เสียงดนตรีเปิดเตรียมความพร้อมอยู่ในห้องอัดเสียง สมาชิกวงริเวอร์อยู่กันครบโดยมีโฮนัมจายืนกอดอกดูการอัดเสียงอยู่ด้านนอกกับโปรดิวเซอร์เฝ้าดูตลอดจนอัดเสร็จหลุยเทียนเปาเดินออกมาเป็คนแรก
“รถตู้รออยู่ด้านล่างแล้ว” โฮนัมจาบอกกล่าวทั้งหมดที่ออกมากันจนครบ
“ไปไหนครับ วันนี้ไม่มีคิวนี่น่า” หนุ่มน้อยหน้าหวานอย่างอี้เหยียนถามกลับด้วยความสงสัย
“ก็เพราะไม่มีคิวนี่ไงถึงต้องไป” โฮนัมจาตอบกลับแต่คนที่จับผิดเป็ยกทัพ
“นายจะไปตี้ที่ไหนละสิท่า”
“เปล่าครับ ผมไม่ใช่คนอย่างนั้นสักหน่อย” อี้เหยียนยิ้มกริ่มตอบยกทัพที่เข้ามากอดคอ
“แต่เป็มากกว่านั้น” ลีโอสมทบฉีกยิ้มแซวยืนเอามือล้วงกระเป๋าอยู่ข้างหลุยเทียนเปา
“เลิกถามแล้วไปกันเถอะน่า” โฮนัมจายกมือปัดเดินนำวงริเวอร์ออกจากห้องอัดเข้าลิฟต์
“พี่ครับถ้าพี่จะไปออกเดตไม่ต้องให้พวกเราไปดูตัวด้วยก็ได้นะ” ยกทัพเอ่ยอย่างหยอกล้อทำลายความเงียบบรรยากาศในลิฟต์ที่อัดอยู่หกคน โฮนัมจาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงหันข้างมองคนแซว
“นายนี่มันจอมเ้าเล่ห์จริงนะทัมทัม เื่ที่เกิดขึ้นในลิฟต์นะว่าจะไม่พูดแล้วนะ”
“อะไรเื่อะไรครับ” อี้เหยียนตาลุกวาวขยับตัวเบียดหวังโอชุนจนเซเข้าหาหลุยเทียนเปาเล็กน้อยก้าวเข้ามายืนข้างโฮนัมจา
“ลีโอ นายบอกเื่นี้กับพี่หรือไง” ยกทัพหันไปชี้ลีโอที่ยิ้มกริ่มยอมรับด้วยรอยยิ้ม
“อะไรเื่อะไรบอกหน่อยสิครับ” อี้เหยียนคะยั้นคะยอทำตาปริบๆ จนคนที่อยู่ด้านหลังสามคนอย่างหลุยเทียนเปา หวังโอชุนและจุนฮยอกมองหน้ากันแล้วเงียบฟังคนด้านหน้าสนทนาหยอกล้อ
“มีอะไรที่ไหนเล่า” ยกทัพยกมือลูบผมตอบปัดๆ หันหน้าหนี
“ไม่มีไรหรอกแค่ไปล้มทับสาวในลิฟต์ เป็เื่ปกติ ปกติที่สุด” โฮนัมจาเหล่มองยกทัพที่ยิ้มแหยๆ กลบเกลื่อน
“ว้าว พรหมลิขิตหรือเปล่า” อี้เหยียนกระดิกนิ้วส่ายไปมาแซวยกทัพที่เอาเท้าเขี่ยพื้นแก้เขิน
“พรหมลิขิตก็ดีนะสิ สเปคเลยรู้ไหมแต่ที่แย่คือดันมีแฟนแล้ว แห้วกินั้แ่ยังไม่เริ่ม” ยกทัพทำหน้ายู่เงยหน้ามองเลขลิฟต์
“ลืมไปหรือเปล่าว่านายคือริเวอร์ จะจีบใครเหล่ใครยากหน่อยนะ” โฮนัมจายิ้มหวานขัดอารมณ์ก่อนลิฟต์เปิดเดินจ้ำอ้าวนำออกไป อี้เหยียนกับลีโอเดินหยอกล้อกับยกทัพแซวตลอดการขึ้นรถตู้คันสีดำไปตลอดทาง หลุยเทียนเปานั่งปรับเบาะอยู่ด้านหลังสุดกับหวังโอชุนปล่อยให้ด้านหน้าหยอกกันสนุกสนาน
“พี่โฮบอกว่านายโดนซาแซงบุกถึงห้องแต่โชคดีที่ไม่ได้อะไรกลับไปนอกจากของสุดหวงของพี่โฮแทน” หวังโอชุนวางมือลงบนหน้าท้องหลับตาลงเอ่ยปากถาม
“ก็นับว่าโชคยังเข้าข้าง การเป็คนดังนับวันยิ่งอยู่ยากย้อนเวลากลับไปได้คงไม่เข้าวงการั้แ่แรก” หลุยเทียนเปาวางมือลงบนที่วางแขนหลับตาลงตอบกลับ
“ระวังหน่อยแล้วกัน พักอยู่คนเดียว”
“อืม คงไม่มีเื่แบบนี้อีกแล้ว” การสนทนาที่เรียบง่ายท่าทางการนิ่งต่างจากคำพูดที่เอ่ยออกมา จุนฮยอกเหลียวมองสองหนุ่มด้านหลังก่อนส่ายหน้าไปมาพร้อมลมหายใจที่ผ่อนออกก่อนมองด้านหน้าที่โยนหมอนรองคอข้ามหัวแหย่เล่นกันราวกับบนรถเป็สวนสนุก
โฮมออฟฟิศ
รักจังนั่งหมุนเก้าอี้อยู่ที่โต๊ะหน้าคอมตัวในพยายามหาทางคิดเกี่ยวกับแผนการที่ตั้งเป้าไว้ยังไม่ชอบละทิ้งง่ายๆ จนมีคนเดินเข้ามาพร้อมของกินมากมายหอบเข้ามาคนละไม้ละมือ องศาเดินเข้ามายื่นกุญแจรถให้รักจังที่เอียงหน้ามองนิวตันกับเลอาเข้ามาวางของไว้ในครัวด้านหลังจัดการหยิบออกมาทีละอย่าง
“ฉลองอะไร” รักจังเลิกคิ้วลุกขึ้นเดินมาเท้าคางมองอาหารที่โต๊ะอยู่ข้างเลอา
“งานเข้าสองงานติด” องศาตอบกลับด้วยรอยยิ้มยืนอยู่ข้างรักจัง
“จริงดิ เมื่อไหร่” รักจังมองหน้าทั้งสามที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
“เมื่อเช้าเจ๊ ฝีมือคุณแม่” นิวตันหันมาเกาะแกะองศาที่สะบัดแขนออกแกล้งแหย่เดินไปข้างเลอาแทน
“แกจะได้ไม่ต้องไปขโมยกางเกงในของพวกริเวอร์ให้เปลืองพลังงาน” องศาตอบกลับในเชิงแขวะจนรักจังยิ้มกริ่มเลิกคิ้ววางมือลงบนโต๊ะมองไก่ย่างตัวใหญ่ที่เลอาใส่จาน
“ก็อย่าให้เจอแล้วกัน เผลอเมื่อไหร่ไม่พลาดเหมือนคราวที่แล้วแน่”
“เนี้ยเจ้ ไหนๆ คุณแม่ก็กลับแล้วทำไมไม่ให้ออกแบบแผนให้ล่ะ” เลอาหันมองหน้ารักจังก่อนมองหน้าองศาที่เดินไปรินน้ำใส่แก้วกระดกดื่ม
“สรุปจะไม่เลิกใช่ไหม”
“ไม่ได้บอกว่าจะเลิกสักหน่อย ถ้าได้มันก็เป็ผลพลอยได้ แกคิดดูถ้าได้ขึ้นมาเงินทุนเน้นๆ” รักจังเดินไปเขย่งเท้ากอดคอองศาด้วยความพยายามที่ไม่เคยลดละ
“ถ้าแกคิดจะทำจริงแกควรเริ่มจากรู้จักตัวตนริเวอร์ซะก่อนไม่ใช่ดุ่มๆ เข้าไปเป็ซาแซงสักวันยังไม่ทันที่แผนสำเร็จได้ไปนอนในซังเตก่อนหรือไม่โดนรุมจากแฟนคลับริเวอร์” องศาปลดมือรักจังออกหันไปกดน้ำใส่แก้วกระดกดื่ม
“นั่นแหละเจ้แกไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับริเวอร์” เลอากอดอกบอกสมทบ
“เออ ไม่รู้ไง ในหัวฉันเคยมีเื่ผู้ชายหรือไงมีแต่งาน อะไรที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่บริษัทฉันก็ทำทั้งนั้นแหละ ไหนมาว่าแผนเป็ยังไง” รักจังรวบรัดยกมือเขี่ยหูทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“แกต้องเป็แฟนคลับริเวอร์” องศายื่นหน้าเข้ามาใกล้รักจังพร้อมตอบกลับเสียงเข้ม
“ต้องกรอกใบสมัครไหม”
“เจ้” เลอามองหน้ารักจังอย่างเหนื่อยใจก่อนหันกลับไปหยิบแอปเปิลเขียวมากิน
“อะไรเล่าก็วงนี้มันดังนักไม่ใช่หรือไง เผื่อแบบแฟนคลับสมาคมอะไรแบบนั้นจริงจังอะ”
“แกต้องไปโผล่ทุกที่ที่ริเวอร์ไปแล้วเนียนเข้ากลุ่มแฟนคลับโดยเริ่มจากที่ห้องนอนเลย ห้องแกต้องมีโปสเตอร์ริเวอร์จะทั้งวงหรือเลือกมาคนหนึ่งก็ได้ติดให้เต็มห้อง ทำตัวเป็แฟนคลับสนับสนุนจากใจไม่ใช่ซาแซงสุดบ้า”
“เจ๊จะเอาของหลุยเทียนเปาก็ต้องมีรูปหลุยเทียนเปา มีทุกอย่างที่เป็หลุยเทียนเปา สนับสนุนศิลปินไงเจ๊” นิวตันสมทบอีกคนชี้ทางให้รักจังที่ทำหน้านิ่งยืนกอดอกย่นจมูกแบะปาก
“มีรูปนายซาลาเปาไว้เต็มห้องฉันต้องฝันร้ายแน่ๆ”
“ไหนว่าทำเพื่อบริษัท จะฝันร้ายนิดหน่อยแลกกับเงินหกหลักไม่เอาหรอ” องศาเลิกคิ้วคว้าจานองุ่นไปนั่งกินที่โต๊ะคอมทำรักจังเม้มปากหน้าบูดบึ้ง
“เอาก็เอา ยอมก็ได้ แต่แผนนี้สำเร็จแน่นะ อย่าให้ฉันฝันร้ายนานแล้วกัน” รักจังคว้าจานไก่ย่างเดินไปนั่งข้างองศาในจังหวะที่นิวตันกำลังจะหยิบกินทำให้เขาค้างเติ่งต้องงอแงตามไปนั่งข้างๆ
“สำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับแกไม่ใช่ฉัน” องศาเลื่อนเม้าท์ไร้สายคลิกเข้าไปเปิดประวัติของริเวอร์ให้รักจังอ่าน “เดี๋ยวกินเสร็จเราออกไปเหมารูปหลุยเทียนเปากัน นิวตันเตรียมทำโปรไฟล์ใหม่เ้านายแกด้วย”
“รับทราบจ้าแม่” นิวตันตอบรับฉะฉานก่อนเหลือบมองคนที่เดินเข้ามาจากด้านนอก
“ไปไหนมาโช” เลอาเปิดตู้เย็นแกะไอศกรีมเดินมานั่งกินที่โต๊ะคอมด้านหน้าสุดเอ่ยถามโชกุนที่เดินเข้ามาพร้อมถือถุงหลอดไฟยกชูขึ้น
“ที่ห้องหลอดพังต้องเปลี่ยนสักหน่อย ไปช่วยหน่อยสิ”
“หรอ เฮ้ย เจ้ นิว เลนัดลูกค้าไว้อะไปช่วยหน่อยสิ ลูกค้าคนนี้เลือกเยอะมาก เดี๋ยวเลยไปเหมารูปด้วยเลย” เลอาลุกพรวดจับแขนรักจังที่ถือปีกไก่กับนิวตันพาเดินจูงออกไปทันทีโดยไม่ให้คนที่นั่งอยู่ได้เอ่ยคัดค้าน โชกุนเอียงตัวมองสามคนที่อพยพกันออกไปก่อนหันกลับมามองคนที่นั่งอยู่หน้าคอมต่างฝ่ายต่างนิ่งมองกันและกันจนบรรยากาศน่าอึดอัดตึงเครียด โชกุนหันกลับตัดสินใจเดินถือของขึ้นบันได องศามองตามก่อนผ่อนลมหายใจยาวลุกขึ้นเดินตามไป