่ไป"
อคินเดินไปที่ถังใส่อาหารเม็ดฟรีที่มีป้ายเขียนว่า 'สำหรับสัตว์เลี้ยงช่วยรบ'
เขาตักอาหารเม็ดเกรดพรีเมียมใส่ชามสเตนเลสสี่ใบอย่างเท่าเทียม
"กินเยอะๆ นะเจ้าโบ้ คืนนี้ต้องใช้แรงเยอะ"
เขาเทให้โบ้พูนๆ ก่อนจะเทให้แก๊งแมว
"ส่วนพวกแกก็กินซะ จะได้โตไวๆ ไม่ใช่เอาแต่ขู่ฟ่อๆ ใส่หมาชาวบ้านเขา"
เขานั่งมองดูปาร์ตี้ของเขากินอาหารด้วยสายตาเอ็นดู
โดยเฉพาะเวลาเห็นส้มซ่าเคี้ยวอาหารเม็ดดังกรุบๆ
เขากลับรู้สึก 'อิ่มทิพย์' อย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าแค่เห็นพวกมันกิน เขาก็หายหิวไปด้วย
เมื่อจัดการมื้อค่ำเรียบร้อย ขบวนการหนึ่งคน สี่ตัว ก็มุ่งหน้าสู่ประตูค่ายทางทิศตะวันตก
ที่ป้อมยามหน้าประตู แสงไฟสปอตไลต์สาดส่องลงมายังพื้นดินลูกรัง
ร่างของสุนัขไทยหลังอานสองตัว 'ไอ้ด่าง' และ 'ไอ้ขาว' นอนหมอบเฝ้ายามอยู่
ทันทีที่เห็นกลุ่มของอคินเดินมา หูของพวกมันก็ตั้งชัน จมูกดมฟุดฟิด...
ยามร่างท้วมในชุดเครื่องแบบสีกากีที่เดินออกมาจากป้อม
"ตื่นตรงเวลาเป๊ะเหมือนเดิมนะพ่อหนุ่ม"
พี่ไม้ยิ้มกว้างจนตาหยี พลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ...
ร่างท้วมในชุดเครื่องแบบยามสีกากีที่คุ้นตายืนพิงเสาไฟโซลาร์เซลล์อยู่
'พี่ไม้' ยามกะหัวค่ำผู้ใจดียิ้มกว้างจนตาหยี แสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคล
"พี่ไม้ สวัสดีครับ"
อคินยกมือไหว้
"วันนี้มาเร็วนะครับ"
"ก็มารอเอ็งนั่นแหละ"
ไม้หัวเราะร่า พลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อที่ตุงแน่น
"อ่ะ นี่ของเอ็ง รางวัลจากผลงานเมื่อคืน ฝ่ายบัญชีเขาฝากมาให้"
ไม้ยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่พิมพ์ด้วยหมึกสีจางๆ มาให้ อคินรับมันมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
กระดาษแผ่นบางๆ นี้กลับมีน้ำหนักทางใจมหาศาล มันไม่ใช่แค่กระดาษ
แต่มันคือเครื่องยืนยันว่า 'อาชีพ' ของเขาในโลกที่ล่มสลายใบนี้ มันสามารถเลี้ยงปากท้องและสร้างคุณค่าได้จริง
'ใบเสร็จรับเงิน: 4 เหรียญเครดิต (ผู้รับ: อคิน)'
'รายการ: ซากลิซาร์ดแมนเกรด B x2 (นำส่งเมื่อ 16 มี.ค.)'
"สี่เหรียญ..."
อคินไล่นิ้วไปตามตัวเลข ดวงตาเป็นประกาย
"มันอาจจะดูเหมือนตัวเลขที่น้อยนะไอ้น้องชาย แต่ที่นี่อยู่ฟรีกินฟรี เหรียญพวกนี้มีไว้ใช้แลกอุปกรณ์สำหรับนักผจญภัยโดยเฉพาะ ยามอย่างฉันได้ค่าจ้างวันละ 1 เหรียญเองนะ"
ไม้เอ่ยพลางตบกระเป๋าตัวเอง
"นี่มัน... เท่ากับพี่ไม้เฝ้ายาม 4 วันเลยนะเนี่ย!"
อคินอุทาน เขาบรรจงพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บใส่กระเป๋าเสื้ออย่างระมัดระวังที่สุด ราวกับมันเป็นไอเทมระดับตำนาน
"ก็เพราะงานในเมืองมันไม่ต้องเสี่ยงตายไงล่ะ ค่าแรงขั้นต่ำเลยอยู่ที่ 1 เหรียญ แต่พวกเอ็งที่ออกไปเสี่ยงข้างนอก สมควรได้มากกว่านั้น"
ไม้พูดพลางหยิบกระดาษอีกแผ่นส่งมาให้ เป็นแผ่นพับที่ดูเหมือนทำมือ เขียนด้วยลายมือขยุกขยิกแต่พออ่านออก
"อันนี้รายการราคารับซื้อของใหม่ ทางเมืองเพิ่งประกาศออกมาเมื่อบ่าย เห็นเอ็งขยันล่า น่าจะเป็นประโยชน์ เอ้า รับไป"
อคินกางกระดาษออกอ่านผ่านแสงไฟสลัวจากป้อมยาม
[ประกาศอัตราแลกเปลี่ยน และรับซื้อวัตถุดิบ
หนังออร์ค, หนังลิซาร์ดแมน : กิโลกรัมละ 5 เหรียญ (ราคาสูง! ต้องการด่วน)
หนังติดขนหมาป่า, หมูป่ายักษ์ : กิโลกรัมละ 4 เหรียญ
เนื้อสัตว์อสูร : กิโลกรัมละ 0.5 เหรียญ (เกรดอาหารสัตว์)]
"กิโลละ 5 เหรียญ!"
อคินตาโต
"พี่ไม้... หนังลิซาร์ดแมนแพงกว่าหนังหมูป่าอีกเหรอครับ?"
"ใช่... ช่างทำเกราะบอกว่ามันเหนียว กันน้ำ แล้วก็เบา เหมาะเอามาทำชุดเกราะลาดตระเวนที่สุด แต่ปัญหามันอยู่ที่ล่ายากนี่แหละ หนังมันลื่น ฟันไม่ค่อยเข้า แถมพวกมันชอบรุม เอ็งระวังตัวด้วยล่ะ อย่าโลภมากลาภจะหาย"
"รับทราบครับพี่! คืนนี้ผมจะรวยเละ!"
อคินฉีกยิ้มกว้าง ความมั่นใจเปี่ยมล้น เขาโบกมือลาพี่ไม้แล้วผิวปากเดินมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารเพื่อเติมพลัง
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 05:30:00]
บรรยากาศในป่าชายเลนตอนกลางคืนนั้นวังเวงและชื้นแฉะ
กลิ่นโคลนตมผสมกับกลิ่นไอเค็มของทะเลลอยอบอวล แสงจันทร์ส่องผ่านแมกไม้ลงมากระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ
อคินนั่งขัดสมาธิอยู่บนชานระเบียงของซากบ้านไม้ใต้ยกสูงที่ถูกทิ้งร้าง
รอบกายของเขารายล้อมไปด้วย 'ปาร์ตี้' สี่ขา... เจ้าโบ้ สุนัขพันทางที่หมอบเฝ้ายามอยู่อย่างรู้หน้าที่
และแก๊งแมวสามสี ส้มซ่า ปลาเผา บัวลอย ที่กำลังเลียขนทำความสะอาดตัวเองหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ
ตรงหน้าของอคิน คือซากของ 'ลิซาร์ดแมน' สามตัวที่นอนเรียงกัน
"เอาล่ะ... มาดูซิว่า 5 เหรียญต่อกิโลนี่มันจะคุ้มค่าแรงไหม"
อคินหยิบมีดทำครัวคู่ใจขึ้นมา เล็งไปที่รอยต่อระหว่างคอกับหัวไหล่ของเหยื่อ เขาสูดหายใจเข้า ตั้งสมาธิ
เมื่อปลายมีดสัมผัสผิวหนังเกล็ดสีเขียวเข้ม
ความรู้สึกแรกที่ส่งผ่านด้ามมีดมาคือ 'ความลื่น' และ 'ความเหนียว' มันเหมือนพยายามหั่นยางรถยนต์ที่เคลือบน้ำมัน
"เหนียวชะมัด..."
เขาบ่นอุบ แต่ทว่า... มือของเขากลับขยับไปเอง
โดยที่สมองยังไม่ทันสั่งการ ข้อมือของอคินพลิกใบมีดทำมุม 45 องศาโดยอัตโนมัติ
แล้วกรีด ครืด ลงไปในร่องเกล็ดที่เล็กที่สุดอย่างแม่นยำ ราวกับสัญชาตญาณในร่างกายนี้รู้ดีว่าต้อง 'เจาะ' ตรงไหนเกราะถึงจะหลุด
แควก...
เสียงหนังถูกลอกออกจากเนื้อดังเหมือนเสียงฉีกผ้า อคินมองดูมือตัวเองด้วยความทึ่ง
เขาไม่รู้ตัวเลยว่า ท่าทางการนั่งยองๆ และการใช้มีดของเขานั้น
มันดูคล้ายสัตว์ที่กำลังใช้กรงเล็บฉีกทึ้งเหยื่อมากกว่ามนุษย์ที่กำลังแล่เนื้อ
เมื่อลอกหนังออกมาได้แผ่นใหญ่ เขาพบว่ามันบางเฉียบราวกับกระดาษสา
โปร่งแสงจนมองเห็นเปลวไฟผ่านได้ แต่เมื่อลองดึงดูสุดแรง มันกลับยืดหยุ่นและไม่ยอมขาด
"มิน่าล่ะ ถึงแพง... เบาแต่เหนียวแบบนี้นี่เอง"
เขาชั่งน้ำหนักหนังในมือ... เบาหวิว สามตัวรวมกันน่าจะได้แค่กิโลครึ่ง... ตีเป็นเงินก็ 7.5 เหรียญ
อคินถอนหายใจ วางหนังลง แล้วหันมาสนใจซากสีแดงสดที่เหลืออยู่
"แต่พอลอกหนังออกแล้ว..."
เขาขมวดคิ้ว มองดูโครงสร้างร่างกายของมัน
กล้ามเนื้อของลิซาร์ดแมนดูสวยงามเป็นมัดๆ สีแดงเข้มจัด แต่มันเกาะอยู่บนโครงกระดูกที่ 'ใหญ่โตมโหฬาร'
กระดูกซี่โครงหนาเตอะราวกับซี่กรงเหล็ก กระดูกขาใหญ่กว่าแขนของอคินเสียอีก
"ทำไมเนื้อมีแค่นี้เองวะ? กระดูกล่อไป 80% แล้วมั้งเนี่ย"
เขาแล่เนื้อออกมา กองเนื้อที่ได้ดูน้อยนิดน่าใจหายเมื่อเทียบกับขนาดตัวที่เห็นตอนแรก
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 04:15:02]
กลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยขึ้นจากกองไฟเล็กๆ ที่อคินก่อขึ้นด้วยไม้แห้ง
กลิ่นไขมันหยดลงถ่านดัง ฉ่า... กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะได้เป็นอย่างดี
"เอาล่ะ มาลองชิมกัน... อาหารมื้อดึก!"
เขาคีบชิ้นเนื้อที่สุกเกรียมกำลังดี เป่าฟู่ๆ แล้วโยนให้เจ้าโบ้เป็นตัวเปิดงาน จากนั้นแบ่งส่วนเล็กๆ ให้แก๊งแมว
งั่บ...
โบ้อ้าปากรับ เคี้ยว...
กรึ๊ด... กรึ๊ด...
เสียงฟันบดกับเนื้อดังสนั่น แต่โบ้ยังคงเคี้ยวต่อไป... และเคี้ยวต่อไป...
สีหน้าของหมาเริ่มเปลี่ยนจากความดีใจเป็นความสับสน
คิ้วของมันขมวดมุ่นเหมือนกำลังถามเจ้านายว่า 'นี่มันหนังยางหรือเนื้อวะเจ้านาย?'
อคินเห็นท่าไม่ดี จึงหยิบชิ้นของตัวเองเข้าปากบ้าง
"อื้ม..."
รสสัมผัสแรก... แข็ง
รสสัมผัสที่สอง... เหนียว
รสสัมผัสที่สาม... โคตรเหนียว!
"โอ้โหว... นี่มันเนื้อหรือพื้นรองเท้าคอมแบทเนี่ย!"
อคินพยายามกัดดึงจนแก้มตอบ รสชาติของมันไม่ได้แย่
ไม่มีกลิ่นสาบเหม็นเหมือนหนู
แต่มัน 'สู้ฟัน' ในระดับที่ฟันแทบโยก เส้นใยกล้ามเนื้ออัดแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้น้ำลายแทรกซึม
เขาหันไปมองพวกแมว ส้มซ่ากำลังใช้สองเท้าหน้าเหยียบชิ้นเนื้อไว้กับพื้น
แล้วใช้ฟันดึงยืดขึ้นมาจนตัวโก่ง ตึ๋ง... เนื้อเด้งกลับไปตบหน้ามัน
"ฮ่าๆๆ ... ขอโทษนะพวกนาย"
อคินหัวเราะทั้งน้ำตา
"ทนกินหน่อยละกัน โปรตีนเน้นๆ เคี้ยวเยอะๆ บริหารกราม"
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 03:30:00]
อคินจัดการห่อเนื้อที่เหลือ แม้จะไม่อร่อยแต่ทิ้งไม่ลง
มันคือเงิน! และมัดรวมโครงกระดูกขนาดใหญ่ลงบน 'เลื่อน' ที่เขาทำลวกๆ จากแผ่นไม้กระดานเก่าๆ และเถาวัลย์
"กระดูกใหญ่น่าจะขายได้ราคาดีนะ หรือเอาไปทำกระบองก็ได้ ดูสิ ท่อนขาอันเบ้อเริ่มเลย"
เขาคิดในใจขณะเอาเถาวัลย์คล้องไหล่ แล้วออกแรงลากเลื่อนที่หนักอึ้ง
ครืด... ครืด...
เสียงไม้ครูดไปกับพื้นดินดังฝ่าความเงียบ
อคินกัดฟันเดินลากสัมภาระกลับค่าย เหงื่อไหลซึมเสื้อ แต่ใจยังเปี่ยมด้วยความหวังที่จะได้เงินเพิ่ม
เมื่อมาถึงหน้าประตูค่าย 'ณัฐ' ยามกะดึกที่กำลังเดินตรวจเวร หันมาเห็นสภาพทุลักทุเลของเขา
"โอ้โห... ขยันขนจังนะครับคุณอคิน"
ณัฐส่องไฟฉายดูซากบนเลื่อน
"นี่ไปเหมาเขียงหมูที่ไหนมาครับเนี่ย?"
"ลิซาร์ดแมนครับคุณณัฐ!"
อคินวางเลื่อนลง ยืนหอบแฮ่กๆ
"ผมเห็นกระดูกพวกนี้ตัวใหญ่มาก น่าจะเอาไปทำอาวุธหนักๆ ได้นะครับ ผมเลยลากมาด้วย"
ณัฐเลิกคิ้ว หยิบกระดูกท่อนขาที่อคินภูมิใจนำเสนอขึ้นมาพิจารณา แล้วเคาะกับเสาเหล็กเบาๆ
ป๊อก... ป๊อก...
เสียงมันฟังดูโปร่งๆ กลวงๆ ไม่แน่นทึบเหมือนกระดูกสัตว์ใหญ่ทั่วไป
"คุณอคิน..."
ณัฐวางกระดูกลง แล้วยิ้มแห้งๆ ให้เขา
"รอบหน้า... ไม่ต้องลำบากลากกระดูกพวกนี้มาก็ได้นะครับ"
"อ้าว ทำไมล่ะครับ?"
อคินหน้าเหวอ
"กระดูกลิซาร์ดแมนมัน 'กลวง' ครับ"
ณัฐชี้ให้ดูรูพรุนเล็กๆ ภายในโพรงกระดูกที่แตกออก
"ธรรมชาติสร้างมาให้มันเบาเพื่อจะได้ว่ายน้ำและลอยตัวได้ดี แต่พอเอามาทำอาวุธ มันเปราะมากครับ ฟาดทีเดียวก็แตก ไม่เหมือนกระดูกออร์คหรือหมาป่าที่แน่นตั้บ อันนั้นน่ะของดี"
"อ้าว... งั้นขายไม่ได้เหรอครับ?"
ความภาคภูมิใจของอคินแฟบลงเหมือนลูกโป่งแตก
"ฝ่ายรับซื้อกำลังเถียงกันอยู่ครับว่าจะรับดีไหม เพราะมันทำได้แค่เอาเข้า 'ต้นไม้บำบัด' ย่อยเป็นปุ๋ย... แต่เอาเถอะ เห็นแก่ความพยายาม วันนี้ผมลงบัญชีรับฝากไว้ให้ก่อน เผื่อเขาตีราคาให้สักหน่อย เป็นค่ายาแก้ปวดหลังละกันครับ"
อคินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไหล่ตกลงทันที
"ขอบคุณครับคุณณัฐ... รู้งี้แล่เอาแต่เนื้อมาดีกว่า หนักชะมัดเลย..."
เขาเดินคอตกกลับขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ อาบน้ำล้างคราบคาวเลือดและความเหนื่อยล้า
ทิ้งตัวลงนอนบนฟูกรอเวลาล็อกเอาต์ด้วยความรู้สึกที่ฉลาดขึ้นอีกหนึ่งเรื่อง และปวดหลังเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]