“น้องอัญอย่าไปยืนเกะกะพี่ธรรมนะลูก” ดวงตาพูดเตือนหลานก่อนมองส่งธรรมและอัญจรีเดินจากบ้านไป
วันนี้เป็วันนัดกันไปขุดไข่แมงมัน ตอนแรกดวงตาคิดจะตามไปด้วย แต่ผักในสวนแก่จัดได้เวลาเก็บ อีกอย่างความ้าผักของตรีและดวงฤทัยมีมากขึ้นหลังจากขายน้ำพริกผักลวก ผักในสวนมีไม่มากชนิด เธอจึงต้องเดินไปหาซื้อผักชนิดอื่นจากเพื่อนบ้านทำให้ไม่สามารถไปกับเด็กทั้งสองคนได้
“อัญจับชายเสื้อพี่ไว้นะ” ธรรมหันมาพูดกับเด็กหญิงหลายรอบ วันนี้สองมือของเขามีทั้งจอบและเสียม แล้วยังสะพายตะกร้าใส่กระบอกน้ำและอาหารกลางวันไว้ข้างหลังอีก จึงไม่มีมือไว้จับจูงอัญจรี เขาจึงเอาแต่หันมาบอกเธอเป็ระยะแบบนี้
“อื้อ” อัญจรีก็รับคำแบบนี้ทุกครั้งเช่นกัน
คราวนี้ใช้เวลาเดินไม่นานเพราะรู้ที่ตั้งของรูแมงมันที่ตนจองไว้อยู่แล้ว ชดเองก็ดูแลให้อย่างดี ไม่ให้ใครแอบมาขุดไปก่อนได้ ไม่เท่านั้นยังถางหญ้าที่รก ๆ รอเอาไว้ด้วยแล้ว
“ขุดคนเดียวจะไหวไหม” ศุภกิจที่มาถึงก่อนแล้วพร้อมกอบผู้เป็พ่อและกังสดาลน้องสาวของตน ได้ร้องถามขึ้น
“ไหว” ธรรมตอบกลับระหว่างปลดสัมภาระ และหยิบจอบถากหน้าดินบริเวณรอบ ๆ รูออก
อัญจรีรีบยกตะกร้าไปหลบใต้ต้นไม้และนั่งดูวิธีการขุดอย่างสนอกสนใจ
เมื่อถากหน้าดินเรียบร้อยแล้ว ธรรมก็งัดไม้ที่ชดปักเอาไว้เป็สัญลักษณ์ว่าแมงมันเคยบินจากรูนี้เมื่อ่ฤดูฝนออก หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ใช้จอบขุดดินบริเวณรูออกอย่างช้า ๆ ขุดไม่กี่ทีก็หาเศษไม้เล็ก ๆ ยาว ๆ มาแหย่รูเพื่อหาเส้นทางเดินของตัวแม่แมงมันซึ่งจะมีลักษณะเป็เส้นทางเล็ก ๆ ที่ตัวแม่ใช้ไต่เข้าไปในรัง เส้นทางจะเล็กมากเพราะตัวแม่แมงมันที่เฝ้าไข่ในรังนั้นตัวเล็กยิ่งกว่าปลวก เล็กประมาณมดตัวสีแดงที่ชอบไต่เข้าไปในกระปุกน้ำตาลเลยทีเดียว
เมื่อเจอเส้นทางเดินแล้ว ธรรมก็เริ่มใช้จอบขุดตามรอยไปอีกสองสามครั้งแล้วก็ทำเหมือนเดิมคือใช้ไม้แหย่หาเส้นทางต่อและตาก็คอยมองตามเศษดินที่ขุดไปด้วยว่ามีตัวแม่แมงมันไต่ออกมาให้เห็นหรือไม่ หากเจอก็แสดงว่าขุดมาถูกทางแล้ว
แล้วธรรมก็เผยยิ้มกว้างออกมา เมื่อเห็นแบบนั้น
อัญจรีจึงรีบลุกมาดูอย่างใคร่รู้
“เจอไข่แล้ว?”
ธรรมหัวเราะขำ “ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก แต่เจอตัวแม่มันแล้ว”
“ไหน ๆ”
ธรรมกอบดินขึ้นมาอยู่ในอุ้งมือและชี้ให้ดูแม่แมงมันตัวเล็ก ๆ ที่กำลังไต่ไปมาอยู่สองสามตัว “ตัวเล็ก ๆ ที่ไต่อยู่สองสามตัวนี่ไง ดูอย่างเดียวนะ ห้ามจับ ถ้าโดนมันกัดแล้วเจ็บและคันมาก”
“ตัวนิดเดียวทำไมไข่ใหญ่ได้” อัญจรีสงสัย
ธรรมส่ายหน้าอย่างหาคำตอบไม่ได้เช่นกัน “อัญกลับไปนั่งที่เดิมนะ เดี๋ยวคงมีตัวแม่เยอะขึ้น จะได้ไม่โดนกัด”
“พี่ธรรมโดนกัดเจ็บไหม” อัญจรีเป็ห่วง
“พี่หนังหนา น้องอัญรีบไปนั่งเร็วเข้า” ธรรมโบกมือไล่และหันมาจับจอบเพื่อขุดตามรอยทางเดินของตัวแม่ต่อไป
แต่ที่ดูเหมือนง่ายกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ธรรมขุดตามทางเดินของแม่จนหลุมลึกครึ่งเมตรและกว้างกว่าสองเมตรก็ยังไม่เจอรังอย่างที่หวัง เจอแต่ตัวแม่ที่โผล่ออกมาให้เห็นเป็ระยะเท่านั้น ใบหน้าและเนื้อตัวของธรรมต่างชุ่มไปด้วยเหงื่อและเปื้อนคราบดินไปทั่วตัว อัญจรีมองด้วยสีหน้าเป็ทุกข์ที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ทำได้แค่เพียงเวียนเอากระบอกน้ำไปให้ดื่ม และปั้นข้าวเหนียวพร้อมไข่เจียวที่ดวงตาเตรียมไว้ให้ใส่ปากเขาเป็ระยะเท่านั้น
มีเสียงเฮลั่นดังมาจากหลุมที่ขุดโดยศุภกิจและพ่อ ธรรมหันไปมองด้วยแววตาอิจฉา ส่วนอัญจรีสีหน้าไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด
“พี่ธรรม หรือว่าของเราไม่มี” อัญจรีถามเสียงอ่อย หรือว่าเื่ที่เคยรับรู้มาในชีวิตก่อนสามารถเปลี่ยนแปลงได้?
“มี พี่มั่นใจว่ามี ไม่อย่างนั้นจะไม่มีตัวแม่ไต่ให้เห็นแบบนี้” ธรรมตอบอย่างมั่นใจและตั้งหน้าขุดตามรอยต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้
“ยังไม่เจออีกหรือ ลุงช่วยเอง” กอบพ่อของศุภกิจที่เก็บไข่แมงมันเรียบร้อยแล้วเดินมาหาและก้าวลงไปในหลุมเพื่อช่วยขุด
“ฉันช่วยด้วย” ศุภกิจที่เดินตามมาติด ๆ ก็เอ่ยปาก
“ขอบคุณครับลุง ขอบใจนะ” ธรรมหันมาขอบคุณยิ้ม ๆ “แล้วได้กันเยอะไหมครับ”
“พอควร” กอบตอบ “รอไปล้างน้ำคิดว่าน่าจะได้สักโล”
ธรรมสูดปากอย่างอดอิจฉาไม่ได้
กังสดาลที่เดินเข้ามานั่งข้างอัญจรีสูดจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นไข่เจียว เธอมองกล่องข้าวที่เปิดอ้าอยู่ด้านข้างด้วยสายตาละห้อย
โครกกก...
แต่ไม่ทันเอ่ยปากถาม ท้องดันส่งเสียงอันน่าอายออกมาเสียก่อน
กังสดาลหน้าแดงเป็ตูดลิง
อัญจรีที่มัวแต่ดูทั้งสามคนขุดดินอยู่รีบหันไปมองก่อนจะอมยิ้มน้อย ๆ
“เธอกินสิ มีเยอะแยะเลย” อัญจรียกกล่องข้าววางที่ตักให้
“กินได้จริงนะ?” กังสดาลหันมาถามอาย ๆ
อัญจรีพยักหน้ารัวยิ่งกว่าไก่จิกข้าว
“งั้นขอกินนิดเดียว” ว่าแล้วก็หยิบไข่เจียวใส่ปาก ปั้นข้าวเหนียวตามลงไปและเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย
อัญจรียิ้มและดูกังสดาลกินอย่างเพลิดเพลินจนลืมหันกลับไปใส่ใจทั้งสามคน กระทั่งมีเสียงพูดด้วยความตื่นเต้นในอีกสิบนาทีให้หลังนั่นแหละ
“ตัวแม่เริ่มยั้วเยี้ยแล้ว ใกล้แล้วธรรม” กอบพูดอย่างมีความหวังพลางใช้ไม้เล็ก ๆ แหย่หาแนวทางเดินของแมงมัน หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาให้ธรรมขุดต่อ
ธรรมขุดพร้อมกับรอยยิ้มเปื้อนหน้า ตอนนี้ความเหนื่อยเพลียหายไปหมดเกลี้ยงแล้ว
ฟุบบบ....
เสียงจอบที่สับลงบนดินฟังดูแล้วไม่แน่นเหมือนเดิม เมื่อได้ยินเสียงนี้ทั้งสามคนต่างหันมายิ้มด้วยความตื่นเต้น
“เ้าของหลุมลองเคาะเองเลย” กอบหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับบอกให้ธรรมลองใช้มือเคาะหน้าดินตรงที่ขุดดู
ธรรมยิ้มจนตาหยี เขาคุกเข่าลงกับพื้น ไม่สนใจเลยว่าตัวแม่ที่ไต่อยู่เต็มพื้นจะกัดเขาไปกี่แผลแล้วในตอนนี้ เื่ที่อยู่ตรงหน้าสำคัญกว่า
ธรรมเคาะหน้าดินฟังเสียงอยู่หลายที เสียงเคาะฟังดูหลวมเหมือนตอนเคาะขนุนหรือทุเรียนที่กำลังสุกจัด
เสียงหลวมแบบนี้แสดงว่าข้างใต้ต้องเป็โพรง
คราวนี้ทั้งสามคนยิ้มกว้างสุดขีด ธรรมเปลี่ยนมาใช้เสียมแซะดินออกอย่างช้า ๆ เพื่อไม่ให้ไข่ที่อยู่ด้านในเสียหาย
แล้วภายในไม่ถึงห้านาที โพรงขนาดใหญ่ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
“อื้อฮือ” กอบถึงกับอุทานออกมา
อัญจรีและกังสดาลทนไม่ไหวรีบไปยืนดูใกล้ ๆ
โพรงที่ธรรมขุดได้ ปากโพรงกว้างประมาณยี่สิบเิเ แต่ถ้ามองเข้าไปจะเห็นโพรงที่กว้างและลึกกว่ามาก แล้วที่สำคัญ ในรังนี้มีไข่เม็ดสีขาวใหญ่ ๆ อยู่เป็จำนวนมาก
“อัญ เอากระสอบฟางกับทัพพีมาให้พี่หน่อย” ธรรมหันมาสั่งด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
อัญจรีจัดให้อย่างไม่รอช้าและนั่งมองธรรมก้มตักไข่ใส่กระสอบฟางครั้งแล้วครั้งเล่าไม่มีทีท่าจะหมด จนต้องเปลี่ยนศุภกิจและกอบมาช่วยตักด้วย
กอบทดลองยกกระสอบ “ลุงว่าไม่ต่ำกว่าสิบโล ถ้าล้างดินออกน่าจะเหลือไข่ประมาณห้าหกโลได้” หลังจากนั้นก็เปิดกระสอบดูอีกรอบและเดาะปากอย่างอดอิจฉาไม่ได้ “ครั้งแรกเลยนะที่เจอรังใหญ่ขนาดนี้”
ธรรมยิ้มและใช้ทัพพีตักแบ่งไข่ในกระสอบให้กอบ
กอบรีบยกมือห้ามแต่ธรรมไม่ยอม “ถ้าไม่มีลุงกับกิจช่วยขุดก็อาจไม่เจอ เอาไปเถอะครับ แบ่ง ๆ กัน” ว่าแล้วก็ตักเพิ่มให้อีก
ธรรมกะประมาณว่าคงได้สักหนึ่งกิโลกรัมจึงหยุดมือ “แบ่งกันสามคน ผม ลุง แล้วก็อัญ ก็น่าจะได้ประมาณคนละสองโลพอดี”
“ขอบใจนะธรรม น้องอัญด้วย”
อัญจรีส่งยิ้มกว้างให้กอบ
หลังจากจัดสรรปันส่วนกันเรียบร้อย ทั้งหมดก็ช่วยกันกลบหน้าดินให้อยู่ในสภาพเดิมเพื่อให้แมงมันสามารถสร้างรังต่อไปได้ เพราะตอนเก็บไข่โดยทั่วไปไม่นิยมเก็บมาทั้งหมด จะเหลือไข่สีขาวเม็ดเล็ก ๆ ไว้ส่วนหนึ่งเพื่อให้ฟักเป็ตัวแม่และวางไข่สำหรับปีต่อ ๆ ไป ทำแบบนี้แมงมันจะได้ไม่สูญพันธุ์ และชาวบ้านจะได้มีรายได้ตรงส่วนนี้ทุก ๆ ปี
เพราะบ้านของดวงตามีบ่อน้ำค่อนข้างใส ธรรมเลยตัดสินใจยกไข่แมงมันที่ได้ไปล้างที่นั่น และเช่นเดิม ธรรมเป็ฝ่ายจัดการเองทั้งหมดส่วนอัญจรีแค่นั่งดูเท่านั้น ใช้เวลากว่าสองชั่วโมงจึงจัดการเรียบร้อย