บทที่3 หมู่บ้านคาร์สัน
ณทะเลสาบใหญ่ใกล้เส้นตัดระหว่างถนนหมายเลขห้าสิบสามกับถนนหมายเลขสี่สิบสองทางตะวันออกเฉียงเหนือของตัวทะเลสาบเป็สถานที่ตั้งของหมู่บ้านแห่งหนึ่งนาม คาร์สันรุ่งสางที่แสงตะวันสาดฉายปลุกผู้คนในหมู่บ้านให้ลุกขึ้นมาทำกิจวัตรของตัวเองตลาดกลางพลุกพล่านไปด้วยคนมากหน้าหลายตาส่วนหนึ่งเป็ขาจรที่แวะผ่านทางมาเพื่อจับจ่ายซื้อขายสินค้า ไม่ก็มองหาที่พักเหนื่อยจากการเดินทางท่ามกลางฝูงชนที่เดินกันขวักไขว่ มีบุรุษวัยกลางคนในชุดคลุมผ้าสีน้ำเงินหม่นเก่าๆเดินก้มหน้าไม่สบสายตากับผู้ใด ส่วนมากคนที่เดินสวนทางกับบุรุษผู้นี้หากเผลอได้เห็นใบหน้าและสบตาเขาเข้าในตอนแรกคนเ่าั้จะทำเหมือนเบือนหน้าไปอีกทาง ก่อนจะแอบชำเลืองมองกลับมาอีกครั้งเป็เช่นนี้กันแทบทุกคน
ว่ากันว่าลักษณะเฉพาะตัวของคนเรานั้นสามารถใช้บ่งบอกชาติกำเนิดหากเป็พวกคนในราชวงศ์จะมีส่วนสูงมาตรฐานราวหกฟุต เส้นผมบลอนด์ทองคล้ายแสงแรกยามอรุณรุ่งั์ตาสีฟ้าประหนึ่งสะท้อนภาพของผืนทะเลที่นิ่งสงบ แต่หากเป็ชนพื้นเมืองของเลมูเรียที่สามารถพบเห็นกันได้ทั่วไปพวกเขาจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณห้าฟุตแปดนิ้วมีเส้นผมสีน้ำตาลและั์ตาสีเดียวกันอาจมีชนชั้นสูงบางคนที่มีทั้งสายเืของราชวงศ์และชนพื้นเมือง คนพวกนั้นจึงมีลักษะที่แตกต่างออกมาบุรุษใต้ชุดคลุมผู้นี้ไม่ใช่หนึ่งในสามกลุ่มนั้นเลย ตัวเขาจัดว่าร่างเล็กหากเทียบกับผู้คนรอบตัวในตลาดสูงราวห้าฟุตสี่นิ้ว มีเส้นผมสีดำขลับ รูปตาเล็ก ั์ตาเองก็เป็สีดำ สิ่งเหล่านี้ล้วนคือลักษณะเด่นของชาวแชงกรีลาผู้อาศัยอยู่ในแผ่นดินโพ้นทะเลที่แยกจากเรมูเลียโดยมีผืนสมุทรกั้นขวาง
ผู้คนมองมาที่เขาด้วยสายตาหวาดระแวงยังไม่ถึงขั้นที่มีใครแสดงท่าทีแตกตื่นออกมาคนเหล่านี้เพียงเห็นตัวตนที่แตกต่างไปจากสิ่งที่คุ้น จึงทำให้เกิดความรู้สึกกังวลในตัวตนที่แปลกแยกนั้นทางใต้ของอาณาจักรคาเมล็อตมีเมืองเมืองหนึ่งชื่อคาลอส ที่นั่นเป็เมืองท่าเรือที่คอยส่งเรือขนาดใหญ่ออกไปทำธุรกิจกับแผ่นดินแชงกรีลาในเมืองคาลอสนั้นการพบเจอชาวแชงกรีลาบ้างจึงไม่ใช่เื่แปลกประหลาดอะไร แต่สำหรับสถานที่อื่นๆในแผ่นดินเลมูเรียตัวตนของบุรุษผู้นี้ยังถือเป็สิ่งแปลกใหม่
บุรุษในชุดคลุมเตร็ดเตร่มองหาสโมสรอันเป็แหล่งรวมตัวผู้คนที่มีทั้งอาหารและที่พักให้สำหรับเหล่าอาคันตุกะแน่นอนว่าต้องมีการเรียกเก็บค่าบริการเพื่อแลกกับสิ่งเ่าั้ไม่นานเขาก็พบบ้านไม้ชั้นเดียวหลังหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โตโดดเด่นออกมาจากบ้านหลังอื่นๆเสียงพูดคุยเอะอะของผู้คนจำนวนมากภายในที่เล็ดลอดออกมาช่วยยืนยันได้เป็อย่างดีว่าเขามาถูกที่แล้ว
ประตูบานคู่ถูกผลักเปิดเข้าไป เขากวาดสายตามองไปรอบๆตอนนี้มีคนนั่งอยู่ในสโมสรราวยี่สิบคน บ้างนั่งเป็คู่ บ้างนั่งรวมกันเป็กลุ่มกลุ่มที่มีคนนั่งรวมกันมากที่สุดมีด้วยกันแปดคน คนเ่าั้สวมชุดคลุมคล้ายกับชุดที่เขาสวมอยู่เพียงแต่เนื้อผ้าเป็สีเทาและดูสะอาดสะอ้านกว่าโดยปกติเมื่อมีผู้มาใหม่เปิดประตูเข้ามาคนส่วนหนึ่งก็จะหันไปมองเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาสนใจเื่ของตัวเองต่อแต่บุรุษใต้ชุดคลุมผู้นี้ได้กลายเป็จุดสนใจของสายตาหลายคู่ไปเสียแล้ว
คนเ่าั้จ้องมองเขาั้แ่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาจนเขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะยาวที่มีเ้าของสโมสรยืนประจำคอยให้บริการอยู่ก็ยังคงถูกมองไม่เลิกลาขณะที่สายตาจับจ้องปากก็พลางขยับซุบซิบบางอย่างกับคนในกลุ่มของตัวเองหนึ่งในพวกที่จ้องอยู่เป็ชายหญิงคู่หนึ่งทั้งคู่มีอายุราวยี่สิบต้นๆ นั่งอยู่ตรงโต๊ะใกล้กับพวกที่ใส่ชุดคลุมเทา
“ข้า้าอาหารที่ดีที่สุดที่เ้าทำให้ได้..และน้ำ”บุรุษใต้ชุดคลุมน้ำเงินกล่าวด้วยน้ำเสียงแห้งผาก เสียงของเขาไม่ถึงกับเบาจนไม่สามารถได้ยินแต่หากเป็การพูดขึ้นมาท่ามกลางบทสนทนาคงถูกกลืนหายไปโดยไม่มีใครได้ทันสนใจ
“หนึ่งเหรียญทองแดงสำหรับขนมปังและน้ำแต่เ้าต้องจ่ายเงินมาก่อน” เ้าของสโมสรกล่าวคืนกลับ หลังจากได้จ้องมองคู่สนทนาั้แ่หัวจรดเท้าแม้ไม่ได้แสดงออกชัดเจนแต่แววตาและน้ำเสียงก็เหมือนจะแอบดูแคลนอีกฝ่ายอยู่บ้าง
“ที่ข้าบอกไปนั่นไม่ชัดเรอะข้าพูดว่า อาหารที่ดีที่สุดและน้ำ” บุรุษใต้ชุดคลุมพูดย้ำอีกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้เขาได้หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากใต้แขนเสื้อจากนั้นจึงวางมันลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนให้ไปอยู่ตำแหน่งเบื้องหน้าของเ้าของสโมสร
ของสิ่งนั้นทำเอาคู่สนทนาตาลุกวาวกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ รวมถึงเหล่าคนที่แอบจับตาดูอยู่ก็เช่นกัน พวกเขาได้เห็นมันชัดๆในตอนที่เ้าของสโมสรหยิบขึ้นมาแล้วใช้ฟันกัดดู เ้าสิ่งที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้คือเหรียญทอง มันไม่ใช่แค่พอสำหรับการใช้จ่ายค่าอาหาร มูลค่าของมันมากพอที่จะซื้อสโมสรนี้ได้ทันทีเลยด้วยซ้ำไปค่าแรงของชนชั้นล่างอยู่ที่ราวสิบเหรียญทองแดงต่อการทำงานหนึ่งวันเต็มในโรงงาน ที่แผ่นดินเลมูเรียหนึ่งร้อยเหรียญทองแดงจะสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็เหรียญเงินได้หนึ่งเหรียญและหนึ่งร้อยเหรียญเงินจึงจะมีมูลค่าเท่ากับหนึ่งเหรียญทอง
“ดะดะ ได้ทันทีเลยครับนายท่าน” คำพูดและท่าทีของเ้าของสโมสรเปลี่ยนไปโดยฉับพลันใครจะไปคิดเล่าว่าบุรุษที่ดูซอมซ่อผู้นี้จะมีของมีค่าขนาดนี้อยู่กับตัวไม่สำคัญว่าเขามีมันได้อย่างไร หากผู้ใดมีเงินจ่ายคนผู้นั้นคือลูกค้าเป็คติของเ้าของสโมสร
เหยือกน้ำและแก้วเปล่าถูกนำมาวางเบื้องหน้าบุรุษใต้ชุดคลุมน้ำเงินตามด้วยอาหารจานหนึ่งที่ประกอบไปด้วยผลไม้สดหลากสีสันกับแพนเค้กราดน้ำผึ้งฉ่ำๆเขารินน้ำเปล่าลงในแก้วแล้วดื่มมันรวดเดียวจนหมด จากนั้นก็ทำแบบเดิมซ้ำอีกครั้งราวกับว่ากระหายน้ำมานาน
“นี่เป็ไวน์คุณภาพดีที่สุดที่เรามี โดยทั่วไปแล้วข้าจะใช้มันเพื่อต้อนรับข้าหลวง แต่หากท่าน้าข้าก็สามารถเปิดมันให้ได้”เ้าของสโมกรกล่าวในตอนที่นำชีสแกล้มและไวน์ขวดหรูมาวาง
บุรุษใต้ชุดคลุมคว้าจานที่ใส่ชีสที่หั่นเป็แท่งเล็กๆ มาใกล้ตัวก่อนจะพูดขึ้นว่า“ข้าไม่ดื่มไวน์ แค่น้ำเปล่าก็พอ” เขามองจานใส่อาหารที่มีเพียงสองใบบนโต๊ะก่อนจะเงยขึ้นไปมองอีกฝ่าย“อาหารของเ้ามีเพียงเท่านี้รึ”น้ำเสียงของเขายังคงหยาบกระด้างฟังดูไม่เป็มิตรนัก
“ยังมีอีกมากเท่าที่ท่าน้าแน่นอนเพียงแต่อาหารดีก็ย่อมต้องใช้เวลาในการเตรียมการ โปรดอดใจรอ ใช้เวลาอีกเพียงไม่นานข้าจะนำพายเนื้อสับรสเลิศพร้อมกับไก่ป่าอบเครื่องเทศมาบริการให้ท่าน”ไม่รู้ด้วยเหตุผลใดจู่ๆ เ้าของสโมสรก็เกิดความยำเกรงต่อบุคคลตรงหน้า อาจเป็เพราะเหรียญทองที่เขามีหรือไม่เช่นนั้นก็ต้องเป็เพราะบุคลิกท่าทางที่แผ่รัศมีความน่าเกรงขามออกมา
อาหารทุกจานที่นำมาวางบนโต๊ะถูกกินจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่นานหากกำลังคิดถึงภาพคนไร้บ้านผู้หิวโหยที่ยัดอาหารเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่แบบนั้นเลยไม่ได้ดูมูมมามเหมือนอย่างคนที่อดอยากมานาน วิธีการกินของบุรุษผู้นี้กลับดูมีอารยธรรมจนน่าประหลาดใจ
ในตอนที่คำสุดท้ายถูกกลืนลงคออาหารอีกสองจานก็ถูกนำมาวางเพิ่ม “เอาเนื้อสับไปผัดกับผักและสมุนไพรก่อนจะนำมันมาใช้เป็ไส้ของพายชิ้นนี้ข้ากล้าพูดได้เลยว่านี่เป็พายรสเลิศที่สุดในคาเมล็อต”เ้าของสโมสรเลื่อนอาหารจานแรกมาตรงหน้าพร้อมอธิบายเล็กน้อยก่อนจะทำแบบเดียวกันกับอาหารอีกจาน “ส่วนนี่คือไก่อบที่ใช้เครื่องเทศลับถึงสิบเอ็ดชนิด ข้านำเครื่องเทศหายากจากอาณาจักรต่างๆ ยัดเข้าไปในตัวไก่จากนั้นนำเข้าเตาอบรอจนสุกดีจึงได้ออกมาเป็จานนี้และเช่นเดียวกับพาย ข้ามั่นใจว่านี่คือไก่อบที่อร่อยที่สุดในคาเมล็อต”
เพียงถูกนำมาวางบนโต๊ะกลิ่นหอมของอาหารทั้งสองจานก็ตลบอบอวลไปทั่วเรียกน้ำลายจากคนจำนวนมากที่ยังคงจ้องมองมาทางนี้อยู่นี่เป็อาหารชั้นเลิศที่หลายคนต่างทำได้เพียงฝันถึง และคาดหวังว่าจะมีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติของมันดูสักครั้งในชีวิต
ที่โต๊ะข้างๆกับกลุ่มผู้สวมชุดคลุมสีเทา ชายหนุ่มผู้อัดอั้นต่อขนมปังราคาหนึ่งเหรียญทองแดงของเขากระซิบต่อหญิงสาวที่นั่งคู่กับตนว่า“หอมชะมัดเลย ไก่ป่าทั้งตัวแบบนั้นเขาคงกินคนเดียวไม่หมดหรอกมั้ง ถ้าเราลองไปขอแบ่งชิมสักหน่อยเขาอาจจะให้ก็ได้นะ”หญิงสาวได้ยินคำพูดของผู้ร่วมโต๊ะก็ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ อย่างละเหี่ยใจเธอกระซิบต่อว่าเขากลับไปทันที
“นายเป็ขอทานรึไงบ้ารึเปล่า อย่าให้เื่ไร้สาระมาทำให้เสียงานสิ เกิดนายทำอะไรแปลกๆจนทำให้สักคนในพวกนั้นจำหน้าเราได้ขึ้นมาจะทำยังไง ลืมภารกิจของพวกเราไปแล้วเหรอ”
“ฉันแค่พูดขึ้นมาเล่นๆหน่า ไม่ได้จะไปจริงสักหน่อย แต่เธอพูดผิดไปอย่างนะเื่ปากท้องใช่เื่ไร้สาระที่ไหนกันดูอย่างพวกนั้นสิมันสั่งทั้งสตูว์กับปลาย่างกินกันจนอิ่มหนำส่วนคนมาใหม่ที่ดูอย่างกับเป็คนเร่ร่อนนั่นยังมีเงินซื้ออาหารดีๆ”ชายหนุ่มบ่นอุบอิบด้วยเสียงกระซิบเช่นเดิม
“นาย้าจะสื่ออะไรกันแน่โกโก้มาร์ชเมลโล่”หญิงสาวถาม
“ฉันสงสัยว่าทำไมเธอถึงให้สั่งแค่ขนมปังเหนียวๆนี่กับน้ำเปล่าเล่าพวกเราทำงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของคาเมล็อตไม่ใช่รึไง...แล้วรู้ไหมฟันเฟืองของอนาคตที่ดีกว่าต้องใช้อะไรเป็แรงขับเคลื่อนในการทำงานน่ะอาหารดีๆ ไง ไม่เอาหน่าอย่างน้อยก็ขออะไรที่มันดีกว่าขนมปังนี่เถอะ”ชายหนุ่มหยิบขนมปังขึ้นมากัดแล้วพยายามดึงให้ขาด เื่ขนมปังเขาไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อยมันทั้งเหนียวและมีเนื้อััที่สาก หากมีตัวเลือกให้ตัดสินใจแน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากที่จะกินมัน
“นายเองก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่เงินทุกเหรียญที่เราใช้ในภารกิจจะถูกหักออกจากเงินส่วนกลางของแก๊งหัวหน้าต้องใช้เงินพวกนั้นเพื่อดำเนินธุรกิจหลัก แล้วถ้าหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาเงินเล็กน้อยที่พวกเราประหยัดไปในทุกภารกิจนี่ล่ะที่จะนำมาช่วยบรรเทาในส่วนนั้นได้”หญิงสาวฉีกขนมปังออกมาเป็ชิ้นเล็กๆ แล้วเคี้ยวมันในปากโดยที่ไม่ได้สนใจรสชาติหรือััอันไม่น่าอภิรมย์
“ประหยัดเงินเล็กน้อยให้ตายเถอะวานิลาไอซ์มิลค์ราคาสตูว์ยังเทียบกับค่าชาสมุนไพรของหัวหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำฉันเข้าใจว่าเขาให้เธอคอยดูแลเื่เงินในภารกิจนี้ แต่อย่างกไปหน่อยเลยหน่าสตูว์หนึ่งถ้วยไม่ถือเป็การใช้เงินเกินพอดีหรอก แค่ถ้วยเดียวเองเราแบ่งกันกินก็ได้...”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปชายหนุ่มจึงไม่หยุดที่จะพูดเป่าหูเธอต่อ
“เงินที่หัวหน้าให้มาก็พอเหลือเฟือไม่ใช่รึไงหรือเธอคิดว่าเขาไม่รู้จักบริหารงบประมาณถึงขั้นให้เงินเรามาเยอะเกินกว่าที่จำเป็เหรอแน่นอนว่าต้องไม่ใช่แบบนั้นอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ...เฮ้ มองฉันนี่วานิลาไอซ์มิลค์ อย่าเพิ่งคิดหาข้ออ้างอะไรมาขัดกันแค่ฟังฉัน คิดตามนะพวกเรากำลังจะทำงานใหญ่ และมันจำเป็ต้องใช้พลังงานเยอะเกินกว่าที่ขนมปังโง่ๆนี่จะให้ได้ การสั่งสตูว์ครั้งนี้อาจกลายเป็จุดเริ่มต้นของอนาคตที่ดีกว่าสำหรับคาเมล็อตเลยก็ได้นะได้โปรดเถอะ”
“ก็ได้...บอกทีว่านายไม่ได้เข้าไปเล่นกลอะไรกับความคิดในหัวฉัน”ในที่สุดเธอก็ยอมคล้อยตาม
“เยี่ยมส่งเงินมาเดี๋ยวฉันจะไปสั่งสตูว์เราจะได้เอามาแบ่งกัน เหนื่อยจะแทะเ้าขนมปังนี่เต็มที”
“สั่งสองไปเลย”เธอส่งเหรียญทองแดงให้เขาไปหกเหรียญ
ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะยาวที่ชายใต้ชุดคลุมน้ำเงินนั่งกินอาหารของตัวเองอยู่“ข้าขอสตูว์เพิ่มสองถ้วย”ชายหนุ่มกล่าวกับเ้าของสโมสรที่ยืนอยู่อีกฝั่งของโต๊ะแล้วส่งเงินให้ไปหลังจากที่ได้รับเงินเ้าของสโมสรก็เดินไปตักสตูว์
ในตอนนั้นเองชายใต้ชุดคลุมน้ำเงินที่กำลังกินอาหารอยู่ก็หยุดชะงักก่อนจะใช้มือขวาตัวเองคว้าจับข้อมือซ้ายของชายหนุ่มไว้แน่น เ้าคนถูกจับก็ใแต่ไม่ได้สะบัดแขนออกเขาเพียงหันหน้าไปมองอีกฝ่ายเหมือนกำลังรอคำตอบว่าทำแบบนี้ไปทำไมและคำพูดที่ออกมาจากปากของชายใต้ชุดคลุมน้ำเงินคือ
“หนุ่มน้อยชะตากรรมของเ้าช่างน่าสงสารยิ่งนัก”น้ำเสียงที่แหบเครือแฝงไปด้วยความรู้สึกหม่นหมองเช่นเดียวกับสีของชุดคลุมที่เขาสวมอยู่แววตาเขาดูเศร้าสลดราวกับเพิ่งได้เห็นโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายผ่านสองตาคู่นั้นมาแบบสดๆร้อนๆ